รอยร้าวบนพื้นรวมกันเป็ตัวอักษร ‘風(เฟิง)’ ได้อย่างเลือนราง
ห้องทำงานของประธานบริษัทตั้งอยู่บนชั้น 30 ของตึกซือน่า
ทั้งชั้นมีเพียงห้องทำงานของประธานบริหารไม่กี่คน กับห้องประธานบริษัทที่ใหญ่ที่สุดอีกหนึ่งห้อง ภายในห้องมีระบบกันเสียงที่ดี แต่ถึงอย่างนั้น บรรดาประธานบริหารหลายคนที่พยายามแอบฟังอยู่หน้าห้องก็ยังรู้สึกถึงแรงสั่นะเืจากพื้น
แอด...
ประตูห้องทำงานเปิดออกจากด้านใน เป็เฉินเฟิงที่เดินออกมาอย่างองอาจ
เฉินเฟิงสบตากับเหล่าประธานบริหารที่เคยลงมติงดเว้นการให้งานเขา
"ท่านประธาน อยากให้พวกคุณเข้าไป คุยด้วยสักหน่อย... เขาบอกว่ามี เื่น่ายินดีสุดๆ มาแบ่งปันน่ะ..."
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าประธานบริหารก็มองหน้ากันไปมา คิดอย่างพร้อมเพรียงภายในใจว่า
'ไอ้เฉินเฟิงนี่มันไม่ได้ถูกวางยาจนเป็ใบ้ไปสิบกว่าปีแล้วเหรอ? ทำไมถึงพูดได้!'
แม้ว่าการพูดและน้ำเสียงของเขาจะฟังดูแปลกและน่ารำคาญไปบ้างแต่เขาก็ไม่ใช่ไอ้ใบ้แล้ว
น้ำเสียงไม่น่าฟังของเฉินเฟิงทำให้บรรดาประธานบริหารไม่มีเวลามากวนเขา พวกเขาต่างรีบร้อนเดินเข้าไปในห้องทำงานของประธานบริษัท
ประตูห้องถูกปิดลงอีกครั้ง เฉินเฟิงหันกลับไปมองและตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
'รอคอนเสิร์ตเสร็จก่อนเถอะ ถ้าเสียงกลับมาเป็ปกติ ลองขายหุ้นส่วนหนึ่งของอาลีหรือเพนกวินสักหน่อย
ฉันจะใช้เงินก้อนนั้นซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของซือน่ามิวสิคกรุ๊ปกลับมาเพื่อเอาสิทธิ์การคุมบังเหียนของบริษัทกลับมาอยู่ในมือ'
เมื่อกลับถึงวิลลาที่แจ็คหม่าจัดไว้ให้ เฉินเฟิงลองทำการสื่อสารกับระบบภายในหัว
’ระบบสร้างชื่อเสียงรอบด้าน โปรเจ็คระดมทุนสามสิบล้านเริ่มต้นขึ้นแล้ว
ตอนนี้บอกผมได้ไหมว่าระบบที่ต้องรอตั้งสิบห้าปีนี่ นอกจากรักษาอาการใบ้แล้วยังมีประโยชน์อะไรอีก? ไม่งั้นคงไม่เรียกตัวเองว่ารอบด้านใช่ไหม’
หลังจากทำการสื่อสารกับระบบแล้ว เฉินเฟิงจึงเข้าใจในที่สุดว่าระบบรอบด้านที่ว่านี่ มันรอบด้านด้านไหน
ไม่ว่าตัวตนดั้งเดิมของเฉินเฟิงจะเชี่ยวชาญทักษะความสามารถอะไร ไม่ว่าจะเป็ระดับเริ่มต้น คุ้นเคย หรือเก่งจนเชี่ยวชาญก็สามารถใช้ค่าชื่อเสียงเพื่อยกระดับทักษะนั้นไปสู่จุดสูงสุดแบบปรมาจารย์ด้านนั้นๆ ได้
