พรึบ! ตุบ
“โอ๊ย! นะ นะ นี่มันเรือนของข้า? ข้าตายไปแล้วมิใช่หรือเหตุใดถึงได้...”
“คุณหนู ๆ ท่านฟื้นแล้วบ่าวดีใจเหลือเกินที่คุณหนูฟื้นขึ้นมา ฮึก ๆ ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกได้หรือไม่เ้าคะ” จิ่งฟางที่ไปนำยาจากห้องครัวเกือบทำถ้วยยาร่วง เมื่อเดินเข้ามาในเรือนของเ้านายและเห็นว่านางฟื้นจากอาการเจ็บป่วย
ไป๋เล่อฉิงเมื่อเห็นสาวใช้ที่จงรักภักดีต่อตนเองยังมีชีวิตอยู่ ก็น้ำตาไหลออกมาและกล่าวขอโทษกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้น “จะ จะ จิ่งฟางเ้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าขอโทษ ๆ ฮือ ๆ ๆ”
ยามนี้ไป๋เล่อฉิงกำลังคิดว่าตนเองได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง พอนึกขึ้นได้นางจึงเริ่มถามจิ่งฟางเพื่อความมั่นใจถึงสาเหตุที่นางต้องล้มป่วยทันที
“ฮึก จิ่งฟางเ้าบอกข้าทีที่ข้าต้องล้มหมอนนอนเสื่อเช่นนี้ เพราะข้าทำเื่โง่ ๆ ด้วยการไปยืนตากน้ำค้างรอเส้าเหยี่ยนเสียงในโคมไฟใช่ไหม”
“ใช่เ้าค่ะคุณหนู ท่านยืนตากน้ำค้างอยู่ครึ่งค่อนคืนทั้งที่อากาศเย็น แต่จนแล้วจนรอดคุณชายใหญ่เส้าก็ไม่มาตามที่นัดแนะกับท่านไว้ นี่จึงเป็สาเหตุที่คุณหนูมีไข้ขึ้นสูงนอนไม่ได้สติมาสองคืนสามวันแล้วเ้าค่ะ”
“ไอ้คนสารเลว! ข้าอุตส่าห์จริงใจทำทุกอย่างให้ไม่เคยขัด แต่สุดท้ายกลับทรยศหักหลังข้ากับคนที่ข้าเชื่อใจมากที่สุดได้อย่างไร”
จิ่งฟางรู้สึกแปลกใจที่เ้านายของตนกล่าววาจาไม่พอใจต่อบุรุษที่รักใคร่ ทั้งที่ผ่านมานางไม่เคยเห็นท่าทางเช่นนี้จากเ้านายมาก่อน แต่ด้วยความรักและห่วงใยไม่อยากให้เ้านายหลงเชื่อคำบุรุษจึงพูดเตือนสติขึ้นอีกครั้ง
“คุณหนูเ้าคะบ่าวมิได้คิดจะขัดขวางหรือไม่อยากให้ท่านมีความรัก แต่การกระทำของคุณชายใหญ่เส้าทำร้ายท่านมาหลายครั้งแล้ว นายท่านกับฮูหยินและพี่ชายพี่สาวของคุณหนู ทุกคนล้วนเป็ห่วงไม่อยากให้ท่านเสียใจ
จะเป็ไปได้หรือไม่เ้าคะหากคุณหนูจะฟังคำทัดทานจากทุกคน คุณหนูของบ่าวทั้งงดงามและจิตใจดีถึงเพียงนี้ บ่าวเชื่อว่าต้องมีบุรุษที่คู่ควรกับความรักของท่าน และบุรุษผู้นั้นก็จะรักและให้เกียรติคุณหนูเพียงผู้เดียว”
ไป๋เล่อฉิงมองไปที่จิ่งฟางที่น้ำตาคลอเพราะเป็ห่วงนางอย่างแท้จริง เมื่อนึกถึงเื่ราวในชาติก่อนนั่นยิ่งเป็การตอกย้ำไป๋เล่อฉิง ว่าคนอย่างเส้าเหยี่ยนเสียงไม่คู่ควรกับความรักของนาง คำตอบจากปากของไป๋เล่อฉิงทำเอาจิ่งฟางถึงกับยิ้มทั้งน้ำตา
“จิ่งฟางตอนที่ข้าหมดสติเพราะอาการป่วยนั้น ได้ฝันถึงเหตุการณ์บางอย่างและมันเหมือนจริงมาก แม้แต่ยามตื่นลืมตาขึ้นมาก็ยังรู้สึกถึงความเ็ปเ่าั้ได้ดี
ข้าขอโทษที่ไม่ฟังคำเตือนของเ้า แต่ก็ขอบคุณคำเตือนของเ้าอีกเช่นกันที่ทำให้ข้าได้สติ ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปข้าไป๋เล่อฉิงจะไม่รักบุรุษที่ชื่อว่าเส้าเหยี่ยนเสียงอีกแล้ว ใครอยากได้ก็เอาไปส่วนข้าจะตามหาคนที่รักและจริงใจ และยินดีมีเพียงข้าผู้เดียวที่อยู่เคียงข้างไปตลอดชีวิต”
“คุณหนูพูดจริงหรือเ้าคะ! บ่าวดีใจเหลือเกินที่ได้ยินคุณหนูพูดเช่นนี้ แต่คนสนิทของคุณชายใหญ่เส้ามาที่จวนเมื่อวาน ฝากความมาถึงคุณหนูว่าหากท่านไม่เป็อันใดแล้ว ให้ไปเยี่ยมคุณชายใหญ่เส้าที่ได้รับาเ็จนลุกไม่ขึ้นเ้าค่ะ”
