เสียงร้องโหยหวนที่มาจากภูตผีปีศาจ ทุกคนได้ยินกันอย่างชัดเจน เมื่อเสียงโหยหวนนั้นดังขึ้นจึงคาดเดาได้ว่าภูตผีปีศาจตนหนึ่งคงถูกโครงกระดูกปีศาจเืสังหารเข้าให้แล้ว
“เก่งมาก!”
หงช่านอดไม่ได้จนต้องเอ่ยชมขึ้นมาหนึ่งประโยคด้วยสีหน้าปลื้มปริ่ม “หากสามารถทยอยสังหารภูตผีปีศาจทุกตัวที่วนเวียนอยู่ในปราณปีศาจได้ ต่อให้มีปราณปีศาจดำรงอยู่ พวกเราก็น่าจะสามารถทดลองเขยิบเข้าไปใกล้ประตูสำนักโลหิตได้”
เฟิงหลัวเองก็เริ่มฮึกเหิมจึงเอ่ยเร่งเร้าเนี่ยเทียน “เดินหน้าต่อ! สถานการณ์ของสำนักยังไม่รู้ชัด หวังว่าเ้าจะใช้โครงกระดูกปีศาจเืสังหารภูตผีปีศาจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้!”
เวลานี้ แม้แต่อวี๋ถงที่เกลียดขี้หน้าเนี่ยเทียนมาโดยตลอดก็ยังมองเขาด้วยสายตาคาดหวัง
เนี่ยเทียนพยักหน้า หลับตาลงอีกครั้ง ใช้กระแสจิตตามหาเป้าหมายใหม่ในปราณปีศาจนั้น
ไม่นานก็มีพลังชีวิตเืเนื้อที่เข้มข้นของภูตผีปีศาจอีกตนถูกกระแสจิตของเขาเล็งไป
คำสั่งของเขาถูกส่งออกไปทันใด โครงกระดูกปีศาจเืที่ถูกปราณปีศาจปกคลุมจนมองไม่เห็นร่องรอยจึงลงมือสังหารอีกครั้ง
ไม่นานหลังจากนั้นเสียงร้องโหยหวนก็ดังขึ้นมา ภูตผีปีศาจตนนั้นที่ถูกหมายหัวโดนสังหารอย่างง่ายดายอีกตัว
เนี่ยเทียนไม่พูดอะไรมากอีก แต่ร่ายคาถา แผ่กระแสจิตออกไปรอบด้าน ทยอยตามหาร่องรอยของภูตผีปีศาจแต่ละตัว
จากนั้นเสียงร้องด้วยความเ็ป เสียงคำรามแหบแห้งก็ดังออกมาจากปราณปีศาจอย่างต่อเนื่อง
ภูตผีปีศาจตนแล้วตนเล่าถูกโครงกระดูกปีศาจเืสังหารติดต่อกัน
“ตัวที่หก!”
ใบหน้าของโจวอี้แห่งสำนักภูตผีเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “เหลืออีกแค่ตัวเดียว! ขอแค่จัดการมันได้ก็สามารถกำจัดอุปสรรค์ทั้งหมด! ถึงเวลานั้นพวกเราทุกคนก็สามารถบุกเข้าไปในปราณปีศาจได้แล้ว”
ทุกคนกำหมัดลุ้นอย่างสุดกำลัง หลังจากที่ภูตผีปีศาจทยอยกันถูกสังหารไปจนถึงตนที่หก ทุกคนต่างก็คิดว่าการตายของภูตผีปีศาจตนต่อไปก็น่าจะใช้เวลาแค่ชั่วพริบตาเดียว
พวกเขาจับจ้องเนี่ยเทียนด้วยความห้าวเหิม รอให้เนี่ยเทียนใช้กระแสจิตเล็งไปที่ภูตผีปีศาจตนที่เจ็ด
เนี่ยเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง รู้สึกว่าการที่เขาปลดปล่อยกระแสจิตออกไปอย่างต่อเนื่องเพื่อตามหาภูตผีปีศาจเ่าั้ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย
ปราณปีศาจไหลเชี่ยวคล้ายมหาสมุทรปีศาจที่มีคลื่นถาโถมไม่หยุด กระแสจิตของเขาที่ล่องลอยอยู่ภายในนั้นล้วนถูกเผาผลาญไปอย่างดุเดือดในทุกนาที
เพราะยังไงซะเขาก็มีแค่ตบะท้าย์ ระดับการรวบรวมพลังจิต ระดับความเข้มข้นของพลังจิตจึงสู้พวกโจวอี้ หงช่านไม่ได้
เผาผลาญกระแสจิตในระยะเวลานาน ทำให้สมาธิของเขากระจัดกระจายไปเล็กน้อย ระดับความเฉียบคมในการรับััก็ลดลงมาอย่างฮวบฮาบ
