“ชื่อจิ๊ดริดค่ะ ชื่อจริงที่รัก” วรรณารีตอบด้วยน้ำเสียงที่เลื่อมใสมากขึ้น
หลวงพ่อพยักหน้าและยิ้มน้อย ๆ พลางพิศมองสองแม่ลูกอยู่นานก่อนเอ่ย “จิ๊ดริด...เหมือนที่ใช้เรียกช้างเด็ก ชื่อดีนะ สมตัว แม่หนูนี่เกิดมาเพื่อเป็แม่แปรก เป็ผู้นำช้างโขลง เกิดมาเพื่อเป็ผู้นำความสุขและความสบายมาให้กับสมาชิกในโขลง ไม่ต้องห่วงนะ ชีวิตของคุณโยมทุกคนจะยิ่งมีความสุขมากขึ้นเรื่อย ๆ ...”
คนเป็แม่ย่อมต้องยิ้มชื่นอย่างที่สุดอยู่แล้วเมื่อได้ยินพรอันวิเศษที่เกี่ยวกับลูก แต่แล้วรอยยิ้มของเธอก็เจื่อนลงเมื่อได้ยินคำพูดต่อไปของหลวงพ่อ
“...แล้วครอบครัวจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาในท้ายที่สุดนะ”
วรรณารีใบหน้าซีดเผือด มือทั้งสองข้างที่อุ้มลูกอยู่สั่นเทาขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ส่วนพระท่านได้หันไปสนทนากับยี่สุ่นต่อและไม่ได้พูดอะไรกับวรรณารีอีกจนกระทั่งทั้งสามคนกราบลา
วรรณารีที่เดินอุ้มที่รักตามหลังสายและยี่สุ่นมานั้นยังคงมีสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไร เธอมือสั่นระริกขึ้นมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงความเป็ไปได้ในเื่นี้
ยี่สุ่นที่พอจะรู้เื่ราวความเป็ไปของวรรณารีมาบ้างจึงพอจะเข้าใจความคิดของหญิงสาว เธอเอ่ยปลอบเสียงนุ่ม “ครอบครัวพร้อมหน้าต้องเป็ยายสาย แม่วรรณ และหลานจิ๊ดริดแน่ ๆ เลยว่าไหม”
วรรณารีมองและคิดตาม ไม่แน่...อาจจะหมายถึงแบบนั้นได้เหมือนกัน
“ไง...แม่หนู ชอบไหมที่พระท่านทักว่าเราเกิดมาเป็ดาวนำโชคน่ะ” ยี่สุ่นหันไปกระเซ้าเด็กหญิงที่นอนลืมตาแป๋วมองมายังเธอ
“แอะ...แอ...” เด็กหญิงส่งเสียงทักกลับพร้อมกับยิ้มตายิบหยี
“น่าเกลียดน่าชังจริงเชียว มิน่าเธอถึงติดหนึบไม่ยอมห่างแบบนี้” ยี่สุ่นหันมาคุยกับสาย
สายมองค้อน
“ให้ยายขอพรนางฟ้าตัวน้อยเป็คนแรกดีไหมลูก” ยี่สุ่นหันมาพูดกับเด็กหญิงที่กำลังทำเสียงอืออาอย่างอ่อนโยน “ยายอยากขอพรให้ลูกสาวและครอบครัวกลับมาอยู่บ้านกับยาย หนูช่วยยายได้ไหม”
ที่รักยังคงจ้องยี่สุ่นตาแป๋ว ส่วนสายและวรรณารีต่างเหลียวไปมองยี่สุ่นอย่างเห็นใจ
“อา...อา...” เธอส่งเสียงพร้อมกับยื่นมือน้อยไปจับมือยี่สุ่นเอาไว้แน่น
“ดูสิ ดูแม่หนูทำ” ยี่สุ่นเอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้น “หนูรู้เื่ใช่ไหมลูก สมกับเป็นางฟ้าตัวน้อยจริง ๆ”
ที่รักส่งยิ้มที่เห็นแต่ไรเหงือกมาให้สำหรับคำชมในครั้งนี้
แต่ไม่คิดเลยว่าคำขอของยี่สุ่นในวันนี้จะเป็จริงขึ้นมาได้ในอีกไม่กี่วันต่อมา
-----
“ครอบครัวลูกสาวฉันกำลังจะมาอยู่ด้วยในอีกไม่กี่เดือนนี้แล้ว” ในอีกสามวันให้หลัง ยี่สุ่นได้เดินมาบอกสายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ระบายอยู่เต็มหน้า ทำให้บุคลิกแข็งกระด้างของเธอดูนิ่มนวลขึ้นทันตา
