ตอนที่ 9 ของเก่าที่ไม่มีค่า
กลิ่นหอมของซุปปลาที่ปรุงรสด้วยเกลือใหม่ยังคงอ้อยอิ่งอยู่ในความทรงจำของทุกคนในบ้านตระกูลสวี แม้ว่ามื้อค่ำอันน่าอัศจรรย์ใจนั้นจะผ่านพ้นไปแล้วก็ตาม มันได้ทิ้งระลอกคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงที่มองไม่เห็นไว้เื้ั
บรรยากาศในเช้าวันต่อมานั้นแปลกประหลาดอย่างยิ่ง
สวี่กังตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงท้องร้อง เขาวิ่งไปที่หม้อข้าวเป็อย่างแรก แต่เมื่อพบว่ามีเพียงข้าวต้มมันเทศจืดชืดเหมือนเช่นเคย เขาก็ถึงกับเบ้หน้าอย่างผิดหวัง "ไม่มีซุปปลาเหมือนเมื่อคืนเหรอ?"
จ้าวหลันได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ "ของดีๆ แบบนั้นจะมีกินได้ทุกวันได้ยังไงกันเล่า"
สวีเจี้ยนจวินยังคงนิ่งขรึมเช่นเดิม แต่สายตาของเขาที่เหลือบมองไปยังลูกสาวคนโตขณะที่นางกำลังกวาดลานบ้านอยู่นั้น มีความซับซ้อนบางอย่างฉายผ่านวูบหนึ่ง เป็แววตาที่คล้ายกับการประเมินค่าสิ่งของใหม่อีกครั้ง
แต่คนที่เปลี่ยนแปลงไปมากที่สุด คือย่าหวัง
นางไม่ได้เกรี้ยวกราดหรือตวาดด่าทอเหมือนทุกที แต่กลับเงียบขรึมจนน่ากลัว ความเงียบของนางหนักอึ้งและกดดันยิ่งกว่าพายุลูกไหนๆ นางนั่งจิบน้ำชาอยู่บนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง ดวงตาขุ่นมัวจ้องมองทุกการกระทำของหนิงหนิงไม่วางตา ราวกับพญาเหยี่ยวที่กำลังจับจ้องเหยื่อ รอคอยจังหวะที่จะโฉบลงมาขย้ำในทีเผลอ
ย่าหวังรู้ดีว่านางกำลังสูญเสียการควบคุมไปทีละน้อย การลงโทษที่นางคิดว่าแยบยลที่สุดกลับถูกหลานสาวนอกคอกคนนี้พลิกวิกฤตให้เป็โอกาสได้อย่างน่าเจ็บใจ เด็กสาวที่เคยเป็ดั่งมดปลวกให้บี้เล่น บัดนี้กลับกลายเป็หนามแหลมที่ทิ่มแทงนางอยู่เงียบๆ “ในน้ำนิ่งมักมีปลาใหญ่ซ่อนอยู่” นางประเมินนังเด็กนี่ต่ำไปจริงๆ!
เมื่อเห็นหนิงหนิงทำงานบ้านทุกอย่างเสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเกินคาด ย่าหวังก็รู้ว่านางต้องหางานใหม่ให้เธอทำ งานที่ไร้ค่า งานที่น่าเบื่อหน่าย และงานที่จะตอกย้ำสถานะอันต่ำต้อยของเธอให้จมดิน
"นังหนิง!" นางเรียกเสียงเย็น "งานของแกยังไม่หมดแค่นี้หรอกนะ"
หนิงหนิงวางไม้กวาดลง หันไปเผชิญหน้ากับประมุขของบ้านอย่างสงบนิ่ง "ท่านย่ามีอะไรจะสั่งสอนอีกหรือคะ?"
"ตามข้ามา!"
