หยางเฉินโอบกอดร่างกายอันอวบอิ่มของถังหว่านเอาไว้ แรงกระตุ้นอันลึกลับทำให้เขารู้สึกไม่อาจจะห้ามใจไม่ััร่างกายของเธอได้ ยิ่งถังหว่านส่ายตัวไปมาก็ยิ่งทำให้ส่วนนั้นของเขาพองนูนขึ้นมาอย่างชัดเจน
หยางเฉินคิดว่าเสื้อผ้าเหล่านี้กำลังขวางกั้นความสุขที่เขาควรจะได้รับมากจนเกินไป บางครั้งเขาก็คิดจะกระชากมันออกเป็ชิ้นๆ
ถังหว่านรู้สึกว่า่ล่างของเธอกำลังเปียกชื้นจากััของหยางเฉิน ยิ่งเขาขยับมือไปตามร่างกายเธอมากเท่าไร ใจของเธอก็ยิ่งร้อนรุ่มมากขึ้นเท่านั้น
บางทีมันอาจเกิดจากที่เธอนั้นรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวมากกว่าสามสิบปี การมีผู้ชายอย่างหยางเฉินเข้ามาในชีวิตอย่างฉับพลันทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
แม้ในค่ำคืนนี้จะไม่มีใครอยู่ที่ชายหาด แต่ถังหว่านก็ยังคงกลัวว่าจะเกิดเื่ขึ้นหากพวกเขามาทำเื่อย่างว่ากันที่นี่ ถึงแม้ว่าเธอจะเป็ผู้หญิงที่เข้มแข็ง แต่เธอก็ไม่หาญกล้าหน้าหนาเท่าหยางเฉินจนถึงขนาดที่จะมาทำกันในที่โจ่งแจ้งนี้ได้
ถึงประสบการณ์วัยรุ่นของเธอจะไม่มาก แต่ถังหว่านก็เคยได้ยินว่าที่ที่คู่รักควรจะไปทำกันคือบนเตียงไม่ใช่ที่ชายหาด คงไม่มีผู้หญิงคนไหนจะกล้าพอจะทำเื่แบบนี้ในครั้งแรกของพวกเธอ
“หยาง... หยางเฉิน...” ถังหว่านรู้สึกเร่าร้อนขึ้นมาเรื่อยๆ กับรสจูบที่หยางเฉินมอบให้กับเธอ
แต่ในที่สุดเธอก็พยายามผละออกมาจากริมฝีปากของเขาอย่างยากลำบาก
“ฉันไม่อยากทำมันที่นี่...”
“คุณอยากทำที่ไหน” หยางเฉินกล่าวติดตลก
ถังหว่านมองไปยังอีกด้านของทะเลจงไห่ที่เป็เมืองส่องแสงไฟเรืองรองอยู่
“ไปที่โรงแรมเมเปิ้ลของฉัน แม่ของฉันซื้อมันไว้เพื่อเอาไว้ดูวิวทะเลของเมืองนี้”
หยางเฉินค่อนข้างตะลึงกับคำพูดของเธอ ตกลงแล้วครอบครัวของเธอมีทรัพย์สินมากมายเท่าไหร่กันแน่?
หยางเฉินหัวเราะออกมา “ผมไม่มีเงินจ่ายค่าห้องนะครับ”
ในขณะที่หยางเฉินพูด มือถือของถังหว่านก็ดังออกมาในตอนที่ทั้งสองกำลังเดินไปที่โรงแรมริมทะเล!
ถังหว่านขมวดคิ้ว เธอดึงมือถือออกมาจากกระเป๋ากระโปรงของเธอพร้อมทั้งเงี่ยหูฟังเสียงจากปลายสายก่อนจะเงียบลงไป
“เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าครับ?” หยางเฉินถาม
ถังหว่านดึงมือของเธอออกจากหยางเฉิน “ขอโทษด้วยนะคะ ดูเหมือนว่าค่ำคืนนี้ของเราคงต้องยกเลิกไปก่อนเสียแล้ว”
“นั่น... คุณหมายความว่าไงกัน?” หยางเฉินรู้สึกเหมือนกับถูกดึงลงมาจาก์อันงดงามอย่างรวดเร็ว
ดูเหมือนว่าเธอจะเปลี่ยนใจกะทันหันไม่ไปกับเขาแล้ว?
