บทที่ 30
หัวหน้า... คุณรู้จักเธอเหรอ
ไอหยินอันแหลมคมพวยพุ่งไปทั่ว เวินเฉิงโจวเปลี่ยนสภาพไปเหมือนกับผีพรายน้ำ ร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยสาหร่ายเน่าๆ ระดับน้ำบนพื้นหอพักพุ่งสูงขึ้น หนังสือและผ้าห่มถูกแช่จนเปียกโชก คลื่นน้ำนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าจู่โจมหลินซี
“แกไปตายซะ!!”
หลินซีนวดหว่างคิ้วเบาๆ “เอาอีกแล้วนะ”
ยันต์ทั้งสิบแผ่นหมุนคว้างด้วยความเร็วสูง ดูดซับน้ำในห้องจนแห้งสนิทภายในพริบตา
เวินเฉิงโจวกัดฟันกรอด เปลี่ยนทิศทางพุ่งเข้าใส่โจวจุนเจี๋ยแทน เขารู้ดีว่าสู้ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ ต่อให้ต้องตายเขาก็จะลากใครสักคนลงนรกไปด้วย โจวจุนเจี๋ยกลัวจนฉี่ราดซ้ำสอง
“แม่จ๋า! สัตว์ประหลาด!!”
เวินเฉิงโจวในตอนนี้ไม่เหลือเค้าความเป็มนุษย์แม้แต่น้อย ดูราวกับอสูรกายเฒ่าจากป่าลึกที่ใครเห็นก็ต้องเก็บไปฝันร้ายถึงสิบวัน
“อ๊ากกก ช่วยด้วย!!!”
หลินซีคว้าหมับเข้าที่กลุ่มผมของเวินเฉิงโจวแล้วกระชากกลับมาอย่างไร้ปรานี เธอสะบัดมือเรียกยันต์ทั้งสิบแผ่นให้พุ่งลงไปสะกดเขาไว้กับพื้น อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นฉี่ผสมกลิ่นคาวปลาจนน่าสะอิดสะเอียน
หลินซีทนไม่ไหว เธอเหยียบลงบนอกของเวินเฉิงโจวแล้วเริ่มประสานอินร่ายคาถา เวินเฉิงโจวหน้าถอดสีร้องลั่น
“ฉันเป็คนนะ แกฆ่าฉันไม่ได้!!”
หลินซีจิกหัวเขาขึ้นมาจ่อที่หน้ากระจก “แกขายิญญาให้ผีพรายไปตั้งนานแล้ว ดูสภาพแกตอนนี้สิ มีตรงไหนที่เหมือนคนบ้าง?”
เวินเฉิงโจวดิ้นรนสุดชีวิต “ฉันเป็คน! ฉันคือนักศึกษามหาลัย A! ฉันคือที่หนึ่งของคณะ! ฉันคือประธานสภา...”
“หุบปาก!”
หลินซีออกแรงกดหัวเขาลง กระจกแตกละเอียดเป็เสี่ยงๆ เวินเฉิงโจวโชกไปด้วยเื เขาเงยหน้าหัวเราะคลั่ง “แกฆ่าฉัน แกก็อย่าหวังว่าจะหนีพ้น!!”
หลินซีไม่สนใจคำขู่ เธอร่ายมนตร์ต่อ “อสุนีบาตฟาดฟัน สังหารสิ้นซึ่งอสูรร้าย!”
สายฟ้าสิบสายฟาดลงตรงกลางกระหม่อมของเวินเฉิงโจวทันที เขากรีดร้องโหยหวนอย่างเ็ป
“อ๊ากกก! ฉันขอสาปแช่งแก...” พูดไม่ทันจบเขาก็ล้มตึงลงแน่นิ่ง ดวงตาเบิกกว้างค้างอยู่อย่างนั้น ส่วนโจวจุนเจี๋ยที่อยู่ข้างๆ ก็ตาเหลือกและสลบเหมือดตามไป
จี้เหิงถามเสียงสั่น “อาจารย์... เวินเฉิงโจวตายแล้ว เราจะทำยังไงดีครับ?”
