มีกู้เป่ยเยวี่ยเป็ผู้ให้การรักษาด้วยตัวเอง ไม่ว่าใครก็สามารถจินตนาการถึงฉากที่คึกคักของโรงหมอหนานเฉิงของตระกูลหานได้ ไม่ต้องพูดถึงครอบครัวที่ร่ำรวยเ่าั้เลย แม้แต่เ้าหน้าที่ระดับสูงและขุนนางหลายคนในเมือง รวมถึงราชวงศ์ก็มาที่นี่เช่นกัน โดยหวังว่าจะสามารถอยู่ลำดับแรกๆ ได้
สำหรับความจริงที่ว่ากู้เป่ยเยวี่ยทำโรงหมอการกุศลในนามของตระกูลหานนั้น จึงถูกเพิกเฉยไปโดยปริยาย
กู้เป่ยเยวี่ยเป็หัวหน้าโรงหมอหลวง และเป็หมอส่วนตัวของฮ่องเต้เทียนฮุย หากฮ่องเต้เทียนฮุยไม่ได้สั่ง เขาก็คงไม่มา จะไปมีใครเชิญเขามาได้อีกล่ะ?
ก่อนที่มู่หรงหว่านหรูจะมาถึง ไท่เฮาก็รู้เื่ที่กู้เป่ยเยวี่ยไปช่วยรักษาที่โรงหมอการกุศลแล้ว สายลับยังคงมารายงานเหตุการณ์ที่ร้อนแรงที่ประตูของโรงหมอเฉิงหนานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้นางอยู่ไม่สุข ความโกรธก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดนางก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
“ใครก็ได้ ไปบอกกู้เป่ยเยวี่ยว่า ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย ให้เขามาที่นี่ทันที!” ไท่เฮาสั่งด้วยความโกรธเกรี้ยว
ขันทีที่กำลังจะรีบไป แต่หลี่มามารีบห้ามไว้ “นายหญิง ไม่ได้นะเพคะ!”
“ทำไมจะไม่ได้ คนเห็นขี้ดีกว่าไส้แบบนั้น รับเงินเดือนจากวังแล้วไปช่วยตระกูลหาน อย่าคิดว่าเขาเป็หมอที่มีฝีมือแล้วข้าจะไม่กล้าแตะต้องเขานะ!” ไท่เฮาโกรธเกรี้ยวอย่างมาก
“ไท่เฮา ที่นั่นคือโรงหมอการกุศล ผู้คนทั้งเมืองต่างเฝ้าดู หากท่านเรียกหมอหลวงกู้กลับมาเช่นนี้ มันจะไม่ดีเอานะเพคะ!”
ด้วยคำเตือนนี้จากหลี่มามา ไท่เฮาจึงสงบลง
หลี่มามาพูดถูก ที่นั่นคือโรงหมอการกุศล หากกู้เป่ยเยวี่ยถูกเรียกกลับท่ามกลางสาธารณชนเช่นนั้น หานอวิ๋นซีต้องใช้โอกาสนี้เพื่อข่มขู่นาง ทำให้นางกลายเป็ขี้ปากของทุกคน
ไท่เฮาลุกขึ้น เดินไปเดินมา ไม่กล้าที่จะผลีผลามแต่ก็ไม่เต็มใจที่อยู่อย่างนิ่งเฉย “กู้เป่ยเยวี่ยผู้นี้โง่จริงๆ หรือแสร้งทำเป็โง่? รอให้เขากลับมา คอยดูแล้วกันว่าข้าจะจัดการเขาอย่างไร!”
