ั้แ่เหตุการณ์ที่อวี้จิ่นทำนายเื่ของเซี่ยฮูหยินโดยบังเอิญในวันนั้น นางคิดว่าจะตั้งใจเรียนมารยาทกับมารดาให้ผ่านตามกำหนด จะได้ออกไปหาดูที่ดินใกล้ ๆ กำแพงเมืองหลวงสักสิบหมู่ เพื่อสร้างตำหนักรับทำนายดวงชะตาผ่อนหนักให้เป็เบากับทุกคนที่เดือดร้อน
เมื่อผ่านเหตุการณ์เลวร้ายเกือบถูกสังหาร จากคนที่คิดว่าเป็สหายเซี่ยฮูหยินได้มอบของตอบแทนให้กับอวี้จิ่น เป็ปิ่นปักผมซึ่งทำจากทองคำแท้ประดับด้วยอัญมณีสีแดงงดงาม โดยให้บุตรชายนำไปมอบให้กับอวี้จิ่น เพราะยามนี้เซี่ยฮูหยินต้องช่วยบุตรชายของตน เกี้ยวพาบุตรสาวแม่ทัพใหญ่ให้มาเป็สะใภ้จวนฟู่กั๋วกงให้ได้
ด้านฟู่หลงเหยียนแม้จะไม่มีเื่การนำของตอนแทนจากมารดา ที่้ามอบให้อวี้จิ่นตัวของฟู่หลงเหยียนย่อมหาโอกาสมาพบอวี้จิ่นได้อยู่แล้ว เนื่องจากเริ่มมีบุรุษที่เป็บุตรหลานขุนนาง คหบดี หรือแม้แต่ตำหนักองค์ชายก็เริ่มเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเื่ของอวี้จิ่น เขาจึงต้องพยายามมาเยือนจวนตระกูลเจียงให้บ่อยมากที่สุด ยิ่งมีเสียงผู้คนพูดถึงมาก ๆ ได้ยิ่งดีกับตัวเขา แน่นอนบุรุษเ่าั้จะได้ไม่มายุ่งวุ่นวายกับอวี้จิ่นของเขา และเื่ที่ฟู่หลงเหยียนกังวลจะไม่เกิดขึ้นในระยะเวลาสามเดือน เพราะอวี้จิ่นไม่ยอมก้าวเท้าออกจากจวน จนกว่านางจะร่ำเรียนศาสตร์ต่าง ๆ จากมารดา แม้จะมีอาการเบื่ออยู่บ้างแต่อย่างน้อยนางก็มีมิติตลาดอันกว้างใหญ่ และเฉินหนงผู้ทำยาให้นางได้พูดคุยแก้เบื่อ
จางฮูหยินและสาวใช้อย่างมู่เสีย รู้สึกปลื้มใจมากที่บุตรสาวและคุณหนู พยายามตั้งใจร่ำเรียนเพื่อทำให้ออกมาดีที่สุดไม่ทำให้ตระกูลขายหน้า แต่จางฮูหยินไม่ได้คาดหวังถึงเพียงนั้นนางขอแค่บุตรสาว รู้จักกาลเทศะ มีมารยาทยามอยู่ต่อหน้าผู้าุโเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา นางมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของบุตรสาว ที่ยามนี้รูปร่างมีน้ำมีนวลสมวัยยิ่งทำให้นางมีท่าทางน่ามองมากขึ้นไปอีก คนที่สามารถบอกได้คงจะเป็สหายของบุตรชาย จากที่นางสังเกตสายตาของฟู่หลงเหยียน บ่งบอกได้เต็มสิบส่วนว่าตกหลุมรักอวี้จิ่นเข้าแล้ว และดูจะห่วงหวงบุตรสาวของนางยิ่งกว่าบิดาและพี่ชายเสียอีก
