เมื่อพวกเขากลับไปถึงกองบัญชาการในหุบเขา หยางเฉินก็พบกับเฮลิคอปเตอร์สีดำลำหนึ่งจอดอยู่ มันดูปราดเปรียวและดุดันในเวลาเดียวกัน
ยามรักษาความปลอดภัยกำลังอารักขาตรงทางเข้าเต็นท์ทหารด้านนอกอย่างสง่างาม คล้ายเป็การต้อนรับการกลับมาของทีมั
หยางเฉินอยู่ด้านหลังของอาจารย์หยุนเหมี่ยว เมื่อคนของกองพลน้อยเหยียนหวงมากันครบแล้ว เขาก็เห็นคนคนหนึ่งกำลังเดินสำรวจแถวของทีมั ชายคนนั้นใส่ชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม และเมื่อเขาสังเกตว่ามีสมาชิกบางส่วนของทีมัหายไปก็ถอนหายใจออกมา
“ภารกิจนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ผมเชื่อว่าคนในประเทศต่างส่งกำลังใจมาให้พวกคุณทุกคน ส่วนต้วนเหรินที่ทรยศนั้นเราก็เคยคาดการณ์มาก่อนแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเป็เื่จริง... อย่างไรก็ตามผมดีใจอย่างมากที่พวกคุณยังคงยืนอยู่ต่อหน้าผมโดยที่ไม่มีใคราเ็มากเกินไปนัก”
เสียงของชายวัยกลางคนดังขึ้น มันเป็เสียงที่หยางเฉินคุ้นเคยเป็อย่างดีเมื่อชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้กับอาจารย์หยุนเหมี่ยว หยางเฉินก็จำใบหน้าของเขาได้ทันที!
โดยไม่คาดคิด คนคนนี้ก็คือปู่ของหลินรั่วซี หลินจื้อกั๋ว!
หลินจื้อกั๋วเมื่อเห็นหยางเฉินก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เขาเดินเข้าไปหาอาจารย์หยุนเหมี่ยวกับฮุ่ยหลินด้วยท่าทีรักใคร่
“เ้ามาแล้ว” หลินจื้อกั๋วมองหยุนเหมี่ยวด้วยสายตาที่เป็ประกายปนโหยหา ด้านหลังของหลินจื้อกั๋ว ฮุยอีกำลังมองมายังคนทั้งสองพลางเผยรอยยิ้มให้เห็น
อาจารย์หยุนเหมี่ยวมองหลินจื้อกั๋วด้วยสีหน้าซับซ้อน เธอหันไปหาสมาชิกที่เหลือก่อนจะพูดขึ้นว่า “ออกไปก่อน ข้ามีเื่จะพูดกับท่านนายพลเป็การส่วนตัว”
เทียนหลงและคนอื่นๆ ค่อนข้างจะไม่ชอบใจสถานการณ์แบบนี้แต่พวกเขาจะทำอะไรได้? หลังจากที่เห็นสีหน้าที่ซับซ้อนของหยุนเหมี่ยวกับหลินจื้อกั๋วพวกเขาก็ตัดสินใจที่จะเดินออกไปบ่นอุบอิบข้างนอกแทน
ในตอนนี้ภายในเต็นท์เหลือเพียงหลินจื้อกั๋ว หยุนเหมี่ยว ฮุ่ยหลิน ฮุยอี และหยางเฉินเท่านั้น
หยางเฉินกำลังคิดถึงเื่ที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ ดูท่าแล้วตาแก่นี่จะเป็ปู่ของหลินรั่วซี ดูเหมือนว่าปู่ของเธอและตัวเธอเองจะไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไร นั่นทำให้เขาคิดไม่ตกว่าจะเผชิญหน้าอีกฝ่ายด้วยอารมณ์ไหนดี
การจะเดินกลับไปถามความเห็นจากภรรยาของเขาตอนนี้ ก็ดูจะเป็เื่ที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก
หลินจื้อกั๋วที่ถูกหยุนเหมี่ยวมองด้วยสายตาระมัดระวังก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าโศก “หยุนเอ๋อร์ นี่ก็ผ่านมาสามปีแล้ว ที่ผ่านมาเ้าช่างโหดร้ายกับข้านัก เ้าจะไม่ให้อภัยและไม่ยอมรับข้าเป็สามีของเ้าอีกเลยใช่หรือไม่?”
