ลมเหนือพัดโชย ลมฤดูใบไม้ร่วงเย็นะเื ใครกันหนอปล่อยให้ภรรยาแสนสวยอยู่อย่างเปล่าเปลี่ยว?
หากคุณลำบากผมจะช่วยเหลือ ผมอยู่บ้านข้างๆ ผมแซ่หวัง!
หลังจากชายวัยกลางคนผมสีเขียวแซ่หวังคนหนึ่งย้ายเข้ามาอยู่ที่ห้องข้างๆ ซูฮ่าวมักจะรู้สึกว่าตัวเองถูกสวมเขาอย่างน่าประหลาดใจ
เนื่องจากซูฮ่าวเกิดลางสังหรณ์ไม่ค่อยดี จึงขอลางานกับเถ้าแก่ และเลิกงานกลับบ้านก่อนเวลา
ทันทีที่เข้าบ้านมา ก็ได้ยินเสียงเตียงสั่นไหวดังออกมาจากห้องนอน จังหวะนั้นยิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ
สีหน้าของซูฮ่าวแปรเปลี่ยนไปทันที เขาถีบประตูออก ภาพตรงหน้าทำให้เขารู้สึกช็อกราวกับถูกฟ้าผ่า
แสงจันทร์ส่องลงมาตรงหน้าเตียง บนพื้นมีรองเท้าสองคู่ เงยหน้าขึ้นก็เห็นเขาบนหัว ก้มหน้าลงก็เห็นเตียงนอนที่เปียกชุ่ม
ภรรยาที่แต่งงานกับเขาแบบสายฟ้าแลบกำลังถูกเหล่าหวังคนข้างบ้านคร่อมอยู่บนตัว
ความรู้สึกอัปยศอดสูที่รุนแรงทำให้ซูฮ่าวตาแดงก่ำ และเสียสติทันที เขาพุ่งเข้าไปในห้องครัว หยิบมีดอีโต้ที่ฆ่าได้ทุกอย่างเล่มนั้นออกมา
เขา้าใช้มีดเล่มนี้เซ่นให้กับศักดิ์ศรีที่เสียไปของเขา!
เขาเพิ่งออกมาจากห้องครัว ร่างที่เปลือยเปล่าและสวมถุงน่องไว้บนหัวก็กำลังก้าวออกจากประตูห้องไปอย่างรวดเร็ว หากไม่รู้ก็คงคิดว่าคอกวัวบ้านไหนล้อมคอกไม่ดี ปล่อยให้วัวออกมาเพ่นพ่าน
“เหล่าหวัง แกหยุดเดี๋ยวนี้!” ซูฮ่าวตะคอก วินาทีนี้เืนักกีฬาที่เดิมทีติดลบกลับพุ่งกระฉูดขึ้น เขาไล่ตามเหล่าหวังไปติดๆ
เหล่าหวังที่อยู่ด้านหน้าได้ยินแค่เสียงร้องเหมือนหมูถูกเชือดดังมาจากด้านหลัง เขาชำเลืองมอง ก็เห็นมีดอีโต้ที่แวววับเข้ามาใกล้เขาทุกที
ไม่ต้องพูดว่ามีดเล่มนี้คมพอไหม อย่างน้อยก็สับเขาตายได้แน่
เหล่าหวางกัดฟันด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ฉี่ที่กลั้นไว้ไม่สามารถอดกลั้นไว้ได้อีก บนพื้นที่เขาวิ่งผ่านเหมือนจะเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็น
เมื่อบรรดาป้าๆ ที่กำลังเต้นแอโรบิคอยู่ในลานของหมู่บ้านเห็นภาพเหตุการณ์นี้ ก็เปลี่ยนเป็เต้นละตินแล้ว
คนตาบอดที่เดินผ่านพลันหยุดชะงัก ดวงตาที่ขุ่นมัวมีแสงแวบผ่าน
คุณตาที่นั่งอยู่บนรถเข็นลุกขึ้นมาเต้นระบำห่านฟ้าทันใด พิการมาหลายปีคิดไม่ถึงว่าจะหายเป็ปลิดทิ้ง
ด้านหน้าคือเหล่าหวังที่สวมถุงน่องอยู่บนหัวกำลังซอยเท้าอย่างเร็วรวดราวบินได้!
ด้านหลังคือซูฮ่าวที่ถือมีดอีโต้ไล่ตามไปติดๆ อย่างบ้าคลั่ง!
