“เอ๊ะ?”
หลี่หลางเฟิงที่หันหลังให้เนี่ยเทียนส่ายหัวเบาๆ ััได้ถึงความเคลื่อนไหวของเขาในทันที
“พวกไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำอีกแล้ว”
ในสายตาของหลี่หลางเฟิง การกระทำของเนี่ยเทียนถือว่าไม่มีความหมายแม้แต่นิด และไม่ชาญฉลาดเอาเสียเลย
“เคร้งๆๆ!”
แสงสีเขียวรุบรู่หลายเส้นคล้ายใบมีดกำลังฟาดฟันลงไปบนก้อนหินหนาแน่นของสือชิง
ชั้นหินที่เกิดจากการรวมตัวกันของเกราะวิเศษสือชิงสามารถต้านทานการโจมตีจากพลังภายนอกได้ซะเป็ส่วนมาก หากแตกออกเมื่อใด พลังิญญาที่แฝงไว้ด้วยพิษร้ายของหลี่หลางเฟิงก็จะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของสือชิงทันที
ขอแค่เืเนื้อของสือชิงถูกกัดกร่อน อวัยวะตันห้าอวัยวะกลวงหกของเขาก็จะเริ่มเน่าเปื่อยไปทีละนิด
ถึงเวลานั้นไม่ต้องให้หลี่หลางเฟิงลงมือทำอะไรมาก วิชายาพิษที่เขาฝึกฝนก็จะคร่าชีวิตของสือชิงไปเอง
นับั้แ่ที่สือชิงเอาเกราะวิเศษมาใช้กลายร่างเป็หิน หลี่หลางเฟิงก็รู้แล้วว่าสือชิงต้องตายแน่นอน
ที่เขาต้องทำก็คือค่อยๆ ตีให้ชั้นหินเ่าั้แตกไปช้าๆ
เขาไม่เห็นการจู่โจมของเนี่ยเทียนอยู่ในสายตาแม้แต่นิด ไม่คิดว่าลำพังเพียงแค่เด็กที่มีตบะกลาง์่ต้นจะสร้างภัยคุกคามให้เขาได้อย่างแท้จริง
“กรุ๊งกริ๊ง!”
เขาสั่นกระดิ่งที่อยู่ในมือเบาๆ
อากาศที่อยู่ในหุบเขาก็พลันกระเพื่อมขึ้นเป็ชั้นๆ เพราะเสียงกระดิ่งนั้น
คลื่นกระเพื่อมของอากาศพุ่งเข้าปะทะร่างของเนี่ยเทียน แทรกซอนเข้าไปในสนามแม่เหล็กของเขาอย่างรวดเร็ว
ในคลื่นเ่าั้มีกระแสจิตของหลี่หลางเฟิงนาบประทับอยู่ วินาทีที่กระแสจิตหลายกลุ่มเข้าไปอยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งแหยิงจึงถูกบิดเบือนทันที
หลี่หลางเฟิงขมวดคิ้วฉับ
เขาััได้อย่างชัดเจนว่าพอกระแสจิตของเขาเข้าไปใกล้เนี่ยเทียนก็ถูกพลังงานมากมายหลายธาตุรัดพันแล้วก่อกวนให้ค่อยๆ สลายตัวออกจากกัน
กระแสจิตที่ถูกรวบรวมขึ้นมาถูกแยกตัวให้กลายเป็เส้นบางๆ เหมือนเส้นไหมใน่เวลาเพียงสั้นๆ
เมื่อใดที่พลังจิตของเขาซึ่งอยู่รอบกายเนี่ยเทียนพยายามจะเข้าไปหาเนี่ยเทียนที่อยู่ตรงกลางก็จะต้องเปลี่ยนมาเป็ยุ่งเหยิงไร้ระเบียบ การเชื่อมโยงทางจิติญญาของเขาก็ถูกตัดขาดไปอย่างกะทันหันด้วย
ดวงตาของเขาพลันฉายแววแปลกใจ
“แค่กๆ!”
การเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดของกระแสจิตทำให้เขาไออย่างรุนแรงอีกครั้ง ใบหน้าของเขาที่เดิมทีก็ซีดขาวอยู่แล้วยิ่งเปลี่ยนมาเป็ขาวเผือดไร้สีเื
ปราณแห่งความเย็นเยียบ น่าสะพรึงกลัวคละเคล้าไปด้วยไอสังหารและความเคียดแค้นเข้มข้นะเิออกกลางใจของเขา
“อู้!”