ในที่สุดก็ครบเวลาสามเดือนที่อวี้จิ่นต้องร่ำเรียนกับมารดา และยังต้องเรียนขี่ม้าโดยมีเฟยอินกับตงลู่ช่วยสอน บางครั้งบิดากับพี่ชายรวมถึงฟู่หลงเหยียนก็มาช่วยสอนนางด้วยเช่นกัน ดังนั้นวันนี้นางได้รับอิสระไม่ต้องร่ำเรียนกับมารดาแล้ว จึงมีความคิดอยากจะไปร้านสมุนไพรตามที่สัญญากับเฉินหนงเอาไว้ ไม่เพียงเท่านั้นนางยังอยากซื้อที่ดินนอกเมือง เพื่อใช้สร้างตำหนักทำนายดวงชะตาและต้องซื้อร้านค้าสักร้าน สำหรับใช้เป็ตำหนักชั่วคราวไปก่อน เพราะการช่วยเหลือผู้คนไม่อาจรอได้อีก อวี้จิ่นไปพบมารดาเพื่อขออนุญาตออกไปดำเนินการตามที่นางคิดเอาไว้
“ท่านแม่เ้าขา”
“หืม ว่าอย่างไร ทำไมถึงเรียกแม่ด้วยเสียงออดอ้อนเช่นนั้นเล่า” ถึงจะถามด้วยความสงสัย แต่จางฮูหยินก็ชอบให้บุตรสาวอ้อนนางเช่นกัน
“บ่าวว่าคุณหนูเรียกฮูหยินเช่นนี้ คงมีเื่อะไรอยากจะขอกระมังเ้าคะ” มู่เสียที่ได้คลุกคลีกับอวี้จิ่นยิ่งรู้สึกเอ็นดูนางอีกหลายเท่า
“โธ่ ท่านอามู่เสียละก็ท่านจะรู้ทันข้าไม่ได้นะเ้าคะ แต่ที่ท่านอามู่เสียพูดมาก็ถูกเ้าค่ะ ท่านแม่ข้าอยากจะขออนุญาตออกไปทำธุระสักเล็กน้อยได้ไหมเ้าคะ”
“แล้วธุระของจิ่นเอ๋อร์ที่จะไปทำเกี่ยวกับเื่อะไรหรือลูก พอจะบอกแม่ได้ไหมหรือว่าเป็ความลับที่ยังบอกไม่ได้”
“มิใช่ความลับอันใดหรอกเ้าค่ะท่านแม่ เื่ที่จะออกไปทำข้าจะไปร้านสมุนไพร เพื่อเลือกซื้อสมุนไพรชั้นดีมาทำยา และอยากไปที่ศาลาว่าการหาที่ดินติดกำแพงเมืองสักสิบหมู่ แล้วก็ซื้อร้านค้าขนาดใหญ่สักร้านหนึ่งเท่านั้นเองเ้าค่ะ” อวี้จิ่นบอกสิ่งที่จะทำกับมารดา
แต่สิ่งที่อวี้จิ่นบอกไปทั้งสามเื่นั้นล้วนต้องใช้เงินทั้งสิ้น จางฮูหยินที่ฟังแล้วก็นึกขึ้นได้ว่านางยังไม่ได้จัดสรรเื่เงินให้บุตรสาว สำหรับใช้จ่ายในแต่ละเดือนเช่นคุณหนูคนอื่น เพราะมัวแต่ดีใจที่บุตรสาวกลับมา ส่วนอวี้จิ่นก็ลืมไปว่าตนเองมีเงินอยู่กับตัวแค่สี่สิบกว่าตำลึงทอง ซึ่งมันไม่สามารถซื้อสิ่งที่นางเพิ่งจะพูดออกมาได้
“ตายจริง!! จิ่นเอ๋อร์แม่ขอโทษด้วยนะลูก ที่ลืมให้พ่อบ้านเจียงนำเงินไปให้เ้า เพราะคุณหนูทุกคนต้องมีเงินเพื่อใช้จ่ายเป็การส่วนตัวเป็ประจำทุกเดือน แต่ของเ้าแม่กลับลืมไปเสียได้นี่สิ อีกอย่างเื่ที่เ้าอยากจะทำทั้งสามอย่างล้วนต้องใช้เงินจำนวนมากนะลูก”
