แสงตะเกียงในมือชาร์ลส์สาดส่องไปทั่วห้องที่ซ่อนอยู่หลังกำแพง เผยให้เห็นห้องใต้ดินที่ถูกปิดตายมาเจ็ดปีเต็มปรากฏต่อสายตา อากาศหนักอึ้งด้วยกลิ่นอับผสมกับกลิ่นเน่าเหม็นบางอย่าง ผนังหินเก่าแก่ปกคลุมด้วยราสีดำที่เกาะตัวหนา
โต๊ะทดลองยาวเรียงรายอยู่กลางห้อง บนนั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทดลองที่เสียหายจากเวลาและความชื้น หลอดแก้วแตกกระจาย เครื่องแก้วสีชาปกคลุมด้วยฝุ่นหนา บางอันยังมีของเหลวแห้งกรังติดก้นอยู่ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคลุ้ง
สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือแถวของโหลแก้วขนาดใหญ่ที่เรียงรายตามผนัง ส่วนใหญ่แตกละเอียด ของเหลวที่เคยบรรจุอยู่ภายในแห้งกรังเป็คราบสีน้ำตาลดำ แต่สิ่งที่ทำให้ชาร์ลส์ขนลุกคือซากสิ่งมีชีวิตที่กระจายอยู่รอบๆ โหลแก้วที่แตก
เขาก้มลงพิจารณาซากเ่าั้อย่างละเอียด โครงกระดูกขนาดเล็กนอนเรียงรายบนพื้น แต่ละซากอยู่ไม่ไกลจากโหลที่แตกมากนัก ราวกับว่าเมื่อหลุดออกมาจากโหลแก้ว สิ่งมีชีวิตเ่าั้ก็มีชีวิตอยู่ได้เพียงไม่กี่ก้าวก่อนจะสิ้นใจ ภาพที่เห็นทำให้นึกถึงนักโทษที่พยายามหนีออกจากคุกมืด แต่กลับไปไม่ถึงไหน
ชาร์ลส์หันความสนใจไปยังเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะทดลอง สภาพของกระดาษในห้องนี้แตกต่างจากที่พบด้านนอกอย่างสิ้นเชิง ไม่มีร่องรอยไฟไหม้ แม้จะมีความเสียหายจากความชื้นและกาลเวลาที่ผ่านมาเจ็ดปี แต่เนื้อหายังคงอ่านได้ชัดเจนกว่าเอกสารภายนอกมาก
เขาเริ่มอ่านไล่เรียงไปทีละแผ่น บันทึกส่วนใหญ่เป็งานวิจัยเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์และการคืนชีพสิ่งมีชีวิตที่สูญพันธุ์ไปแล้ว โดยเฉพาะพืชและสัตว์ที่เป็ส่วนประกอบสำคัญของยาวิเศษ
แต่แล้วมือของเขาก็สะดุดกับเอกสารฉบับหนึ่ง บันทึกเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัว ปรสิตดึกดำบรรพ์ที่สูญพันธุ์ไปนานแล้ว ซากของมันถูกค้นพบบนก้อนหินที่สันนิษฐานว่าตกลงมาจากฟากฟ้า พวกเขาเรียกมันว่า "ปรสิตดำ"
มือของชาร์ลส์เริ่มสั่นเทาขณะอ่านรายละเอียดวิธีการล่าเหยื่อของปรสิตชนิดนี้ มันจะแทรกซึมเข้าสู่ร่างของเหยื่อ ปล่อยของเหลวสีดำเพื่อควบคุมร่างกาย จากนั้นจะสร้างร่างจำลองของเหยื่อขึ้นมาอีกหนึ่งร่าง ส่งร่างจำลองนั้นไปปะปนกับฝูงของเหยื่อ เมื่อแทรกซึมเข้าไปได้สำเร็จ ร่างจำลองจะแตกออก ปล่อยของเหลวสีดำแพร่กระจาย ควบคุมสิ่งมีชีวิตรอบข้างให้กลายเป็ทาสของปรสิต
ภาพความทรงจำของเหตุการณ์ในงานเลี้ยงเมื่อคืนผุดขึ้นในความคิด ภาพของเฮนรี่ แบลคเวลล์ ที่เดินเข้าไปในกลุ่มของคริสโตเฟอร์ ของเหลวสีดำที่ไหลออกจากดวงตา ร่างกายที่บิดเกร็งก่อนจะถูกฉีกออกจากภายใน... ทุกอย่างตรงกับที่บันทึกในเอกสารนี้อย่างน่าใ
สมองของชาร์ลส์เริ่มวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรวดเร็ว คำถามมากมายผุดขึ้น ไมเคิลหายตัวไปไหนกันแน่? ทำไมเขาถึงไปขอความช่วยเหลือจากนายท่านที่ตลาดมืดตามคำแนะนำของโรแลนด์ หลังจากนั้นก็ไม่เคยปรากฏตัวมาอีกเลย? ปรสิตนั่นเข้าสู่ร่างของเฮนรี่ได้อย่างไร? และใครเป็คนอยู่เื้ัทั้งหมดนี้?