ซูฮ่าวในเวลานี้คิดในใจ การเรียนคณิตศาสตร์มาหลายปีทำให้ความสามารถในการคำนวณของเขาแม่นยำมาก
ถึงแม้เหล่าหวังจะขายาว แต่ความถี่ในการวิ่งกลับช้า
ถึงแม้ตนเองจะขาสั้น แต่ความถี่ในการวิ่งกลับเร็วกว่า
หากอิงตามทฤษฎีความเฉื่อยและทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ ไม่เกินหนึ่งนาที เหล่าหวังที่อยู่ด้านหน้าก็จะได้รู้ว่ามีดอีโต้ที่อยู่ในมือของเขาคมมากแค่ไหน
สิบเมตร
ห้าเมตร…
สามเมตร…
“ขาก… ถุย!” ตอนที่ทั้งสองคนห่างกันแค่หนึ่งเมตร เหล่าหวังที่อยู่ด้านหน้าก็หันกลับมาใช้วิธีการโจมตีด้วยน้ำลายพ่นใส่หน้าซูฮ่าวทันที เพื่อ้าลดความถี่ของฝีเท้าซูฮ่าว
ไม่รู้ว่าเพราะไม่ได้เติมเงินหรือไม่ วิธีการโจมตีด้วยน้ำลายของเขานี้ไม่เพียงแต่ลดความถี่ของฝีเท้าซูฮ่าวไม่ได้ แต่กลับยิ่งกระตุ้นให้ซูฮ่าวบ้าคลั่ง
วินาทีต่อมา ความถี่ของฝีเท้าซูฮ่าวก็เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน มีดอีโต้ที่อยู่ในมือพลันเปล่งประกายแสงเย็นะเืและพุ่งตรงมาที่หัวของเหล่าหวัง
อาจจะเป็เพราะมีดอีโต้เล่มนี้มีความคิดเป็ของตัวเอง ตอนที่ฟันลงมา คิดไม่ถึงว่าจะฟันขาดแค่ถุงน่องที่อยู่บนหัวของเหล่าหวังเท่านั้น
ดูจากเหตุการณ์นี้ก็ดูออกว่านี่คือมีดอีโต้ที่ทะลึ่งเล่มหนึ่ง!
เหล่าหวังที่กำลังหนีเอาตัวรอดดูเหมือนนิ่งสงบ แต่แท้จริงแล้วกำลังลนลานมาก
ลูกอัณฑะสองข้างด้านล่างพลิ้วไหวไปตามลม ราวกับกำลังภาวนาให้คุณลุงตำรวจมาหยุดยั้งคดีเืนี้
เวลานี้ฝาท่อระบายน้ำที่ยังปิดไม่สนิท อยู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาตรงหน้าเหล่าหวังและซูฮ่าว
เหล่าหวังที่อยู่ด้านหน้ามีความมั่นใจมาก ขายาวะโข้ามฝาปิดท่อระบายน้ำไปได้อย่างง่ายดาย
ซูฮ่าวที่อยู่ด้านหลังก็ะโตามอย่างไม่ลดละ แต่ขาที่สั้นของเขากลับข้ามไม่พ้น ดันเหยียบลงบนขอบฝาท่อระบายน้ำ
ทันใดนั้น ร่างกายที่ไม่เชื่อฟังก็ตกลงไปใต้ฝาปิดท่อระบายน้ำแล้ว
ใน่เวลาสำคัญ!
ตอนที่หัวของเขากำลังจะจมลงในฝาปิดท่อระบายน้ำ แขนที่ทรงพลังเคลื่อนไปจับขอบปากท่อระบายน้ำไว้ได้ทันเวลา ทำให้ร่างกายของเขาไม่ตกลงไป
สามวินาที!
ขอเวลาเขาสามวินาที!
เขาแค่โน้มตัวตีลังกาสามร้อยหกสิบองศาก็จะหลุดพ้นจากสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ได้แล้ว!
แต่เื่ราวกลับไม่เป็อย่างที่คิด เวลานี้ไม่รู้ว่าไอ้สารเลวคนไหนขี่จักรยานผ่านมา ล้อหน้าและล้อหลังก็เหยียบเข้าที่มือสองข้างของเขาพอดี
“อ๊าก!”
