พลังยุทธ์ของจักรวรรดิต้าฉีแข็งแกร่งมาก เพราะฐานประชากรที่มากส่งผลให้พวกเขามีจอมยุทธ์มากตามไปด้วย ราชวงศ์ต้าฉีส่งคนในราชวงศ์ไปยังสำนักต่างๆ ั้แ่ยังเด็ก หลังจากที่พวกเขาเรียนจบก็จะมารับราชการทำงานในราชสำนัก คอยสั่งสอนชี้แนะให้กับราชวงศ์ต้าฉีรุ่นต่อๆ ไปกลายเป็วงจรอุบาทว์
พอมาถึงรุ่นของซั่งกวานเหยียนหลาน ซั่งกวานจ้านอัจฉริยะที่เกิดมาพร้อมกับจิตกระบี่ถือบังเกิด พอจินตนาการได้ว่าราชวงศ์ต้าฉีในเพลานี้แข็งแกร่งเพียงใด
เพื่อปกป้องอัจฉริยะเช่นซั่งกวานจ้าน ทหารม้าเกราะหนักหลายร้อยคนยังไม่เพียงพอ ทว่าเมื่อรวมกับผู้อุทิศราชวงศ์ต้าฉีขั้นสั่งสมหลายสิบคนที่ซ่อนเร้นอยู่ในความมืด ความปลอดภัยของซั่งกวานจ้านกล่าวได้ว่าสมบูรณ์แบบไม่มีที่ติ
เว้นเสียแต่ว่าขุมพลังอำนาจบางแห่งจะรู้ก่อนหน้านี้ว่าซั่งกวานจ้านเกิดมาพร้อมกับจิตกระบี่ ไม่เช่นนั้นพวกเขาไม่มีทางทำการใหญ่อย่างการล่าสังหารเด็กขั้นหลอมกายาเก้าชั้นฟ้าเพียงคนเดียว ดังนั้นผู้อุทิศราชวงศ์ที่ซ่อนตัวอยู่ในเป็หน่วยป้องกันเผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
“ไหนๆ ก็เจอกันแล้ว ไปด้วยกันไหมล่ะ?” ซั่งกวานเหยียนหลานถามจูชิง
จูชิงยิ้มพลางส่ายหัว หากเขาอยากกลับขุนเขากระบี่เทียนหยวน เขาก็คงกลับไปตั้งนานแล้ว ความจริงแล้ว ถ้ากลับไปขุนเขากระบี่เทียนหยวนเขาคงสามารถบำเพ็ญเพียรได้อย่างสงบ ทว่าขั้นพลังไม่ใช่ทุกอย่าง ประสบการณ์ในการต่อสู้เท่านั้นคือความก้าวหน้าอย่างแท้จริง
ภายใต้การสั่งสอนของเฒ่าปีศาจที่ซึมซับเข้าไปโดยไม่รู้ตัว จูชิงยอมรับเส้นทางของเฒ่าปีศาจ ซึ่งก็คือเส้นทางแห่งการฆ่าฟัน!
“จิตกระบี่ ที่นี่ไม่ได้มีแค่กายลาวัณย์ผู้งดงาม หากยังมีอัจฉริยะจิตกระบี่ด้วยอย่างนั้นรึ ช่างเป็การเดินทางที่คุ้มค่ายิ่งนัก” ทันใดนั้นชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏตัวในสถานที่ตั้งกองกำลัง ทหารต้าฉีกับทหารม้าเกราะหนักที่อยู่ข้างนอกไม่มีใครสังเกตเห็น
“ที่แท้ก็เป็เ้านี่เองที่สอดแนมข้าอยู่” จูชิงแค่นเสียงทุ้มต่ำ เขาััได้ถึงกลิ่นอายจากชายหนุ่มมานานแล้ว
“ประสาทการรับรู้ของเ้าเหนือความคาดหมายของข้ามาก พลังิญญาก็ไม่เลว มีคุณสมบัติเป็นักหลอมอักขระิญญา” ชายหนุ่มยิ้ม
ลมปราณทะลักทลายทั่วสรรพางค์กายของจูชิง พวกหนิวกังเลี่ยกับปีศาจกระทิงตัวอื่นคันไม้คันมืออยากลงมือแทบขาดใจ
“คิดจะเป็ศัตรูกับข้างั้นรึ ข้าแนะนำให้เ้าเลิกคิดซะดีกว่า เ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า” ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้เห็นจูชิงอยู่ในสายตา
“ซั่งกวานเหยียนหลาน ซั่งกวานจ้าน พวกเ้าทั้งคู่ถือว่าเป็ผู้มีพร์ เป็สิ่งที่ข้าชอบมากที่สุด มาด้วยกันกับข้าสิ ข้ารับประกันได้เลยว่าความสำเร็จในเส้นทางแห่งยุทธ์ของเ้าในภายภาคหน้าย่อมดีกว่าที่เป็อยู่ในตอนนี้หลายร้อยเท่า” ชายหนุ่มกล่าว
“ข้าเป็ถึงองค์ชายสิบสาม ทำไมต้องร่วมกับเ้าด้วย?” ซั่งกวานจ้านไม่แยแส
ชายหนุ่มได้ยินซั่งกวานจ้านพูดดังนั้นก็หัวเราะเย้ยหยัน “อย่างว่า คงมีแค่จักรวรรดิต้าฉีที่คู่ควรเป็กษัตริย์ในเขตทุรกันดารเช่นนี้ ต่อหน้าข้า จักรวรรดิต้าฉีอ่อนแอไม่ต่างอะไรกับมดปลวก!”