เฉินเฟิงจึงทำการตรวจสอบคุณสมบัติตัวเองเป็ครั้งแรก
โฮสต์: เฉินเฟิง
อายุ: 33 ปี
อาชีพ: ปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้
รางวัล: แชมป์นักร้องชายเสียงดี ซุปเปอร์สตาร์เพลงลูกทุ่ง รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์
ค่าชื่อเสียง: 3,000 คะแนน
ทักษะ: มวยไท่จี๋ (ปรมาจารย์) มวยปาจี๋ (ปรมาจารย์) มวยซิงอี้ (ปรมาจารย์) การเล่นเปียโน (เชี่ยวชาญ) การเป่าขลุ่ย (เชี่ยวชาญ) การดีดกีตาร์ (เชี่ยวชาญ) การเป่าปี่จีน (มีประสบการณ์) การสีซอเอ้อหู (มีประสบการณ์) เครื่องดนตรีอื่นๆ สิบแปดชนิด (มือใหม่) การเต้นรำประเภทต่างๆ (มีประสบการณ์) ทักษะการแสดง (เชี่ยวชาญ)
หมายเหตุ: ค่าชื่อเสียง 10,000 คะแนน สามารถเพิ่มระดับทักษะใดก็ได้หนึ่งระดับ
หลังจากตรวจสอบคุณสมบัตแล้ว เฉินเฟิงก็รู้ว่าบนโลกใบนี้ยังมีแฟนคลับที่รักเขาอย่างเหนียวแน่นที่ฟังเพลงของเขาเมื่อสิบปีก่อนและคิดถึงเขาอยู่ตั้งสามพันคน
เฉินเฟิงจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อล็อกอินเข้าบัญชีเวยป๋อที่เขาหางห่ายไปนานนับสิบปี
เขาเห็นจำนวนผู้ติดตามในนั้นลดลงจากสิบล้านกว่าคนใน่พีคเหลือเพียงห้าหมื่นคน
’มีผู้ติดตามแค่ห้าหมื่นคน คงจะยากหน่อยนะที่จะจัดคอนเสิร์ตสำหรับแสนคน…’ เฉินเฟิงยิ้มเยาะตัวเอง
จากนั้น เฉินเฟิงเริ่มทำการอัดเสียงพูดผ่านโทรศัพท์เพื่อโพสต์ประกาศ
[ถึงผู้ใช้เวยป๋อทุกท่าน... สวัสดีครับ
ผมคือเฉินเฟิง... ใช่ครับ เฉินเฟิงนักร้องชายเมื่อสิบกว่าปีก่อน
เป็เวลาสิบสองปีแล้ว ผมไม่ได้ออกอัลบั้มใหม่อย่างยาวนานถึงสิบสองปี... และไม่เคยถูกพูดถึงอีกเลย เพราะผมถูกวางยาจนเส้นเสียงเสียหาย
โชคดีที่ฟ้ายังมีตา ตอนนี้ผมใช้วิธีพิเศษ เรียนรู้ที่จะพูดผ่านการสะอื้นได้
ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ผมจะออกอัลบั้มเพลงอิเล็กทรอนิกส์เสียงผู้หญิงชุดใหม่
ในขณะเดียวกัน บริษัทเพลงที่ฝังลืมผมไว้สิบปี ใน่ก่อนสัญญาจะหมดอายุในที่สุดพวกเขาก็สำนึกผิด
จัดตั้งโครงการระดมทุนให้ผมโดยมีระยะเวลาหนึ่งเดือน ผม้าระดมทุนสามสิบล้านหยวนภายในหนึ่งเดือน เพื่อจัดคอนเสิร์ตทีสนามรังนก
สิบห้าปีก่อน ผมเริ่มเดบิวต์จากเวทีแชมป์นักร้องชายเสียงดี ออกอัลบั้มที่ผลิตเองหกชุดภายในสามปี ทุกอัลบั้มมียอดขายเกินหนึ่งล้าน