สามี!?
หัวของหยางเฉินกำลังมึนงงอยู่ชั่วขณะ หยุนเหมี่ยวเป็ภรรยาของหลินจื้อกั๋ว?! ถ้าอย่างนั้นเธอก็ต้องเป็ย่าของหลินรั่วซีด้วยเช่นกัน? แล้วทำไมภรรยาของเขาถึงจากบ้านมากลายเป็แม่ชีอยู่บนป่าบนเขาอย่างนี้?
หยุนเหมี่ยวยักคิ้วขึ้น “อดีตนั้นมันผ่านไปแล้ว ข้ากับเ้าตัดขาดกันมานาน แม้กระทั่งเด็กนี่ก็ไม่ใช่หลานของเ้าอีกต่อไป เื่ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องพูดอีกแล้ว”
เมื่อได้ฟังดังนั้นฮุ่ยหลินก็ร้องไห้ออกมา หญิงสาวกล่าวด้วยความคร่ำครวญ “ย่าจะไม่ยอมให้อภัยปู่จริงๆ เหรอคะ? หนูไม่ได้เกลียดปู่และหนูก็รู้ว่าย่าก็ไม่ได้โกรธปู่ขนาดนั้น เรากลับไปเป็ครอบครัวที่มีความสุขอีกครั้งไม่ได้เหรอคะ?”
“หุบปาก! เด็กอย่างเ้าจะไปเข้าใจอะไร!” อาจารย์หยุนเหมี่ยวตวาดใส่ฮุ่ยหลินด้วยเสียงดัง “อีกอย่างข้าไม่อนุญาตให้เ้าเรียกชายคนนี้ว่าปู่!”
“แต่ย่าบอกว่าหนูสามารถเรียกได้ในที่ส่วนตัว แน่นอนว่าตอนนี้หนูก็ควรเรียกเขาว่าปู่...” ฮุ่ยหลินโต้แย้งด้วยความมั่นใจ
“ไม่มีแต่!” หยุนเหมี่ยวห้ามนางอย่างเด็ดขาด “เขาไม่สมควรที่จะเป็ปู่ของเ้า ตอนที่พ่อแม่ของเ้าตายไปเขาไปอยู่ที่ไหน คนแบบนี้เ้ายังจะมีหน้าไปเรียกว่าปู่อีกเรอะ!”
หยุนเหมี่ยวกล่าวด้วยความโกรธแค้นดวงตาของนางแทบจะเป็สีแดงที่เต็มไปด้วยเส้นเื หยางเฉินค่อยๆ ปะติดปะต่อเื่ได้ทีละน้อย!
“เกิดอะไรขึ้น? หยุนเหมี่ยวกับหลินจื้อกั๋วเป็สามีภรรยากัน ส่วนฮุ่ยหลินเป็ลูกหลานของพวกเขาจริงๆ?”
ถ้าคิดตามที่นางเล่ามา พ่อแม่ของฮุ่ยหลินนั้นประสบอุบัติเหตุ ทำให้เธอต้องมาอยู่กับหยุนเหมี่ยว และนางก็ยังคงโกรธเคืองหลินจื้อกั๋วอยู่?