ไท่เฮาที่กำลังเดือดดาล มู่หรงหว่านหรูก็มาพอดี นางที่กำลังจะเข้ามาฟ้อง เมื่อเห็นสีหน้ามืดมนของไท่เฮา นางก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
อย่างไรก็ตาม นางยังใจร้อนและยัง้าอธิบาย
“ไท่เฮา ก่อนหน้านี้หว่านหรูได้จัดการทุกอย่างไว้หมดแล้ว ครั้งนี้ไม่เพียงทำให้ชื่อเสียงของหานอวิ๋นซีเสื่อมเสีย แต่ตระกูลหานก็จะไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้อีก เพียงแต่ข้าไม่คิดว่าหมอหลวงกู้เขาจะ….”
“พอได้แล้ว!”
ไท่เฮาที่ไม่อยากจะฟังชื่อของกู้เป่ยเยวี่ยในตอนนี้ ดังนั้นนางจึงเปลี่ยนหัวข้อและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “เก็บแผนการต่ำๆ ของเ้าไปเสีย! หานอวิ๋นซีไม่ใช่คนที่จะจัดการได้ง่ายๆ ข้าได้เตือนเ้าซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าอย่าประเมินนางต่ำไป อย่าประเมินนางต่ำไป เ้าได้ยินข้าหรือไม่?”
มู่หรงหว่านหรูที่ไม่พอใจเป็อย่างมาก ทว่าก็ไม่กล้าที่จะโต้ตอบ รีบคุกเข่าลง “คำสอนของไท่เฮาอยู่ในใจของหว่านหรูเสมอ หม่อมฉันไม่เคยประมาทต่อศัตรู แต่ครั้งนี้...”
“ครั้งนี้มันอย่างไร? วิชาพิษและทักษะการแพทย์ของหานอวิ๋นซี ก็ไม่ใช่ว่าเ้าจะไม่เคยเห็นมาก่อน เ้ายังคิดจะไปเล่นตลกในโรงหมอการกุศลอีกหรือไร เป็เพราะข้าประเมินเ้าสูงเกินไปหรือเป็เพราะหลังจากแต่งงานเ้าสบายเกินไป เลยโง่ไปแล้วล่ะ”
ไท่เฮาถามด้วยความโกรธ เห็นได้ชัดว่ามีบางอย่างผิดปกติในคำพูด นางเพิ่งจะแต่งงานไม่นานเท่าไร จะไปเอาคำว่า “สบาย” มาจากไหน
มู่หรงหว่านหรูกลัวและไม่รู้จะตอบอย่างไร ไท่เฮาเองก็เปลี่ยนเป็น้ำเสียงเย้ยหยัน “ตำแหน่งรองเ้ากรมข้าราชการพลเรือน เป็ตำแหน่งที่ดีไม่น้อย ไม่กี่วันก่อนจวนผิงหนานโฮ่วและภรรยาแห่งจวนกั๋วกงก็พูดถึงเื่นี้กับข้า แต่ข้าก็ยังไม่แน่ใจ ไม่รู้ว่าจะให้รางวัลแก่ตระกูลไหน ใครจะไปรู้...ฮ่าฮ่า พี่ชายของเ้าช่างมีความสามารถจริงๆ!”
แน่นอนว่า ไท่เฮาให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงของจวนผิงเป่ยโฮ่วอย่างใกล้ชิด!
“ไท่เฮาอย่ากังวลไปเลยเพคะ หว่านหรูรู้ว่าต้องทำอย่างไร โปรดไท่เฮา ให้เวลาหว่านหรูอีกหน่อย เพียงหาโอกาสได้ หว่านหรูจะไม่...”
นี่เป็ครั้งที่สามแล้วที่ไท่เฮาสั่งให้หยุดหานอวิ๋นซี แต่ครั้งนี้นางไม่ได้ดุด้วยความโกรธ ทว่ามุมปากยังคงมีความเยาะเย้ยและกวักมือเรียกมู่หรงหว่านหรูให้เข้ามาหา
ต้องยอมรับว่าหญิงชราผู้นี้รับใช้ยากกว่าอี้ไท่เฟย และมู่หรงหว่านหรูก็คิดไม่ออกว่าจะสามารถชนะใจนางได้อย่างไร
นางลุกขึ้นและเดินไปอย่างรวดเร็ว แต่ไท่เฮากลับจับมือนางไว้และทำให้นางเข้ามาใกล้มากขึ้น
เป็ครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิดขนาดนี้ ไท่เฮา้าบอกอะไรกับนางอย่างนั้นหรือ?
