ซุนเฟยพยักหน้าเบาๆ
เขารู้ว่าพวกนักรบแปลกหน้าพวกนี้เป็กองโจรที่แพรีสพูดถึง เดิมที ตามแผนการของแพรีสแล้ว เมืองแซมบอร์ดจะไม่มีพลังในการต่อต้าน รอจนนางสังหารองค์หญิง ซุนเฟยและทุกคนบนยอดเขาตะวันออกจนสำเร็จ พวกนางก็จะทำการปล้นและกวาดสมบัติของราชวงศ์ ขุนนางและพวกพ่อค้าที่ร่ำรวยไปจนหมด จากนั้นก็จะทำการเผาเมืองสังหารประชาชนที่เหลือ ลบเมืองแซมบอร์ดออกจากแผนที่ของราชอาณาจักรเซนิท นี่คงจะเป็คดีะเืขวัญที่องค์หญิงแห่งราชอาณาจักรถูกสังหาร แต่ไม่ว่าพวกเขาจะทำการตรวจสอบอย่างไร ก็จะไม่พบหลักฐานหรือพยานใดๆ หลงเหลืออยู่ อีกทั้งสมบัติที่ปล้นชิงมา ก็จะนำไปเพิ่มศักยภาพทหารขององค์ชายโดมิงเกวซในการแย่งชิงราชบัลลังก์
แพรีสคุ้นเคยกับวิธีนี้ดี เพราะนางเคยใช้วิธีนี้มาแล้วหลายครั้ง
ในตำนานของแผ่นดินอาเซรอท เคยมีาาบางคนที่นำคนของตัวเองออกปล้น เพราะพวกเขายากจนเกินกว่าที่จะอยู่รอดต่อไปได้ ดังนั้นโดมิงเกวซจึงแอบชุบเลี้ยงกองโจรไว้อย่างลับๆ เพื่อให้พวกมันทำการออกปล้นและนำความมั่งคั่งมาให้แก่ตนเอง นั่นก็ไม่ได้ทำให้ซุนเฟยรู้สึกแปลกใจเท่าไรนัก ขุนนางดีๆ ใช่ว่าจะไม่มี เพียงแต่ส่วนใหญ่มักจะเป็โสเภณีที่อยากจะสร้างอนุสาวรีย์1
ซุนเฟยครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะนึกถึงตอนที่ตัวเองอยู่บนยอดเขาแล้วเห็นเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้ในเมือง พร้อมกับควันไฟหนาที่พวยพุ่งสู่ท้องฟ้า จึงถามอีกคำถามอย่างค่อยไม่สบายใจว่า “อืม...นอกจากคฤหาสน์ของไวเคานต์ลิวอิสและพวกพ่อค้าแล้ว ในเมืองยังมีสถานที่อื่นๆ ที่ได้รับความเสียหายไหม?”
“ไอ้สารเลวพวกนี้มันบุกโจมตีพระราชวัง แต่ก็ถูกขับไล่ไปได้ขอรับ ส่วนสถานที่อื่นๆ ไม่มีการบุกรุกโจมตีทั้งสิ้น...”บรู๊ครู้สึกสงสัยเล็กน้อย “ที่ทำให้รู้สึกแปลกใจก็คือ เหมือนกับว่าไอ้พวกสารเลวน้อยพวกนี้มันจะรู้ถึงการกระจายความแข็งแกร่งและทรัพย์สินภายในเมืองอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงไม่มีการบุกรุกบ้านเรือนของประชาชน!”
ซุนเฟยหัวเราะออกมาเสียงดัง “พวกมันเป็โจรมืออาชีพ ถ้าพวกมันไม่รู้เื่พวกนี้สิค่อยน่าแปลกใจ...ฮ่าๆ เจาะกระดูกไหล่และแขนขาของพวกมันทั้งหมด จากนั้นก็ล่ามโซ่ไว้อย่างแ่าแล้วค่อยเอาไปขังไว้ใน 'ห้องมืด' หากมีคนมาไถ่ตัวพวกมัน ก็บอกไปว่าคนละหนึ่งร้อยเหรียญทอง แต่ถ้าภายในเดือนนี้ไม่มีคนมาไถ่ตัว ก็เอาพวกมันทั้งหมดโยนลงแม่น้ำจูลี่ไปเป็อาหารปลาซะ!”
“น้อมรับพระบัญชา!”
ประสิทธิภาพในการทำงานของบรู๊คสูงมาก ไม่ช้า เหล่านักรบแปลกหน้าทั้งห้าสิบหกสิบคนต่างพากันร้องโหยหวน ในยามที่ถูกโซ่เจาะเข้าไปตรงบริเวณแขนขา จากนั้นพวกเขาก็ถูกลากไปขังไว้ใน 'ห้องมืด'
“วิธีการของฝ่าา ช่างเด็ดขาดจริงๆ...ฉลาดมาก!”