ย่าหวังเดินนำไปที่มุมหนึ่งของลานบ้าน ที่นั่นมีห้องเก็บของเล็กๆ ที่ถูกปิดตายมานานหลายปี มันเป็ห้องที่สร้างจากดินอัดเช่นเดียวกับตัวบ้าน แต่เก่าและทรุดโทรมกว่ามาก ประตูไม้ผุพังจนแทบจะหลุดออกจากบานพับ
นางชี้ไปยังประตูนั้น "ในนั้นมีแต่ของเก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้ว รกหูรกตามานาน วันนี้แกมีหน้าที่เข้าไปเก็บกวาดให้หมด! ของชิ้นไหนที่พอจะเอาไปขายเป็เศษเหล็กเศษไม้ได้ก็แยกออกมา ส่วนที่เป็ขยะก็เอาไปทิ้งให้หมด ทำให้มันสะอาดซะ!"
นี่คืองานที่ไม่มีใครอยากทำ ห้องเก็บของที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง หยักไย่ และอาจจะมีหนูหรือแมลงสาบซุกซ่อนอยู่ มันเป็งานที่สกปรกและไร้เกียรติที่สุด
จ้าวหลันได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าเป็กังวล "ท่านแม่คะ ห้องนั้นมันทั้งมืดทั้งอับ ให้หนิงหนิงทำคนเดียวจะ"
"หุบปาก!" ย่าหวังตวาดสวนทันที "ข้าสั่งให้มันทำ ไม่ได้สั่งให้แก! หรือแกอยากจะเข้าไปทำแทนมันล่ะ!"
จ้าวหลันหน้าซีดเผือดแล้วเงียบเสียงลงทันที
หนิงหนิงมองไปยังประตูห้องเก็บของที่ปิดสนิทนั้น ในใจของเธอไม่เพียงไม่รู้สึกรังเกียจ แต่กลับมีความตื่นเต้นเล็กๆ ผุดขึ้นมา
ของเก่าที่ไม่มีค่า ในสายตาของย่าหวัง มันคือขยะ แต่ในสายตาของเธอ มันคือ "ขุมสมบัติ"!
"ได้ค่ะ ท่านย่า" เธอยิ้มรับอย่างว่าง่าย "แต่หนูมีข้อแม้เหมือนเดิมนะคะ"
"ยังจะกล้าต่อรองอีก!"
"เป็ข้อแม้ที่ยุติธรรมค่ะ" หนิงหนิงกล่าว "ในเมื่อท่านย่าบอกว่าของในนั้นเป็ของที่ไม่ใช้แล้ว และให้หนูเป็คนจัดการทั้งหมด นั่นก็หมายความว่า หากหนูเจอของดี อะไรในกองขยะนั้น มันก็ควรจะตกเป็ของหนูแต่เพียงผู้เดียว ใช่ไหมคะ?"
ย่าหวังหัวเราะเยาะออกมาเสียงดัง "ของดีรึ? ในห้องเก็บขยะน่ะนะ? ฮ่าๆๆ! ฝันไปเถอะ! ได้! ข้าตกลง! ถ้าแกหาทองคำเจอในนั้นได้แม้แต่ชิ้นเดียว ข้าจะยอมเรียกแกว่าท่านย่าแทนเลยเอ้า!"
"หนูไม่กล้ารับคำนั้นหรอกค่ะ" หนิงหนิงโค้งตัวเล็กน้อย "แค่ท่านย่ารักษาสัญญา ไม่มายุ่งกับขยะของหนูก็พอแล้ว"
พูดจบเธอก็เดินไปผลักประตูห้องเก็บของที่ผุพังนั้นให้เปิดออก
แอ๊ด...