กะโหลกศีรษะของสัตว์วิเศษสีขาวซีดบินพรวดออกมาจากในแหวนเก็บของของเขาแล้วเข้าไปอยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่เนี่ยเทียนสร้างขึ้นทันที
กะโหลกสัตว์วิเศษสีขาวซีดมีแสงสีเขียวรุบรู่เปล่งวาบออกมาจากในดวงตากลวงโบ๋
ปราณแห่งความมืดทะมึน เย็นเยียบ และจิตสังหารถูกปลดปล่อยออกมาจากในกะโหลกสัตว์วิเศษขนาดใหญ่ั์ จากนั้นกะโหลกสัตว์วิเศษก็ขยับหมุนเบาๆ และใช้ดวงตาเขียวเป็มันขลับเล็งมาทางเนี่ยเทียนช้าๆ
แสงสีเขียวในดวงตาของสัตว์ตอนแรกยังมืดสลัวรุบรู่ แต่ไม่นานก็เปลี่ยนมาเป็สว่างเจิดจ้า
“เปรี๊ยะๆ!”
สายฟ้าสีเขียวบินออกมาจากในหัวกะโหลกและปะทะเข้ากับพลังงานต่างๆ ในสนามแม่เหล็กอย่างต่อเนื่อง
ตอนที่ดวงตาสัตว์นั้นมองมายังเนี่ยเทียน ลูกตาสีเขียวรุบรู่ของมันก็ค่อยๆ มีเรือนกายที่พร่าเลือนของหลี่หลางเฟิงปรากฏขึ้น
เงาร่างของหลี่หลางเฟิงสองร่างปรากฏอยู่ในลูกตาของสัตว์แล้วมองมาที่พลังงานในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงด้วยสายตาเ็า
“ตูม! ตูม!”
เนี่ยเทียนที่ถูกดวงตาของสัตว์จับจ้อง มหาสมุทรจิติญญาจึงพลันกระเพื่อมไหว พลังจิตที่รวบรวมขึ้นก็ทยอยกันแตกออก
ความรู้สึกเ็ปร้าวลึกถึงกระดูกส่งตรงมาจากสมองของเขา เนี่ยเทียนที่ถูกความเ็ปมหาศาลนั้นโจมตีจึงร้องคำรามอย่างพลุ่งพล่าน
เืเป็เส้นๆ ไหลรินออกมาตรงมุมหัวตาและรูหูของเนี่ยเทียน ทำให้เนี่ยเทียนในเวลานี้ดูดุร้ายน่าหวาดกลัวอย่างยิ่งยวด
“ข้าบอกว่าให้เ้ารออยู่เฉยๆ อย่าหาเื่เดือดร้อนใส่ตัว” เสียงของหลี่หลางเฟิงดังออกมาจากเงาในดวงตาสัตว์ที่อยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง “ข้า้าเ้าตัวเป็ๆ แต่หากเ้ารนหาที่ตาย ข้าก็สามารถโจมตีให้เ้าเจ็บหนัก ให้เ้าต้องทนทุกข์ทรมานแสนสาหัสได้โดยที่ยังไม่ตาย”
เสียงของหลี่หลางเฟิงดังมาจากหัวกะโหลกของสัตว์วิเศษ ทว่าตัวจริงของเขากลับยังหันหลังให้เนี่ยเทียนและตั้งใจเล่นงานสือชิง
ทำสองอย่างในเวลาเดียวกัน ด้านหนึ่งใช้กะโหลกสัตว์วิเศษมาโจมตีเนี่ยเทียน อีกด้านหนึ่งใช้พลังของตัวเองไปทำลายชั้นหินป้องกันกายของสือชิง สำหรับเขาแล้วถือว่าเป็เื่ที่สบายมาก