“โอ๊ะ!!จริงด้วยเ้าค่ะท่านแม่ เื่สำคัญลืมไปได้อย่างไรกัน เช่นนั้นท่านแม่ให้ข้ายืมเงินก่อนสักหนึ่งพันตำลึงทองได้หรือไม่เ้าคะ ถ้ากิจการของข้าเปิดแล้วมีรายได้จะนำมาคืนท่านแม่เ้าค่ะ เพราะว่ายามนี้มีเงินอยู่เพียงสี่สิบกว่าตำลึงทอง ไม่พออย่างแน่นอนเ้าค่ะท่านแม่” อวี้จิ่นก็นึกขึ้นได้ยามที่มารดาพูดให้ฟังเช่นกัน เงินแค่หลักสิบตำลึงทองของนางมันจะไปพอซื้อสมุนไพร ร้านค้าแม้แต่ที่ดินได้อย่างไร
“เ้าลูกคนนี้เงินแค่หนึ่งพันตำลึงทองยังต้องพูดคำว่ายืมกับแม่อีก มู่เสียเ้าไปหยิบตั๋วเงินมาให้จิ่นเอ๋อร์สองพันตำลึงทองนะ นี่ลูกแม่เ้าอยากซื้อสิ่งใดก็ซื้อได้เลยถ้าเงินไม่พอให้มาบอกแม่ก็แล้วกัน หรืออยากให้แม่ช่วยทำอะไรก็บอกแม่จะช่วยเ้าอย่างเต็มที่” แค่หนึ่งพันตำลึงทองยังน้อยไปด้วยซ้ำ
“ขอบคุณท่านแม่มากเ้าค่ะที่สนับสนุนสิ่งที่ข้าอยากจะทำ”
“นี่เ้าค่ะฮูหยินตั๋วเงินสองพันตำลึงทอง”
“อ่ะ เงินนี้แม่ให้จิ่นเอ๋อร์นำไปจัดการธุระของเ้าในวันนี้ หรือถ้าอยากได้สิ่งใดเพิ่มเติมแล้วเงินไม่พอให้เฟยอินมาบอกกับแม่นะ” จางฮูหยินไม่คิดหวงเื่เงินทองกับอวี้จิ่นสักนิด เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่บุตรสาว้าทำไม่มีสิ่งใดไม่เหมาะสม
“เ้าค่ะท่านแม่เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ แล้วจะรีบกลับจวนเมื่อทำธุระเสร็จเรียบร้อยเ้าค่ะ”
“จ้ะ รีบไปเถิดหากสายกว่านี้แดดจะร้อนเอาได้”
อวี้จิ่นย่อตัวทำความเคารพมารดาก่อนจะออกจากเรือน พร้อมกับตั๋วเงินถึงสองพันตำลึงทอง ที่นางจะนำไปต่อยอด จากนี้จะได้กลับมาอีกหลายร้อยเท่าให้จงได้
“พี่เฟยอิน/น้าตงลู่ พวกเรารีบไปกันเถิดเ้าค่ะ ช่วยพาข้าไปที่ร้านสมุนไพรก่อนนะเ้าคะ แต่ว่าขอเป็ร้านที่ไม่เอาเปรียบลูกค้าโดยการขายสมุนไพรในราคาที่แพงเกินจริงเ้าค่ะ” ยิ่งเป็ในเมืองหลวงเื่ร้านยาสมุนไพรยิ่งต้องระวังให้มาก
“เ้าค่ะคุณหนู/ขอรับคุณหนู”
เพียงก้าวแรกที่ออกจากจวนในรอบสามเดือนของอวี้จิ่น นางก็ถูกผู้คนจ้องมองอย่างมากมายแต่เป็การจ้องมองด้วยความชื่นชม ที่บุตรสาวของแม่ทัพใหญ่ไม่ถือตัว ยิ้มทักทายชาวบ้านอย่างเป็กันเอง ไม่ชูคอเย่อหยิ่งว่าตนเป็บุตรสาวขุนนางชั้นสูงแต่อย่างใด ฉะนั้นเื่นี้ของอวี้จิ่นจึงเป็ที่กล่าวถึงอย่างรวดเร็ว จะบอกว่าไม่มีสตรีอิจฉาริษยาก็ไม่ได้เนื่องจากบางคนไม่้าให้ใครโดดเด่นเกินตนเอง
นายบ่าวทั้งสามเดินกันมาหนึ่งเค่อจึงมาถึงร้านขายสมุนไพรร้านหนึ่ง ที่มีลูกค้าไม่มากนักสภาพของร้านก็ดูกลาง ๆ อวี้จิ่นจึงแปลกใจเล็กน้อย แต่ยังไม่เอ่ยถามออกไปรอเจอเถ้าแต่ประเดี๋ยวนางก็รู้เอง