เมื่อเสียงร้องอันน่าเวทนาดังขึ้น ตัวของซูฮ่าวก็ร่วงลงไปในท่อระบายน้ำ …
………………..
“ติ๊งต่อง ระบบเสแสร้งตรวจพบสิ่งมีชีวิตที่ไม่สมประกอบครึ่งหนึ่ง ระหว่างที่รวมร่างกัน อยากร้องไห้จริงๆ… ”
“ติ๊งต่อง ระบบเสแสร้งรวมร่างสำเร็จ ระหว่างรวมน้ำตา ก็ไม่มีความรักหลงเหลือแล้ว… ”
“ติ๊งต่อง ระบบเสแสร้งฟื้นฟูฟังก์ชันทุกอย่างสำเร็จ อยู่ในขั้นตอนกระอักเื เดิมทีวันนี้เป็วันที่มีความสุข แต่ทำไมถึงเกิดเื่อย่างนี้… ”
………………..
“นี่ฉันตายแล้วหรือ?”
ในมิติแห่งหนึ่ง ซูฮ่าวมองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง และเยาะเย้ยตัวเองทางสีหน้า
เมื่อนึกถึงชีวิตของตัวเอง เขาก็รู้สึกว่าตัวเองช่างล้มเหลวจริงๆ
อายุยี่สิบปี ถูกขับไล่ออกจากตระกูล ต้องระหกระเหินไปอยู่ที่บ้านของคู่หมั้น ถูกเยาะเย้ยถากถางต่างๆ นานา
อายุยี่สิบสองปี บริษัทของคู่หมั้นล้มละลาย เธอะโตึกฆ่าตัวตาย ทิ้งเขาให้เป็หนี้ท่วมหัว จนต้องใช้ชีวิตดิ้นรนไปวันๆ
แปดปีต่อมา เขายิ่งรู้สึกว่าชีวิตไร้ค่า ราวกับซากศพที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลก บางครั้งก็ดิ้นรน บางครั้งก็สับสน
วันนี้เขาแต่งงานกับผู้หญิงที่พบหน้ากันไม่ถึงสามวัน เอ่อ… แต่ก็ยังถูกสวมเขาได้!
สุดท้ายชีวิตที่ล้มเหลวนี้ก็สิ้นสุดลงในท่อระบายน้ำ ฟังดูแล้วก็น่าเศร้าจริงๆ
ยิ่งคิดยิ่งขมขื่น พอนึกถึงตอนท้าย น้ำตาสองสายก็ไหลลงมาจากหางตาของซูฮ่าว ทำให้วินาทีนี้เขาดูเศร้าสร้อยมาก
“โฮสต์ที่รัก อะ ทิชชู!”
ทันใดนั้นกระดาษทิชชูแผ่นหนึ่งก็ลอยมาอย่างเงียบๆ
“ขอบใจ!” ซูฮ่าวกล่าวคำขอบคุณ ตอนที่ยื่นมือออกไปได้ครึ่งทาง อยู่ๆ ก็ได้สติขึ้นมา และถอยหลังไปอย่างใกลัว “ใคร? ใครอยู่ที่นี่?”
เขากวาดตามองโดยรอบ กลับพบว่านอกจากกระดาษทิชชูที่ลอยอยู่ข้างกายแล้ว ก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตอื่นอีก
“ในเมื่อโฮสต์ตั้งใจถามขนาดนี้ ฉันก็จะเมตตา เพื่อป้องกันไม่ให้โลกถูกทำลาย เพื่อรักษาความสงบของโลก ฉัน คือครูพิเศษด้านการเสแสร้งที่เปี่ยมด้วยความรักความจริงใจ ทั้งน่ารักทั้งมีเสน่ห์!” เสียงหุ่นยนต์ที่พกพาความฮึกเหิมดังอยู่ข้างๆ หูของซูฮ่าว
“ยังรู้สึกหดหู่ใจเพราะถูกทางบ้านทอดทิ้ง และไม่มีความสามารถที่จะกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมาได้อยู่ใช่ไหม?”
“ยังรู้สึกสับสนหมดหนทางเพราะถูกเย้ยหยัน และไม่มีโอกาสโดดเด่นอยู่ใช่ไหม?”