สิ่งเดียวที่น่าเสียดายคือ ผมยังไม่เคยได้จัดคอนเสิร์ตเลย เพื่อชดเชยโอกาสที่ผมเสียไปนี้ ผมจึงอยากจัดคอนเสิร์ตสำหรับผู้ชมหนึ่งแสนคน ณ สนามกีฬาแห่งชาติในสองเดือนนับจากนี้ ผมยินดีต้อนรับผู้ที่ชื่นชอบเพลงของผมทุกท่าน ในตอนท้ายของคอนเสิร์ตจะมีเซอร์ไพรส์พิเศษสำหรับผู้ฟังทุกท่าน]
การพูดผ่านการสะอื้นของเฉินเฟิงราบรื่นขึ้นเรื่อยๆ เขาสามารถเปลี่ยนจากเสียงผู้หญิงที่ขาดๆ หายๆ เป็เสียงเด็กผู้หญิงที่ฟังดูอ้อนแอ้นได้อย่างต่อเนื่อง
หลังจากบันทึกวิดีโอและอัปโหลดไปยังเวยป๋อแล้ว เฉินเฟิงจึงพิมพ์ข้อความแจ้งวางลิงก์ไปยังโครงการระดมทุนพร้อมกับกดส่ง
ก่อนหน้า เฉินเฟิงเปิดดูเป้าหมายระดมทุนของโครงการนี้เมื่อเร็วๆ นี้ ผลที่ได้คือ
ตัวเลขแสดงอยู่ที่: 3,333/30,000,000 หยวน
สองชั่วโมงต่อมา ยอดเงินระดมทุนเพิ่มขึ้นเพียง 1,833 หยวน ไม่นับเงิน 1,500 หยวนจากประธานบริษัทซือน่าที่น่าขยะแขยง เป้าหมายสามสิบล้านหยวนไม่รู้ว่าจะบรรลุเมื่อไหร่
หลังจากโพสต์เวยป๋อแล้ว เฉินเฟิงก็ดาวน์โหลดแอปเพนกวินเวยซื่อเพื่อลงทะเบียนบัญชีใหม่
เขาตั้งชื่อบัญชีเรียบๆ อย่างเฉินเฟิงและยื่นขอการรับรองตัวตนอย่างเป็ทางการในฐานะนักร้องนักแสดง
การรับรองอย่างเป็ทางการต้องใช้ระยะเวลาประมาณหนึ่ง แต่เฉินเฟิงก็ทำการอัปโหลดวิดีโอคำประกาศที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้ลงในเพนกวินเช่นกัน
โทรศัพท์ของเขาดังขึ้นระหว่างที่เขากำลังไปห้องอัดเสียงภายในวิลลาเพื่อเริ่มอัดเพลงใหม่ด้วยเสียงผู้หญิง
ชื่อที่แสดงบนหน้าจอคือ: ศิษย์ใหญ่ - แจ็ค
...
โลกนี้ในมิตินี้เป็ปี 2021 เฉินเฟิงเขาเป็ผู้คว้าตำแหน่งแชมป์รายการ The Voice สองสมัย เฉินเฟิงร่างต้นเสียชีวิตลงจากการดื่มสุราอย่างนักในงานเลี้ยงฉลอง ิญญาเฉินเฟิงจึงได้ข้ามมิติมายังร่างของนักแสดงแทนในมิติคู่ขนานดาวเคราะห์ฟ้าคราม 07 และถูกผูกมัดกับระบบลึกลับซึ่งไม่เคยถูกเปิดใช้งานมาก่อน
ในปีเดียวกันนั้น เขาอายุย่างเข้า 18 ปี เข้าร่วมรายการนักร้องชายเสียงใสซีซั่นแรกในฐานะผู้เข้าแข่งขัน ด้วยเพลงต้นฉบับ 'If I Were Young' และคว้าตำแหน่งแชมป์ของรายการไปได้