เพราะความที่เป็หม้ายั้แ่ยังสาว มีลูกหนึ่งคนที่ต้องคอยเลี้ยงดู แถมยังต้องดูแลสวนผลไม้นับร้อยไร่ด้วยตัวเอง ประสบการณ์ชีวิตที่มีได้เปลี่ยนบุคลิกเธอจากแม่บ้านธรรมดากลายเป็ผู้หญิงแกร่งและดุ เป็ที่ยำเกรงของผู้คนรอบข้าง
แต่กระนั้นเธอก็ยังมีความเหงาแฝงอยู่เสมอ โดยเฉพาะยามเมื่อลูกสาวแต่งงานออกเรือนไป นาน ๆ ครั้งถึงจะกลับมาเยี่ยมสักที
แต่พอมาวันนี้ได้ทราบว่าลูกสาวจะพาครอบครัวมาอาศัยอยู่ด้วย เื่น่ายินดีแบบนี้ย่อมสร้างความดีใจให้กับยี่สุ่นอย่างที่สุด
“ลูกเขยฉันไม่ลงรอยกับพี่น้องเขา ั้แ่พ่อแม่เขาเสียไปก็มีปัญหากันมาตลอดเื่สมบัติบ้าอะไรพวกนั้นแหละ” ยี่สุ่นยังคงเล่าให้ฟังไม่หยุด “ทางฝั่งพ่อแม่ก็ไม่ทำพินัยกรรมอะไรไว้ พี่ชายเลยอาศัยความหัวหมอโยกย้ายทรัพย์สินทั้งหมดมาเป็ของตัวรวมถึงที่ดินของบ้านที่อยู่ตอนนี้ด้วย ลูกเขยฉันตั้งท่าจะฟ้องแต่พอดีเป็่ที่กำลังจะตกงานกันทั้งผัวเมีย ลูกสาวฉันเห็นท่าไม่ดีเลยจะย้ายมาอยู่กับฉัน รอจัดการงานในบริษัทให้เรียบร้อยก่อนก็จะมากันทั้งหมด”
“ก็ดีนะ มาลงหลักปักฐานที่นี่ สวนจะได้มีคนช่วย” สายดีใจไปกับเธอด้วย
“ฉันก็บอกลูกอย่างนั้น ให้สองผัวเมียมารับ่ต่อ ไม่ต้องไปสนใจทรัพย์สินขี้ปะติ๋วของฝั่งนั้นหรอก เดี๋ยวฉันยกสมบัติของฉันให้เอง”
“ทีนี้ก็จะไม่เหงาแล้วสิ”
ยี่สุ่นผงกศีรษะพร้อมรอยยิ้มกว้าง ขณะที่ดวงตานั้นมีน้ำเคลือบขึ้นมาจาง ๆ สะท้อนถึงอารมณ์ยินดีและชื่นบานอย่างที่สุดของเ้าตัว
ยี่สุ่นเหลียวมองที่รักที่กำลังนอนอยู่ในอ้อมแขนของวรรณารีด้วยรอยยิ้มที่ยังคงไม่เลือนหายไปจากหน้า “สงสัยเพราะขอพรจากนางฟ้าน้อย ๆ คนนี้ในครั้งก่อนแน่ ทำให้ยายยี่สุ่นคนนี้สมหวังขึ้นมาได้”
วรรณารีก้มลงมองลูกสาวด้วยแววตาประหลาด
“ยายจะหาชุดสวย ๆ ให้หนูใส่หลาย ๆ ชุดเชียวแม่นางฟ้าของยาย” ยี่สุ่นพูดทิ้งท้ายก่อนเดินออกจากบ้านของสายไป
“ป้าคะ หรือยายหนูของเราจะเป็นางฟ้านำโชคจริง ๆ” วรรณารีถามออกมาอย่างข้องใจ
สายเหลียวมองแบบทั้งฉุนทั้งขัน “เพี้ยนหรือเปล่าแม่วรรณ พระท่านก็พูดอวยพรตามปกติเหมือนที่ทำกับเด็กทุกคน แล้วจะไปจริงจังอะไรกับคำพูดของคนแก่ที่กำลังดีใจมากคนหนึ่ง เธอมานั่งนี่ดีกว่า ฉันมีเื่จะพูดด้วย”
เมื่อวรรณารีเขยิบมานั่งใกล้ ๆ สายจึงพูดต่อ “ถ้าฉันจะย้ายไปอยู่ที่อื่น เธอคิดว่ายังไง”
วรรณารีเลิกคิ้วมองอย่างใ
เทียบกับความใของวรรณารีแล้ว ทางฝั่งยี่สุ่นใยิ่งกว่า เธอมาล้งเล้งกับสายทันทีที่ทราบเื่ แต่เมื่อทราบถึงสถานที่ที่สายจะย้ายไปและได้ยินคำพูดประโยคหนึ่งของสาย เธอจึงไม่คิดคัดค้านในเื่นี้อีก ประโยคที่ว่านั้นก็คือสายคิดที่จะสร้างครอบครัวเล็ก ๆ เป็ของเธอเองแล้ว