หัวใจของมู่หรงหว่านหรูเต้นเร็วขึ้น มีความรู้สึกถึงลางร้ายอย่างมาก
“หว่านหรู ข้าชี้ทางสว่างให้เ้าอย่างหนึ่ง ดีหรือไม่?” ไท่เฮาเสียงพูดเสียงเบาอย่างมาก ให้ความรู้สึกที่น่าขนลุกเป็พิเศษ
ทางสว่าง?
หรือว่าไท่เฮามีวิธีที่ดีในการจัดการกับหานอวิ๋นซีอย่างนั้นหรือ?
แม้ว่ามู่หรงหว่านหรูจะประหม่า แต่ก็กลับมีความสุขเล็กน้อยเช่นกันและตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า “หว่านหรูโง่เง่า โปรดไท่เฮาชี้แนะข้าด้วย”
มุมปากของไท่เฮายกสูงขึ้นและเสียงพูดก็เบาลงยิ่งไปอีก นางพูดว่า “หว่านหรู เ้าว่าถ้าอี้ไท่เฟย...ตายด้วยน้ำมือของหานอวิ๋นซี ฉินอ๋องจะไว้ชีวิตนางหรือไม่?”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา มู่หรงหว่านหรูก็ถอยห่างออกไปทันที ใบหน้าซีดลงในชั่วพริบตา นางยกมือปิดปากอย่างรวดเร็ว ด้วยกลัวว่าจะกรีดร้องออกมา แล้วทำให้คนรอบข้างใ
นางไม่เคยคิดว่าไท่เฮาจะตรงไปตรงมาถึงขนาด้าฆ่าอี้ไท่เฟย!
เมื่อเห็นท่าทางใของมู่หรงหว่านหรู ไท่เฮายกถ้วยชาขึ้นมาอย่างสงบ ค่อยๆ จิบเล็กน้อย “ทำไมล่ะ ทำให้เ้าใอย่างนั้นหรือ?”
มู่หรงหว่านหรูยอมรับว่านางใจริงๆ นางหักหลังอี้ไท่เฟยและร่วมมือกับไท่เฮา แต่นางไม่เคยคิดที่จะฆ่าอี้ไท่เฟยเลย อย่างไรก็ตาม นางถูกรับเลี้ยงโดยอี้ไท่เฟยั้แ่อายุหกขวบ หากไม่มีอี้ไท่เฟย นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้นางยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และถึงมีชีวิตอยู่จะอยู่ที่ไหน
นางมีความแค้นอย่างมากต่ออี้ไท่เฟย แต่คนที่นาง้าจะจัดการมากที่สุดก็คือหานอวิ๋นซี!
มู่หรงหว่านหรูจ้องมองไท่เฮาอย่างว่างเปล่า และไม่ได้ตอบเป็เวลานาน
ความไม่พอใจฉายชัดในดวงตาของไท่เฮา นางพูดเบาๆ ราวกับกำลังซุบซิบว่า “หากฉินอ๋องสามารถเอาตำแหน่งรองเ้ากรมข้าราชการพลเรือนไปได้ ข้าเองก็สามารถยึดตำแหน่งของผิงเป่ยโฮ่วกลับคืนมาได้เช่นกัน…”
เมื่อมาถึงคำพูดนี้ มู่หรงหว่านหรูก็ใจนขาทั้งสองข้างอ่อนแรง และคุกเข่าลง “ไท่เฮา ได้โปรดเมตตาด้วย! ได้โปรดเมตตาด้วยเพคะ!”