ศีรษะเจ็บร้าวราวจะแตกออกเป็เสี่ยงๆ ทำให้เนี่ยเทียนแหงนหน้าแผดเสียงคำราม ใบหน้าไหลรินไปด้วยเืสดๆ สภาพไม่ต่างไปจากคนบ้า
ตอนนี้เขาไม่สามารถรวบรวมพลัง ไม่สามารถประคับประคองมหาสมุทรจิติญญาได้อีกแล้ว
เขาแค่พอจะรู้สึกได้ว่าหลังจากที่ดวงตาทั้งคู่ของกะโหลกสัตว์แปลงกายออกมาก็เยื้องกรายเข้ามาในมหาสมุทรจิติญญาของเขา
ดวงตาทั้งคู่นั้นฉีกกระชากพลังจิตในมหาสมุทรจิติญญาของเขาอย่างกำเริบเสิบสาน ทำให้เขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรงให้ตอบโต้
“เวทลับพลังจิต! เวทลับพลังจิตอีกแล้ว!” เนี่ยเทียนกู่ร้องอยู่ในใจ
เวลาที่ผู้ฝึกลมปราณระดับสูงจัดการกับคนที่มีระดับต่ำกว่า เวทลับทางพลังจิตที่ลึกลับมหัศจรรย์ถือเป็อาวุธสังหารชิ้นใหญ่ที่ไม่เคยมีครั้งใดที่ใช้ไม่ได้ผล
ขณะที่เขาคำรามและในใจก่อเกิดความคิดต่อต้านอย่างรุนแรงนั้น ปราณเย็นระรื่นระลอกหนึ่งที่สามารถกล่อมเกลาจิตใจให้สงบพลันปรากฏขึ้นในมหาสมุทรจิติญญาของเขา
สะเก็ดดาวเจ็ดดวงที่ลอยสูงอยู่เหนือมหาสมุทรจิติญญาส่องแสงพร่างพราว และเคลื่อนคล้อยไปอย่างช้าๆ ตามวิถีที่ถูกกำหนดมาโดยเฉพาะ
สะเก็ดดาวเจ็ดดวงย้ายมาลอยอยู่เหนือดวงตาทั้งสองข้างของสัตว์แล้วปกคลุมพวกมันเอาไว้คล้ายกลายมาเป็ค่ายกลลึกลับ
นาทีถัดมา ในสะเก็ดดาวเจ็ดดวงนั้นก็มีแสงดาวเจ็ดกลุ่มสาดลงมา
ราวกับดาวตกเจ็ดดวง
ดาวตกทั้งเจ็ดร่วงลงไปบนดวงตาสัตว์ทั้งสองข้างอย่างแม่นยำ
ดวงตาสัตว์สองข้างที่ปรากฏขึ้นในมหาสมุทรจิติญญาของเนี่ยเทียนอย่างพิลึกพิลั่นพลันกลายเป็เถ้าธุลีและหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
“อ๊าก!”
หลี่หลางเฟิงที่ตั้งใจรับมือกับสือชิงและหันหลังให้เนี่ยเทียนพลันส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ป
เนื่องจากพลังจิตของหลี่หลางเฟิงได้รับความเ็ป แสงสีเขียวหลายเส้นที่ฟาดฟันลงไปบนชั้นหินของสือชิงจึงกระจัดกระจายออกไปรอบด้าน มิอาจเล็งเป้าหมายได้อีก
แม้แต่แสงจากดวงตาทั้งสองของกะโหลกสัตว์ที่ถูกหลี่หลางเฟิงปล่อยไว้ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงก็ยังดับสนิท
เงาร่างของหลี่หลางเฟิงที่เดิมทีปรากฏอยู่ในดวงตาสัตว์ก็สลายไปทันใด
“เ้า เ้า?!”