“คุณหนูพวกเรามาถึงร้านสมุนไพรเฮ่อตงแล้ว รับรองว่าร้านนี้ขายสมุนไพรในราคายุติธรรม และยังเป็สมุนไพรชั้นดีตามที่คุณหนู้าขอรับ” ตงลู่เคยช่วยเหลือเถ้าแก่เฮ่อจากพวกอันธพาลไว้
“เข้าไปด้านในกันเ้าค่ะข้าอยากเห็นสมุนไพรที่ว่าแล้ว หากเห็นถึงความจริงใจของเถ้าแก่เฮ่อบางทีข้าอาจจะทำการค้าด้วยก็ได้เ้าค่ะ”
ลูกจ้างในร้านเมื่อเห็นตงลู่เดินเข้ามาก็รีบมาต้อนรับทันที พวกเขายังคงนึกขอบคุณตงลู่มาถึงทุกวันนี้ ที่ได้ตงลู่ยื่นมือช่วยเหลือ
“ท่านตงลู่ไม่ทราบว่าวันนี้้าสมุนไพรชนิดใดหรือขอรับ” อาเหมาลูกจ้างของร้านถามตงลู่ด้วยความดีใจ
“อ้อ อาเหมาวันนี้ข้าไม่ได้มาซื้อสมุนไพรเองหรอกนะ แต่ว่าเป็คุณหนูของข้าที่้าหาซื้อสมุนไพรชั้นดี เพื่อนำไปปรุงยาว่าแต่ว่าวันนี้เถ้าแก่เฮ่อไม่อยู่หรือ ทุกทีจะเห็นอยู่หน้าร้านกับเ้านี่นา”
“เฮ้อ ท่านตงลู่ข้าขอไม่ปิดบังยามนี้เถ้าแก่กำลังรักษาตัวอยู่ขอรับ เมื่อครึ่งเดือนที่ผ่านมามีคนของร้านสมุนไพรเฝิงหลุนมาข่มขู่ สั่งให้เถ้าแก่ปิดร้านยาสมุนไพรหากไม่ทำตามจะส่งคนมาทำร้าย พอเถ้าแก่ไม่ทำตามก็ถูกคนทำร้ายจนาเ็จริง ๆ ขอรับ”
“ทำไมต้องข่มขู่กันเช่นนี้ด้วยเ้าคะ ต่างคนก็ต่างทำมาหากินการจะซื้อยาสมุนไพรก็เป็สิทธิ์ของคนซื้อเอง ร้านเฝิงหลุนนี่ยิ่งใหญ่มากหรือไม่เ้าคะท่านน้าตงลู่” อวี้จิ่นพอได้ยินเช่นนี้ก็คิดถึงกิจการของตน
“เรียนคุณหนูร้านสมุนไพรเฝิงหลุน เป็กิจการของตระกูลพระสนมเฝิงเจียผิน พระมารดาขององค์ชายสี่ที่มีสิทธิ์แย่งชิงตำแหน่งรัชทายาท ไม่แปลกที่ตระกูลนี้จะอำนาจข่มขู่คนทั่วไปเ้าค่ะ” เฟยอินตอบคำถามของอวี้จิ่น เนื่องจากนางเคยเข้าไปสืบข่าวในวังหลวงมาก่อน
“ฮึ แค่ตำแหน่งเจียผินยังด้อยกว่ากุ้ยเฟยตั้งหลายขั้น แต่ญาติพี่น้องก็พึ่งพาใช้อำนาจกันถึงเพียงนี้เชียวหรือนี่ ข้าอยากจะรู้นักหากร้านสมุนไพรเฮ่อตง เป็คู่ค้ากับบุตรสาวแม่ทัพใหญ่คนพวกนั้นยังจะกล้ามาหาเื่ สั่งให้ปิดร้านขายสมุนไพรนี้อีกไหม พี่อาเหมาพาพวกเราไปเยี่ยมดูอาการเถ้าแก่ก่อนเถิด หากอาการไม่หนักมากเกินไปยาสูตรของข้าคงพอช่วยรักษาได้เ้าค่ะ” อวี้จิ่นอยากรู้นักว่าคนพวกนี้ ที่ชอบใช้อำนาจของผู้อื่นมารังแกคนที่อ่อนแอกว่า หากเจอคนที่มีอำนาจโต้กลับบ้างจะทำอย่างไร
“เอ่อ คุณหนูท่านนี้เป็...”
