หนึ่งร้อยเหรียญทอง?
กูเฟยเยี่ยนไม่เพียงแต่จะไม่หยุดแล้ว ตรงกันข้ามกลับเพิ่มจำนวนเงินขึ้นมา?
ท่านชายซูตกตะลึงจนสับสนไปชั่วขณะ เขาไม่ทราบว่านังหนูคนนี้มาไม้ไหนกัน?
กูเฟยเยี่ยนไม่ให้เวลาเขา นางแสดงออกถึงความยั่วยุพลางเอ่ยทีละคำอย่างเชื่องช้า “ท่านชายซู ท่านไม่จำเป็ต้องให้ข้าสมปรารถนา ตรงกันข้าม หากท่านสามารถเพิ่มได้อีกหนึ่งร้อยเหรียญทอง ข้าจะทำให้ท่านสมปรารถนาเอง ข้าพูดจริงทำจริง! ”
เมื่อถูกคำพูดของตนเองที่ข่มขู่คนอื่นไปเมื่อสักครู่นี้สะท้อนกลับมา เขาจึงเกิดความอัดอั้นตันใจเป็อย่างมาก
ท่านชายซูโกรธจนดวงตาปรากฏถึงความคับแค้นใจและความชั่วร้ายอย่างหาที่เปรียบไม่ได้อีกครั้ง เขาแทบอยากจะเพิ่มอีกหนึ่งพันเหรียญทอง หนึ่งหมื่นเหรียญทอง และอยากจะทุ่มเงินเหยียดหยามกลับไป
ทว่าเขาทำไม่ได้!
เมื่อสักครู่นี้เขาสามารถเพิ่มได้อีกหนึ่งร้อยเหรียญทอง เพียงแต่ว่าหลังจากที่กูเฟยเยี่ยนเพิ่มมาแล้วหนึ่งร้อยเหรียญทอง เขาก็ไม่สามารถเพิ่มได้อีกแล้ว ยอดรวมทั้งหมดเกินขอบเขตที่เขาจะรับไหวแล้ว!
เขาคาดเดาไม่ออกว่าอีนังหนูคนนี้้าทำอะไรกันแน่ เขาไม่กล้าลองเสี่ยง
เขายกมือขึ้นแล้วกำหมัดแน่น ผ่านไปเป็เวลานานก็ยังไม่เสนอราคาออกมา ท้ายที่สุดเขาจึงหันไปมองกูเฟยเยี่ยนพลางเผยให้เห็นถึงรอยยิ้มหน้าเนื้อใจเสือ ก่อนจะกล่าวเสียงดังว่า “อีนังหนู รอบนี้เปิ่นกงจื่อยอมให้เ้า! ”
แม้ว่าเขาจะถูกนังหนูคนนั้นบีบบังคับจนไม่พอใจนัก และถึงแม้ว่าเขาจะแพ้ในรอบนี้ เขาก็อยากจะดูว่าท่านชายเฉินจะสามารถควักเงินมากมายขนาดนี้ออกมาได้หรือไม่?
หลังจากที่เขาเอ่ยจบก็รีบหันไปมองผู้ดูแลกงพลันเอ่ยอย่างจริงจังทันที “ผู้ดูแลกง ราคาสุดท้ายอยู่ที่สี่หมื่นแปดพันหนึ่งร้อยกับอีกหกเหรียญทอง ได้รับการประมูลจากท่านชายเฉิน! ”
คำพูดของเขานั้น้าที่จะเตือนสติผู้ดูแลกงให้แจ้งท่านชายเฉินชำระเงินท่ามกลางผู้คนอย่างไม่ต้องสงสัย
หานอวี๋เอ๋อร์ค้นพบถึงความผิดปกติแล้ว นางมั่นใจว่ากูเฟยเยี่ยนเจตนาแสร้งทำเป็ขายหน้า เพียงแต่ว่านางไม่เข้าใจว่าเหตุใดกูเฟยเยี่ยนจึงต้องทำเช่นนี้? ทำไมต้องจงใจเหยียดหยามท่านชายซู?
ท้ายที่สุดนางก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรไม่ใช่หรือ?
