สายตาสมเพชและเยาะเย้ยของพวกเขาทำให้เฉินเฟิงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
ดังนั้น เฉินเฟิงจึงถอดสายออกซิเจนออกจากจมูกของลูกสาว ยกถังออกซิเจนเหล็กที่หนักหน่วงขึ้นมา ทุบลงบนสะโพกของจู้เจินฉินและเย่กังอย่างรุนแรง
หลังจากลงมือเสร็จ เฉินเฟิงคว้าตัวลูกสาวบนเตียงด้วยความว่องไว วิ่งหนีออกจากโรงพยาบาลผ่านบันไดหนีไฟชั้นห้า
ขณะที่เฉินเฟิงกำลังอุ้มลูกสาวร่างกายอ่อนแอขึ้นบ่า หนีออกจากโรงพยาบาลด้วยอาการหอบหืด โดยไม่คิดจะพักแม้แต่น้อย
เฉินเฟิงใช้มืออีกข้างล้วงโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าจากกระเป๋ากางเกง โทรหาเย่ชิงโหรว ภรรยาของเขา
"บอกเย่จู่เตรียมตัวให้พร้อม ผมยอมมอบชีวิตที่เหลืออีกหนึ่งร้อยปีของผมเพื่อยืดอายุเขาสามสิบปี
แต่ผมจะอุ้มลูกสาวตายไปด้วย บางทีอาจทำให้เย่จู่มีชีวิตยืนยาวอีกสามสิบหรือสี่สิบปี
จำไว้ว่าให้ใส่ถังออกซิเจนและหน้ากากสองอันลงโลงผมด้วย"
พูดจบ เฉินเฟิงก็โยนโทรศัพท์ทิ้งจนแตก จากนั้นก็กอดลูกสาวแน่น วิ่งไปที่คฤหาสน์ตระกูลเย่ที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งกิโลเมตรอย่างเร็วที่สุด
ด้านนอกหิมะกำลังโปรยปราย เฉินเฟิงใส่เสื้อผ้าตัวบางๆ วิ่งฝ่าหิมะให้เร็วที่สุดเท่าที่ขาจะวิ่งไปได้ ด้วยความกลัวว่าเย่กังจะไล่หลังมา
คฤหาสน์ตระกูลเย่มีขนาดใหญ่มาก ยามเฝ้าประตูเหมือนจะได้รับคำสั่งจากเย่ชิงโหรวพวกเขาจึงไม่ได้ขัดขวางลูกเขยไร้ค่าที่กำลังอยู่ในอาการรีบร้อน
เฉินเฟิงอุ้มลูกไปที่ห้องโถงบรรพบุรุษตระกูลเย่
ภายในมีโลงศพสองโลง หนึ่งโลงใหญ่มาก ทำจากทองสัมฤทธิ์ อีกโลงเป็โลงแก้วน้ำแข็งโปร่งใสขนาดปกติ ข้างในมีชายชราผมขาวโพลน
ชายชราผู้นี้คือบรรพบุรุษผู้มีศักดิ์สูงสุดในตระกูลเย่ ปู่ของเย่กัง ทวดของเย่ชิงโหรว ปีนี้เขาอายุเก้าสิบเก้าปี
หกปีก่อน เย่จู่ถูกตรวจพบว่ามีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงราวห้าถึงหกปี ตอนนี้เหลือเพียงครึ่งปีเท่านั้น มีชีวิตอยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยปี
ตระกูลเย่พยายามทำทุกวิถีทาง ปรึกษากับปรมาจารย์สำนักหมัดธรรมชาติจนได้รับวิธีการต่อชีวิต
นั่นคือให้เฉินเฟิงวัยสามสิบปีซึ่งผ่านการคำนวณแล้วว่ายังมีอายุขัยอีกอย่างน้อยหนึ่งร้อยปี ยินยอมหรือสาปแช่งให้ตายโดยเร็วก่อนกำหนด ถ่ายทอดอายุขัยผ่านคาถาพิธีกรรมให้กับเย่จู่
หลังจากคำนวณจากคาถา อายุขัยหนึ่งร้อยปี ในทางทฤษฎีสามารถทำให้เย่จู่มีชีวิตยืนยาวขึ้นได้ถึงสามสิบปี
ตราบใดที่เย่จู่ยังไม่ตาย ตระกูลเย่ก็จะรุ่งเรืองตลอดไป