เสียงบานพับที่แห้งผากเสียดสีกันดังโหยหวน ฝุ่นผงที่สะสมมานานปีลอยคลุ้งขึ้นมาในอากาศจนเห็นเป็ลำเมื่อต้องแสงแดด กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสาบของหนูฉุนกึกจนแทบสำลัก
แต่หนิงหนิงกลับสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด มันคือกลิ่นของโอกาส
นางก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปในความมืด ทิ้งให้ย่าหวังยืนแสยะยิ้มสมน้ำหน้าอยู่ด้านนอก โดยไม่รู้เลยว่านางเพิ่งจะมอบกุญแจสู่คลังสมบัติให้แก่ศัตรูตัวฉกาจของนางไปทั้งดอก
ขุมทรัพย์ในกองฝุ่น
ภายในห้องเก็บของนั้นมืดและรกอย่างที่คาดไว้จริงๆ มีเครื่องมือการเกษตรที่ชำรุดวางกองสุมกันอยู่มุมหนึ่ง ไหดินเผาที่แตกร้าว ตะกร้าไม้ไผ่ที่ขาดวิ่น และกองเสื้อผ้าเก่าๆ ที่ถูกแมลงแทะจนเป็รูพรุน
หนิงหนิงไม่ได้เริ่มทำความสะอาดทันที นางค่อยๆ เปิดหน้าต่างบานเล็กที่ถูกปิดตายออก ให้แสงสว่างและอากาศได้ถ่ายเทเข้ามา จากนั้นนางจึงเริ่มรื้อค้นอย่างเป็ระบบ
สายตาของนางมองข้ามเศษเหล็กและไม้ผุๆ ที่ย่าหวัง้าไปโดยสิ้นเชิง สิ่งที่นางมองหาคือสิ่งที่แตกต่างออกไป
“ของเก่าเล่าเื่ราว ของโบราณซ่อนคุณค่า”
นางค่อยๆ แยกเสื้อผ้าเก่าๆ ออกทีละชิ้น ส่วนใหญ่เป็ผ้าป่านหยาบๆ ที่ไม่มีค่าอะไรแล้ว แต่แล้วมือของนางก็ไปัักับห่อผ้าเล็กๆ ที่ถูกซุกไว้ก้นกอง เมื่อคลี่ออกมาดูก็พบว่าเป็ชุดเสื้อผ้าของเด็กทารกที่ทำจากผ้าฝ้ายเนื้อดี แม้สีจะซีดจางไปตามกาลเวลาแต่ก็ยังคงความนุ่มนวลเอาไว้ได้ บนอกเสื้อยังมีลายปักดอกไม้เล็กๆ ที่ทำอย่างประณีต
นี่คงจะเป็เสื้อผ้าของพ่อหรือลุงในวัยเด็ก ความทรงจำของสวีหนิงคนเดิมไม่ชัดเจนนัก แต่นางก็พับมันเก็บไว้อย่างดี
นางรื้อค้นต่อไปจนกระทั่งไปถึงมุมในสุดของห้อง ที่นั่นมีหีบไม้ใบเก่าแก่ใบหนึ่งวางซ่อนอยู่หลังกองฟางข้าว มันเป็หีบไม้เนื้อแข็งที่ดูแข็งแรงกว่าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนๆ ในบ้านเสียอีก บนฝาหีบมีตัวอักษรมงคลสลักไว้จางๆ แต่ถูกบดบังด้วยฝุ่นหนาเตอะ
หนิงหนิงใช้ชายเสื้อเช็ดฝุ่นออก หัวใจของนางเต้นแรงขึ้นมาทันที!
นางค่อยๆ เปิดฝาหีบที่ไม่ได้ถูกล็อกไว้ออกอย่างช้าๆ
ภายในหีบไม่ได้มีทองคำหรือของมีค่าอย่างที่ย่าหวังประชดประชัน แต่สิ่งที่อยู่ในนั้นกลับล้ำค่ายิ่งกว่าสำหรับหนิงหนิงในตอนนี้
้าสุดเป็สมุดบันทึกเก่าๆ ที่ทำจากกระดาษฟาง ปกของมันเปื่อยยุ่ยจนแทบจะสลายไปกับมือ นางเปิดดูอย่างระมัดระวัง ข้างในเป็ลายมือของผู้หญิง บันทึกเกี่ยวกับสูตรอาหารสมุนไพรต่างๆ และเคล็ดลับการเพาะปลูกพืชผักสวนครัว! นี่อาจจะเป็สมบัติของย่าทวดหรือบรรพบุรุษคนไหนสักคนในอดีต!
หนิงหนิงซ่อนสมุดบันทึกเล่มนั้นไว้ในอกเสื้อทันที นี่คือตำราล้ำค่าที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว!