หยางเฉินรู้สึกสงสารตัวเองขึ้นมา เขาถูกเมินไปโดยปริยาย
คนทั้งหมดกำลังถกเถียงปัญหาครอบครัวอยู่ ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือเขายังเป็ส่วนหนึ่งของครอบครัวแปลกๆ นี้อีกด้วย และที่แย่ที่สุดคือก่อนหน้านี้เขายังเกือบโดนฆ่าโดยย่าของภรรยาตัวเองอีก
แต่อย่างน้อยหลินจี้อกั๋วก็ยังดูรักอดีตภรรยาและหลานสาวทั้งสองของเขามาก
หยางเฉินหัวเราะขึ้นอย่างโง่งม
หลินจี้อกั๋วกำลังปวดหัว เมื่อเขาเห็นหยางเฉินยิ้มด้วยความสุข เขาก็หันไปสาปแช่งชายหนุ่มด้วยความโกรธ “เ้าหนู เ้ายิ้มอะไร เ้ากำลังหัวเราะผู้าุโอยู่เรอะ!?”
“...?” หยางเฉินไม่คิดว่าการที่เขาหัวเราะจะเป็การกระตุ้นต่อมโกรธของชายคนนี้
เขาเดินเข้ามาพร้อมกับกลั้นขำไปด้วย “่นี้สมองผมค่อนข้างผิดปกติ จะเป็ไปได้อย่างไรที่ผมจะมาหัวเราะเยาะคุณได้?”
หยุนเหมี่ยวเค้นเสียงอย่างเ็ากล่าวว่า “หลินจื้อกั๋ว! เ้ามันเป็กบใต้บ่อน้ำมาหลายปีรึไง หยางเฉินเป็หนุ่มไฟแรงที่มุมานะมากกว่าเ้า เขาเป็คนจัดการต้วนเหรินกับพวกลามะที่เหลือ อีกทั้งยังหยุดยั้งพวกบลูสตอร์มเอาไว้อีกด้วย หากไม่มีเค้า พวกเราก็ไม่อาจรอดชีวิตมายืนอยู่ตรงหน้าเ้าได้หรอก!”
หลินจื้อกั๋วกำลังพยายามระงับความโกรธอย่างเต็มความสามารถ เขากล่าวว่า “ข้าได้รับรายงานจากไห่เซี่ยวแล้ว อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่ามันจะถูกยกเป็วีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ แต่ก็ไม่อาจจะมาหัวเราะเยาะผู้าุโกว่าได้!”
“เ้าคิดว่าตัวเองมีความสามารถพอที่จะทำให้มันก้มหัว? ข้าบอกได้เลยว่าต่อให้แปดพิสดารของเ้าก็ไม่อาจทำอะไรมันได้!”
หยุนเหมี่ยวกล่าวปกป้องหยางเฉิน
หลินจี้อกั๋วกล่าวด้วยรอยยิ้มลึกลับ “หยุนเอ๋อร์ เ้าอยู่ในหุบเขาผู้ฝึกยุทธ์ของปรมาจารย์ฉู่ซานมานาน ข้าจะขอแนะนำให้เ้ารู้จักสามีของหลานรั่วซีของเราอย่างเป็ทางการอีกครั้งก็แล้วกัน”
คำพูดนี้ทำให้หยุนเหมี่ยวและฮุ่ยหลินตกตะลึงทันที นางมีหลานสาวคือฮุ่ยหลินกับหลานสาวอีกคน แน่นอนว่าหยางเฉินไม่ใช่สามีของฮุ่ยหลิน ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่าเขาจะต้องเป็สามีของ...
“เ้าบอกว่า... เ้าบอกว่า...” หยุนเหมี่ยวดูไม่เชื่อที่หลินจื้อกั๋วพูด มือของนางสั่นสะท้านเล็กน้อย ฮุ่ยหลินรู้สึกแปลกใจกับความลึกลับของหยางเฉิน เธอเริ่มที่จะมองสำรวจเขาอย่างรอบคอบอีกครั้ง
หลินจื้อกั๋วพยักหน้ากล่าวว่า “เขาเป็สามีของรั่วซีโดยที่ไม่ถามความเห็นเ้าแม้แต่น้อย อีกอย่างรั่วซีก็เป็ครอบครัวเชื้อสายตรงที่สืบทอดกันมายาวนานจากข้าและเ้า ถึงแม้จะไม่อยากยอมรับ แต่เ้าสารเลวน้อยนี้ก็ยังคงเป็สามีตามกฎหมายของหลานเรา!”