“ปากดีนัก!” ซั่งกวานเหยียนหลานแค่นเสียงแล้วเหวี่ยงกระบี่รวดเร็วดั่งอัสนี
แต่ชายหนุ่มไม่หลบ แสงสีรุ้งพุ่งออกมาจากปาก ทำลายกระบี่ของซั่งกวานเหยียนหลานแหลกสิ้น
“อยู่นิ่งๆ จะดีกว่า อย่าให้ข้าต้องใช้กำลัง ไม่อย่างนั้นเ้าจะเจ็บตัวเอาได้” ปลายนิ้วของชายหนุ่มจิ้มลงที่กลางอกซั่งกวานเหยียนหลาน ลมปราณน่าพรั่นพรึงพันธนาการร่างกายของนางไว้ ยามนี้แค่ขยับนิ้วยังยากเข็ญสุดแสน
“คนนอกอาณาเขต!” เฒ่าปีศาจสูดลมหายใจเข้าลึก ขณะที่ชายหนุ่มใช้วิชานั่น เฒ่าปีศาจััได้ถึงคลื่นพลังที่แตกต่างกับอาณาเขตนี้โดยสิ้นเชิง
“เหมือนกับโลกเก้าิญญาอย่างนั้นรึ?” จูชิงขมวดคิ้วแน่น ความแข็งแกร่งของโลกเก้าิญญาฝังลึกอยู่ในหัวใจไม่มีวันลืมเลือน ถ้าชายหนุ่มคนนี้แข็งแกร่งเช่นเดียวกับจอมยุทธ์โลกเก้าิญญา จูชิงไม่มีทางเอาชนะได้อย่างแน่นอน
เฒ่าปีศาจส่ายหัว “ไม่น่าใช่ เขาเป็แค่ขั้นสั่งสมเท่านั้น”
“ยังดี” จูชิงถอนหายใจ อย่างน้อยขั้นพลังก็ไม่ห่างกันมาก น่าจะพอรับมือไหว
“ทว่ามีขั้นเหินนภาอย่างน้อยสี่คนซ่อนตัวคอยปกป้องเขาอยู่” เฒ่าปีศาจกล่าว
ถึงขนาดที่มีขั้นเหินนภาสี่คนคุ้มกัน ความเป็มาของชายหนุ่มผู้นี้ย่อมไม่ธรรมดา หากแต่จูชิงก็มีปีศาจกระทิงขั้นเหินนภาสองตัวที่มาจากเอกภพในเกาะหลัวโหวเช่นกัน
ในทวีปเฉียนหยวน ขั้นเหินนภาเปรียบเสมือนผู้ยิ่งใหญ่ มีทั้งเ้าสำนัก มีทั้งผู้สูงศักดิ์ ปกติแล้วคนเหล่านี้จะไม่ยอมเป็เบี้ยล่างรับใช้ใคร
“ขอแนะนำตัวสักหน่อย ข้าชื่อว่าโอวหยางฮวา เป็ผู้สืบทอดของตระกูลของโอวหยางแห่งโลกขั้วทมิฬ มากับข้าย่อมดีกว่าอยู่ในที่ที่ล้าหลังเช่นอาณาเขตทองสัมฤทธิ์” โอวหยางฮวายิ้มเล็กน้อย
“อาณาเขตทองสัมฤทธิ์!” จูชิงแค่นเสียง เขาได้ยินชื่อนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร
พวกจอมยุทธ์โลกเก้าิญญาก็พูดทำนองเดียวกัน ทว่าสุดท้ายก็ถูกเนี่ยฉางเฟิงเล่นงานจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน
“แล้วโลกขั้วทมิฬของเ้าอยู่อาณาเขตระดับใด ข้าเดาว่าคงไม่สูงไปกว่านี้กระมัง” จูชิงยิ้ม
โอวหยางฮวาหน้าเปลี่ยนสี จูชิงพูดไม่ผิดแต่อย่างใด โลกขั้วทมิฬเองก็เป็อาณาเขตระดับทองสัมฤทธิ์ ทว่าเป็อาณาเขตระดับทองสัมฤทธิ์ที่ร่ำรวยมั่งคั่งเป็อย่างมาก มีทรัพยากรมากกว่าทวีปเฉียนหยวนหลายเท่า