ใต้สมุดบันทึกลงไปเป็เครื่องประดับเงินสองสามชิ้นที่ดำคล้ำไปตามกาลเวลา และรูปถ่ายขาวดำที่เลือนรางของชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งนางไม่รู้จัก
และที่ก้นหีบ นางก็พบกับสิ่งที่นางตามหา!
มันเป็ถุงผ้าปักลายเล็กๆ หลายใบที่ถูกมัดปากถุงไว้อย่างแ่า เมื่อนางเปิดออกดู ข้างในคือเมล็ดพันธุ์!
มีทั้งเมล็ดพันธุ์ของพืชผักที่นางคุ้นเคยอย่างแตงกวา ถั่วฝักยาว พริก และมะเขือ แต่ก็ยังมีเมล็ดพันธุ์แปลกๆ อีกหลายชนิดที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน มันแห้งสนิทและดูเก่าเก็บมานานหลายปีจนไม่แน่ใจว่าจะยังเพาะปลูกขึ้นได้หรือไม่
ในสายตาของย่าหวัง นี่ก็คือขยะดีๆ นี่เอง เมล็ดพันธุ์เก่าเก็บที่ไม่มีใคร้า
แต่สำหรับหนิงหนิง นี่คือความหวัง คืออนาคต คือกองทัพที่จะช่วยให้นางสร้างยุคทองขึ้นมาได้!
“เมล็ดพันธุ์เพียงหนึ่ง อาจเติบโตเป็ป่าใหญ่”
นางรีบเก็บถุงเมล็ดพันธุ์ทั้งหมดซ่อนไว้ในตะกร้าอย่างมิดชิด จากนั้นจึงเริ่มลงมือทำความสะอาดห้องเก็บของตามที่ได้รับคำสั่ง นางแยกเศษเหล็กและไม้ที่พอจะขายได้ออกมากองหนึ่ง ส่วนที่เหลือก็เก็บกวาดไปทิ้งอย่างเรียบร้อย
เสียงกระซิบที่ข้างบ่อน้ำ
ในขณะเดียวกันนั้นเอง จ้าวหลันก็ไปหาบน้ำที่บ่อท้ายหมู่บ้านตามปกติ นางยังมีสีหน้าอมทุกข์เพราะเป็ห่วงลูกสาวที่ต้องไปขลุกอยู่ในห้องเก็บของที่น่ารังเกียจ
ทันใดนั้น หญิงชราคนหนึ่งก็เดินตรงเข้ามาหา นางคือหญิงชราคนเดียวกับที่แลกข้าวสารกับหนิงหนิงที่ตลาดมืดเมื่อวานนี้เอง
"นี่ แม่หนู" หญิงชราเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม "เ้าคือแม่ของนังหนูหนิงหนิงใช่รึไม่?"
จ้าวหลันพยักหน้ารับอย่างงงๆ "ใช่ค่ะคุณยาย มีอะไรรึเปล่าคะ?"
"ฉันแค่อยากจะมาบอกว่า ข้อมูลที่ลูกสาวของเธอให้ฉันมาเมื่อวานน่ะ มันเป็ของจริง!" หญิงชรากระซิบเสียงเบา แต่ดวงตาของนางเป็ประกาย "เมื่อเช้านี้ฉันลองเก็บไอ้วัชพืชที่นางบอกมาต้มให้ไก่กิน ไก่มันกินใหญ่เลย! พอเห็นว่าไม่เป็อะไร ข้าก็เลยลองชิมดู ์! มันอร่อยจริงๆ ด้วย! ขอบคุณลูกสาวของเธอมากนะ นางฉลาดจริงๆ!"
คำชื่นชมที่ไม่คาดคิดนั้นทำให้หัวใจของจ้าวหลันพองโตขึ้นมาอย่างประหลาด ความภาคภูมิใจในตัวลูกสาวฉายชัดออกมาทางแววตา "ไม่ ไม่เป็ไรหรอกค่ะคุณยาย"
"ไม่เป็ไรได้ยังไงกัน!" หญิงชราส่ายหน้า "ในยุคที่อาหารหายากแบบนี้ การรู้จักของกินเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่งก็เหมือนกับการต่อชีวิตไปได้อีกมื้อ ฝากบอกลูกสาวเธอด้วยนะว่ายายคนนี้ติดหนี้น้ำใจนาง"
หญิงชราพูดจบก็เดินจากไป ทิ้งให้จ้าวหลันยืนยิ้มอยู่คนเดียวเป็ครั้งแรกในรอบหลายปี นางรู้สึกเหมือนได้ยกูเาออกจากอก ลูกสาวของนางไม่ได้โง่เขลา ลูกสาวของนางฉลาดและมีความสามารถจริงๆ!