แม้แต่การหลบซ่อนตัวของโรแลนด์ก็ยังน่าสงสัย เขาอ้างว่าหนีจากองค์กรแปรอักษร แต่ถึงองค์กรจะถูกทำลายแล้ว เขาก็ยังไม่ยอมกลับมา... เขากำลังหนีจากอะไรกันแน่?
ยิ่งคิด คำถามก็ยิ่งทวี สมมติฐานต่างๆ วนเวียนอยู่ในหัว หรือไมเคิลที่หายตัวไป อาจจะไม่ได้หายตัวไปจริงๆ ก็ได้ หรือเขาจะเป็คนฝังปรสิตเข้าไปในตัวเฮนรี่? แต่เพื่ออะไร? ทุกอย่างดูซับซ้อนและสับสนเกินกว่าจะหาคำตอบได้ในตอนนี้
ชาร์ลส์สูดหายใจลึก พยายามสงบสติอารมณ์ เขาต้องไม่ด่วนสรุป ต้องรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนก่อน เขาจึงตัดสินใจละทิ้งความคิดทั้งหมดไว้ชั่วคราว แล้วกลับไปทุ่มเทความสนใจกับการอ่านเอกสารที่เหลือต่อ
ขณะที่อ่านต่อ ดวงตาของชาร์ลส์เบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพบว่าปรสิตดำนี้เป็วัตถุดิบหลักในการสร้างยาแยกร่าง ส่วนผสมอื่นๆ ในตำรับยาล้วนมีไว้เพื่อควบคุมผลข้างเคียงอันน่าสะพรึงของปรสิต ขจัดคุณสมบัติที่เป็อันตรายออกไป เหลือเพียงความสามารถในการแยกร่างและควบคุมร่างที่แยกออกมาเท่านั้น
เมื่ออ่านจบ ร่างของชาร์ลส์สั่นเทาไปทั้งตัว เหงื่อเย็นผุดซึมตามมือและหน้าผาก ความจริงที่ค้นพบใต้สถานพยาบาลนี้ช่างวิปริต
รายละเอียดในบันทึกการทดลองที่ละเอียดยิบย่อยทำให้ชาร์ลส์ตระหนักว่าต้องมีการทดลองจึงเกิดขึ้น และต้องมีห้องทดลองที่ใช้เหยืุ่์อยู่ที่ไหนสักแห่ง เขาจึงเริ่มสำรวจลึกเข้าไปในห้องใต้ดิน ส่องตะเกียงไปตามทางเดินที่ทอดยาวออกไป จนกระทั่งพบประตูเหล็กบานหนึ่ง
เมื่อผลักประตูเปิดออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำลมหายใจของนักสืบหนุ่มต้องติดขัด เตียงโลหะหลายเตียงเรียงรายอยู่ในห้อง แต่ละเตียงมีโครงกระดูกนอนอยู่ ถูกล่ามด้วยโซ่ตรึงแขนขาไว้กับเตียง แสงตะเกียงสาดส่องให้เห็นอุปกรณ์ผ่าตัดที่ถูกทิ้งไว้ เลื่อยตัดกระดูก มีดผ่าตัดหลากขนาด และเครื่องมือแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
บางเตียงมีโครงเหล็กประหลาดติดตั้งอยู่เหนือศีรษะ พร้อมใบมีดที่ค้างค้างอยู่เหนือกะโหลก บางเตียงมีเครื่องมือถ่างกระดูกซี่โครงให้แยกออกจากกัน ค้างไว้ราวกับดอกไม้ที่บานอยู่กลางอก เครื่องมือเหล่านี้บ่งบอกถึงการทดลองอันโหดร้าย ที่มนุษย์กระทำต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง
แม้ว่าเวลาจะผ่านไปเจ็ดปี และสิ่งที่เหลืออยู่จะมีเพียงโครงกระดูกขาวซีด แต่ชาร์ลส์ก็ยังรู้สึกถึงความทรมานที่ผู้คนเ่าั้ต้องเผชิญ เขาจินตนาการไม่ออกว่าในตอนที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ ความเ็ปและความทุกข์ทรมานจะมากมายเพียงใด แม้ว่าการมีเพียงโครงกระดูกที่ไร้เืเนื้อ ไร้อวัยวะ จะทำให้ภาพความน่าสะอิดสะเอียนและขยะแขยงลดลงไปมาก แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกหดหู่ใจยิ่งกว่า
เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่ามนุษย์จะสามารถโหดร้ายต่อกันได้ถึงเพียงนี้ ความปรารถนาในการสร้างยาวิเศษ ได้ผลักดันให้พวกเขาละทิ้งมโนธรรมความเป็มนุษย์ที่บัญญัติมาอย่างยาวนานไป กลายเป็ปีศาจที่ทำการทดลองอันน่าสยดสยองกับเพื่อนร่วมโลก
ชายหนุ่มตั้งสติพยายามจดจ่อกับหน้าที่ เริ่มเดินสำรวจห้องให้ละเอียด แต่ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระแวง ลมหายใจของเขาตื้นเขิน พยายามไม่สูดอากาศในห้องเข้าปอดมากนัก ความรู้สึกขยะแขยงทำให้เขาแทบไม่อยากหายใจเอากลิ่นอายแห่งความตายและการทรมานเข้าไปในร่างกาย
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรให้ค้นหาอีกแล้ว เขารีบออกจากห้องทดลองสยองขวัญนั้นทันที เมื่อพ้นประตูออกมา เขาสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ ขับไล่ความอึดอัดที่คั่งค้างในอก สมองเริ่มประมวลผลข้อมูลที่ได้มา
ไม่ต้องคิดให้ยากเลยว่าเหยื่อทดลองพวกนี้มาจากไหน สถานที่แห่งนี้คือสถานพยาบาล การทดลองเกิดขึ้นใต้ดิน ผู้ถูกทดลองย่อมเป็คนไข้ที่มารับการรักษานั่นเอง
รายชื่อของผู้เกี่ยวข้องผุดขึ้นในความคิด เขาเริ่มไล่เรียงออกมาทีละคน "โรแลนด์ แบรดฟอร์ด... ไมเคิล เบิร์ก... ฮัมฟรีย์ เกรย์... ไอแซค แบล็กธอร์น ที่ตายพร้อมกับสถานพยาบาลเมื่อเจ็ดปีก่อน... และเฮนรี่ แบลคเวลล์" เขาพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเดียดฉันท์
"พวกสารเลวทั้งนั้น"
แต่หลังจากระบายความโกรธใส่พวกหมอผู้โหดร้าย ความคิดของเขาก็วกกลับไปที่เอกสารเกี่ยวกับปรสิตดำ ถ้าข้อมูลในเอกสารถูกต้อง คนที่โดนของเหลวสีดำในงานเลี้ยงอาจไม่ได้ตาย พวกเขาอาจฟื้นขึ้นมาและถูกควบคุมให้กลับไปหาปรสิตตัวที่เป็เ้าของร่าง
ถ้าเป็เช่นนั้น... เฮนรี่ที่ะเิร่างในวงสนทนา อาจเป็เพียงร่างจำลอง ส่วนตัวจริงยังมีชีวิตอยู่และซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง กำลังรอคอยเหยื่อที่ถูกควบคุมกลับมาหา
ทุกอย่างเริ่มลงตัวในความคิด เส้นใยแห่งความจริงที่เชื่อมโยงระหว่างการหายตัวไปของไมเคิล นอกจากถูกตามล่าจากองค์กรแปรอักษร เหตุไฟไหม้สถานพยาบาลเมื่อเจ็ดปีก่อน และเหตุการณ์กระชากขวัญในงานเลี้ยง ทั้งหมดถักทอเป็โครงข่ายของแผนการอันน่าสะพรึงกลัว
ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไป เขาต้องรีบนำข้อมูลทั้งหมดกลับไปรายงานที่กรมปราบปรามและป้องกันภัยเหนือธรรมชาติ และแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนกับกลุ่มของโจเซฟโดยด่วน
ชาร์ลส์รีบเก็บเอกสารสำคัญใส่กระเป๋า ก่อนจะเดินออกจากห้องใต้ดินที่มีแต่กลิ่นอายของความทรมานและวิปลาส ขึ้นบันไดมาสู่ชั้นบนของสถานพยาบาลร้าง แสงสุดท้ายของวันลอดผ่านหน้าต่างแตกร้าว ทาบทาทางเดินด้วยเงา
เมื่อออกมาถึงด้านนอก ท้องฟ้ายามเย็นเป็สีส้มอมม่วง เมฆก้อนใหญ่ลอยต่ำ สะท้อนแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า บรรยากาศชวนให้นึกถึงภาพวาดโบราณที่เต็มไปด้วยลางร้าย ความจริงที่เขาค้นพบในวันนี้ก็เช่นกัน