เมื่อเบสท์ที่นิ่งเงียบมาตลอดได้เห็นสภาพคฤหาสน์ของไวเคานต์ลิวอิสที่ไหม้เป็เถ้าถ่านก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา นี่เป็ครั้งแรกที่เขามองซุนเฟยด้วยสายตาจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน คนคนนี้ นอกจากครั้งนั้นที่ถูกสุนัขั์สีดำกัดแขน น้อยครั้งมากๆ ที่จะแสดงอารมณ์ชมชอบหรือโมโหออกมา สายตาของเบสท์เต็มไปด้วยอารมณ์ซับซ้อน ทั้งสงสัย ทั้งวางใจ และ...หวาดกลัว
ซุนเฟยยิ้มน้อยๆ ไม่พูดอะไรมากนัก
เขารู้ดีว่าพ่อตาหมายถึงอะไร
ใช่แล้ว การทำลายไวเคานต์ลิวอิส พวกขุนนางและพ่อค้าบางส่วนก็เป็สิ่งที่ซุนเฟยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า
ความจริงแล้ว ในตอนที่มีการประชุมผู้นำเมืองแซมบอร์ดครั้งแรกหลังจากที่พวกทหารเกราะดำแตกพ่าย ซุนเฟยก็รู้อย่างแน่ชัดว่า กลุ่มขุนนางเก่าที่มีไวเคานต์ลิวอิสเป็ตัวแทน จะต้องเป็กลุ่มที่ตัวเองไม่สามารถใช้งานได้ ในอนาคตพวกนี้จะพัฒนาเป็มะเร็งร้ายของเมืองแซมบอร์ด ซึ่งซุนเฟยจะไม่ยอมให้เื่นี้เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด ั้แ่ตอนนั้นเขาก็เริ่มครุ่นคิดหาวิธีที่จะขูด ‘เนื้อเน่า’ พวกนี้ออกจากเมืองแซมบอร์ด หลายต่อหลายครั้งที่พวกไวเคานต์ลิวอิสขัดคำสั่งของซุนเฟยอย่างโจ่งแจ้ง หลังจากที่ซุนเฟยทำเื่ที่เป็ประโยชน์ต่อชาวบ้านยากจนและอาณาจักร และนั่นทำให้ซุนเฟยเกิดความคิดว่า คนพวกนี้จะต้องถูกล้างออกจากเมืองแซมบอร์ดเสีย
ซุนเฟยใช้เวลานานมากในการเตรียม 'แผนการกวาดล้าง'
แผนการเดิมของซุนเฟยคือจะให้เอเลน่าและพวกโร้กสาวทำการกวาดล้าง ‘เนื้อเน่า’ พวกนี้ แต่จู่ๆ ก็มีพายุตั้งเค้าพัดเข้ามา ไม่ช้า สัญชาตญาณก็ได้ร้องบอกซุนเฟยว่า...ไม่จำเป็อีกแล้ว
การลอบสังหารที่ยอดเขาตะวันออกครั้งนี้นับว่าเป็โอกาสดี
โอกาสดีในการยืมมีดสังหาร
แม้ซุนเฟยจะไม่รู้ล่วงหน้าว่าอันตรายจะมาในรูปแบบอะไร แต่มันก็ไม่ได้เป็อุปสรรคต่อแผนการที่กำหนดไว้ เมื่อซุนเฟยให้พวกชาวบ้านในเมืองพากันอพยพไปอยู่ที่ค่ายตรงชายฝั่งทิศใต้ของแม่น้ำจูลี่เป็การชั่วคราว แน่นอนว่าพวกไวเคานต์ลิวอิสจะต้องขัดคำสั่งของเขา ซึ่งนั่นก็ตรงกับความคิดของซุนเฟยพอดี ดังนั้นซุนเฟยจึงไม่คิดที่บีบบังคับให้พวกเขาอพยพออกจากเมือง กลับกันยังยินยอมให้พวกเขาอยู่ในเมืองต่อ...ผลสุดท้าย เื่ราวก็เป็ไปตามที่ซุนเฟยคาดการณ์ไว้ว่าเมืองแซมบอร์ดอาจถูกบุกโจมตี ซึ่งผลของการยืมมีดสังหารก็ลุล่วงได้ด้วยดี
ตอนนี้ พวกขุนนางเก่าในเมืองแซมบอร์ดก็ถูกกองโจรของแพรีสกวาดล้างจนสะอาดเอี่ยม
ยิ่งไปกว่านั้น สมบัติที่พวกกองโจรปล้นไปทั้งหมดก็ตกอยู่ในมือซุนเฟย ซึ่งขุนนางและพวกพ่อค้าก็ไม่มีทายาทคนไหนเหลือรอดมาทวงเอาไป ดังนั้นตามประเพณีเมืองแซมบอร์ดและกฎหมายของราชอาณาจักร สมบัติพวกนี้จะถูกส่งเข้าไปในท้องพระคลังหลวง กลายเป็สมบัติของราชวงศ์ สำหรับซุนเฟยแล้ว เื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนยอดเขาตะวันออก ทำให้พวกเขาได้รับทรัพย์อย่างมหาศาล รอจนบิดาของพวกเ้าชายที่เข้าร่วมแผนการลอบสังหารครั้งนี้นำเงินมาไถ่ถอนตัวพวกมัน และรอให้แผนการสนับสนุนทางการเงินที่องค์หญิงลงนามได้รับการดำเนินการ จะยิ่งทำให้เมืองแซมบอร์ดมั่งคั่งมากกว่านี้ เผลอๆ อาจจะมั่งคั่งกว่า่สองร้อยกว่าปีที่ผ่านมาเสียอีก