“อย่าเศร้าใจ อย่าเหงาหงอย ระบบเสแสร้งจะคุ้มครอง และช่วยให้โฮสต์ได้กลายเป็เทพเสแสร้ง”
“บนโลกไม่มีเื่ยาก แค่ยอมเสแสร้ง และตั้งใจเสแสร้ง ก็จะกลายเป็คนเหนือคน!”
เสียงหุ่นยนต์ที่ดังซ้ำไปซ้ำมาอยู่ข้างๆ หูของซูฮ่าวไม่หยุดเป็เหมือนเสียงฟ้าร้องที่ส่งถึงจิติญญา
หลังจากนั้นข้อมูลก็หลั่งไหลเข้าสู่ในหัวของซูฮ่าว
“ระบบอยู่เพื่อช่วยผู้ใช้งานเสแสร้งโดยเฉพาะ… ”
“ผู้ใช้งานแค่ต้องเสแสร้ง ก็จะได้รับแต้มเสแสร้ง เมื่อครบหนึ่งร้อยแต้ม ก็จะจับรางวัล เพื่อรับไอเทมเสแสร้งได้… ”
“ผู้ใช้งานใหม่ผูกกับระบบเสแสร้งเป็ครั้งแรก จะได้รับการ์ดประสบการณ์กล่องแสงจันทร์หนึ่งใบ พร้อมกับการ์ดประสบการณ์เสแสร้งด้านวรรณกรรม… ”
“การ์ดประสบการณ์ทุกใบใช้ได้แค่หนึ่งครั้ง ระยะเวลาจะถูกกำหนดโดยระบบ… ”
………………..
หลังจากสมองได้รับข้อมูลเกี่ยวกับระบบเสแสร้ง ซูฮ่าวก็ตะลึงงันอยู่ที่เดิมราวกับกลายเป็หิน
“เพียะ!”
พักใหญ่เขาก็ตบหน้าตัวเองหนึ่งที ตอนที่รู้สึกเ็ปเหมือนใบหน้าถูกราดด้วยซอสพริก ในที่สุดก็ยืนยันได้ว่าเมื่อครู่นี้ไม่ใช่ความฝัน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฟ้าย่อมมีทางออกให้คนเราเสมอจริงๆ สิบปีมานี้ฉันใช้ชีวิตเหมือนสุนัข คนที่เกลียดฉันดีใจจนเต้นรำ คนที่รักฉันก็น้ำตาไหลพรากราวกับน้ำค้าง”
“ฉันดิ้นรนมาทั้งชีวิต กลับเอาอะไรติดตัวมาไม่ได้สักอย่าง ฉันยึดมั่นมาทั้งชีวิต แต่กลับเอาความหยิ่งทะนงติดตัวมาไม่ได้ จนถึงวาระสุดท้าย พอหันกลับไปมอง ชีวิตนี้ของฉันมันช่างไร้ค่าจริงๆ ”
“ฉันอยากร้องไห้ แต่ร้องไม่ออก ฉันอยากสารภาพบาป แต่ก็สายไปแล้ว ในที่สุดสิ่งที่เหลือไว้ให้ฉัน กลับมีแค่ความว่างเปล่า”
“วันนี้ ฉัน ซูฮ่าวได้รับระบบเสแสร้ง คนที่รักฉัน ฉันจะทำให้พวกเขาร้องเล่นเต้นรำ คนที่เกลียดฉัน ฉันจะทำให้พวกเขาเสียใจอย่างสุดซึ้ง!”
ซูฮ่าวกำมืออย่างฮึกเหิม เขาไม่สนใจความเ็ป แต่แววตากลับดูเย่อหยิ่ง
“มิติเวลาใกล้จะปิด เพื่อความปลอดภัยของโฮสต์ ระบบขอใช้การ์ดประสบการณ์กล่องแสงจันทร์อัตโนมัติ ขอให้โฮสต์ตั้งเวลาเพื่อย้อนเวลา”
“สิบปีก่อน!” ซูฮ่าวออกคำสั่งอย่างไม่ลังเล
สิบปีก่อน คือการเริ่มต้นความสิ้นหวังของเขา ครั้งนี้เขาจะทำลายความสิ้นหวังนี้ให้สิ้นซาก
“รับทราบ ระบบดำเนินการแล้ว”
เมื่อเสียงหุ่นยนต์สิ้นสุดลง กล่องแสงจันทร์ที่ลอยอยู่กลางอากาศก็เปล่งแสงออกมา กลืนกินร่างของซูฮ่าวให้หายวับไป…