รากฐานแห่งอาณาจักร
คืนนั้น หลังจากที่ทุกคนในบ้านหลับสนิทแล้ว หนิงหนิงก็นอนนิ่งอยู่บนเตียง แต่สติของนางได้เดินทางเข้าสู่มิติในหยกอีกครั้ง
นางยืนอยู่กลางผืนดินสีดำขลับที่อุดมสมบูรณ์ ในมือของนางคือถุงเมล็ดพันธุ์เก่าแก่ที่เพิ่งค้นพบ
นางไม่รอช้า ค่อยๆ บรรจงนำเมล็ดพันธุ์เ่าั้ลงปลูกในดินทีละเมล็ดสองเมล็ด นางแบ่งพื้นที่เพาะปลูกออกเป็แปลงเล็กๆ อย่างเป็ระเบียบ แปลงแตงกวา แปลงถั่ว แปลงพริก
จากนั้นนางก็เดินไปที่ตาน้ำวิเศษ วักน้ำใสบริสุทธิ์นั้นขึ้นมา แล้วค่อยๆ รดลงไปบนผืนดินที่เพิ่งหว่านเมล็ดลงไป
และทันใดนั้นเอง ปาฏิหาริย์ก็ได้บังเกิดขึ้น!
ทันทีที่หยดน้ำวิเศษัักับผืนดิน เมล็ดพันธุ์เก่าแก่ที่หลับใหลมานานหลายสิบปีก็พลันตื่นขึ้น!
หนิงหนิงมองเห็นภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง พื้นดินตรงหน้าของนางเริ่มสั่นะเืเบาๆ แล้วยอดอ่อนสีเขียวเล็กๆ ก็แทงทะลุดินขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า!
ยอดอ่อนนั้นเติบโตขึ้น แตกใบ เลื้อยเป็เถา และออกดอก ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ!
เถาแตงกวาเลื้อยพันกันอย่างรวดเร็ว ดอกสีเหลืองบานสะพรั่งแล้วร่วงโรยไป กลายเป็ผลแตงกวาเล็กๆ ที่ค่อยๆ ขยายขนาดใหญ่ขึ้นจนกลายเป็แตงกวาสีเขียวสดที่สมบูรณ์แบบห้อยโตงเตงอยู่เต็มเถา!
ต้นพริกเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง ออกดอกสีขาวแล้วกลายเป็เม็ดพริกสีเขียวที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีแดงสดน่ากิน!
แปลงถั่วฝักยาวก็ไม่น้อยหน้า เถาของมันเลื้อยพันกันจนกลายเป็พุ่มหนาทึบ และมีฝักถั่วสีเขียวยาวสวยห้อยระย้าลงมานับร้อยฝัก!
จากผืนดินที่ว่างเปล่า บัดนี้ได้กลายเป็สวนผักที่อุดมสมบูรณ์ราวกับภาพในฝัน!
หนิงหนิงคุกเข่าลงกับพื้น นางเอื้อมมือไปััใบแตงกวา ที่เย็นชื้นด้วยน้ำค้างอย่างแ่เบา น้ำตาแห่งความปีติยินดีไหลรินอาบแก้ม
นี่ไม่ใช่แค่สวนผัก แต่นี่คือความหวัง คือความอยู่รอด คืออิสรภาพ
นี่ไม่ใช่แค่ดินและน้ำ แต่นี่คือรากฐานแห่งอาณาจักร อาณาจักรที่นางจะสร้างขึ้นมาด้วยสองมือของนางเอง
ยุคทองของเธอ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างแท้จริง ณ วินาทีนี้