เื่นี้สร้างความประหลาดใจให้กับไป๋เล่อฉิงไม่น้อย ‘ชาติที่แล้วมีแค่ข้าที่ล้มป่วยส่วนเส้าเหยี่ยนเสียงกลับพาหลัวอี้หรูไปล่องเรือมิใช่หรือ แต่เหตุใดในชาตินี้เขากลับได้รับาเ็ได้เล่า’
“าเ็หรือ? เกิดอะไรขึ้นเ้าพอจะรู้สาเหตุหรือไม่จิ่งฟาง”
“อืมม บ่าวได้ยินคนอื่น ๆ พูดต่อ ๆ กันว่าคุณชายใหญ่เส้ามีเื่ทะเลาะกับบุรุษในร้านน้ำชา ที่เข้ามาหยอกเย้าคุณหนูหลัวจึงได้ชกต่อยกัน แต่คนของอีกฝ่ายมีมากกว่าคนที่เจ็บหนักจึงเป็คุณชายใหญ่เส้าเ้าค่ะ”
“หึ สมควรโดนแล้ว จิ่งฟางหากมีคนของจวนเส้ามาอีกให้บ่าวไพร่ไล่กลับไปให้หมด ข้าจะไม่ไปเหยียบจวนตระกูลเส้าอีกแล้ว ทุกอย่างที่ข้าเคยทำก่อนหน้านี้ก็ปล่อยให้เป็แค่เื่ของอดีตเถิด” ไป๋เล่อฉิงออกคำสั่งกับจิ่งฟางด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดขัดกับภาพลักษณ์คุณหนูผู้ใจดีคนเดิมอย่างสิ้นเชิง
จิ่งฟางได้ฟังคำสั่งของเ้านายนางยิ้มรับอย่างมุ่งมั่น เพราะแววตาของเ้านายเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
“บ่าวทราบแล้วเ้าค่ะ แต่ตอนนี้คุณหนูควรดื่มยาก่อนนะเ้าคะ จะได้หายป่วยไว ๆ เพราะอีกไม่กี่วันคุณชายรองจะต้องเดินทางกลับชายแดนแล้ว คุณหนูไม่อยากออกไปส่งคุณชายรองหรือเ้าคะ”
“จริงด้วยข้าลืมเื่พี่รองจะกลับชายแดนไปเสียสนิท ขอบใจนะจิ่งฟางที่ช่วยเตือนเื่นี้กับข้าอีกครั้ง หลังดื่มยาข้าขอนอนพักอีกหน่อยพอตื่นอีกทีคงดีขึ้นแล้วล่ะ”
“นี่เ้าค่ะ ยายังอุ่นอยู่คุณหนูรีบดื่มเถิด ประเดี๋ยวบ่าวไปรายงานฮูหยินให้ทราบว่าคุณหนูได้สติแล้ว และจะไปดูสำรับอาหารมื้อเย็นให้ด้วยเ้าค่ะ”
“อืม เ้าไปเถิดฝากบอกท่านแม่ด้วยว่าพรุ่งนี้ข้าจะไปรับสำรับเช้ากับทุกคน”
“เ้าค่ะคุณหนู”
จิ่งฟางคอยดูแลไป๋เล่อฉิงดื่มยาจนล้มตัวลงนอนอีกครั้ง เมื่อแน่ใจแล้วว่าทุกอย่างเรียบร้อยจึงออกจากเรือนเยว่กวงของไป๋เล่อฉิง เพื่อไปรายงานฮูหยินเกี่ยวกับอาการของบุตรสาวคนเล็กของตระกูล
ส่วนเ้าของเรือนเยว่กวงที่บอกสาวใช้ว่าจะนอนพักผ่อน กลับนอนไม่หลับเนื่องจากไป๋เล่อฉิงกำลังนึกถึงเสียงของบุรุษผู้หนึ่ง ที่เรียกชื่อของนางก่อนลมหายใจสุดท้ายจะถูกความตายพรากไป
น้ำเสียงที่ะโเรียกชื่อของนางออกมาบ่งบอกว่าเขากำลังเ็ป และเสียใจเมื่อเห็นนางตกตายไปต่อหน้าต่อตาเช่นนั้น ไป๋เล่อฉิงได้แต่นึกเสียดายที่นางไม่ทันเห็นใบหน้าของเขาก็หมดลมหายใจไปเสียก่อน
“ใครกันที่บุกเข้าไปในเรือนท้ายจวนนั่น ‘ฉิงเอ๋อร์’ งั้นหรือ ข้าจะต้องรู้ให้ได้ว่าเ้าของเสียงคือใคร แต่ตอนนี้รักษาตัวเองให้หายก่อนก็แล้วกัน”
ในเมื่อยังคิดไม่ออกว่าเ้าของน้ำเสียงนั่นคือใคร ไป๋เล่อฉิงจากที่นอนไม่หลับก็ต้องหลับเพราะฤทธิ์ยาที่ดื่ม ด้วยร่างกายที่เพิ่งจะฟื้นตัวจากอาการป่วยซึ่งมีสาเหตุมาจากบุรุษที่นางเคยวิ่งตามด้วยความรัก
ทั้ง ๆ ที่ได้ตายไปแล้วแต่กลับมีโอกาสได้กลับมาแก้ไขการตัดสินใจที่ผิดพลาด แน่นอนว่าไป๋เล่อฉิงย่อมตัดทุกอย่างเกี่ยวกับเส้าเหยี่ยนเสียงออกจากชีวิต และนางยังทำตามคำมั่นสัญญาที่เอ่ยออกมาให้คนทั้งเมืองหลวงได้เป็พยานอีกด้วย