เขาปฏิเสธการเซ็นสัญญาแบบถูกกดขี่กับตี้อวี๋มีเดียและหันไปเซ็นสัญญากับซือน่ากรุ๊ปอันเป็บริษัทเก่าคุ้นหน้าคุ้นตาแต่เปลี่ยนผู้บริหารใหม่ เขาเริ่มต้นเส้นทางการเป็นักร้องอย่างสวยงาม
ใช้เวลาเพียงสามปีในการสร้างอัลบั้มเพลงคลาสสิกหกอัลบั้มด้วยความทรงจำจากชาติก่อนด้วยตัวเอง แต่ละอัลบั้มมียอดขายทะลุล้านแผ่น ได้รับฉายาว่า ‘าาแห่งวงการเพลงรุ่นเยาว์‘ แต่น่าเสียดายที่เขาถูกวางยาจนเส้นเสียงหดตัวและกลายเป็ใบ้
แม้จะร้องเพลงไม่ได้ แต่เฉินเฟิงก็ไม่ได้ท้อถอย เขากลับเข้าสู่วงการบันเทิงอีกครั้ง กลายเป็นักเขียนบทและเป็นักแสดงด้วยตัวเอง ทั้งในละครโทรทัศน์และภาพยนตร์จนได้รับรางวัลนักแสดงนำชายทั้งสาขาละครโทรทัศน์และสาขาภาพยนตร์
อย่างไรก็ตาม ซือน่ากรุ๊ปเริ่มบังคับให้เฉินเฟิงแสดงภาพยนตร์ขยะที่ทำเพื่อกินเงินคนดูหลายเื่ ซึ่งเ้าตัวไม่ยอมทำตามจนต้องถูกดองงานไว้หลายปี
ใน่สิบปีที่เขาถูกดองงาน เฉินเฟิงใช้เงินสามร้อยล้านที่เขาหามาได้จากวงการบันเทิงใน่ห้าปีก่อน ซื้อหุ้น 5 เปอร์เซ็นต์ ของอาลีและเพนกวินกรุ๊ปซึ่งกำลังเผชิญวิกฤตผู้ถือหุ้นรายใหญ่จากการที่ต่างชาติถอนทุน
นอกจากนี้ เฉินเฟิงยังใช้ทักษะปรมาจารย์ไท่จี๋ของเขากลายเป็บอดี้การ์ดและอาจารย์สอนศิลปะป้องกันตัวให้กับแจ็คหม่า โดยมีข้อตกลงเป็เงินเดือนค่อนข้างสูงและหุ้นส่วนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ใน่สิบปีนี้ เฉินเฟิงทุ่มเทให้กับเส้นทางศิลปะการป้องกันตัว เรียนรู้การเต้นรำประเภทต่างๆ ขยายทักษะเครื่องดนตรีอีกหลายชนิดที่เขาไม่เคยฝึกฝน อีกทั้งยังเสริมสร้างทักษะการแสดงเมื่อเขามีเวลาว่าง
น่าเสียดาย แต่รูปแบบการใช้ชีวิตแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่เฉินเฟิง้า
เขามีจิติญญาของนักร้อง เขาอยากจัดคอนเสิร์ตที่สนามรังนกสุดหัวใจ!
สัญญากับซือน่ากรุ๊ปอันยาวนานถึงสิบปีก็กำลังจะสิ้นสุดลง และระบบที่ถูกผูกไว้กับเขาแต่ไม่เคยเปิดใช้งานก็ถูกเปิดในที่สุด
ความปรารถนาและจินตนาการเกินเอื้อม ในที่สุดก็จะกลายเป็จริงได้!
“อ้าว เฒ่าหม่า ผมยื่นใบลาออกกับคุณั้แ่เมื่อวานแล้วนะครับ
คุณจะไปพบกับผู้นำประเทศไหนอีกผมก็ไม่มีเวลาไปปกป้องคุณแล้วนะ!
อีกอย่าง คุณก็สำเร็จวิชาแล้ว ไม่จำเป็ต้องทำตัวเป็คนมีบารมี ต้องมีบอดี้การ์ดติดตัวไปด้วยตลอดทุกที่ก็ได้
ทั้งประเทศหลงนี้มีคนเพียงหยิบมือที่ชนะคุณได้!”