ตระกูลโอวหยางเป็เพียงตระกูลยุทธ์ตระกูลหนึ่ง ทว่าในตระกูลกลับมีจอมยุทธ์ขั้นนิพพาน ทั้งยังไม่ได้มีแค่คนเดียว ทุกๆ หนึ่งร้อยปีจอมยุทธ์ขั้นนิพพานหน้าใหม่จะถือประจักษ์ แข็งแกร่งยิ่งกว่าจอมยุทธ์ทวีปเฉียนหยวนที่ผนึกปราณหยุดอายุอยู่ในหินโลหิตไม่รู้กี่เท่า
ไม่น่าแปลกใจที่โอวหยางฮวามีนิสัยเช่นนี้ โลกขั้วทมิฬจะต้องเป็ดินแดนของพวกยโสโอหังอย่างไม่ต้องสงสัย
โลกขั้วทมิฬแล้วมันยังไง จูชิงไม่สนใจ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะสู้
“ปีศาจกระทิงของเ้าไม่เลวเลย ข้าขอแล้วกัน ส่วนเ้ามาเป็ผู้ติดตามข้า” โอวหยางฮวาเหลือบมองจูชิง
จูชิงหัวเราะ “เ้าคิดว่าตัวเองเป็ใคร?”
“เ้าจะปฏิเสธงั้นรึ?” โอวหยางฮวาแสยะยิ้ม
“เ้าเป็คนต่างโลก มาทวีปเฉียนหยวนก็อย่าสร้างปัญหา อายุจะได้ยาวขึ้นอย่างน้อยก็หนึ่งวัน ไม่เช่นนั้นเ้าอาจดับสิ้นวายชีวาสักวันหนึ่ง” จูชิงแค่นเสียง
“อย่างเ้าเนี่ยนะมาขู่ข้า?” โอวหยางฮวาหัวเราะ เขาอยู่ในทวีปเฉียนหยวนนานมากแล้ว พอคนอื่นรู้ว่าเขาเป็ใคร ทุกคนต่างเคารพนบน้อม กระทั่งลัทธิเต๋ายังทำทุกวิถีทางให้เขาพอใจ หวังว่าจะได้ของล้ำค่าบางอย่างที่ทวีปเฉียนหยวนไม่มี แต่เด็กนี้้าเป็ศัตรูกับเขา ไม่รู้รึคำว่า ‘ตาย’ สะกดยังไง
แม้ว่าจะเป็ระดับทองสัมฤทธิ์เหมือนกัน ทว่าโลกขั้วทมิฬแข็งแกร่งกว่าทวีปเฉียนหยวนมาก ในโลกขั้วทมิฬมีทั้งสมุนไพร มีทั้งของล้ำค่าที่หายสาบสูญไปในทวีปเฉียนหยวนสมัยยุคดึกดำบรรพ์ทั้งสิ้น
ดังนั้น ทุกครั้งที่คนจากโลกขั้วทมิฬมาเยือนทวีปเฉียนหยวน พวกเขาจึงพยายามเอาอกเอาใจเพื่อที่จะได้สมุนไพรที่หาไม่ได้ในทวีปเฉียนหยวน
จอมยุทธ์ทวีปเฉียนหยวน เมื่ออยู่ต่อหน้าจอมยุทธ์โลกขั้วทมิฬล้วนต้องก้มหัวให้ อีกทั้งโอวหยางฮวายังมีขั้นเหินนภาคุ้มกัน นั่นเป็เหตุผลว่าทำไมเขาถึงกล้าทำตัวจองหองในทวีปเฉียนหยวน
คนที่สามารถรับมือเขาได้ก็ไม่กล้าล่วงเกิน ส่วนพวกที่ไม่รู้ว่าเขาเป็ใครก็แข็งแกร่งไม่พอที่จะประมือกับเขา
จูชิงไม่คิดว่าจะไว้หน้าโอวหยางฮวาอยู่แล้ว คิดว่าตัวเองเป็ใคร จู่ๆ จะมา่ชิงปีศาจกระทิงของเขา
“เ้า!” โอวหยางฮวาคำราม ลมปราณขั้นสั่งสมสี่ชั้นฟ้าถั่งโถมใส่จูชิง!