ถังหว่านกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างไม่เต็มใจ “ลูกสาวของฉันส่งข้อความมาว่าหากฉันไม่กลับไปที่บ้านตอนนี้ เธอจะหนีออกจากบ้าน”
“หนีออกจากบ้าน?!” หยางเฉินไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “เธอเป็เด็กมีปัญหาหรือเปล่าครับ?”
ถังหว่านสั่นหัว “คุณไม่เข้าใจ ลูกสาวของฉันค่อนข้างจะห้าวมาั้แ่เด็ก ทำให้ฉันรู้สึกกังวลแม้ว่าเธอจะโตขึ้นเป็ผู้ใหญ่ก็ตามที ก่อนหน้านี้เธอก็เคยหนีออกจากบ้านครั้งหนึ่ง แต่ก็สามารถตามกลับมาได้อย่างปลอดภัยเพราะเธออยู่กับคนที่ไว้ใจได้ในตอนที่หนีออกไปข้างนอก ถึงพวกเพื่อนเธอจะคอยดูแลเอาใจใส่ก็ไม่อาจจะดูแลได้ตลอด มีบางครั้งที่เด็กๆ พวกนั้นคลาดสายตาทำให้เธอหายไปอีก ฉันไม่สามารถทนเห็นลูกสาวของฉันหายไปได้อีกครั้ง นั่นเป็การทำร้ายจิตใจเธอเกินไป”
“คุณอาจจะกลัวที่ลูกสาวหนีออกจากบ้าน แต่คิดดูสิ เธอก็น่าจะโตขึ้นแล้ว อีกอย่างคุณมาพูดตอนนี้ก็ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย...” หยางเฉินรู้สึกหดหู่
ถังหว่านป้องปากหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะมองหยางเฉิน “คุณไม่รู้เหรอว่าผู้หญิงเป็พวกละเอียดอ่อน ยิ่งมีลูกด้วยแล้วพวกเธอจะห่วงใยเด็กก่อนเสมอ ถึงแม้ว่าฉันจะชอบคุณหยาง แต่ถ้าหากเทียบกันกับลูกแล้ว คุณก็ยังห่างชั้นกับเธอมาก!”
ถังหว่านโบกมือลาหยางเฉินก่อนจะเดินออกไปจากชายหาด ไม่นานนักเธอก็นั่งรถแลนด์โรเวอร์ของเธอจากไป
หยางเฉินถอนหายใจด้วยความผิดหวัง บางครั้งเขาก็โกรธตัวเองที่ผิดหวังกับเื่นี้ ถังหว่านเป็แม่คนย่อมจะต้องห่วงลูกของตัวเองเป็ธรรมดา แต่ไม่นานนักโทรศัพท์ของหยางเฉินก็ดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงของถังหว่าน
“ครั้งนี้พวกเราไม่ได้ทำกัน ครั้งหน้าฉันจะชดใช้ให้คุณทั้งต้นและดอกนะคะ”
หยางเฉินเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ไหวพุ่งไปตามเธอกลับมา ยิ่งเขาได้ยินเื่ “ทั้งต้นและดอก” จากปากเธอ ก็ทำให้หยางเฉินมีความคิดชั่วร้ายขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ยังไม่ทันที่หยางเฉินจะปิดโทรศัพท์ เสียงริงโทนก็ดังขึ้นอีกครั้ง หยางเฉินมองโทรศัพท์ก่อนจะพบว่ามันเป็เบอร์ของหลิวิอวี้
“ที่รัก คิดถึงผมเร็วขนาดนั้นเลยเหรอครับ” หยางเฉินรับสาย
คำพูดของหลิวิอวี้ค่อนข้างจะเนิบช้า
“หยางเฉิน... นายว่างรึเปล่า”
“ตอนนี้ผมไม่ได้ทำอะไร ถ้าให้ผมเดา คุณน่าจะเมาอยู่ใช่มั้ย” หยางเฉินรู้สึกว่าหลิวิอวี้กินเหล้ามาก่อนที่จะโทรคุยกับเขา
“ฉันจำเป็ต้องดื่ม มันมีเื่เล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้น ฉันอยากให้นายมาช่วย...”
