แสงอาทิตย์อบอุ่นสาดส่องแก่ผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาเพื่อเป็สักขีพยานแก่การต่อสู้ของการประลอง่ชิงเืัในปีนี้
เขตเฟิงซู่แห่งนี้เป็พื้นที่เปิดโล่งไร้ซึ่งที่พักอาศัยใดๆ ซึ่งมีไว้สำหรับการประลองของเท่านั้น โดยปกติแล้วการต่อสู้ประลองเช่นนี้จะไม่มีให้พบเห็นบ่อยนักนอกเสียจากการประลองคัดเลือกเยาวชนเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อแย่งชิงทรัพยากรบ่มเพาะ
ในวันนี้กลุ่มคนส่วนใหญ่จึงได้เดินทางมายังเขตเฟิงซู่เพื่อตั้งตารอและจับจองที่นั่งเพื่อเข้าชมการประลองระหว่างอัจฉริยะรุ่นเยาว์เป็การส่วนตัวั้แ่เมื่อครึ่งก้านธูปที่ผ่านมา
โดยที่อัฒจันทร์ที่นั่งของผู้ชมถูกแบ่งออกเป็สี่ทิศและสามส่วน ส่วนแรกนั่นสงวนไว้ให้แก่ตระกูลเ้าเมือง
ส่วนที่สองสงวนไว้สำหรับตระกูลอื่นๆในเมืองนั้นๆ
และส่วนที่สามสงวนไว้สำหรับบุคคลธรรมดาไม่ว่าจะเป็พ่อค้าหรือนักธุรกิจทั่วไปที่แวะเวียนผ่านมา
กลุ่มมวลชนเดินเตร็ดเตร่ไปมาราวกับมดแตกรัง ก่อนจะที่พวกเขาจะนั่งลงเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับชมการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดในไม่ช้า ซึ่งในขณะนี้ที่นั่งกว่าสองพันได้ครบครันเปี่ยมไปด้วยผู้คนพลุกพล่านแล้ว
เนื่องด้วยการประลอง่ชิงเืัเป็การประลองประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจนักที่กลับมีฝูงชนตั้งตารอมากมายถึงเพียงนี้
ทันใดนั้นเมฆและหมอกเคลื่อนตัวไปยังทิศตะวันออก ปรากฏให้เห็นกลุ่มบุรุษอาภรณ์สีเขียวปรากฏขึ้นเบื้องหน้าประตูปะปนมาด้วยตาม่อายุที่แตกต่างกันห้าคน
กลุ่มนี้คือกลุ่มของเมืองเทียนเตี้ยนซึ่งนำทางมาโดยเ้าเมืองมู่ มู่ซวนหยวนและพรรคพวกกำลังย่างกรายเข้ามาเขตสนามประลองด้วยกลิ่นอายเป็มิตรและกำลังตรงไปยังอัฒจันทร์ของฝั่งเมืองเทียนเตี้ยนโดยไม่สนใจผู้ใด
เสียงกระซิบกระซาบของฝูงชนนับพันดังสนั่นด้วยเสียงกึกก้อง
"นั่นคือท่านเ้าเมืองมู่!"
"เป็ไปได้อย่างไร? เ้าเมืองมู่มาปรากฏตัวด้วยตัวเองเลยงั้นรึ!?"
"นายน้อยมู่เทียนเฉิงก็มาด้วย!"
"เป็ไปได้ไหมว่านายน้อยมู่เทียนเฉิงเองก็จะเข้าร่วมการประลองในครั้งนี้ด้วย?"
ในขณะที่ฝูงชนกำลังตั้งคำถามเกี่ยวกับการมาถึงของเ้าเมืองเทียนเตี้ยน แต่จู่ๆกลับมีเสียงหัวเราะเริงร่าของชายวัยกลางคนดังขึ้นจากนอกประตูทางเข้า "เ้าเฒ่ามู่ ไม่คาดคิดว่าเ้าจะยังมีชีวิตอยู่จนถึงบัดนี้ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
สิ้นสุดเสียงทะเล้นกลับมีเสียงฝีเท้าบางเบาตามมาด้วยกลุ่มคนในอาภรณ์สีขาวติดตามมาอย่างกระชั้นชิด เบื้องหน้ากลุ่มนั้นปรากฏให้เห็นร่างกำยำของสูงใหญ่ประดุจดั่งูเาไท่ของชายวัยกลางคนที่แบกขวานั์กลางหลังที่กำลังส่งยิ้มหยอกล่อแก่มู่ซวนหยวน
นั่นคือเ้าเมืองเทียนเหล่ย เย่ซือหยู
ตามมาด้วยชายหนุ่มและหญิงสาวสองคนติดตามมาติดๆ
เหล่าฝูงชนที่กำลังครรลองมองต่างก็อ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อ
โดยปกติแล้วทุกๆปีจะมีสมาชิกจากตระกูลเ้าเมืองมาเข้าร่วมด้วยก็จริง แต่หายากยิ่งนักที่เ้าเมืองทั้งสองจะมาถึงสนามประลองด้วยตนเองเช่นนี้
มู่ซวนหยวนไม่ทันที่จะได้หย่อนก้นลงนั่งก็กลอกตาไปยังเย่ซือหยูอย่างเหยียดหยาม "เ้าเฒ่าเย่! เ้ายังไม่คายสุนัขในปากของเ้าไปอีกหรือ!"
