หวังจ้งจิ่งพูดคุยกับจูชิงอีกหลายเื่ แต่ทั้งหมดนั้นมีความหมายเดียวก็คือหวังว่าจูชิงจะไม่ยอมแพ้ เขามีพร์เหนือใคร ตราบใดที่ยังมุ่งมั่นไม่ย่อท้อขั้นบำเพ็ญเพียรจักต้องฟื้นกลับคืนมาได้อย่างแน่นอน
จูชิงซาบซึ้งในความห่วงใยของหวังจ้งจิ่ง แม้ว่าจะรู้จักหวังจ้งจิ่งได้ไม่นาน แต่ก็เห็นได้ชัดถึงความตั้งใจของอีกฝ่ายที่อยากช่วยเหลือเขา
ต้องใช้ค่าคุณูปการจำนวนไม่น้อยในการแลกเปลี่ยนวิชาขั้นบุษราระดับกลาง ฉะนั้นอย่าได้เอ่ยถึงวิชาทั้งเล่มเลย ค่าคุณูปการทั้งหมดนั้นเกือบเทียบเท่ากับหนึ่งวิชาขั้นบุษราระดับสูงแล้ว การที่หวังจ้งจิ่งยอมใช้ค่าคุณูการมากเพียงนั้นเพื่อจูชิง นั่นพอจะบ่งบอกได้ว่าเขามีน้ำใจมากขนาดไหน
จูชิงรับมาแค่โอสถลมปราณหนึ่งขวด ไม่ได้รับ《เคล็ดวิชาเพลิงผลาญ》
พอหวังจ้งจิ่งเห็นว่าจูชิงดื้อดึงไม่ยอมรับก็ถอนหายใจเล็กน้อย “ถ้าเ้ามีปัญหาระหว่างการบำเพ็ญเพียรมาหาข้าได้ทุกเมื่อ”
หวังจ้งจิ่งพูดแบบนั้นเท่ากับว่าเขาสนับสนุนจูชิงอย่างชัดเจน มีศิษย์อันดับพยัคฆ์คอยช่วยเหลือ เขาสามารถเดินไปไหนมาไหนได้ในหนึ่งร้อยแปดประตูโดยมิต้องกลัวว่าจะถูกใครวุ่นวาย ใครเล่าจะกล้าล่วงเกินศิษย์อันดับพยัคฆ์
จูชิงพยักหน้า “ขอบคุณศิษย์พี่หวังมาก!”
“ไม่เป็ไร ข้าทำเท่าที่ทำได้!” หวังจ้งจิ่งยิ้มบางๆ
หวังจ้งจิ่งจากไปไม่นานนักบรรดาศิษย์ประตูโลกันตร์ก็เดินเข้ามาพร้อมกับขนเครื่องมือต่างๆ มาสร้างบ้านให้กับจูชิงใหม่
อย่างไรเสียพวกเขาก็เป็จอมยุทธ์ขั้นหลอมกายา ความเร็วในการสร้างบ้านนั้นเร็วกว่าช่างธรรมดาทั่วไปหลายเท่าตัว เมื่ออาทิตย์ตกดิน บ้านที่ถูกจูชิงทำลายไม่เป็ชิ้นดีก็กลับคืนมาดั่งเดิม!
เหล่าศิษย์นอกสำนักมองจูชิง บ้างก็ชื่นชม บ้างก็ริษยา บ้างก็สมเพช บ้างก็เหยียดหยาม พวกเขาชื่นชมที่จูชิง่ชิงอันดับหนึ่งในการทดสอบศิษย์นอกสำนัก พวกเขาอิจฉาที่จูชิงได้รับความโปรดปรานจากศิษย์ในสำนัก พวกเขารู้สึกสงสารที่ขั้นบำเพ็ญเพียรของจูชิงถดถอย และพวกเขารู้สึกสมเพชที่ศิษย์ในสำนักต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
ทว่าสำหรับจูชิงแล้วสิ่งเ่าั้ล้วนไม่สำคัญ เพราะนั่นไม่ใช่เหตุผลที่เขาต้องล้มเลิกการเดินบนเส้นทางบำเพ็ญเพียร!
เขากลืนโอสถลมปราณลงไป ตัวยาค่อยๆ หลอมละลายออกฤทธิ์ทีละเล็กทีละน้อย ก่อนที่ลมปราณจักปรากฏในร่างกายของเขา!