“อาเหมานี่คือคุณหนูเจียงบุตรสาวของแม่ทัพใหญ่เจียงซือกุ่ย คุณหนูพอมีความรู้เื่การแพทย์อยู่บ้าง รีบพาไปดูอาการเถ้าแก่เถิด” ตงลู่อยากจะพูดว่านางคือหมอเทวดามาก แต่ยังไม่อยากสร้างความตื่นใให้อาเหมา
“เชิญคุณหนูเจียงตามข้าน้อยไปห้องพักด้านหลังร้านเถิดขอรับ”
“เชิญ”
วันแรกในรอบสามเดือนก็มีเื่ให้ต้องออกหน้าเสียแล้ว แต่เื่ในครั้งนี้มันกลับเป็ผลดีต่ออวี้จิ่นมากกว่าผลเสีย ขณะที่นางกำลังจัดการธุระของตนเองอยู่ที่ร้านสมุนไพร ทางด้านจวนตระกูลกวนก็เกิดเหตุ ให้ใต้เท้ากวนต้องรีบกลับจวนเป็การด่วน เนื่องจากพ่อบ้านวิ่งไปรายงานว่าฮูหยินของเขา เกิดอาการหน้ามืดเป็ลมล้มพับจนสาวใช้คว้าไว้ไม่ทัน
ยามนี้ภายในจวนตระกูลกวนบ่าวไพร่ต่างวิ่งกันให้วุ่นไปหมด โดยเฉพาะฮูหยินผู้เฒ่าที่เกรงว่าลูกสะใภ้คนนี้จะาเ็จนเกินไป และอาจกระทบกับเื่การตั้งครรภ์ที่บุตรชายของนางได้ขอเอาไว้ ทางด้านใต้เท้ากวนพอได้ฟังจากปากพ่อบ้านก็รีบกลับจวนทันที
“อาเหิงเ้ากลับมาแล้วรึ”
“ท่านแม่ซินเอ๋อร์นางเป็อย่างไรบ้างขอรับ”
“เฮ้อ แม่ให้คนไปตามท่านหมอมาแล้วล่ะเพียงแต่นางยังไม่ได้สติ นี่ก็ผ่านมาจะครบหนึ่งเค่ออยู่แล้วนะอาเหิง”
“ยุ่นเหมี่ยว! มันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ทำไมฮูหยินถึงเป็ลมได้ เมื่อเช้าข้ายังเห็นว่านางยังมีสีหน้าที่สดใสอยู่ แค่ไม่กี่ชั่วยามจะล้มป่วยได้อย่างไร” ใต้เท้ากวนถามกับสาวใช้คนสนิทของฮูหยินตนเองทันทีที่มาถึงห้องนอน
“เรียนนายท่านบ่าวก็ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดนักเ้าค่ะ คราแรกฮูหยินนั่งเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ปกติ แต่จู่ ๆ ก็เริ่มบ่นว่าวันนี้กลิ่นของดอกไม้นั้นชวนให้เวียนศีรษะยิ่งนัก บ่าวบอกกับฮูหยินว่าให้กลับมานอนพักในเรือน ขณะที่กำลังจะถึงเรือนอยู่แล้วฮูหยินก็เป็ลมล้มลงทันที บ่าวจะคว้าตัวไว้ก็ไม่ทันทำให้ฮูหยินาเ็เช่นนี้เ้าค่ะ ฮึก ๆ ๆ”
“เอาล่ะ ๆ ๆ เ้าอย่าเพิ่งร้องไห้ไปเลยฮูหยินของเ้านางต้องไม่เป็อะไร ประเดี๋ยวท่านหมอก็จะมาถึงแล้วนางอาจจะอ่อนเพลียก็ได้”
“ฮึก เ้าค่ะนายท่าน”
“ท่านหมอทางนี้ ๆ เร็วเข้าฮูหยินของพวกเรายังไม่ฟื้นเสียที นายท่าน ๆ ท่านหมอมาแล้วขอรับ” พ่อบ้านกวนที่รอรับท่านหมออยู่หน้าจวน เมื่อท่านหมอมาถึงก็จับจูงกันวิ่งมาจนลืมเหนื่อย
“แฮ่ก ๆ ๆ คารวะใต้เท้ากวนขอรับ”
“ท่านหมอไม่ต้องมากพิธี ท่านรีบมาตรวจอาการของฮูหยินข้าก่อนเถิด” ใต้เท้ากวนเป็ห่วงฮูหยินมากกว่าพิธีรีตองอะไรนั่น
“ขอรับ ๆ ๆ”