ไท่เฮาไม่สามารถหยุดฉินอ๋องจากการหางานให้จ่างซุนเช่อได้ แต่นางก็มีวิธีมากมายที่จะทำให้ฮ่องเต้ทำลายจวนผิงเป่ยโฮ่ว ยึดตัดตำแหน่งของผิงเป่ยโฮ่ว ยึดทรัพย์สินของครอบครัวและที่นา และกดดันจวนผิงเป่ยโฮ่วจนตาย!
ถึงเวลานั้น เพื่อนางแล้ว ฉินอ๋องจะแทรกแซงราชสำนักและปะทะกับฮ่องเต้อีกครั้งหรือไม่? มู่หรงหว่านหรูเองก็ไม่เชื่อว่าเขาจะทำ
ชะตากรรมของจวนผิงเป่ยโฮ่วคือโชคชะตาของนาง การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของเกียรติและความอับอายของผิงเป่ยโฮ่ว คือการเพิ่มขึ้นและลดลงเกียรติและความอับอายของนางเช่นกัน นางไม่สามารถแบกรับผลที่ตามมาได้!
“เ้าเป็เด็กฉลาด ข้าได้ชี้ทางให้เ้าแล้ว เ้าจะทำอย่างไร เ้ากลับไปคิดดูให้ดีก็แล้วกัน”
ไท่เฮาไม่เปิดโอกาสให้มู่หรงหว่านหรูได้พูดอะไรมากกว่านี้ นางโบกมือเป็สัญญาณให้มู่หรงหว่านหรูออกไป และถอนหายใจเบาๆ “เฮ้อ...เ้าจำไว้นะ ความอดทนของข้ามีจำกัด ข้าให้เวลาเ้าแค่สามเดือน ต้องสำเร็จเท่านั้น ห้ามล้มเหลวเด็ดขาด...”
มู่หรงหว่านหรูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเดินออกมาได้อย่างไร คำพูดของไท่เฮายังก้องอยู่ในหูของนาง “ข้าสามารถยึดตำแหน่งผิงเป่ยโฮ่วได้...ข้าสามารถยึดตำแหน่งผิงเป่ยโฮ่วได้...”
จนกระทั่งมาถึงประตูวัง ลมเย็นที่เข้ามาปะทะใบหน้าทำให้มู่หรงหว่านหรูได้สติกลับคืนมา นางรีบส่ายหัวทันทีที่ได้สติ ไม่ นางไม่ยอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน!
“ถ้าอี้ไท่เฟยตายด้วยน้ำมือของหานอวิ๋นซี...ถ้าอี้ไท่เฟยตายด้วยน้ำมือของหานอวิ๋นซีอย่างนั้นหรือ?”
นางพึมพำกับตัวเอง และทันใดนั้น นางก็พบว่าวิธีก่อนหน้าของนางนั้นต่ำเกินไปอย่างที่ไท่เฮาพูดจริงๆ มันเป็เพียงกลอุบายเล็กๆ เท่านั้น
การยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวของไท่เฮานี่สิถึงจะเรียกว่าวิธีการที่แท้จริง
ขิงแก่ย่อมเผ็ด[1]!
มู่หรงหว่านหรูยกยิ้มอย่างชั่วร้าย ในขณะนี้ นางลืมความใจดีของอี้ไท่เฟยไปทั้งหมดแล้ว นางมีเวลาเพียงสามเดือนเท่านั้น นี่เป็โอกาสที่จะตายและมีชีวิตอีกครั้ง นางไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองล้มเหลวอย่างแน่นอน!