ผู้ดูแลกงกับท่านชายซูมีความคิดเห็นไปในทางเดียวกัน เขาหันไปมองจวินจิ่วเฉินและเอ่ยอย่างจริงจัง “ท่านชายเฉิน แม้ว่าที่แห่งนี้จะไม่ใช่สนามประมูล แต่การเสนอราคาและชำระเงินเป็กฎของหุบเขาเสินหนงทั้งหมด! โปรดปฏิบัติตามข้อกำหนดด้วย! มิฉะนั้น…จำนวนที่ของรอบนี้จะถูกส่งมอบไปที่ท่านชายซูอย่างไม่มีเงื่อนไข และภายในสามเดือนท่านจะไม่สามารถเข้ามาในหุบเขาเสินหนงได้แม้แต่ครึ่งก้าว! ”
จวินจิ่วเฉินไม่พูดอะไรออกมา สีหน้าท่าทางของเขาสงบนิ่ง จากนั้นเขาก็หยิบบัตรหนึ่งใบออกมาจากแขนเสื้อ เมื่อเห็นถึงสิ่งนี้ทุกคนรวมไปถึงกูเฟยเยี่ยนล้วนตกตะลึงตาค้าง
พวกเขาพบว่าบัตรสีดำแผ่นนี้ทำมาจากผลึกหยกสีดำอันล้ำค่า บางดุจกระดาษ แม้ว่าจะเป็สีดำแต่ก็มีความโปร่งใส ตรงกลางของบัตรฉลุไปด้วยลวดลายดอกไม้
ชั่วพริบตาเดียวกูเฟยเยี่ยนก็ทราบได้ทันทีว่าบัตรสีดำใบนี้เป็บัตรที่ออกโดยหอเสวียนซาง หอเสวียนซางเป็ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในดินแดนเสวียนคงและอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของหอการค้าเสวียนคง จวบจนกระทั่งปัจจุบันนี้หอเสวียนซางได้ออกบัตรสีขาว บัตรสีทอง และบัตรสีดำ การใช้งานบัตรเหล่านี้ล้วนเป็การ “ทำบัญชีเมื่อได้พบบัตร” คนที่ใช้งานบัตรนี้ไม่จำเป็ต้องชำระเงินในทันที ผู้ที่รับเงินจะจดบันทึกแล้วไปเบิกเงินที่หอเสวียนซางเพื่อลดปัญหาการพกพาเงินทองมากมาย
บัตรเหล่านี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงตัวตน แต่ยังแสดงถึงชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของหอเสวียนซางอีกด้วย ดังนั้นในดินแดนเสวียนคงไม่ว่าจะเป็พ่อค้าแม่ค้าคนไหนเมื่อได้พบบัตรนี้แล้วก็ต้องให้เกียรติเ้าของบัตรนี้ถึงสามส่วน
บัตรสีขาวและบัตรสีทองล้วนมีวงเงินจำกัด โดยปกติแล้วบัตรสีขาวจะเป็ของลูกหลานครอบครัวตระกูลขุนนางสูงศักดิ์ทั่วไป บัตรสีทองจะถูกใช้โดยราชวงศ์และลูกหลานตระกูลใหญ่ สำหรับบัตรสีดำเมื่อสักครู่นี้ยังไม่มีใครรู้ว่าต้องเป็บุคคลที่มีความสามารถถึงขั้นไหนจึงจะมีสิทธิได้ แต่ผู้ที่ได้ต้องเป็คนที่มีสินทรัพย์ทางการเงินที่หนาแน่นและเป็บุคคลสูงศักดิ์ระดับสูงแน่นอน เพราะว่าบัตรสีดำนั้นไม่มีขีดจำกัดของวงเงินอย่างไงล่ะ
กูเฟยเยี่ยนฟังเซี่ยเสี่ยวหม่านโอ้อวดอยู่ทุกวัน แน่นอนว่านางรับรู้ว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยมีสินทรัพย์ทางการเงินที่หนาแน่น แต่นางคิดไม่ถึงว่าจะร่ำรวยถึงขนาดนี้ สำหรับหานอวี๋เอ๋อร์ที่คิดว่าตนเองรู้จักจวินจิ่วเฉินเป็อย่างดีมาโดยตลอด นางได้ตกตะลึงไปนานแล้ว ในขณะนี้ผู้ที่ประหลาดใจและตกตะลึงมากที่สุดคงหนีไม่พ้นท่านชายซูและผู้ดูแลกง พวกเขาพบว่าการที่ตนเองได้เยาะเย้ยท่านชายเฉินเมื่อสักครู่นี้เป็เื่น่าขันสิ้นดี!