ท่านหมอรีบขยับไปยังข้างเตียงเตรียมอุปกรณ์เล็กน้อย ก่อนจะทำการตรวจจับชีพจรของิ่ฮูหยินทันที ทุกคนที่อยู่ในห้องต่างพากันเงียบไม่ส่งเสียงรบกวนสมาธิของท่านหมอ ใต้เท้ากวนเป็กังวลจนเก็บอาการไว้แทบไม่อยู่ เขาจดจ้องไปที่การตรวจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ด้านท่านหมอที่จับชีพจรอย่างตั้งใจคราแรกที่ตรวจเจอก็ยังไม่แน่ใจนัก ว่าชีพจรที่เต้นอยู่มีกี่สายกันแน่จึงทำการตรวจซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ทำเอาทุกคนในห้องต่างลุ้นจนตัวโก่ง ว่าิ่ฮูหยินล้มป่วยเป็อะไรกันแน่ หนึ่งจิบชาผ่านไปท่านหมอจึงพยักหน้าติด ๆ กันหลายครั้ง สุดท้ายก็หันมายิ้มกับใต้เท้าและลุกขึ้นมากล่าวแสดงความยินดี
“ท่านหมอไม่ทราบว่าฮูหยินของข้านางเป็อย่างไรบ้างขอรับ”
“ขอแสดงความยินดีกับใต้เท้าด้วยขอรับ ยามนี้ิ่ฮูหยินนางตั้งครรภ์ได้สองเดือนกว่าแล้ว”
“ท่านว่าอะไรนะ!! ทะ ทะ ท่านหมอเมื่อกี้ท่านบอกว่า ฮูหยินของข้าตั้งครรภ์แล้วอย่างนั้นรึ ข้าไม่ได้หูฝาดฟังผิดไปเองใช่หรือไม่ท่านหมอ” ใต้เท้ากวนถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“ใต้เท้าท่านฟังไม่ผิดหรอกข้าบอกว่า ฮูหยินของท่านตั้งครรภ์ได้สองเดือนกว่าแล้วจริง ๆ ที่สำคัญนางยังตั้งครรภ์ลูกแฝดให้ท่านด้วยล่ะ ขอแสดงความยินดีกับใต้เท้าด้วยขอรับ” ท่านหมอเองเคยให้การตรวจรักษาิ่ฮูหยินมาบ้าง และรู้ว่านางอยากมีบุตรให้สามีมากเพียงใด
“นะ นะ นี่ข้าจะได้เป็พ่อแล้วงั้นหรือ และยังเป็พ่อที่มีลูกฝาแฝดอีกด้วย ฮ่า ๆ ๆ ในที่สุดข้าก็จะได้ยินเสียงเล็ก ๆ คอยเรียกว่าท่านพ่อแล้ว ท่านแม่ท่านได้ยินหรือไม่ข้ากำลังจะเป็พ่อคนแล้ว” ใต้เท้ากวนดีใจจนสติไม่อยู่กับตัวแล้ว
“แม่ย่อมได้ยินและดีใจกับเ้าด้วยอาเหิง เพราะว่าแม่ก็จะได้เป็ท่านย่าเหมือนกันนะ ต่อไปจวนนี้จะไม่เงียบเหงาอีกแล้ว ข้าจะมีหลานมาวิ่งเล่นทีเดียวถึงสองคนเชียวนะ” ฮูหยินผู้เฒ่าทั้งดีใจและโล่งใจ ที่ไม่ต้องบังคับบุตรชายให้รับอนุภรรยาเข้าจวน เพราะบุตรชายของนางเกลียดการมีอนุมากที่สุด
“ยินดีกับนายท่านด้วยขอรับ/ยินดีกับนายท่านด้วยเ้าค่ะ”
“ใช่แล้วท่านหมอ การตั้งครรภ์ฝาแฝดมีสิ่งใดต้องระวังเป็พิเศษหรือไม่ ข้าจะได้สั่งบ่าวไพร่ไว้เสียเนิ่น ๆ” พอตั้งสติได้ใต้เท้ากวนก็นึกถึงเื่ที่คนตั้งครรภ์ต้องระวัง
“เื่อาหารขออย่ามีรสจัดจนเกินไปรวมถึงเื่การเดินต้องระวังเป็พิเศษ เนื่องจากการตั้งครรภ์ทำให้น้ำหนักตัวมีมากหากหกล้มขึ้นมา อาจเป็อันตรายทั้งแม่และลูกได้ ส่วนเื่อื่น ๆ คิดว่าฮูหยินผู้เฒ่าน่าจะช่วยได้มากนะขอรับ ที่สำคัญยาบำรุงต้องดื่มอย่างต่อเนื่อง ใต้เท้าส่งคนไปรับที่โรงหมอทีหลังก็แล้วกันขอรับ”