“คุณอยู่ที่ไหน? ผมจะไปหาคุณทันที” หยางเฉินพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในใจเขาคิดว่าหลิวิอวี้เป็คนที่จริงจังกับการทำงานมากจนเกินไป ถึงเธอจะเหมาะสมกับตำแหน่ง แต่บางครั้งเธอก็ดูจะไม่ค่อยระมัดระวังตัวเองเสียเลย
หลิวิอวี้บอกสถานที่แก่เขาอย่างรวดเร็ว หยางเฉินเค้นยิ้มออกมาเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าที่ที่หลิวิอวี้มาดื่มจะอยู่ใกล้กับชายหาดนี้เพียงไม่กี่กิโลเท่านั้น เขาจึงรีบขับรถไปหาเธอในทันที
หลังจากนั้นสิบนาที หยางเฉินก็มาถึงร้านบาร์ที่ชื่อ “The Red Danube” บริกรหนุ่มเปิดประตูให้เขาเข้าไป พร้อมกับกลิ่นเครื่องหอมที่อบอวลอยู่ภายในร้าน
หลังจากกวาดสายตาค้นหาหลิวิอวี้อยู่ไม่นาน หยางเฉินก็เห็นเธอนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง ขวดวิสกี้สามสี่ขวดวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะอาหารของเธอ
หยางเฉินเดินเข้าไปหาหลิวิอวี้อย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเอื้อมมือไปััใบหน้าของเธอ “คุณจะดื่มไปมากมายขนาดนี้เพื่ออะไรกัน?”
“ฉันแค่มาให้โบนัสแผนกประชาสัมพันธ์เล็กๆ น้อยๆ เอง” หลิวิอวี้ยิ้มพลางมองของเหลวสีอำพันในแก้ว
“ถ้าคุณ้า ให้ผมแบกคุณไปดีมั้ย?” หยางเฉินถาม เขาไม่ได้อยากบังคับเธอเพราะก่อนหน้านี้เขาก็รู้ว่าเธอเป็คนที่เมายาก แต่ในครั้งนี้เธอน่าจะเมาอยู่จริงๆ
หลิวิอวี้กะพริบตาน้อยๆ ของเธอ “นายรู้มั้ย... ก่อนหน้านี้ฉันไม่ซื้อไวน์กับเหล้าพวกนี้มา ความจริงเพื่อนๆ ฉันต่างบอกให้บริกรยกมันมาเพื่อที่จะได้ดื่มกัน ถึงฉันจะพาพวกเขามาเลี้ยงแต่ก็ไม่ได้คิดที่จะดื่มเหล้า เพราะว่ามันอาจจะทำให้ฉันเมาและอาจเกิดอะไรขึ้นต่อก็ไม่รู้ ยิ่งถ้ามีปัญหาขึ้นมาก็ไม่มีใครจัดการได้ เพราะงั้นฉันเลยอยากให้นายมาช่วยฉัน...”
หลิวิอวี้หลุบสายตาลงต่ำก่อนจะกลับมามองหยางเฉิน “ฉันไม่ได้เต็มใจทำเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ เมื่อเราพลาด เราจะพยายามทำให้มันดีกว่าเดิม จริงๆ คงมีหลายคนที่ผิดหวังที่จะต้องมานั่งกินเหล้ากับผู้หญิงวัย 30 กว่าๆ นั่นทำให้ฉันรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่ได้กลับไปเป็วัยรุ่นอีกครั้ง”
หยางเฉินยิ้มพลางมองหลิวิอวี้เธอไม่ได้คาดหวังที่จะกลับไปเป็สาวอีกครั้ง บางทีเธอแค่้าจะมีชายหนุ่มเป็คนรักเท่านั้น และเขาก็ดูเหมือนจะเป็วีรบุรุษที่มาช่วยสาวงามอยู่พอดิบพอดี
หากจะกล่าว หลิวิอวี้นั้นล่วงเลย่เวลาวัยรุ่นมาแล้ว เธอไม่ได้อายแบบที่พวกเด็กๆ ทำกัน หยางเฉินไม่คิดว่าเธอจะอายนักเวลาพวกเขาทำเื่อย่างว่ากัน...