เฉินเฟิงรับสายโทรศัพท์ พูดด้วยการสะอื้นฟังดูคล้ายเด็กผู้หญิงอ้อนแอ้น โดยไม่รอคำตอบกลับจากคู่สนทนา
“ครู ครูจะทิ้งงานง่ายๆ อย่างบอดี้การ์ดเงินเดือนตั้งหกแสนเพื่อไปจัดคอนเสิร์ตที่สนามรังนกเหรอครับ?
ถ้าครูอยากไล่ตามความฝัน ครูน่าจะบอกผมั้แ่เนิ่นๆ หลายปีก่อน ตอนงานเลี้ยงอำลาของอาลีของผม ผมจะได้ให้ครูเป็นักร้องนำ
ตอนนี้ก็ยังไม่สายนา เงินแค่สามสิบล้าน ทำไมถึงต้องทำเื่ระดมทุนในเว็บเพนกวินด้วย
แค่ครูเป็ครูสอนผมต่ออีกสักสิบห้าปี สามสิบล้านนี้ผมออกให้เองเลยก็ได้... ฮ่าๆๆ”
เห็นได้ชัดว่าแจ็คหม่าติดตามบัญชีเวยป๋อของเฉินเฟิงอยู่และตั้งค่าให้เป็การติดตามพิเศษ ตอนนี้เขาส่งข้อความทักทายเป็คนแรกท่ามกลางความวุ่นวาย
“รอยยิ้มคุณนี่มันเ้าเล่ห์จริงๆ... เข้ากับหน้าคุณเลยนะครับ
เก็บเงินสามสิบล้านไว้ทำหน้าใหม่ที่โรงบาลดีกว่าผมว่า เผื่อวันไหนอยากทำ!
ปีที่แล้วผมใบ้สนิท ผมเพิ่งเรียนวิธีพูดผ่านการสะอื้นปีนี้เองครับ
ต่อให้ปีที่แล้วผมจะอยากเข้าร่วมงานเลี้ยงอำลาของอาลีของคุณผมก็ทำไม่ได้
ผมเองพอมีเงินหมุนประมาณพันล้านอยู่กับตัวอยู่ แต่เหตุผลบางประการทำให้ผมเอามาใช้ไม่ได้ ผมเลยอยากระดมทุนมากกว่า
‘ผมไม่สนใจเงิน ไม่เคยแตะเงิน’ นี่คือสิ่งที่คุณเป็คนพูดเองนะ
ก็ถูกของคุณแหละ เทียบกับเป้าหมายเล็กๆ ของตระกูลหวังแล้ว เงินมหาศาลเกินกว่านั้นมันก็แค่ตัวเลข!”
เฉินเฟิงตอบโต้แจ็คหม่าอย่างไม่ไว้หน้าพร้อมอธิบายสถานการณ์สั้นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้แจ็คหม่าโกรธที่เขาไม่เคารพศิษย์คนโตและไม่ขอความช่วยเหลือจากเขา
“ครูนี่แหละรายใหญ่ตัวจริง เงินหมุนเยอะกว่าผมอีก ปัดโถ่ แล้วยังแกล้งจนไปทำเื่ระดมทุน
ถ้างั้น ผมขอตัวไปต้อนรับผู้นำสหประชาชาติก่อนนะ ถ้ามีอะไรก็โทรมาบอกแล้วกัน
ยังไงคุณก็เป็เ้าของหุ้นอาลี 5 เปอร์เซ็นต์ นะ เฮ้อ...ในที่สุด ครูก็ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ส่วนผม...”
แจ็คหม่าพูดทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มขมขื่น ก่อนจะวางสายด้วยความอิจฉาและเสียใจ
แจ็คหม่ามักจะเสียใจที่ได้ก่อตั้งอาลีบาบา ยิ่งเงินเยอะ เื่ก็เยอะตามเงิน
ในทางกลับกัน เขาคิดถึง่เวลา 20 ปีก่อน ตอนที่เขายังเป็อาจารย์สอนภาษาอังกฤษชื่อหม่า เงินเดือนหลักพันหลักหมื่น ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายใจ
“โม้ไปเรื่อยไอ้ศิษย์คนนี้ น่าเบื่อจริงๆ
มันไม่รู้ตัวหรือไงว่ามีกี่คนที่อยากเรียกมันเป็ ‘พ่อ’ น่ะ"
เฉินเฟิงยิ้มยักไหล่ เก็บโทรศัพท์มือถือลงกระเป๋า เตรียมเปิดประตูห้องเก็บเสียง
แต่โทรศัพท์เขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง บนหน้าจอแสดงชื่อ: ศิษย์คนที่สอง - ชิว เอ๋อ
“ครูครับ เมื่อกี้ครูคุยกับแจ็คเหรอ?