ลมปราณบริสุทธิ์ผสานรวมเป็หนึ่งกับลมปราณัที่อยู่ในตันเถียนโดยที่ไม่จำเป็ต้องหล่อหลอมใดๆ แม้แต่นิด
“ไม่แปลกใจเลยทำไมจอมยุทธ์ส่วนใหญ่ถึงปรารถนาอยากได้ยาโอสถนี้นัก!” จูชิงพ่นลมหายใจออกมา
ในโอสถลมปราณขั้นที่หนึ่งหนึ่งเม็ดเปี่ยมล้นไปด้วยลมปราณมหาศาล สามารถช่วยให้บำเพ็ญเพียรติดต่อกันได้ยาวนานถึงหกวัน ยิ่งกินเข้าไปมากเท่าไหร่ก็ยิ่งฝึกฝนได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น
และที่สำคัญกว่านั้นก็คือลมปราณที่อยู่ในตัวยาโอสถไม่จำเป็ต้องหล่อหลอมก็สามารถผสานเป็หนึ่งเดียวกับร่างกายได้โดยตรง!
ถ้าคิดเช่นนั้นแล้วหินโลหิตของเขาก็นับว่าเป็ยาโอสถชนิดหนึ่ง ทว่ามันเหนือชั้นกว่าโอสถลมปราณไม่รู้กี่เท่าและยังสามารถให้ลมปราณกับเขาได้อย่างต่อเนื่อง
ในหนึ่งเดือนศิษย์นอกสำนักจะได้รับโอสถลมปราณสิบเม็ดเป็ทรัพยากรสำหรับการบำเพ็ญเพียร แต่จูชิงกลับกินโอสถลมปราณขั้นที่หนึ่งสิบเม็ดรวดในเวลาเพียงหนึ่งก้านธูปโดยที่ลมปราณัเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
หลังจากลมปราณของเขาผสานกับพลังของักลายเป็ลมปราณั จูชิงก็รู้ได้ทันทีว่าในภายภาคหน้าเขาจะต้องใช้ทรัพยากรมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่าหรืออาจจะมากกว่าสิบเท่าด้วยซ้ำ
แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ ยิ่งจ่ายมากเท่าไหร่ก็ยิ่งได้รับผลตอบแทนมากเท่านั้น แม้ว่าการบำเพ็ญเพียรจะยากลำบากแต่เขาก็เชื่อมั่นว่าไม่มีใครจะสามารถประมือกับเขาได้ในขั้นระดับพลังเดียวกัน!
เมื่อมาถึงยามราตรี จูชิงก็นั่งอยู่บนหลังคากลืนกินแสงจันทร์ เพราะมี《วิชาลับกลืนปราณ》 ถึงไม่มียาโอสถ ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรก็มิได้ลดน้อยลงแต่อย่างใด
ยิ่งจูชิงเชี่ยวชาญ《วิชาลับกลืนปราณ》มากเท่าไหร่ ความเร็วในการกลืนกินแสงจันทร์ก็ยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น อีกทั้งขอบเขตก็ยังขยายกว้างขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว
สองวันต่อมา แสงจันทร์ที่จูชิงกลืนกินก่อตัวเป็ลำแสงไหลเข้าไปในร่างกาย ลมปราณัที่อยู่ในร่างหนาแน่นยิ่งขึ้นเรื่อยๆ!
“วิ้ง!” เสียงัคำรณอีกครั้งหนึ่ง เืัอีกหนึ่งหยดปรากฏข้างในตันเทียน!
เืัสามหยด ขั้นหลอมกายาสามชั้นฟ้า สองวันที่ผ่านมาขั้นบำเพ็ญเพียรของจูชิงก้าวไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว!
หากศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนรู้เข้ามีหวังได้เอาหัวชนกำแพงทีละคนเป็แน่แท้ ความเร็วนี่มันเหนืุ์แล้ว!
สามวันต่อมาเืัเพิ่มจำนวนเป็สี่หยด กลายเป็ขั้นหลอมกายาสี่ชั้นฟ้า
ห้าวันต่อมามีเืัอีกหยดประจักษ์ในกายาของจูชิง สำเร็จเป็ขั้นหลอมกายาห้าชั้นฟ้า!
ครั้นหงเชียนว่านมาหาจูชิง พอเห็นว่าอีกฝ่ายเป็ขั้นหลอมกายาห้าชั้นฟ้า เขาทำหน้าเหมือนกับเห็นผี ไม่กี่วันก่อนเขาเป็แค่ขั้นหลอมกายาหนึ่งชั้นฟ้ามิใช่หรือ เหตุใดพริบตาเดียวถึงกลายเป็ขั้นหลอมกายาห้าชั้นฟ้าได้?