หลี่หลางเฟิงที่หันหลังให้เนี่ยเทียนเอาแต่มุ่งมั่นจัดการกับสือชิงพลันหันขวับกลับมา
ทั่วร่างของหลี่หลางเฟิงโชกไปด้วยเื าแยังมีแสงสีเขียวคล้ายงูเลื้อยขยุกขยิกเบาๆ ซึ่งเดิมทีก็น่ากลัวราวผีร้ายอยู่แล้ว
มาบัดนี้ดวงตาทั้งคู่ของเขาที่มองมายังเนี่ยเทียนก็ยิ่งเต็มไปด้วยความอำมหิตและบ้าคลั่ง ไม่ต่างไปจากมารร้ายที่หลุดออกมาจากนรกโลกันตร์และหมายจะฉีกทึ้งทุกชีวิตให้ดับสูญ
“ในมหาสมุทรจิติญญาของเ้ามีอะไรอยู่?” เขาถลึงตาใส่เนี่ยเทียนอย่างดุดัน
เขาอาศัยเวทลับทางพลังจิตชนิดหนึ่งปล่อยกระแสจิตสองกลุ่มแทรกซอนเข้าไปในมหาสมุทรจิติญญาของเนี่ยเทียน และก็เห็นแค่เพียงมหาสมุทรจิติญญาของเนี่ยเทียนเท่านั้น ไม่ได้เห็นสะเก็ดดาวเจ็ดดวงที่ลอยอยู่เหนือมหาสมุทรจิติญญา
ก่อนที่สะเก็ดดาวเจ็ดดวงจะแผลงฤทธิ์ เขาััไม่ได้ถึงอะไรสักอย่าง รอจนเขาตระหนักได้ว่าท่าไม่ดี พลังจิตสองกลุ่มนั้นของเขาก็หายวับไปแล้ว
เขาที่มีตบะต้น์่ท้ายยังไม่ข้ามไปถึงเขตสามัญ มหาสมุทรจิติญญาจึงยังไม่แปรสภาพและไม่สามารถสร้างพลังจิติญญาขึ้นมาได้
ด้วยเหตุนี้ที่เขาใช้ได้จึงมีเพียงพลังจิตเท่านั้น
พลังจิตของเขาััไม่ได้ถึงสะเก็ดดาวเจ็ดดวง เพราะพลังในสะเก็ดดาวเจ็ดดวงคือพลังจิติญญาที่อยู่สูงกว่าพลังจิตหนึ่งระดับ
จนกระทั่งพลังจิติญญาที่อยู่ในรูปแบบของดาวตกเจ็ดดวงร่วงหล่นลงมาและลบล้างพลังจิตของเขาที่นาบประทับไว้ในดวงตาของสัตว์ เขาก็ยังคงไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้น
แต่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจก็คือ มหาสมุทรจิติญญาของเนี่ยเทียนไม่เหมือนคนทั่วไป มันมีวัตถุประหลาดที่สามารถดับทำลายตราประทับทางพลังจิตของเขาได้!
“ไอ้ตัวดี!”
หลี่หลางเฟิงแสยะปากคล้ายกำลังหัวเราะ แต่กลับไม่มีเสียงเล็ดรอดออกมา
“อู้!”
หัวกะโหลกสัตว์วิเศษหัวนั้นพลันบินจากสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงของเนี่ยเทียนกลับมาอยู่ในมืออีกข้างหนึ่งของเขา
มือข้างหนึ่งของเขาถือกระดิ่ง อีกข้างหนึ่งถือกะโหลกสัตว์ แล้วอยู่ๆ แสงสีเขียวมากมายที่เลื้อยคืบคลานอยู่ในาแของเขาอย่างต่อเนื่องก็บินเข้าไปอยู่ในกะโหลกสัตว์
กะโหลกสัตว์นั้นเดิมทีเป็สีขาวซีด มีแค่กระดูก ไม่มีเืเนื้อแม้แต่นิดเดียว
ทว่าบัดนี้เมื่อแสงสีเขียวมากมายแทรกซอนเข้าไปก็มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่ากะโหลกสัตว์นั้นมีเืเนื้อและเส้นเอ็นเล็กๆ เกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
กลิ่นคาวเืเข้มข้นลอยอบอวลออกมาจากในกะโหลกสัตว์นั้น อยู่ห่างกันหลายสิบเมตรก็ยังทำให้เนี่ยเทียนที่ใช้ทิพย์จักษุจับตามองรู้สึกอกสั่นขวัญผวาได้
หลังจากที่แสงสีเขียวไหลรินเข้าไปในกะโหลกสัตว์ มันก็เปลี่ยนให้สิ่งที่ตายแล้วกลายมาเป็สิ่งที่มีชีวิต!
ดวงตาบนกะโหลกที่เดิมทีมืดมิดไร้แสงก็เปลี่ยนมาเป็สีเขียวขลับน่าสยดสยอง ิญญาสองดวงของหลี่หลางเฟิงปรากฏขึ้นมาในดวงตาสัตว์นั่นอีกครั้ง
มือข้างที่ถือกะโหลกสัตว์ของเขาสาดประกายแสงสีเขียวเรืองรอง จากนั้นเขาก็ขว้างมันลงไปบนชั้นหินที่ปกป้องสือชิง
“ตูม!”