ดูเหมือนว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นางต้องไปจวนฉินอ๋องบ่อยๆ เสียแล้วล่ะ
คนของมู่หรงหว่านหรูไม่ได้ทำอะไรเลย ทั้งยังมีกู้เป่ยเยวี่ยคอยรับผิดชอบอยู่ วันทั้งวันโรงหมอการกุศลจึงดำเนินไปอย่างราบรื่นมาก โชคดีที่อี๋เหนียงเจ็ดมองการณ์ไกล จำกัดจำนวนผู้ป่วยและปฏิเสธคิวที่มาหลัง มิฉะนั้นหานอวิ๋นซีและกู้เป่ยเยวี่ยคงได้ยุ่งจนถึงคืนพรุ่งนี้
โรงหมอการกุศลนี้ หากมีชื่อเสียงขึ้นมา หานอวิ๋นซีไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าครั้งนี้โรงหมอการกุศลประสบความสำเร็จ ชื่อเสียงของนางก็จะกระจายไปในวงการแพทย์หยุนคง ไปจนถึงถูกกล่าวถึงในชั้นเรียนของสำนักแพทย์หยุนคงเช่นกัน
หลังจากโรงหมอการกุศลปิด ก็มีคนนัดโรงหมอการกุศลในวันที่สิบห้าของเดือนหน้า และมีคนถามว่าโรงหมออีกสามแห่งจะมีการรักษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายด้วยหรือไม่ และจะเชิญหมอคนไหนไปหรือไม่
ในขณะที่หานอวิ๋นซีกำลังยุ่งอยู่กับการจัดข้าวของ นางก็หันหน้าไปมองที่กู้เป่ยเยวี่ยและถามเบาๆ ว่า “หมอหลวงกู้ จะมีครั้งต่อไปหรือไม่?”
กู้เป่ยเยวี่ยยิ้มโดยไม่พูดอะไร แต่หานอวิ๋นซีรู้ว่าต้องมีครั้งต่อไปอย่างแน่นอน ดังนั้นนางจึงยิ้มหวานให้กู้เป่ยเยวี่ย
เมื่อเห็นท่าทางที่มีความสุขของสตรีผู้นี้ กู้เป่ยเยวี่ยก็มีความสุขเช่นกัน อันที่จริง ไม่ใช่แค่ครั้งหน้าเท่านั้น แต่ครั้งหน้าหน้า ถ้าเป็ไปได้เขาหวังว่าจะสานต่อการทำแบบนี้กับหานอวิ๋นซีตลอดไป
“หวังเฟย คืนนี้ประกาศออกไปเลยก็ได้ว่า จากนี้ไปวันที่สิบห้าของทุกเดือน ข้าจะมาที่โรงหมอการกุศลกับท่านที่นี่”
“กู้เป่ยเยวี่ย เ้ากล้าหาญมากจริงๆ เ้าไม่กลัวหรือว่าเ้านายในวังจะสร้างปัญหาให้กับเ้า?” แน่นอนว่าหานอวิ๋นซีหวังให้เขากลับมาอีกครั้ง แต่ไม่อยากที่จะทำร้ายเขาเช่นกัน
“หวังเฟยวางใจได้ ข้ามีวิธีจัดการด้วยตนเอง”
รอยยิ้มของกู้เป่ยเยวี่ยที่อ่อนโยนมาก ทว่ากลับมีพลังที่ทำให้ผู้อื่นมีความมั่นใจ
นี่ถือได้ว่าเป็การตัดศีรษะก่อนทูลขอความเห็นจากฮ่องเต้[2] ประกาศออกไปให้คนทั้งเมืองรู้ก่อน เมื่อถึงเวลานั้น ไม่ว่าไท่เฮาหรือฮ่องเต้จะขัดขวางไม่ให้เขาดำเนินการต่อก็ไม่ใช่เื่ง่าย สำหรับการเข้าร่วมในโรงหมอการกุศล สิ่งที่เขาจะต้องเผชิญหลังจากกลับไปพระราชวังจะเป็อะไรนั้น เขายังไม่อยากที่จะคิดเกี่ยวกับมันตอนนี้
“เช่นนั้นครั้งหน้า เจอกันใหม่นะ!” หานอวิ๋นซีรู้สึกโล่งใจ
เสี่ยวอี้เอ๋อร์ที่ได้ยินเช่นนี้ คิดว่ากู้เป่ยเยวี่ยกำลังจะจากไป ดังนั้นเขาจึงวิ่งไปกอดกู้เป่ยเยวี่ย “พี่เป่ยเยวี่ย แม่ของข้าบอกว่าวันนี้ท่านทำงานหนักแล้วก็ได้ผลสำเร็จมากที่สุด ข้าอยากจะเชิญท่านไปทานอาหารที่บ้านข้า ห้ามไปไหนทั้งนั้นนะ!”