เย่ซือหยูที่กำลังเดินนำไปยังอัฒจันทร์เพียงผายมือตอบโต้ด้วยเสียงหัวเราะสนุกสนาน "ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! อย่าเครียดไปเลยน่า สหายเก่ามากันพร้อมหน้าพร้อมตากันเช่นนี้ มันต้องสนุกสนานเข้าไว้มิใช่หรือ?"
มู่ซวนหยวนพ่นลมหายใจอย่างเ็าก่อนจะนั่งลงบนอัฒจันทร์ส่วนที่หนึ่งที่เป็ของตระกูลเ้าเมือง
ในขณะที่ฝูงชนกำลังตกตะลึงในการมาถึงของเ้าเมืองทั้งสอง จู่ๆกลับมีเสียงฝีเท้าดังขึ้นอีกคราเบื้องหน้าประตูทางเข้า
นั่นคือกลุ่มคนห้าคนนำทางมาด้วยหวงเทียนหลงในอาภรณ์สีทองหรูหราพร้อมกับรอยยิ้มที่ปั้นอยู่บนหน้าของมัน ข้างกายคือชายชราที่หวงเทียนหลิง!
เื้ัตามมาด้วยร่างในอาภรณ์สีทองของหวงหลิงกงและหวงหลิงซูที่คุ้นตาคุ้นตากันเป็อย่างดี
แต่ทันใดนั้นกลับมีแรงดึงดูดบางอย่างทำให้สายตาของมู่ซวนหยวนเบือนมองไปยังเื้ัของหวงเทียนหลงที่ปรากฏให้เห็นร่างที่สวมหน้ากากไหมสีดำและมีดวงตาสีแดงส่องประกายแสงเย็นะเืราวกับเทือกเขาน้ำแข็ง
ราวกับว่าร่างสีดำััได้ถึงการจ้องมองก็เผลอชำเลืองมองไปยังมู่ซวนหยวนบนอัฒจันทร์
มู่ซวนหยวนที่บังเอิญสบตากับร่างสีดำเ็านั่นก็อดไม่ได้ที่จะสะดุ้งโหยงโดยอัตโนมัติ
อากัปกิริยาของมู่ซวนหยวนตกอยู่ภายใต้สายตาของบุตรชายของมันมู่เทียนเฉิง จนมันอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามบิดาด้วยสีหน้าสับสน "ทะ-ท่านพ่อ? เกิดอะไรขึ้น?"
มู่ซวนหยวนต้องสะดุ้งอีกครั้งครั้นได้ยินเสียงเพรียกของบุตรชาย สิ่งที่แรกมันทำหลังจากได้สติคือการกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ลงคอ "คนผู้นั้น...อันตราย"
"เอ๊ะ?" สิ้นสุดเสียงอุทานของมู่เทียนเฉิง มันปราดมองไปยังทิศทางร่างสีดำที่ตามหลังหวงเทียนหลงมาภายใต้สายตาที่สับสนของฝูงชน
การที่มู่ซวนหยวนที่แข็งแกร่งจะประเมินใครสักคนเช่นนี้เป็สิ่งที่แทบจะเป็ไปไม่ได้
มู่เทียนเฉิงเพิ่งเคยเห็นอาการสั่นสะท้านของบิดามันเป็ครั้งแรกก็คราวนี้
แต่เมื่อมันลองสังเกตร่างสีดำนั้นดีๆ มันกลับไม่มีความรู้สึกใดๆราวกับบุคคลนั้นเป็เพียงมนุษย์ธรรมดาทั่วไป
แต่ในสายตาของมู่ซวนหยวนราวกับว่ามันได้เห็นเครื่องจักรสังหารที่กระหายเือย่างไรอย่างนั้น!
แน่นอนว่าหวงเทียนหลง หวงหลิงกงและหวงหลิงซูนั้นเป็ที่รู้จักกันอยู่แล้ว แต่ในกลุ่มนั้นกลับมีบุคคลที่ไม่คุ้นเคยซ้ำยังสวมหน้ากากไหมเพื่อปกปิดใบหน้าทำให้ความอยากรู้อยากเห็นของใครหลายๆคนพองตุ้บป่อง
ไม่เว้นแม้แต่เย่ซือหยูที่ะโด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เ้าเทียนหลง บุคคลเื้ัของเ้านั้นเป็ใคร?"