……
ยามเย็นในเมือง ผู้คนส่วนใหญ่กลับเข้าบ้านพักผ่อน ทิ้งให้ถนนหนทางว่างเปล่า ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ในสถานที่เปลี่ยวเหงา โรแลนด์ยืนรออยู่อย่างหวาดระแวง ร่างท้วมในเสื้อหนังกันหนาวเก่าสั่นเทาเล็กน้อย ผมสีน้ำตาลอ่อนที่เริ่มมีสีขาวแซมปลิวไหวตามแรงลม ผิวของเขาซีดเผือดยิ่งกว่าปกติ
ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว เหลือเพียงแสงสีม่วงอมส้มริมฟ้า เงาของต้นไม้ทอดยาวบนพื้น ทับซ้อนกันเป็ลวดลายประหลาด เสียงนกกาบินกลับรัง ส่งเสียงร้องแหลมยาวราวกับเป็ลางร้าย
โรแลนด์ก้มมองนาฬิกาพกในมือที่สั่นเทา เข็มนาทีเคลื่อนที่ช้าราวกับเวลาหยุดนิ่ง เหงื่อเย็นผุดซึมตามหน้าผากและแผ่นหลัง แม้อากาศจะเย็น เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังสั่นเพราะความหนาวหรือความกลัวกันแน่
สายลมยามค่ำพัดกระโชก พาเศษใบไม้แห้งปลิวว่อน เสียงกิ่งไม้เสียดสีกันดังแ่เบา ความมืดค่อยๆ คืบคลานเข้ามาปกคลุมทุกหนแห่ง แทบไม่มีแสงไฟจากบ้านเรือนส่องมาถึง
เขาสะดุ้งทุกครั้งที่ได้ยินเสียงแปลกๆ ดวงตากวาดมองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง
จู่ๆ เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นในความมืด โรแลนด์หันขวับไปมอง แต่ไม่เห็นอะไรนอกจากเงามืด หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะหลุดออกมาจากอก
ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงามืดอย่างเงียบเชียบ ตามมาด้วยผู้ติดตามในชุดคลุมปิดหน้าเช่นเดียวกัน โรแลนด์ถอยกรูดด้วยความใ จนหลังไปชนกับต้นไม้ใหญ่
"เพราะแกแอบนำตัวอย่างออกมาทดลองภายนอก" เสียงเย็นเยียบดังออกมาจากใต้ผ้าคลุม "ทำให้พวกองค์กรแปรอักษรรู้ถึงการมีอยู่ของมัน เื่ทุกอย่างถึงได้บานปลายขนาดนี้"
"ข…ขอโทษ" โรแลนด์พูดเสียงสั่น "ผมแค่อยากพิสูจน์ว่าทฤษฎีของผมถูกต้อง... ผมไม่คิดว่าจะ-"
"ไม่คิด?" เสียงนั้นแทรกขึ้น เย็นะเืยิ่งกว่าเดิม "การตัดสินใจของแกทำให้งานวิจัยที่ซ่อนไว้หลายปีถูกเปิดโปง แกรู้ไหมว่าต้องใช้ความพยายามแค่ไหนกว่าปิดเื่ได้ จนกระทั่งพวกแกทำมันพัง"
"ผมจะชดใช้" โรแลนด์คุกเข่าลง น้ำตาเริ่มไหล "ผมจะทำอะไรก็ได้..."
"ฉันมีสองทางเลือกให้" ร่างในชุดดำก้าวเข้ามาใกล้ "หนึ่ง แกตายไปคนเดียว" เขาหยุดชั่วครู่ "หรือสอง... ฉันจะลากครอบครัวแกไปด้วย"
มือที่ประคองร่างของโรแลนด์จิกลงบนพื้นดินแรงขึ้น เล็บจมลึกลงไปในดิน เขาสั่นไปทั้งตัว ความกลัวและความเสียใจท่วมท้นจนแทบหายใจไม่ออก เขาไม่อยากตาย แต่ก็ไม่อยากให้ครอบครัวถูกลากมาตายด้วยยิ่งกว่า
"หวังว่าแกจะฉลาดพอที่จะเลือก... เลือกให้ดีล่ะ โรแลนด์"
น้ำตาไหลอาบแก้มของชายวัยกลางคน ขณะที่เขาค่อยๆ พยักหน้ารับชะตากรรม