“ขอบคุณท่านหมอมาก พ่อบ้านรบกวนไปส่งท่านหมอและจ่ายเงินค่ารักษา รวมถึงยาบำรุงให้ท่านหมอแทนข้าที”
“ขอรับนายท่าน”
“ไว้ข้าจะมาตรวจครรภ์ให้ฮูหยินทุกเดือนจนกว่านางจะคลอดนะขอรับ”
“รบกวนท่านหมอแล้ว” หากเป็หมอท่านนี้ใต้เท้ากวนสามารถวางใจได้
“ฮือ ๆ ๆ ในที่สุดฮูหยินของบ่าว ก็ตั้งครรภ์คุณชายน้อยคุณหนูน้อยเสียที ขอบคุณ์ที่ช่วยปกป้องฮูหยินและบุตรในครรภ์ ยินดีกับนายท่านและฮูหยินผู้เฒ่าด้วยเ้าค่ะ” ยุ่นเหมี่ยวยังคงร้องไห้ไม่หยุด
“ครึ่งหนึ่งข้าต้องขอบคุณ์อย่างที่เ้าว่ามาก็จริงอยู่นะยุ่นเหมี่ยว แต่อีกครึ่งที่้าขอบคุณมากที่สุดเห็นทีจะเป็ธิดาของท่านแม่ทัพใหญ่แล้วล่ะ หากไม่ได้ตัดสินคดีความให้นางในวันนั้น ฮูหยินของเ้าก็อาจจะยังไม่ตั้งครรภ์ก็เป็ได้” ใต้เท้ากวนนึกถึงคำพูดของอวี้จิ่น ั้แ่ที่เขารับยาบำรุงจากนางมา และทำตามวิธีที่นางพูดวันนี้มันเกิดขึ้นจริง ๆ
“หืม อาเหิงเ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร เื่นี้เกี่ยวอันใดกับธิดาที่แม่ทัพใหญ่เพิ่งรับเข้าจวนเช่นนั้นรึ” ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินบุตรชายพูดเช่นนี้จึงรู้สึกสงสัย
“ขออภัยที่ข้าไม่ได้เล่าให้ท่านแม่ฟังเกี่ยวกับเื่นี้ ที่ข้าปฏิเสธเื่รับอนุกับท่านแม่ครั้งสุดท้าย ก็เป็เพราะคุณหนูเจียงแนะนำขอรับ คุณหนูเจียงมีความสามารถด้านการทำนายดวงชะตาบอกกับข้าว่า ถ้ารับอนุตามที่ท่านแม่บอกถึงอนุคนนี้จะมีบุตรชายให้ แต่นางจะสังหารซินเอ๋อร์เพื่อตำแหน่งฮูหยินเอก คุณหนูเจียงเห็นว่าข้าไม่้ารับอนุ
จึงได้มอบยาบำรุงให้และบอกวิธีการผ่อนคลาย ไม่ให้จับจดอยู่กับการอยากมีลูกจนเกินไป ยามนี้ยาบำรุงจากคุณหนูเจียงส่งผลให้ซินเอ๋อร์ตั้งครรภ์และมีหลานให้แม่แล้วขอรับ” ใต้เท้ากวนยังไม่ลืมว่าตนเองสัญญากับอวี้จิ่นไว้ว่าอย่างไร
“มันรุนแรงถึงขั้นเอาชีวิตกันเชียวรึอาเหิง เพราะคนที่แม่จะให้เ้ารับเป็อนุก็เป็ญาติผู้น้องของเ้า ท่าทางของนางก็ดูเรียบร้อยดีนะ”
“ท่านแม่ขอรับท่านรู้ได้อย่างไรว่าในใจของญาติผู้น้องคิดอันใดอยู่ มีสตรีใดบ้างอย่างอยู่ในตำแหน่งอนุภรรยา หากไม่จำยอมจริง ๆ แม้แต่พระสนมในวังหลวง มีตระกูลใดบ้างไม่อยากให้บุตรหลานของตนได้เป็ฮองเฮาขอรับ”
“นั่นสินะที่เ้าพูดมาก็มีเหตุผลไม่น้อย เอาเถิดตอนนี้ลูกสะใภ้ก็ตั้งครรภ์หลานของแม่แล้ว เื่รับอนุจะไม่มีการพูดถึงอีกก็แล้วกันนะ”
“ขอบคุณท่านแม่ที่เข้าใจขอรับ”
“เฮ้อ เ้าก็ดูแลลูกสะใภ้ให้ดีไว้แม่จะมาเยี่ยมตอนนางฟื้นอีกครั้ง” ฮูหยินผู้เฒ่าคิดทบทวนตามที่บุตรชายพูดก็เห็นจริงเช่นนั้น นางไม่เคยได้รับรู้ถึงนิสัยใจคอของหลานสาวผู้นี้ บางทีสิ่งที่นางเห็นก็อาจเป็การแสร้งทำก็เป็ได้