ฝีเท้าของหวงเทียนหลงหยุดกะทันหัน มันพลันปราดมองเย่ซือหยูด้วยรอยยิ้มลึกลับ "ไม่ใช่เื่ของเ้า"
ใบหน้าของเย่ซือหยูมืดมน มันสบถอย่างเดือดดาล "ไอ้หนู! เ้าวอนหาที่ตายแล้ว!"
หวงเทียนหลงเพียงหัวเราะคิกคักอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะนำทางกลุ่มไปยังอัฒจันทร์ของเมืองเทียนเฟิง
ฝูงชนก็เริ่มกระซิบกันไปต่างๆนานาหลังจากเห็นการปรากฏตัวของร่างสีดำที่แปลกประหลาดกว่าใครเพื่อน
หลังจากนั้นไม่นานกลับมีเสียงฝีเท้าอีกสามเสียงตามมาปรากฏให้เห็นกลุ่มของบุคคลในอาภรณ์สีฟ้าดุจมหาสมุทรนำมาด้วยเ้าเมืองเทียนหยุน ฉินเหยียนที่ย่างกรายเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยและไม่มีความสดใสปรากฏบนใบหน้า
และติดตามมาด้วยฉินเหวินเทียนและฉินรั่วถงที่มีใบหน้าหมองหม่น
การมาถึงของเมืองเทึยนหยุนทำให้บรรยากาศที่ครื้นเครงตกลงสู่จุดต่ำสุดของบรรยากาศที่หมองหม่น
เป็เื่ปกติที่เมืองเทียนหยุนจะมีปฏิกิริยาเช่นนั้นต่อทั้งเมืองเทียนเฟิง เมืองเทียนเตี้ยนและเมืองเทียนเหล่ย เนื่องจากยุทธการัเขมือบยังคงตราตรึงในส่วนลึกของความทรงจำของใครหลายๆคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพี่น้องร่วมสาบานของไป๋หนานเทียน นั่นคือฉินเหยียน
การปรากฏตัวของฉินเหยียนทำให้เหล่าเ้าเมืองที่ครื้นเครงกลับเงียบสงัดดุจดั่งป่าช้าร้าง
เหล่าฝูงชนส่วนมากก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจในการมาถึงของเ้าเมืองทั้งสี่ในครานี้
การประลอง่ชิงเืัในปีนี้ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ได้ดึงเอาเ้าเมืองทั้งสี่มาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา!
และสิ่งที่กำลังจะบังเกิดหลังจากนี้ได้สร้างความหวาดกลัวต่อทวีปเทียนหลางั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป...
"โอ้?" ไป๋เฉินที่เดินเคียงข้างหวงหลิงซูมาก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจให้กับความโออ่าตระการตาที่จัดขึ้นในครั้งนี้ จนจำต้องปราดมองไปรอบๆและเห็นบุคคลมากหน้าหลายตา
[เป๊ะเลย! เหมือนที่เคยอ่านในนิยายกำลังภายในเด๊ะๆ]
เป็ที่เข้าใจดีว่าวันนี้คือการเริ่มต้นการประลอง่ชิงเืัที่ถูกจัดขึ้นโดยมหาอำนาจทั้งสี่โดยมีเมืองเทียนเฟิงเป็เ้าภาพในการใช้สถานที่สำหรับการประลอง ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่ที่มาถึงจะเป็บุคคลสำคัญที่ต้องมาเจอะเจอกับผู้คนจากมหาอำนาจจากแผ่นดินใหญ่
ไป๋เฉินติดตามหวงเทียนหลงไปยังอัฒจันทร์ของฝากฝั่งเมืองเทียนเฟิง แต่เมื่อกำลังจะนั่งลงสายตาของไป๋เฉินก็เผอิญสบเข้ากับอัฒจันทร์ตรงข้าม ณ จุดนั้นมีร่างของฉินเหยียน ฉินเหวินเทียนและฉินรั่วถงที่แปลกแยกจากใครเพื่อน
เป็อันเข้าใจได้ว่าตระกูลฉินย่อมต้องเข้าร่วมเป็ธรรมดา แต่สิ่งที่เขาประหลาดใจคือรัศมีที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็หลังมือของฉินเหวินเทียน
หากก่อนหน้านี้รัศมีของฉินเหวินเทียนเปรียบดั่งดรุณีแรกแย้ม แต่บัดนี้กลับปรากฏรัศมีเ็าราวกับว่าความใสซือบริสุทธิ์หายไปโดยสมบูรณ์
ไป๋เฉินที่มองเห็นความอาฆาตในรูม่านตาของฉินเหวินเทียนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ "ข้ามิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลฉินแล้วก็จริง แต่ฉินเหวินเทียนนับว่าเป็กรณีพิเศษ"