จวินจิ่วเฉินไม่ได้ใส่ใจในความประหลาดใจของผู้คน เขาโยนบัตรสีดำลงไปบนโต๊ะหินแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเ็า “ผู้ดูแลกง รอให้ประมูลรอบสองเสร็จแล้วค่อยคิดพร้อมกันได้หรือไม่? ”
ขณะนี้เองผู้ดูแลกงก็ได้สติกลับมา ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ในตอนนี้เขาไม่เห็นแก่หน้าของหานอวี๋เอ๋อร์แล้ว “แน่นอนๆ ! ”
จวินจิ่วเฉินที่ไม่มีความอดทนมากนักได้เอ่ยเร่งรัดไป “งั้นเริ่มเลย! ”
ท่านชายซูสงสัยในตัวตนของท่านชายเฉินเป็อย่างมาก เขาได้หันไปส่งสายตาซักถามหานอวี๋เอ๋อร์ ในตอนนี้หานอวี๋เอ๋อร์ขาดความมั่นใจเป็อย่างยิ่ง นางไม่กล้ามองเขา
ไม่ช้าผู้ดูแลกงก็ได้เร่งรัดขึ้นมา “ท่านชายซู รอบที่สองท่านจะยังเป็ผู้เริ่มเสนอราคาก่อนหรือไม่? ”
ท่านชายซูทั้งโกรธทั้งอับอาย เขาไม่พอใจอย่างมากแต่ก็ไม่มีเวลามาคาดการณ์ตัวตนของท่านชายเฉิน ภายในใจลอบคิดว่า “มีบัตรสีดำแล้วอย่างไร? เปิ่นกงจื่อจะโก่งราคาจนทำให้พวกเ้ายอมรับในความขี้ขลาดให้ได้! ”
“แน่นอนว่าเปิ่นกงจื่อจะเริ่มก่อน! ”
ท่านชายซูลังเลว่าจะเพิ่มครั้งละห้าพันเหรียญทองหรือหนึ่งหมื่นเหรียญทองดี แต่กูเฟยเยี่ยนกลับเอ่ยว่า “ผู้ดูแลกง เมื่อสักครู่นี้ท่านชายซูได้เริ่มก่อน เพื่อความยุติธรรมแล้ว รอบนี้ควรที่จะเป็ข้า! ”
จิตใจของผู้ดูแลกงได้เอนเอียงแล้ว เขาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เขาไม่ได้ปรึกษาหารือกับท่านชายซูแต่พูดออกมาโดยตรง “สาวน้อยเยี่ยน เชิญ”
ท่านชายซูเกิดโทสะอยู่ภายในใจแต่ก็ไม่ได้แย้งขึ้นมา เขาคิดว่าต่อให้ไม่ได้เป็ผู้เริ่มก่อนก็มีโอกาสในการโก่งราคาได้เช่นกัน เขาจะต้องเสนอราคาจนสูงเสียดฟ้าเพื่อทำให้คนสกุลเฉินจ่ายค่าตอบแทนอย่างงดงาม!
ไม่ช้ากูเฟยเยี่ยนก็ได้เริ่มเสนอราคา “หนึ่งเหรียญทอง”
อะไรนะ?
หนึ่งเหรียญทองอีกแล้วหรือ?
นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน?