ชั้นหินคุ้มกันกายสือชิงที่หนาแน่นราวหินเหล็กแตกออกเป็ก้อนใหญ่ตามเสียงที่ดังขึ้น
หลังจากที่ถูกกะโหลกสัตว์นั้นกระแทกลงไป ร่างของสือชิงที่มีชั้นหินขนาดั์ติดมาด้วยก็ลอยกระเด็นกระดอนออกมา
ตอนที่ร่วงลงพื้น ั์ตาของสือชิงที่อยู่ในหินมืดสลัวไร้ชีวิตชีวา เืเป็ลิ่มๆ ไหลรินออกมาตามซอกหิน
มองปราดๆ ก็ราวกับว่าหินพวกนั้นมีเืไหล และยังมีเืหลายกลุ่มที่ไหลผ่านก้อนหินลงไปนองบนพื้นดิน
“ข้าสังหารเ้าไม่ได้ รอข้าจัดการกับสือชิงเสร็จแล้วจะมาเล่นกับเ้าช้าๆ” หลี่หลางเฟิงขึงตาใส่เนี่ยเทียน หลังจากรู้ว่ามหาสมุทรจิติญญาของเขาผิดปกติ จึงไม่ใช้เวทลับพลังจิตมาจัดการกับเขาอีก แต่จะสังหารสือชิงก่อน แล้วค่อยใช้วิธีอื่นมาสืบหาความผิดปกติบนร่างของเขา
“ฟู่วๆ!”
ทว่าตอนนี้เอง อยู่ๆ นอกหุบเขาก็มีรอยแยกห้วงมิติโผล่ขึ้นมา
รอยแยกห้วงมิติที่เดิมทีเคลื่อนที่อย่างเชื่องช้าพลันเปลี่ยนมาเป็รวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ เมื่อลอยเข้ามาในหุบเขา มันก็ตรงดิ่งเข้าหาหลี่หลางเฟิงทันที
เบื้องใต้รอยแยกห้วงมิติมากมายคือเผยฉีฉีที่ใบหน้าแดงปลั่งงดงามราวดอกท้อ
เนี่ยเทียนหันกลับไปมองก็รู้ว่าที่แก้มทั้งสองของเผยฉีฉีแดงก่ำผิดจากในเวลาปกติก็เพราะกระตุ้นใช้พลังิญญามากเกินไป จึงทำให้เืลมของนางไม่มั่นคง
“ฟั่บ!”
รอยแยกห้วงมิติที่แคบยาวเส้นหนึ่งคล้ายใบมีดวาววับฟาดฟันเข้าไปที่หลี่หลางเฟิงนำไปก่อน
“ฟิ้วๆๆ!”
จากนั้นกระบี่ไร้รอยก็เผยกายขึ้นกลางอากาศ เมื่ออยู่ภายใต้การปกป้องจากรอยแยกห้วงมิติจึงมาปรากฏพรวดอยู่ตรงหน้าอกของหลี่หลางเฟิง
และตามมาด้วยมีดแสงจำนวนมากคล้ายฝูงปลาที่แหวกว่ายอยู่กลางอากาศซึ่งกระโจนเข้าใส่หลี่หลางเฟิง
เผยฉีฉีลงมืออย่างเต็มกำลังแล้ว!
“คุณหนูเผย!”
สือชิงที่เห็นนางย้อนกลับมาพลันตัวสั่นเยือกคล้ายเข้าใจอะไรบางอย่าง
สือชิงที่ถูกชั้นหินห่อหุ้มเรือนกายไว้ตลอดเวลา เมื่อมองเห็นว่าเวทลับห้วงมิติมากมายถูกนำมาใช้กับหลี่หลางเฟิง เขาก็คล้ายััได้ถึงเสี้ยวโอกาสอันดี
“ตูม!”
ชั้นหินะเิออก เศษหินจำนวนมากปลิวว่อนไปทั่วทิศ
สือชิงสลายสภาพร่างจำแลงหินของตัวเองทันที เขาคำรามเดือดดาล ร่ายคาถาวิเศษกระตุ้นสนามแรงโน้มถ่วงอีกครั้งจนพื้นดินกระเพื่อมเป็ลูกคลื่น
-----