หยุนเหมี่ยวเผยสายตาเ็าออกมา นางเยาะเย้ยหลินจื้อกั๋วด้วยความสมเพช “หลินจื้อกั๋ว ดูเหมือนนี่จะเป็แผนการเกี่ยวดองของเ้าสินะ ดูท่าเ้าคงจะวางแผนนี้มาอย่างยาวนานโดยไม่บอกข้า เ้านี่มันชั่วช้าเสียจริง”
“ข้าสาบานว่าไม่ได้ทำ” หลินจี้อกั๋วแก้ตัว
เมื่อเห็นว่าหลินจื้อกั๋วปฏิเสธ นางก็เริ่มสงสัยเื่นี้ขึ้นมาทันที คนอย่างหลินจื้อกั๋วนั้นเป็ลูกผู้ชายพอที่จะกล้ายอมรับ แต่หนนี้เขากลับปฏิเสธว่าไม่ได้วางแผนใดๆ ขึ้นมา
“เ้าไม่ได้วางแผนไว้จริงๆ?” หยุนเหมี่ยวถาม
หลินจื้อกั๋วมองหยางเฉินด้วยสายตาทิ่มแทง “ไม่จำเป็ต้องปิดบังอีกต่อไป” เขาเค้นเสียงอย่างเ็า “ลองบอกมาซิ ว่าเ้าทำอะไรกับหลานสาวของข้า!”
เมื่อหยางเฉินเห็นว่าหยุนเหมี่ยวและหลินจื้อกั๋วหันมาหาเขาด้วยสีหน้า้าคำตอบ
ชายหนุ่มได้แต่เพียงร่ำร้องในใจอย่างขมขื่นเท่านั้น “มันก็ไม่มีอะไรมาก วันนั้นผมไปเจอรั่วซีที่บาร์แห่งหนึ่ง ดูเหมือนว่าเธอจะกำลังเศร้าใจอยู่ หลังจากนั้นผมก็เข้าไปทักทายเธอและดูเหมือนว่าเธอจะเมาไม่ได้สติ หลังจากนั้นก็อย่างที่พวกคุณรู้กันนั่นแหละ...”
“หมายความว่าไง? ที่รู้ๆ กันหมายถึงอะไรเหรอ?” ฮุ่ยหลินถามด้วยความสับสนและไร้เดียงสา
แต่หยุนเหมี่ยวรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างคนทั้งสอง นางผ่านร้อนผ่านหนาวมามากทำไมจะไม่รู้ว่าชายหนุ่มหมายความว่าอย่างไร?
นางดึงกระบี่ที่ห้อยอยู่ตรงเอวออกมาชี้ไปที่หยางเฉินด้วยความโกรธแค้น “เ้าสามารถเข้าใจคัมภีร์บ่มเพาะจิตกำเนิดชีพถึงขั้นที่แปด แต่กลับไม่มีความยับยั้งชั่งใจในเื่กามารมณ์เนี่ยนะ?!!”
“นี่... อาจารย์หยุนเหมี่ยว คุณต้องเข้าใจว่ามันเป็ธรรมชาติของผู้ชาย วันนั้นผมก็เข้าบาร์เพื่อไปหาผู้หญิงมานอนด้วย ใครจะไปรู้ว่าเป็เธอล่ะ อีกอย่างยิ่งเป็รั่วซีด้วยแล้วใครมันจะไปทนไหวกัน!” หยางเฉินเริ่มที่จะพูดแก้ตัว
“อะไรนะ!?” หลินจื้อกั๋วจ้องมองหยางเฉินด้วยความโกรธอีกคน “สารเลวน้อย! เ้ากำลังจะบอกว่าที่เ้ากับเธอกลายเป็สามีภรรยาก็เพราะความมึนเมา!?”