“เ้าบำเพ็ญเพียรอย่างไรกันแน่?” หงเชียนว่านเบิกตากว้าง
“ศิษย์พี่หวังให้ยาโอสถกับข้ามา พอกินยาโอสถเ่าั้ลมปราณของข้าก็เพิ่มสูงขึ้น ทั้งระหว่างนั้นข้าก็ไม่ได้เจอปัญหาคอขวดอะไร รู้ตัวอีกทีก็บำเพ็ญเพียรถึงขั้นหลอมกายาห้าชั้นฟ้าแล้ว” จูชิงกล่าว
“นั่นสินะ อย่างไรเสียเ้าก็เคยเป็จอมยุทธ์ขั้นหลอมกายาเจ็ดชั้นฟ้า แม้ว่าจะเกิดปัญหาในการบำเพ็ญเพียรทำให้ขั้นพลังถดถอย ทว่าขั้นพลังนั้นก็ยังคงอยู่ ตราบใดที่มีลมปราณเพียงพอย่อมพัฒนาต่อได้ไม่ยาก!” หงเชียนว่านพูด
เหลือเวลาอีกสามวันก็จะถึงวันประลองระหว่างสำนักแล้ว ศิษย์ประตูโลกันตร์มีการรวมตัวชุมนุมกัน หนึ่งในนั้นมีศิษย์ขั้นหลอมกายาเก้าชั้นฟ้าคนหนึ่งกระตือรือร้นหวังว่าจะได้เฉิดฉายในการประลองครั้งนี้
เพียงแค่เอาชนะศิษย์จากสำนักอื่นได้ก็เท่ากับสร้างคุณูปการอย่างมากให้กับขุนเขากระบี่เทียนหยวน สามารถเข้าร่วมเป็ศิษย์นอกสำนักได้อย่างไร้ข้อกังขา
“ศิษย์นอกสำนักยืมคัมภีร์จากหอคัมภีร์ได้หรือไม่?” จูชิงถาม
“จะว่าได้ก็ได้ แต่ศิษย์นอกก็คือศิษย์นอก คัมภีร์ที่ยืมได้นั้นมีจำกัด อีกทั้งยังต้องใช้ค่าคุณูปการ” หงเชียนว่านพยักหน้า
“พอดี่นี้ข้าว่างๆ ช่วยพาข้าไปหน่อยสิ!” จูชิงหัวเราะ
หงเชียนว่านกลอกตา คนเราเทียบกันไม่ได้จริงๆ เพลานี้ขุนเขากระบี่เทียนหยวนไม่ว่าจะเป็นอกหรือในสำนักต่างก็กำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวประลอง พวกเขาล้วนอยากยกระดับขั้นพลังให้เร็วที่สุดในสองสามวันนี้ ทว่าจูชิงกลับบอกกว่าตัวเองว่างมากเสียอย่างนั้น!
ทว่าความจริงแล้วจูชิงก็ไม่ได้โกหก เขาว่างมากจริงๆ แม้ว่าจะฝึกฝน《วิชาลับกลืนปราณ》สามารถกลืนกินปราณฟ้าดินได้อย่างมหาศาล แต่ก็ใช่ว่ามันไม่มีวันหมดเสียเมื่อไหร่ อีกอย่างเขาก็ไม่กล้าทำอะไรเอิกเกริกข้างนอก ไม่เช่นนั้นถ้าถูกจอมยุทธ์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนคนอื่นพบเข้าจักต้องเป็ปัญหาอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่แอบกลืนแสงจันทร์ในเวลากลางคืน ทำให้ไม่มีอะไรให้ทำใน่กลางวัน
ขุนเขากระบี่เทียนหยวนมีประตูชั้นนอกทั้งหมดหนึ่งร้อยแปดประตู แต่ละประตูจะมีหอคัมภีร์อยู่หนึ่งแห่ง ซึ่งหอคัมภีร์แต่ละแห่งมีจำนวนคัมภีร์ไม่ต่างกันมากเท่าไหร่นัก กระนั้นแล้วก็มีอย่างจำกัด เพราะคัมภีร์ส่วนใหญ่ถูกเก็บเอาไว้ในใจกลางขุนเขากระบี่เทียนหยวน!
“หนึ่งชั่วยามหนึ่งค่าคุณูปการ!” ศิษย์นอกสำนักลงทะเบียนเสร็จก็มอบป้ายไม้ให้กับจูชิง จากนั้นก็ไม่สนใจอะไรเขาอีกเลย
จูชิงเข้ามาแล้วก็อ้าปากค้างมองชั้นหนังสือที่อยู่ตรงหน้า ก่อนมาที่นี่หงเชียนว่านเล่าว่าหอคัมภีร์ของสำนักนอกค่อนข้างจะธรรมดา ตอนแรกเขาก็นึกว่ามีอยู่แค่ไม่กี่เล่ม แต่พอเห็นชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือมากมายแล้วถึงกับตกตะลึง อีกทั้งนี่เป็แค่ชั้นแรก ซึ่งหอคัมภีร์มีทั้งหมดเจ็ดชั้นเท่ากับว่ามีคัมภีร์รวมกันเป็ล้านเล่ม!