เมื่อกี้ผมเห็นโพสต์ของครูบนเวยป๋อ ผมก็รีบโทรหาคุณเลยนะ แต่ดูเหมือนว่าจะช้าไปก้าวหนึ่ง เฮ้อ……”
เสียงชายวัยกลางคนดังมาจากปลายสาย
“เอ๋อหม่า แกเป็เ้าภาพจัดงานประชุมเพนกวินเหรอ? เอาเวลาไหนโทรมาวะ!
แกเพิ่งฝึกซิงอี้แค่สองปี ตอนนี้ต้องทุ่มเทเอาใจใส่กับการฝึก แกน่าจะเอาเฒ่าหม่าเป็เยี่ยงอย่างแล้วเกษียณได้แล้วมั้ง”
เฉินเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม ชิวเอ๋อคนนี้เป็คนมีอารมณ์ขัน ทั้งคู่ไม่มีความสัมพันธ์แบบนักเรียนกับครูอย่างเป็ทางการ เฉินเฟิงจึงสามารถพูดกับเขาด้วยท่าทางสบายๆ ได้
“กษงเกษียณที่ไหนกัน เฒ่าหม่ามันแค่เลิกให้ความสนใจอาลีบาบาแล้วมุ่งเป้าไปที่อี่ลี้ไฟแนนซ์มากกว่า!”
ชิวเอ๋ออิจฉาเจ็คหม่าที่สามารถแยกอี่ลี้ออกจากอาลีได้ั้แ่เนิ่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกนายทุนต่างชาติควบคุม แต่ตัวเขากลับมีเพียงชะตาชีวิตที่ต้องทำงานอย่างหนัก
“อ่า บ้านใครก็บ้านมัน ทุกบ้านมีปัญหาของตัวเอง ไหนๆ ก็โทรมาแล้วขอพูดเื่แพลตฟอร์มเพลงของเพนกวินสักหน่อยแล้วกัน
เดี๋ยวอีกสามวันหลังจากนี้ ฉันจะปล่อยเพลงหลักเพลงแรกจากอัลบั้มเพลงเสียงผู้หญิงชุดใหม่บนแพลตฟอร์มเพลงเพนกวินนะ
แค่นี้แหละไม่พูดมากกว่านี้แล้ว เอาเป็ว่าแกไปทำงานของแกเถอะ ทางนี้ก็มีเพลงให้อัดเหมือนกัน!”
เฉินเฟิงถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยปากเื่ที่เขาอยากขอให้ช่วย
"ไม่มีปัญหา...ในมือครูก็มีหุ้นของเพนกวินกรุ๊ปอยู่ 5 เปอร์เซ็นต์"
ชิวเอ๋อหม่าตกปากรับคำก่อนจะวางสาย
เฉินเฟิงจำคำเตือนของระบบได้ เขาห้ามใช้เงินทุนตัวเองหรือขอความช่วยเหลือจากอาลีหรือเพนกวินกรุ๊ป
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาแค่้าปล่อยเพลงใหม่เพื่อเป็การแจ้งข่าวให้ทุกคนทราบเท่านั้น เงินทุนสำหรับคอนเสิร์ตยังอยู่ในระหว่างการระดมทุนผ่านโครงการ ซึ่งไม่ขัดต่อข้อห้ามของระบบ
เมื่อเฉินเฟิงก้าวเข้าไปในห้องบันทึกเสียงสุดหรู โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้เมื่อเฉินเฟิงเหลือบมองชื่อบนหน้าจอ สายตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็สายตาเ็าในทันที