“แล้วคุณจะทำยังไงถ้ามีคนมาคุกคามคุณ ตอนที่คุณเมาจนไม่รู้เื่ให้ผมต่อยพวกมันดีมั้ย?” หยางเฉินถามอย่างร่าเริง
หลิวิอวี้สั่นหัวเล็กน้อย “ไม่ต้อง ฉันมีแผนอื่นอยู่แล้ว”
“แผนอะไร?”
“นายมีเงินมั้ย?” หลิวิอวี้ถาม
หยางเฉินหยิบธนบัตรสีแดงออกจากกระเป๋าสตางค์ของเขามาหลายใบ “คุณไม่มีเงินเหรอ?”
หลิวิอวี้ยิ้มพลางลุกขึ้นมาคล้องแขนของหยางเฉิน ก่อนจะกระซิบเบาๆ ข้างหูเขา “ไม่ต้องจ่ายเงินค่าไวน์พวกนี้... เราหนีไปดีกว่า”
เมื่อฟังหลิวิอวี้ที่กำลังจะพาเื่ปวดหัวมาให้เขา หยางเฉินก็เค้นยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“ที่รัก คุณไม่ควรทำแบบนี้นะครับ มันเหมือนกับพวกเด็กนักเรียนที่ไม่มีเงินจ่ายค่าอาหารแล้วชักดาบเลยนะ”
“นายพูดถูก ถึงมันจะเป็เื่ผิดกฎหมายแต่ฉันก็จะทำมัน ฉันไม่ได้เป็คนซื้อมันมาเองสักหน่อย แล้วตกลงนายจะช่วยฉันมั้ย?” หลิวิอวี้ถามหยางเฉิน
หยางเฉินคิดว่าผู้หญิงในปัจจุบันนี้ค่อนข้างจะน่าสงสาร เธอมักจะรอคอยความรักที่ไม่สมหวังและสุดท้ายก็มานั่งดื่มเหล้าจนเมามาย บางครั้งพวกเธออาจจะ้าเติมเต็มความเหงาและความเปล่าเปลี่ยวจึงยอมเสี่ยงมานั่งดื่ม มันเป็วิธีการที่โง่และน่าเศร้าใจ
ถึงแม้ว่ามันจะเป็วิธีที่มีคนใช้มาก แต่ในขณะเดียวกันคนมากมายก็เสียอนาคตไปเพราะวิธีการเช่นนี้ และในคนเ่าั้ก็เป็ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยอีกด้วย
“อย่าปล่อยมือจากผมเด็ดขาด” หยางเฉินสั่งเธออย่างเผด็จการ
ในดวงตากลมของหลิวิอวี้ดูบริสุทธิ์เธอพยักหน้าให้เขาเบาๆ
หยางเฉินพาหลิวิอวี้เดินไปทางออกของร้านทันที บริกรที่อยู่ด้านหน้ารีบวิ่งเข้ามาขวางคนทั้งสองไม่ให้ออกไปจากร้าน
“ขอโทษด้วยครับคุณชาย เธอยังไม่ได้ชำระเงินค่าไวน์เลยครับ” บริกรกล่าวพร้อมกับยิ้มชั่วร้ายออกมา
หยางเฉินหันหน้าไปทางหลิวิอวี้เธอกำลังกุมมือของเขาแน่น นั่นทำให้หยางเฉินเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา
หยางเฉินเผยใบหน้าที่เป็มิตรพร้อมทั้งตบไหล่บริกร “น้องชาย น้ำมะนาวนั่นเป็ของร้านนี่เหรอ?”