และที่สำคัญก็คือ การทำให้ ‘กองทัพกการปฏิวัติ’ ของซุนเฟยได้ใสสะอาดมากขึ้น
นับจากนี้เป็ต้นไป เมืองแซมบอร์ดก็จะเป็อาณาจักรของซุนเฟยอย่างแท้จริง และคงไม่มีใครกล้าต่อต้านคำสั่งของซุนเฟยอีก และยิ่งไม่มีใครกล้าหน้าไหว้หลังหลอก แอบดำเนินการเื่ชั่วๆ ลับหลัง ซุนเฟย้าให้ตัวเองเป็เสียงเดียวในเมืองแซมบอร์ด และแผนการพัฒนาต่อจากนี้ก็สามารถดำเนินการได้อย่างสบายใจ
เวลาผ่านไปเร็วมาก ความมืดเริ่มเข้าปกคลุมแซมบอร์ด
……
วันที่สอง คณะทูตของราชอาณาจักรเซนิทก็ออกจากเมืองแซมบอร์ด
'เทพาแห่งเซนิท' อังเดร อาร์ชาวินไม่มีโอกาสได้อำลาซุนเฟย เขานำอัศวินหัวกะทิรีบร้อนออกจากเมืองแซมบอร์ด แม้ว่าการเดินทางกลับไปที่ราชอาณาจักรตอนนี้อาจจะเป็อันตราย แต่เมื่อพิจารณาถึงความลับที่เขาแอบลอบออกมาเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอาจจะรั่วไหลได้แล้วนั้น ด้วยเวลากระชั้นชิด จักรพรรดิยาชินนับวันยิ่งอาการแย่ลง ในเมืองหลวงเมฆลมก็เปลี่ยนแปลงไปมาอย่างลึกลับตลอดเวลา ในฐานะที่เป็องค์ชายผู้มีแนวโน้มว่าจะได้สืบทอดราชบัลลังก์แล้ว หากอาร์ชาวินยังคงอยู่รักษาตัวต่อที่นี่ อาจถูกโดมิงเกวซซึ่งเป็องค์ชายรองที่เป็คู่แข่งฉวยโอกาสนี้ดึงกำลังสนับสนุนของเขาที่เมืองหลวงกลับ ดังนั้นเขาจึงต้องกลับไป
โชคดีที่ 'น้ำยาฟื้นฟูความแข็งแกร่ง' ครึ่งขวดที่ซุนเฟยให้มา ทำให้อาการาเ็ส่วนใหญ่ของเขาได้รับการรักษาแล้ว
และที่ทำให้คนคาดไม่ถึงคือ เสนาธิการที่อาร์ชาวินขาดไม่ได้และเป็มันสมองที่เชื่อถือได้ของเขาอย่างองค์หญิงนาตาชากลับขอปักหลักอยู่ที่เมืองแซมบอร์ดต่อเป็การชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม เื่พวกนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ซุนเฟยจะสนใจ
สำหรับเมืองแซมบอร์ดแล้ว ในที่สุดการเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นแล้ว แผนการปฏิรูปการเมืองและการทหารที่ได้เตรียมการมาตลอดหนึ่งเดือน มันได้เริ่มดำเนินการแล้ว
หลังพิธีาาภิเษก ในที่สุดคำสั่งแรกของาาที่ประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาก็ออกมา
เป็คำสั่งเกี่ยวกับการทหาร...
เมืองแซมบอร์ดจะก่อตั้งกองพลสองกองใหญ่...
กองพลเซนต์เซย่า
และหน่วยรักษาความเป็ระเบียบเรียบร้อยของเมืองแซมบอร์ด...หรือที่เรียกกันว่า...เทศกิจ
ถ้าเป็ชื่อแรก เหล่าผู้นำเมืองแซมบอร์ดต่างยอมรับอย่างง่ายดาย แต่พอย่อเหลือแค่คำว่า ‘เทศกิจ’ ทำให้เพวกเขารู้สึกเหมือนกำลังโดนทดสอบจินตนาการอย่างโหดร้าย ความหมายของชื่อนี้ยากที่จะเข้าใจ พวกเขาไม่รู้ว่า นี่ก็แค่นิสัยโอตาคุกำเริบเท่านั้น...สำหรับซุนเฟยแล้ว บางทีนี่อาจจะเป็การย้ำเตือน บอกกับตัวเองว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยอาศัยอยู่ที่โลกแบบไหนมาก่อน
--------------------
1 เป็โสเภณีที่อยากจะสร้างอนุสาวรีย์ อุปมาว่า มีเจตนาที่ไม่ดี แต่ก็ยัง้าชื่อเสียงที่ดี