หลังจากที่สังหารภูตผีปีศาจหกตนติดต่อกัน ในพื้นที่ที่ปราณปีศาจไหลเชี่ยวกราก การเคลื่อนไหวของภูตผีปีศาจตนสุดท้ายจึงค่อนข้างล่องลอยอย่างเห็นได้ชัด
กระแสจิตของเขาบางครั้งก็ััได้ถึงการดำรงอยู่ของภูตผีปีศาจตนนั้น ทว่าเมื่อเขาพยายามจะเล็งตัวมันกลับพบว่าภูตผีปีศาจตัวนั้นหายวับไปแล้ว
กระแสจิตของเขาล่องลอยอยู่อีกครู่หนึ่งก็ยังไม่สามารถเล็งภูตผีปีศาจตนนั้นได้อย่างแม่นยำ
ดูเหมือนว่าภูตผีปีศาจตนนั้นจะััได้ถึงอะไรบางอย่างจึงเปลี่ยนตำแหน่งอยู่ในปราณปีศาจอย่างเร็ว ไม่เคยหยุดอยู่ที่เดิมนาน
แล้วอยู่ๆ เนี่ยเทียนก็พลันเบิกตาโพลง สีหน้าเลื่อนลอยเล็กน้อย
“เนี่ยเทียน เ้าเป็อะไร?” อันซืออี๋ที่อยู่ด้านข้างเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน บนใบหน้างามพิลาศเต็มไปด้วยความห่วงใย “หากไม่ได้จริงๆ ก็ไม่ต้องฝืนตัวเองนะ เ้าทำได้ดีมากพอแล้ว”
“อืม หาภูตผีปีศาจตัวนั้นไม่ได้ก็ช่างมันเถอะ” ลี่ฝานเองก็มองออกถึงอาการไม่ดีของเขา “ขอบเขตเ้าต่ำต้อย เมื่อเผาผลาญพลังจิตเป็ระยะเวลานานเ้าจะแบกรับไม่ไหว ข้ากลัวว่าต่อให้เ้าหาภูตผีปีศาจตนนั้นเจอก็ยากที่จะควบคุมให้โครงกระดูกปีศาจเืไปฆ่ามันได้”
“ถ้าไม่อย่างนั้นพักก่อนดีหรือไม่?” เจียงหลิงจูก็กล่าวขึ้น
“จะพักไม่ได้นะ” เฟิงหลัวแห่งสำนักโลหิตกล่าวด้วยใบหน้าจนใจ “เวลากระชั้นชิด สำนักของข้ากำลังเผชิญอันตราย อีกอย่างโครงกระดูกปีศาจเืตนนั้นก็มิอาจดำรงอยู่ได้นานนัก ทางที่ดีที่สุดคือต้องให้เขาสังหารภูตผีปีศาจให้มากที่สุดก่อนหน้าที่โครงกระดูกปีศาจเืจะหลับไปอีกครั้ง”
“เนี่ยเทียน! ยาคืนพลังจิตเม็ดนี้ ข้าให้เ้า!” หงช่านแห่งวังยมบาลหยิบเอายาเม็ดหนึ่งออกมายัดใส่มือเนี่ยเทียนแล้วกล่าวว่า “ยาคืนพลังจิตสามามารถช่วยให้เ้าฟื้นฟูพลังจิตได้อย่างรวดเร็ว”
“ยาคืนพลังจิต!” เฟิงหลัวก็พลันนึกขึ้นมาได้ จึงหยิบเอายาคืนพลังจิตสามเม็ดออกมาจากกำไลเก็บของแล้วส่งให้เนี่ยเทียนทั้งหมดทีเดียว “ข้าเกือบลืมยาคืนพลังจิตไปเลย! ที่ข้าก็มีอยู่สามเม็ด เ้ารีบกินเข้าไป แล้วรีบฟื้นฟูพลังจิตตัวเองขึ้นมาใหม่เพื่อตามหาภูตผีปีศาจตนสุดท้ายต่อไป”
“ตกลง!” เนี่ยเทียนเองก็ไม่เกรงใจ รับยาคืนพลังจิตทั้งสี่เม็ดที่หงช่านและเฟิงหลัวส่งมาให้แล้วกลืนเข้าไปทีเดียวหมด
“อย่า! อย่ากินทีเดียวแบบนั้นสิ!” เฟิงหลัวหน้าเปลี่ยนสีทันใด
ลี่ฝานและหงช่านเห็นเขากลืนยาไปทีเดียวสี่เม็ดอย่างไม่รู้จักที่ตายก็ตกอกใไม่ต่างกัน
พวกเขาคิดจะห้ามปราม ทว่ายาคืนพลังจิตสี่เม็ดนั้นได้ลงไปอยู่ในท้องของเนี่ยเทียนเรียบร้อยแล้ว
“เ้าโง่!” เจียงหลิงจูกระทืบเท้า ตวาดเสียงดัง “เ้าเพิ่งมีตบะท้าย์ ยาคืนพลังจิตเม็ดเดียวก็มากพอให้เ้าฟื้นฟูพลังจิตแล้ว นี่เ้าดันกินยาคืนพลังจิตพร้อมกันทีเดียวสี่เม็ด เ้านี่มันประสาทจริงๆ!”