ผู้ดูแลกงกับหานอวี๋เอ๋อร์ไม่เข้าใจอย่างยิ่ง แต่มุมปากของจวินจิ่วเฉินกลับแฝงไปด้วยรอยยิ้มราวกับค้นพบบางสิ่งบางอย่างมาตั้งนานแล้ว
ท่านชายซูงงงวยกันเื่ตรงหน้าเหลือเกิน เขายิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ากูเฟยเยี่ยนเจตนาเหยียดหยามเขาอยู่แน่ๆ นางเหยียดหยามเขามาั้แ่แรกแล้ว “เพิ่มราคา เปิ่นกงจื่อเพิ่มห้าพันเหรียญทอง! ”
กูเฟยเยี่ยนเอ่ยด้วยความยิ้มแย้ม “เพิ่มอีกหนึ่งเหรียญทอง”
ท่านชายซูพูดต่อไป “เพิ่มอีกห้าพันเหรียญทอง! ”
ทั้งสองคนได้เสนอราคาด้วยความดุเดือดไปเรื่อยๆ
“เพิ่มอีกหนึ่งเหรียญทอง”
“เพิ่มเข้าไปอีกห้าพันเหรียญทอง! ”
“เพิ่มอีกหนึ่งเหรียญทอง”
“เพิ่มห้าพันเหรียญทอง”
……
ในที่สุดเมื่อท่านชายซูะโเพิ่มห้าพันเหรียญทองเป็ครั้งที่สิบ ทันใดนั้นกูเฟยเยี่ยนก็ได้หยุดไล่ตามทันที
นางพูดด้วยความจริงจัง “ท่านชายซู ตัวข้านั้นเกลียดการที่คนอื่นยอมให้ข้ามากที่สุด เมื่อสักครู่นี้ท่านได้ยอมข้าไปหนึ่งตา ตอนนี้ข้าคืนให้ท่าน ข้าไม่เสนอราคาต่อแล้ว! ”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาท่านชายซูที่เสนอราคาด้วยความเดือดพล่านก็รับรู้ได้ถึงความเย็นวาบที่กลางแผ่นหลัง ดูเหมือนว่าเขาจะตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่างแล้ว เขารีบหันไปมองผู้ดูแลกงทันที
ผู้ดูแลกงพูดด้วยใบหน้าจริงจัง “ราคาประมูลสุดท้ายอยู่ที่ห้าหมื่นกับอีกสิบเหรียญทอง ท่านชายซูเป็ผู้ได้รับไป”
ใบหน้าของท่านชายซูขาวซีดในทันที
เขาจะไปเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากที่ไหน!
เส้นตายของเขาคือสี่หมื่นแปดพันหนึ่งร้อยกับอีกหกเหรียญทอง มิฉะนั้นเขาคงไม่ยอมแพ้อย่างง่ายดายในรอบแรกหรอก! เขาคอยระมัดระวังในเื่นี้มาโดยตลอด แต่ในครั้งนี้เกิดอะไรขึ้น? นี่เขา…นี่เขาถูกยั่วยุจนลืมเลือนไป? ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้อย่างฉับพลัน!
เขาเข้าใจแล้ว!
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดกูเฟยเยี่ยนถึงได้ใช้หนึ่งเหรียญทองมายั่วยุเขา มาเหยียดหยามเขา!
ที่แท้การกระทำทั้งหมดในรอบแรกของกูเฟยเยี่ยนล้วนทำไปเพื่อหยั่งเชิงเส้นตายของเขา! หลังจากที่หยั่งเชิงจนรู้เส้นตายของเขาแล้ว รอบที่สองถึงจะเป็การจงใจยั่วอารมณ์!
ในตอนนี้เขาไม่สามารถชำระเงินได้ ตามกฎของหุบเขาเสินหนงแล้ว จำนวนที่อันที่สองจะถูกส่งมอบให้พวกของกูเฟยเยี่ยนอย่างไม่มีเงื่อนไขโดยที่พวกเขาไม่จำเป็ชำระเงินแม้แต่เหรียญเดียว ในส่วนของเขานั้นสามเดือนต่อจากนี้จะถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้ามาในหุบเขาเสินหนงแม้แต่ครึ่งก้าว!
น่ารังเกียจสิ้นดี!
“นังคนชั้นต่ำ เ้าแกล้งข้า! ”
ท่านชายซูโกรธเนื่องจากความละอายและความขุ่นเคืองเป็อย่างมาก เขายกมือขึ้นมาเตรียมจะตบไปที่…