“ไม่ใช่ไม่ใช่... คุณสุภาพบุรุษวัยชรา ตัวผมเป็ผู้บริสุทธิ์นะ!” หยางเฉินกล่าว
“เ้าเนี่ยนะเป็ผู้บริสุทธิ์ บริสุทธิ์กับผีน่ะสิ!?” หยุนเหมี่ยวเอ่ยเสียงแข็ง
ถึงแม้หยางเฉินจะมีร้อยปากก็ไม่อาจแก้ตัวได้ เขาทำได้แต่เพียงยิ้มอย่างขมขื่นเท่านั้น
แต่ตอนนั้นเองหลินจื้อกั๋วเอ่ยขึ้นมาอย่างประหลาดใจ “เดี๋ยวก่อน เ้าว่าอะไรนะ? หยางเฉินสามารถใช้คัมภีร์บ่มเพาะจิตกำเนิดชีพได้?!”
หลินจื้อกั๋วถามด้วยความใ หยุนเหมี่ยวค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น นางมองมาที่เขาอย่างลึกซึ้ง “เ้าเด็กนี่สามารถใช้วิชาบ่มเพาะจิตกำเนิดชีพได้ นอกจากนี้ยังอยู่ในขั้นที่แปด ซึ่งนั่นหมายความว่าหยางเฉินเป็ศิษย์สืบทอดของพี่ใหญ่!”
หลินจื้อกั๋วรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า
ฮุยอีที่อยู่ด้านหลังเขายังคงนิ่งเงียบแต่ก็ไม่สามารถปิดบังใบหน้าที่ดูตื่นตระหนกเอาไว้ได้
“พี่ซ่ง... พี่ใหญ่ซ่งเป็อย่างไรบ้าง?” หลินจี้อกั๋วถาม
หยุนเหมี่ยวเงียบก่อนจะพูดกับฮุ่ยหลิน “ฮุ่ยหลิน เ้าจงเล่าให้ตาเฒ่านี่ฟังซะ”
ฮุ่ยหลินหันไปหาหลินจี้อกั๋วก่อนจะเอ่ยขึ้น “คุณปู่...”
เธอเปลี่ยนคำเรียกของเขาด้วยความเฉลียวใจอีกครั้งอีกครั้ง “ท่านนายพล หยางเฉินได้เล่าว่าผู้าุโซ่งนั้นหลายปีที่ผ่านมา...”
ภายใต้การอธิบายของฮุ่ยหลิน เธอพยายามเป็อย่างมากที่จะบังคับไม่ให้น้ำตาไหลออกมา
“พวกเราช่างไร้ความยุติธรรมต่อพี่ใหญ่ นั่นเป็เหตุให้เกิดเื่เช่นนี้ขึ้นมา” หลินจื้อกั๋วกล่าวด้วยจิตใจที่ห่อเหี่ยว
หยุนเหมี่ยวนั้นเ็ปจิตใจไม่แพ้ฮุ่ยหลิน นางค่อยๆ ลืมตาที่เต็มไปด้วยหยดน้ำก่อนจะกล่าวขึ้นมา “สิ่งที่เราทำได้คือการเคารพการตัดสินใจของพี่ใหญ่ซ่งเท่านั้น ไม่ว่าจะสำนึกผิดมากเท่าไร เขาก็ไม่อาจกลับมาได้ อีกอย่างหยางเฉินก็ถือเป็ศิษย์สืบทอดของพี่ใหญ่ เราควรจะชดเชยความผิดส่วนนี้ด้วยการยอมรับเขาเข้ามาในบ้าน...”
“ยอมรับ ยอมรับอย่างไร?” หลินจี้อกั๋วมองหยุนเหมี่ยวด้วยความงุนงง
หยางเฉินเองก็ไม่เข้าใจสิ่งที่หญิงสาว้าจะสื่อเช่นกัน
หยุนเหมี่ยวยกยิ้มขึ้นมาอย่างมีความสุขก่อนกล่าวขึ้นมา “ข้าจะให้ฮุ่ยหลินเป็ภรรยาของหยางเฉินอีกคน!”