นี่ก็เป็สาเหตุหลักที่ห้าปีก่อน ตระกูลเย่ยอมรับเฉินเฟิงคนไร้ครอบครัวไร้ทรัพย์สินเงินทองเป็เขย
ในเวลานี้ เย่ชิงโหรว ภรรยาของเฉินเฟิงเดินเข้ามาในศาล ก่อน ด้านหลังเธอจะตามมาด้วยเหล่าผู้าุโรุ่นสอง ทั้งหมดล้วนเป็ชายชราวัยเจ็ดสิบแปดสิบปี
"เย่ชิงโหรว ห้าปีที่ผมเป็เขยตระกูลเย่ ผมคิดว่าผมทำหน้าที่ครบถ้วน ถูกตีไม่สวน ถูกด่าไม่เถียง นอนเยี่ยงกรงหมาทุกวัน
ห้าแสนที่คุณให้ผมสำหรับเป็เงินค่ารักษาลูก เงินทั้งหมดหมดไปกับการทำเคมีบำบัด แต่กลับไม่ได้ผลลัพธ์อะไร
ตอนนี้ผมขอสละชีวิตให้กับตระกูลเย่ ไม่จำเป็ต้องรอจนถึงเที่ยงคืนวันนี้ตอนที่ผมอายุครบสามสิบปีค่อยสาปให้ผมตาย
ห้าปีที่ผ่านมา แผนการที่สายตระกูลใหญ่ สายปู่ สายเหลนวางไว้บนตัวผม ที่จริงผมรู้อยู่แล้ว
ตอนนี้ผมแค่อยากให้พวกคุณ อนุญาตให้ผมเอาลูกสาวที่เหลือเวลาอยู่เพียงหนึ่งวันเข้าไปนอนในโลงศพทองสัมฤทธิ์นี้ด้วย โดยขอแค่ออกซิเจนประคองชีวิตจนถึงเที่ยงคืนวันนี้ก็พอ"
เฉินเฟิงสบตาเย่ชิงโหรว ผู้เป็ดาราดังที่แทบไม่เคยปรากฏตัวในตระกูลเย่ตลอดหลายปีที่ผ่าน ภรรยาในนาม เขาพูดกับเธอด้วยหัวใจตายด้าน
จบประโยค เฉินเฟิงอุ้มลูกสาวที่เพิ่งตื่นขึ้นมาอย่างเลือนราง เข้าไปในโลงศพทองสัมฤทธิ์ที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์คาถาบางอย่าง
ภายในโลงศพทองสัมฤทธิ์ เฉินเฟิงเห็นหน้ากากและถังออกซิเจนสองอันที่ตระกูลเย่เตรียมไว้ให้
ถังหนึ่งเต็มเปี่ยม เพียงพอสำหรับเด็กหญิงคนหนึ่งให้หายใจได้หลายวัน
อีกถังมีเพียงครึ่งถัง เพียงพอให้ผู้ใหญ่คนหนึ่งอย่างเฉินเฟิงมีชีวิตอยู่จนถึงเที่ยงคืนวันนี้
"ลูกสาว พ่อไร้ความสามารถ ไม่มีเงินรักษาลูกต่อแล้ว
แม้ว่าจะเจอไขกระดูกที่ตรงกัน แต่คุณลุงตาบอดของลูกก็ไม่มีทางยอมช่วยลูก
ถึงอย่างไร ลูกก็เหลือเวลาอยู่แค่หนึ่งวัน พ่อก็ทำได้แค่ให้ลูกตายพร้อมกับพ่อในโลงศพวันนี้"
เฉินเฟิงมองลูกเลี้ยงของเขาด้วยสายตาอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความรู้สึกผิด หนูน้อยคนนี้ถูกแม่แท้ๆ ทอดทิ้ง มีชะตากรรมที่น่าสงสารเฉกเช่นเดียวกับเขา ส่งเสียงสะอื้นไห้พร้อมกับมุมหางตาที่มีน้ำตาไหลเป็สายโลหิต
"ปะป๊าไม่ต้องร้องนะ แทนที่จะให้หนูทนกินยาอะไรก็ไม่รู้ ไม่อร่อยเลยแถมยังทำลายชีวิตไปเรื่อยๆ แถมต้องทนรับรังสีตจนผมหนูร่วงหมดหัวแล้ว แต่สุดท้ายก็มีชีวิตอยู่ได้แค่ถึงพรุ่งนี้
หนูว่าหนูไปแดนสนธยาพร้อมกับปะป๊าดีกว่า ถ้าชาติหน้ามีจริง หนูอยากเกิดมาแต่งงานกับปะป๊า ไม่อยากเป็ลูกแล้ว"
เฉินเชียนวัยห้าขวบรู้สำนึกอีกทั้งยังประพฤติตนดี เธอยื่นมือไร้เรี่ยวแรงลูบใบหน้าสกปรกของเฉินเฟิงเพื่อเช็ดน้ำตาสีเืให้เขา
"ปิดโลงศพ..."