บริกรชายมองหยางเฉินที่กำลังตบไหล่เขาอย่างงุนงง “มันไม่ใช่น้ำมะนาวนะครับ ได้โปรดอย่าทำให้เราต้องอับอายไปมากกว่านี้เลย”
“มันไม่ได้มีเื่อะไรให้น่าอายนี่ เดี๋ยวฉันจะช่วยให้นายรู้เองว่ามันเป็น้ำมะนาว”
หยางเฉินบีบมือของเขาเข้าไปที่ไหปลาร้าของอีกฝ่ายจนเสียงดังลั่น
“โอ้ย!!!” บริกรสูดลมหายใจเข้าไปด้วยความเ็ป เขารู้สึกว่าหัวไหล่ของเขาราวจะหลุดออกจากกัน
“ตามผมมาเร็ว!” หยางเฉินคว้าโอกาสที่มี จับมือหลิวิอวี้เดินออกมาที่ประตูหน้าร้าน
บริกรที่เหลือเห็นหยางเฉินกับหลิวิอวี้วิ่งออกไปจากร้านก็รีบตามพวกเขาไปทันที แต่ไม่ทันได้ออกจากประตู
พวกนั้นก็สะดุดล้มลงกองตรงหน้าประตูเนื่องจากประตูร้านนั้นเล็กเกินไปที่จะให้คนทั้งหมดผ่านออกมาในทีเดียวได้
คนทั้งหมดต่างส่งเสียงสาปแช่งหยางเฉินมาลิ่วๆ อยู่ด้านหลัง ขณะที่ทั้งสองวิ่งออกจากร้านข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่งแล้ว
หยางเฉินค่อนข้างจะคุ้นเคยกับเื่แบบนี้ ทำให้เขาสามารถจัดการมันได้อย่างง่ายดาย
ความสามารถของบริกรในร้านอาหารนั้นอ่อนจนเกินไป ทำให้เขาสามารถออกมาได้โดยไม่เปลืองแรงมากนัก
หยางเฉินดึงหลิวิอวี้ข้ามถนนก่อนที่จะหยุดฝีเท้าลง
“ที่รักอวี้เอ๋อ ประสบการณ์ชักดาบมื้ออาหารราคาเกินจริงครั้งนี้เป็อย่างไรบ้าง?”
หยางเฉินโอบรอบเอวของหลิวิอวี้ไว้เพื่อไม่ให้เธอล้ม เนื่องจากเธอหอบหายใจด้วยความเหนื่อย เขายิ้มขึ้นพร้อมกับถามเธอติดตลก
“นาย... นายอยากให้ฉันหอบจนตายใช่มั้ย” หลิวิอวี้เห็นใบหน้าของหยางเฉินมีรอยยิ้มขี้เล่น ทำให้เธอรู้สึกอายขึ้นมาก่อนจะหอบหายใจอีกครั้ง
“แค่ก แค่ก ฉันจะไม่กินอาหารที่แพงแบบนี้อีกแล้ว ยิ่งกินยิ่งเหนื่อยง่าย หัวใจฉันเต้นเร็วจนไม่รู้จะหยุดยังไงแล้ว”
หยางเฉินถอนหายใจ “ที่ผ่านมาคุณคงไม่ได้ออกกำลังกายั้แ่เด็กเลย ทำให้เวลาคุณกินอาหารเข้าไปแล้ววิ่งจะเกิดอาการจุกขึ้นมา หากคุณช้ากว่านี้พวกเราคงไปอยู่ที่สถานีตำรวจแล้วล่ะครับ”
“ฉันคิดวิธีอื่นไม่ออกจริงๆ” หลิวิอวี้พูดพลางมองไปรอบๆ จากนั้นก็พูดขึ้นอีกครั้งด้วยสีหน้าตื่นเต้นว่า
“หยางเฉิน ฉันคิดอะไรออกแล้ว”