แต่จูชิงกลับหน้าเรียบเฉยดั่งเดิม “ลมปราณเบาบางเกินไป เ้าไม่ได้กลั่นหลอมลมปราณของตัวเองเลยสักนิด มีน้ำยาแค่นี้ยังทำตัวโอหังต่อหน้าข้าอีก!”
จูชิงคำราม เสียงัอึกทึกกึกก้อง ลมปราณหนาแน่นแสนทวีะเิเป็วงกว้าง ทำลายการสยบจากลมปราณของโอวหยางฮวาโดยสมบูรณ์
“เป็ไปไม่ได้ จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้ามีลมปราณน่าพรั่นพรึงเช่นนี้ได้อย่างไร?” โอวหยางฮวาตะลึง
โอวหยางฮวาเป็ลูกผู้ดีมีเงิน เพราะฐานพลังของตระกูลโอวหยางจึงสามารถฝึกฝนจนเป็ขั้นสั่งสมสี่ชั้นฟ้าได้ แม้ว่าจะไม่เคยกลั่นหลอมโลหิตของตัวเองเลย ทว่าตระกูลโอวหยางก็ให้สมุนไพรฟ้าดินที่มีสรรพคุณบำรุงลมปราณกับเขาทุกวัน ลมปราณอาจไม่เทียบเท่าขั้นสั่งสมสี่ชั้นฟ้า แต่ก็ด้อยกว่าไม่เท่าไหร่
จูชิงมีขั้นพลังต่ำกว่าเขาหลายขั้นพลังย่อย แต่กลับสามารถทลายลมปราณของเขาได้ นี่เป็เื่น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
“คิดจะใช้ลมปราณสยบข้า เ้ายังไม่มีคุณสมบัติมากพอ” จูชิงแสยะยิ้ม
กว่าจูชิงจะมาถึงขั้นนี้ได้เขาต้องใช้ความพยายามมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า ทุกย่างก้าวมั่นคงแสนพรรณนา ลมปราณในกายาควบแน่นเหลือล้ำ กอปรกับอักขระาหลัวโหว ลมปราณแกร่งกล้ายิ่งกว่าลูกผู้ดีอย่างโอวหยางฮวาไม่รู้เท่าไหร่
“ตายซะ!” พัดขนนกปรากฏในมือของโอวหยางฮวา ลมปราณเดือดพล่านแล้วพัดออกไปหนึ่งครั้ง ลมวายุก่อตัวกลางฟ้าดิน
“ลูกไม้ตื้นๆ!” จูชิงยิ้ม พัดขนนกปรากฏในมือเช่นเดียวกัน แสงิญญาสาดแสงจรัสแจ้ง สว่างยิ่งกว่าขนนกในมือของโอวหยางฮวาระดับหนึ่ง
มันคือพัดอัคคีวายุ ศัสตราวุธิญญาขั้นลึกลับระดับกลางที่เขาแลกเปลี่ยนกับจอมยุทธ์สมัยดึกดำบรรพ์ในแดนสุสานอัมพร มีด้วยกันสองธาตุก็คือไฟกับลม อย่างไรเสียไฟกับลมที่ผสานรวมเป็หนึ่ง น่าจะแข็งแกร่งกว่าพายุของโอวหยางฮวาที่มีแค่ธาตุเดียว
“ตู้มมม!” เปลวเพลิงกับพายุผสานรวมกันเป็หนึ่งกลายเป็พายุเพลิงกลืนกินพายุของโอวหยางฮวา
ทว่าโอวหยางฮวามากจากโลกขั้วทมิฬ ลำพังแค่ขั้นสั่งสมสี่ชั้นฟ้าก็ได้เปรียบแล้ว แสงิญญาปกคลุมทั่วฝ่ามือ นิ้วชี้วางอยู่บนนิ้วกลางและนิ้วนาง
“ดัชนี์หลานซี ทำลาย!” โอวหยางฮวาขยับมือ พลานุภาพอันทรงพลังทำลายพายุเพลิงจนหมดสิ้น!