ใต้เท้ากวนคอยดูแลจนิ่ฮูหยินได้สติค่อย ๆ ลืมตาอย่างช้า ๆ พอเห็นหน้าสามีได้ชัดเจนก็สงสัยว่าทำไมถึงได้ยิ้มให้นาง ไหนจะสาวใช้คนสนิทที่ยังคงมีน้ำตาคลออยู่ไม่หาย
“ซินเอ๋อร์เ้าฟื้นแล้วตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง ยังเวียนศีรษะอยู่หรือไม่มีสิ่งใดที่รู้สึกเหม็นอีกไหม”
“ท่านพี่ข้ารู้สึกดีขึ้นมากแล้วเ้าค่ะแต่ว่าทำไมท่านพี่กับยุ่นเหมี่ยว คนหนึ่งก็ยิ้มคนหนึ่งก็น้ำตาคลอเบ้า เกิดอันใดขึ้นหรือเ้าคะ”
“ซินเอ๋อร์เ้าฟังพี่ให้ดีเล่า ทุกอย่างที่พวกเราทำตามคำแนะนำของคุณหนูเจียง ยามนี้มันสำเร็จแล้วที่เ้าหน้ามืดเป็ลม เพราะเ้ากำลังตั้งครรภ์ลูกของเราอยู่น่ะ พี่ถึงได้ยิ้มอย่างมีความสุขอยู่นี่อย่างไรเล่า”
“ท่านพี่!! ทะ ทะ ท่านอย่าล้อเล่นนะเ้าคะ”
“ฮึก ฮูหยินเ้าคะนายท่านมิได้พูดล้อเล่น ยามนี้ท่านตั้งครรภ์แล้วจริง ๆ เ้าค่ะ” ยุ่นเหมี่ยวย้ำกับิ่ฮูหยินว่าที่ใต้เท้ากวนพูดเป็เื่จริง
“ที่สำคัญเ้าต้องระวังตนเองให้มาก เพราะในท้องของเ้ามีลูกของเราอยู่ถึงสองคน พวกเขาคงรอนานเกินไปจึงมาพร้อมกันเสียเลย”
“สะ สะ สองคนในท้องของข้าหรือเ้าคะ! ฮึก ต่อไปท่านพี่ก็จะไม่ถูกบังคับให้รับอนุอีกแล้วนะเ้าคะ ข้าดีใจมากเหลือเกินที่ลูก ๆ ยอมมาอยู่กับพวกเราเสียที ท่านพี่ข้าอยากไปขอบคุณคุณหนูเจียงด้วยตนเองเ้าค่ะ”
“ได้สิ แต่ต้องรอให้ครรภ์ของเ้าแข็งแรงมากกว่านี้เสียก่อน แล้วพวกเราค่อยนำของตอบแทนไปมอบให้คุณหนูเจียงด้วยกัน”
“เ้าค่ะท่านพี่”
“ยุ่นเหมี่ยวเ้าไปบอกพ่อบ้านให้จ่ายเงินพิเศษให้บ่าวไพร่คนละยี่สิบอีแปะ และให้แม่ครัวทำอาหารที่รสไม่จัดมากมาให้ฮูหยินด้วย”
“บ่าวจะรีบไปบอกท่านพ่อบ้านเดี๋ยวนี้เ้าค่ะนายท่าน”
และแล้วจวนกระกูลกวนก็มีข่าวดีออกมาให้ผู้คนในเมืองหลวงได้แสดงความยินดี เนื่องจากมีบางตระกูลอยากเกี่ยวดองกับใต้เท้ากวนไม่น้อย พวกเขาอยากส่งบุตรสาวไปเป็ฮูหยินรองหรืออนุภรรยาจะแย่ แต่ใต้เท้ากวนก็กล่าวปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาเสียทุกครั้ง
นอกเหนือจากข่าวดีเื่ที่ิ่ฮูหยินตั้งครรภ์ พวกเขายังได้ยินบ่าวไพร่ในจวนพูดถึงคุณหนูเจียงว่า เป็ผู้มอบยาบำรุงที่เหนือกว่าโรงหมอ หรือร้านสมุนไพรทั้งเมืองหลวง ที่ช่วยให้ิ่ฮูหยินตั้งครรภ์บุตรฝาแฝด จนมีคนยกให้นางเทียบเท่าหมอเทวดาเลยก็ว่าได้ จึงมีคนบางส่วนอยากให้บุตรสาวแม่ทัพใหญ่ช่วยเหลือพวกตน ทั้งเื่การตั้งครรภ์โรคภัยความเจ็บป่วยที่พวกเขาเป็อยู่ในยามนี้บ้าง