เย่ชิงโหรวรู้สึกผิดและไม่อยากลงมือทำแบบนี้ แต่สุดท้ายเธอก็กัดฟัน สั่งให้บรรดาปู่ๆ ช่วยกันยกฝาโลงขึ้นปิด
หลังจากปิดโลงแล้ว ภายในโลงศพมืดมิด แต่ไม่นานนัก ลูกปัดที่เฉินเฟิงสวมใส่บนหน้าอกก็เปล่งแสงสีขาวนวลออกมา
จนถึงตอนนี้เอง เฉินเฟิงถึงรู้ว่าลูกปัดลึกลับที่เขาสวมใส่ั้แ่เกิด แท้จริงแล้วคือไข่มุกเรืองแสงที่มีค่ามหาศาล
ทันใดนั้น เฉินเฟิงก็รู้สึกเสียใจ เขาใช้สองมือทุบฝาโลงศพทองสัมฤทธิ์ที่หนาหนัก ร้องไห้และะโว่า
"ปล่อยผมออกไปก่อน! ลูกสาวของผมมีเงินค่ารักษาแล้ว ไม่จำเป็ต้องตายไปกับผม... ผมจะกลับมาตอนเที่ยงคืน..."
แต่น่าเสียดายที่ฝาโลงศพทองสัมฤทธิ์ถูกเชื่อมด้วยไฟฟ้าจนปิดตายไปแล้ว
"เฉินเฟิง รอข้าต่ออายุสำเร็จ ฉันจะสร้างศาลบูชาให้แกในศาลตระกูลเย่ จารึกว่า 'ิญญาเย่ฉางเซิง'!"
เย่จู่ล้มตัวลงนอนในโลงแก้วน้ำแข็งโปร่งใส เสียงหัวเราะของเขาดังก้องไปทั่ว
แน่นอนว่าเหล่าลูกชายของเย่จู่ ย่อมไม่เปิดฝาโลงศพทองสัมฤทธิ์ที่ปิดตายแล้วอีก
พวกเขาถือชามเืของเย่จู่ รอจนถึงเที่ยงคืน จากนั้นพวกลูกๆ ของเย่จู่เหล่านี้จะทาเืของเย่จู่บนสัญลักษณ์ของโลงศพทองสัมฤทธิ์
เฉินเฟิงก็รู้เช่นกันว่าเสียงร้องไห้ของเขาไม่มีประโยชน์อะไร
คนตระกูลเย่ล้วนเป็เดรัจฉานใจอำมหิต พวกนั้นไม่มีทางปล่อยเขาออกไป
แต่เขายังคงใช้กำปั้นทุบฝาโลงศพทองสัมฤทธิ์อย่างต่อเนื่อง
เพราะนั่นเป็วิธีเดียวที่จะระบายความคับแค้นใจเหลือคณานับนี้ได้
จนกระทั่งกำปั้นทั้งสองข้างของเขาแตกละเอียด เฉินเฟิงจึงเลิกทุบต่อยโลงเพราะแรงดึงของเฉินเชียน
"ตระกูลเย่ เย่จู่ เย่ชิงโหรว พวกแก้าอายุขัยหนึ่งร้อยปีของฉันเพื่อต่ออายุให้ไอ้เย่จู่สามสิบปี
อย่าคิดว่าพวกแกจะได้สมหวัง ต่อให้ออกไปไม่ได้ แต่อย่างน้อย อายุขัยหนึ่งร้อยปีนี้ ฉันจะให้มันกับลูกฉัน"
เฉินเฟิงสงบสติอารมณ์ลง มองดูมือทั้งสองข้างที่เปื้อนเืจากกำปั้น เขาหัวเราะเยาะ
จากนั้น เฉินเฟิงถอดลูกปัดลึกลับออกทำให้ลูกปัดเปื้อนเืจากมือเขามากมาย
เขาไม่ได้สังเกตเลยว่า เืทั้งหลายบนลูกปัดถูกดูดซับไปจนหมด
ส่งผลให้ลูกปัดยังคงเปล่งแสงสีขาวนวล ไม่มีร่องรอยคราบเืติดอยู่แม้แต่น้อย
เฉินเฟิงตั้งสมาธิมั่นอยู่กับการใช้เืจากนิ้ว วาดลวดลายลึกลับบนตัวลูกสาว
เขาเคยอยู่ที่นิกายหมัดธรรมชาติหนึ่งปี จึงสามารถอ่านตัวคาถาต่ออายุที่ตระกูลเย่ได้จากนิกายธรรมชาติออก
บัดนี้ เฉินเฟิง้าทำลายแผนการของตระกูลเย่ แม้พิธีกรรมต่ออายุจะได้ผลจริง แต่เขาก็จะต่ออายุให้ลูกสาว
หลังจากวาดทุกอย่างเสร็จสิ้น เฉินเฟิงถอดเสื้อผ้าที่เก่าและเปื้อนเืออก สวมชุดศพที่เย่ชิงโหรวเตรียมไว้ให้
จากนั้นเขาจึงนอนลงอย่างสงบพร้อมลูกสาวทั้งที่ยังสวมหน้ากากออกซิเจน นอนหลับรอคอยเที่ยงคืนของวันนี้...