หานอวิ๋นซีเลิกคิ้วและมองไปที่เด็กน้อย แล้วถามอย่างจริงจังว่า “เรียกเขาว่าพี่เป่ยเยวี่ยั้แ่เมื่อไร ทำไมข้าถึงไม่รู้? เขามีความดีความชอบมากที่สุด แล้วข้าก็ไม่ได้บ้างหรือไร?”
เสี่ยวอี้เอ๋อร์ยังคงขี้อาย ใบหน้าแดงไปทั้งหน้า ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของกู้เป่ยเยวี่ย วันนี้เขาช่วยอยู่ข้างๆ พี่เป่ยเยวี่ย จึงพบว่าพี่เป่ยเยวี่ยเป็คนที่เข้าถึงได้ง่ายและอ่อนโยนที่สุดในโลก เขาหวังว่าพี่เป่ยเยวี่ยจะมาเป็พี่เขยของเขา แต่น่าเสียดายที่เขามีพี่เขยแล้ว
เขาไม่เคยพบพี่เขยของเขามาก่อน แต่เขาเคยได้ยินจากหลายๆ คนว่าพี่เขยของเขาเป็คนที่โดดเดี่ยวและโหดร้ายที่สุดในโลก
กู้เป่ยเยวี่ยยิ้มและไม่พูดอะไร เสี่ยวอี้เอ๋อร์โผล่ศีรษะออกมาอย่างระมัดระวังและพูดว่า “พี่หญิง ท่านแม่กลัวว่าพี่เป่ยเยวี่ยจะรังเกียจนาง ดังนั้นเลยขอให้ข้ามาเชิญเขา”
ประโยคนี้ทำให้หานอวิ๋นซีแกล้งเขาไม่ได้อีกต่อไป กู้เป่ยเยวี่ยหัวเราะเสียงดัง ดึงเสี่ยวอี้เอ๋อร์มาอยู่ข้างหน้า ลูบหัวเล็กๆ ของเขาและหยอกล้อว่า “ถ้าอย่างนั้นเ้าต้องไปถามพี่หญิงของเ้าแล้วล่ะ ว่านางเชิญหรือไม่เชิญ?”
เสี่ยวอี้เอ๋อร์จริงจังและหันศีรษะไปมองหานอวิ๋นซีทันที “พี่หญิงรีบเชิญพี่เป่ยเยวี่ยสิ ท่านแม่เตรียมอาหารอร่อยไว้มากมายเลยนะ!”
เด็กคนนี้ สรุปแล้วจะฉลาดหรือจะโง่กว่ากัน?
หานอวิ๋นซียิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “กู้เป่ยเยวี่ย เ้ารังเกียจหรือไม่?”
“เป็เกียรติของข้ายิ่งนัก” แน่นอนว่ากู้เป่ยเยวี่ยตอบตกลง
--------------------------------
[1] ขิงแก่ย่อมเผ็ด เปรียบเปรยผู้ใหญ่สูงอายุสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้รวดเร็วกว่าดีกว่า เนื่องจากสั่งสมประสบการณ์มามากแล้ว
[2] ตัดศีรษะก่อนทูลขอความเห็นจากฮ่องเต้ อุปมาถึง ทำลงไปโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตแล้วค่อยรายงานทีหลัง