เนี่ยเทียนที่กลืนยาคืนพลังจิตลงไปหมดทีเดียว กล่าวด้วยใบหน้าตื่นตะลึง “กินไม่ได้อย่างนั้นหรือ? หรือว่า...จะมีผลร้ายตามมาทีหลัง?”
“พลังงานที่เกิดจากยาคืนพลังจิตสี่เม็ดอาจจะออกฤทธิ์รุนแรงเกินไปสำหรับเ้า กลัวว่าเ้าจะรับไม่ไหว” หัวคิ้วลี่ฝานขมวดแน่น “อีกอย่างยาคืนพลังจิตก็ราคาไม่ธรรมดา เ้ากินทีเดียวสี่เม็ดแบบนี้ออกจะสิ้นเปลืองไปเสียหน่อย”
“เนี่ยเทียน! ระวังผลของยาคืนพลังจิตให้ดี!” อันซืออี๋เอ่ยเตือน
“อ้อ ที่แท้ก็ฤทธิ์ยารุนแรงเกินไปนี่เอง” เนี่ยเทียนครุ่นคิดเล็กน้อยก็นั่งแปะลงไปบนพื้น รับัักับพลังที่แผ่ออกมาจากยาคืนพลังจิตสี่เม็ด
ไม่นานนัก อวัยวะภายในของเขาก็มีเส้นใยหลายเส้นลอยขึ้นมาหามหาสมุทรจิติญญาของเขาอย่างรวดเร็ว
เป็อย่างที่หงช่านกล่าวไว้ ยาคืนพลังจิตช่วยฟื้นฟูพลังจิตได้ดีมากจริงๆ
วินาทีที่เส้นใยมากมายเ่าั้ลอยเข้าไปในมหาสมุทรจิติญญา เขาก็รู้สึกได้ว่าพลังจิตดีขึ้นมาไม่น้อย
ยาคืนพลังจิตออกฤทธิ์ต่อการบำรุงมหาสมุทรจิติญญาได้รวดเร็วยิ่งกว่าพลังงานประหลาดที่ได้มาจากลูกปราณิญญาในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเสียอีก
เมื่อได้รับการชดเชยจากเส้นใยเ่าั้ ไม่นานนักพลังจิตในมหาสมุทรจิติญญาที่ถูกเผาผลาญไปก็ฟื้นฟูมาเต็มเปี่ยม
ทว่ายังคงมีเส้นใยจำนวนมากกว่าเดิมลอยอยู่ในอวัยวะของเขาอย่างต่อเนื่อง และยังคงไหลเข้าไปในมหาสมุทรจิติญญา
เวลานี้พลังจิตทั้งหมดของเขาที่เผาผลาญไปได้ฟื้นคืนมาหมดแล้ว
หากเปลี่ยนเป็คนทั่วไป เมื่อพลังจิตเต็มล้นอยู่ในมหาสมุทรจิติญญาแล้ว ต่อให้มีเส้นใยอีกมากมายแทรกซึมเข้ามา...ก็ไม่มีประโยชน์อีก
เส้นใยพลังจิตที่มากเกินพอดีอาจทำให้มหาสมุทรจิติญญาแบกรับไม่ไหวและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่จำเป็ตามมามากมาย
อย่างเช่นมหาสมุทรจิติญญาปั่นป่วน พลังจิตขยายตัวมากเกินไป หรือพลังจิตผิดปกติ
ทว่าในความรู้สึกของเนี่ยเทียน หลังจากที่มหาสมุทรจิติญญาได้รับการเติมเต็มแล้ว เส้นใยที่แทรกซึมเข้ามาใหม่กลับลอยไปหาสะเก็ดดาวเจ็ดดวงที่ลอยอยู่เหนือมหาสมุทรจิติญญาอย่างเป็ธรรมชาติ
สะเก็ดดาวเจ็ดดวงนั้นเกิดจากการที่เขาค่อยๆ รวมแสงดาวที่สาดลงมาจากเพดานของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
สะเก็ดดาวเจ็ดดวงส่องประกายระยิบระยับลงบนมหาสมุทรจิติญญาของเขา ทำให้มหาสมุทรจิติญญาของเขามีความลึกลับเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน
เส้นใยหลายเส้นที่ลอยขึ้นมา ทยอยกันแทรกซึมเข้าไปในสะเก็ดดาวทั้งเจ็ดนั้น
สะเก็ดดาวที่เดิมทีก็สาดแสงเป็ประกายอยู่แล้ว เมื่อเส้นใยแทรกซอนเข้าไป แสงที่ปลดปล่อยออกมาจึงยิ่งเจิดจ้าพริบพราว
ดูเหมือนว่าสะเก็ดดาวทั้งเจ็ดจะดูดซึมเส้นใยพลังจิตได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เส้นใยพลังจิตที่ปลดปล่อยออกมาจากยาคืนพลังจิตทั้งสี่เม็ดจึงถูกสะเก็ดดาวดวงนั้นรับเอาไว้หมด
เมื่อเนี่ยเทียนไม่รู้สึกว่าอวัยวะภายในมีเส้นใยใหม่เกิดขึ้นอีก สะเก็ดดาวเจ็ดดวงที่ลอยสูงอยู่เหนือมหาสมุทรจิติญญาของเขาก็คล้ายว่าจะขยายใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย อีกทั้งพลังงานลึกลับที่แฝงเร้นอยู่ด้านในก็เปลี่ยนมาเป็บริสุทธิ์ยอดเยี่ยมด้วย
ตอนที่เขาหลอมละลายและดูดซับยาคืนพลังจิตทั้งสี่เม็ด ทุกคนที่อยู่ด้านข้างล้วนจ้องมองเขาด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
บนใบหน้าของเขา ทุกคนมองไม่เห็นความเ็ปอย่างที่ควรมีแม้แต่นิดเดียว มองไม่เห็นวี่แววว่าเนี่ยเทียนจะแบกรับไม่ไหว กลับกลายเป็เห็นใบหน้าเปี่ยมสุขของเขาเสียอีก
“ยาคืนพลังจิต นี่เขา...ดูดซับไปหมดเลยหรือ?”
“เขามีตบะแค่ท้าย์เท่านั้น จะรับฤทธิ์ของยาคืนพลังจิตสี่เม็ดได้อย่างไร?”
“เ้าตัวประหลาด!”
ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์ รู้สึกเหมือนว่าบนร่างเนี่ยเทียนมีปริศนามากมายที่ไขไม่ออก
“ความสามารถในการเลือกลูกศิษย์ของอูจี้ ช่างยอดเยี่ยมที่สุดในอาณาจักรหลีเทียนจริงๆ” หงช่านทอดถอนใจด้วยความปลงอนิจจัง
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนก็ลืมตาขึ้น ใช้พลังจิตที่อยู่ในสภาวะพรั่งพร้อมสูงสุดไล่ตามหาอยู่ในปราณิญญาที่ไหลเชี่ยวต่อไป
ไม่รู้ว่าเหตุใด ครั้งนี้พลังการรับััและพลังการสังเกตของเขาถึงได้เพิ่มขึ้นมาหนึ่งระดับใหญ่อย่างเห็นได้ชัด
เขาแค่ล่องลอยอยู่ในนั้นไม่กี่วินาทีก็สามารถจับการเคลื่อนไหวของภูตผีปีศาจตนนั้นได้อย่างแม่นยำ และเล็งร่างมันเอาไว้ได้ทันใด
“โฮก!”
เสียงคำรามเดือดดาลของภูตผีปีศาจตนหนึ่งดังลอยออกมาจากปราณปีศาจ
นาทีถัดมาก็มีกระแสจิตที่เย็นเยียบน่าสะพรึงกลัวระลอกหนึ่งพุ่งเข้าใส่เนี่ยเทียน
“ภูตผีปีศาจระดับสูง!”
หงช่านที่อยู่ข้างกายเนี่ยเทียนเองก็ััได้ถึงความผิดปกติของภูตผีปีศาจ แล้วอยู่ๆ เขาก็ร้องอุทานเสียงหลง
-----