อย่างไรเสียขุนเขากระบี่เทียนหยวนก็เป็สำนักที่ดีที่สุดในทวีปเฉียนหยวน มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับหมื่นปี จำนวนคัมภีร์ที่มีในก็ย่อมมากเป็ธรรมดา!
เนื้อหาของหนังสือล้านเล่มครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง สิ่งที่คิดว่าไม่มีแต่ที่นี่กลับมี ไม่เว้นกระทั่งนิยายลามกที่โด่งดังของทวีป ดูจากร่องรอยก็พอจะจินตนาการได้ว่ามีคนอ่านไปแล้วกี่พันหมื่นครั้ง เดาว่าน่าจะเป็หนึ่งในประเภทของหนังสือที่คนนิยมอ่านกันมากที่สุดในหอคัมภีร์
“หน้าไม่อาย!” สตรีมัดผมหางม้าสวมชุดกระโปรงพับกลีบสีเขียวหยุดมองจูชิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าชั้นหนังสือลามก นางแสยะยิ้มประหลาดพลางแค่นเสียงหึอย่างไม่แยแส
จูชิงผงะไปครู่หนึ่ง เขาไม่คิดว่านอกจากเขาแล้วจะยังมีคนอื่นอยู่ในหอคัมภีร์ ทั้งอีกฝ่ายยังเห็นเขาในสภาพนั้น ถึงเพลานี้จะมีปากผุดออกมาทั่วร่างก็พูดไม่ออก
นางไม่สนใจจูชิงพลางเดินไปที่ชั้นหนังสือแถวหนึ่งแล้วหยิบหนังสือออกมานั่งลงเปิดอ่านบนพื้น!
จูชิงเหลือบมองด้วยหางตาแล้วพบว่าหนังสือที่นางกำลังอ่านอยู่นั้นก็คือ《คำอธิบายอักขระิญญารูปแบบใหม่》!
อักขระิญญาเป็หนึ่งในพลังลึกลับของทวีปเฉียนหยวน มีความข้องเกี่ยวกับเส้นทางแห่งยุทธ์ มีจอมยุทธ์จำนวนไม่น้อยหยั่งรู้วิชา วรยุทธ์ และวิชาลับที่แข็งแกร่งผ่านการศึกษาอักขระิญญา!
เพราะการมีอยู่ของอักขระิญญาทำให้เกิดเส้นทางยุทธ์อีกเส้นทางหนึ่งที่เรียกว่านักหลอมอักขระิญญา!
นักหลอมอักขระิญญานับว่าเป็จอมยุทธ์แต่เป็จอมยุทธ์ที่พิเศษกว่าจอมยุทธ์ทั่วไป เป็จอมยุทธ์ผู้เชี่ยวชาญอักขระิญญา!
จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นักหลอมอักขระิญญา ทว่านักหลอมอักขระิญญานั้นจักต้องเป็จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งอย่างไม่ต้องสงสัย!
การหลอมศัสตราวุธิญญานั้นจะขาดนักหลอมอักขระิญญามิได้ แม้กระทั่งการจะหลอมโอสถหรือยันต์ิญญาก็จะขาดนักหลอมอักขระิญญาไปไม่ได้เช่นกัน นักหลอมอักขระิญญาที่เก่งกาจหนึ่งคนเป็หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างพลานุภาพให้กับสำนัก!
ทว่าการเป็นักหลอมอักขระิญญานั้นแสนลำเข็ญยิ่งนัก ถึงขนาดที่ว่าสำนักบางสำนักยังสร้างนักหลอมอักขระิญญาไม่ได้ ดังนั้นจึงมีหลายสำนักที่ยอมจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อให้นักหลอมอักขระิญญาเข้ามาทำงานในสำนัก
ขุนเขากระบี่เทียนหยวนมีนักหลอมอักขระิญญาอยู่จำนวนไม่น้อย พวกเขาช่วยขุนเขากระบี่เทียนหยวนสร้างศัสตราวุธิญญา หลอมยาโอสถ เขียนค่ายกลอักขระิญญา!
“เ้าอยากเป็นักหลอมอักขระิญญารึ?” จูชิงหยิบหนังสือเกี่ยวกับอักขระิญญาขึ้นมาเล่มหนึ่ง เอนกายยืนพิงชั้นหนังสือพลันเอ่ยถาม
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเ้า?” เด็กสาวชำเลืองมองจูชิงครู่หนึ่งแล้วมุ่งความสนใจไปที่หนังสือที่อยู่ในมือของตัวเองคล้ายกับว่าไม่อยากเสียเวลาอันมีค่าไปกับจูชิง
จูชิงหัวเราะแก้เขินแล้ววางหนังสือในมือกลับบนชั้นวางก่อนที่จะหยิบเล่มใหม่ พลิกดูสองสามที จากนั้นก็เปลี่ยนเล่มใหม่กลับไปกลับมาหลายครั้ง