หลินซีอ้าปากหาว “นายดูเขาใหม่สิ”
จี้เหิงเพ่งมองแล้วก็อุทานลั่น “เชี้ย! ทำไมเป็แบบนี้ไปได้!”
ศพของเวินเฉิงโจวเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็ว เพียงแค่นาทีเดียวก็เหลือเพียงโครงกระดูกสีขาวโพลน
หลินซีอธิบาย “ตอนที่ฉันทำลายร่างต้นของผีพรายน้ำ มันแอบทิ้งลูกไม้ไว้ กะจะเขมือบิญญาเวินเฉิงโจวเพื่อใช้ชุบชีวิตตัวเอง เวินเฉิงโจวฉลาดแต่โดนความฉลาดเล่นงาน นึกว่าผีพรายหวังดีทิ้งชีวิตไว้ให้ ไอ้ลูกปัดดำนั่นแหละคือพลังทั้งหมดของผีพรายน้ำ”
“พอเขากลืนมันลงไป เขาก็ไม่ใช่คนอีกต่อไป แต่กลายเป็ 'วั่งเหลี่ยง' (อสูรกาย) ที่ไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้ สรุปคือ ผีพรายน้ำนั่นแหละที่ฆ่าเวินเฉิงโจว ส่วนฉันแค่มาทำหน้าที่กำจัดสิ่งชั่วร้ายแทน์”
จี้เหิงพอจะเข้าใจ “สรุปคือเวินเฉิงโจวถูกผีฆ่า ไม่เกี่ยวกับเรา”
“เข้าใจก็ดีแล้ว” หลินซีคลายเขตแดนออก “โอนเงินมาด้วยนะ ฉันจะกลับบ้านไปนอนแล้ว”
“อาจารย์ครับ ลาก่อนครับ”
จี้เหิงนึกขึ้นได้รีบะโตามหลัง “อาจารย์! แต่พวกตำรวจเขาไม่เชื่อเื่นี้แน่ๆ ผมต้องโดนส่งเข้าโรงพยาบาลบ้าชัวร์!”
ถึงแม้เวินเฉิงโจวจะกลายเป็ปิศาจ แต่ในสายตาคนอื่นเขาคือคนที่มีชีวิต ถ้าจี้เหิงบอกว่าเวินเฉิงโจวกลายเป็ผีพรายแล้วโดนฟ้าผ่าตาย ตำรวจได้จับเขาฉีดยาระงับประสาทแน่ๆ
“นายต้องเชื่อมั่นในเทคนิคการสืบสวนของตำรวจสิ พวกเขาไม่ใส่ร้ายนายหรอก” หลินซีโบกมือลาและหายลับไปกับความมืดทิ้งให้จี้เหิงยืนกอดตัวเองท่ามกลางลมหนาวที่พัดเข้ามาทางหน้าต่าง
หอพักเละเทะไปหมด เวินเฉิงโจวกลายเป็โครงกระดูก รูมเมทอีกสองคนสลบเหมือด แม่จ๋า! ทำยังไงดี?
ตึง ตึง ตึง! เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น จี้เหิงสะดุ้ง
“คะ... ใครครับ?” ป้าคุมหอเปิดประตูเข้ามา
“ห้อง 306 พวกเธอเล่นบ้าอะไรกันกะ... กรี๊ดดดดด!” พอเห็นสภาพในห้อง ป้าก็เป็ลมพับไปทันที
จี้เหิงถอนหายใจ “เฮ้อ... สลบไปอีกคนละ” เขาหยิบมือถือขึ้นมาโทรแจ้งความ
“ฮัลโหล 110 ครับ ผมขอแจ้งความ เพื่อนผมกลายเป็สัตว์ประหลาด...”
ตำรวจปลายสาย: “...”
เว่ยไห่หยาง ได้รับแจ้งเหตุจึงรีบพา เ้าหน้าที่นิติเวชฉิน มาถึงที่เกิดเหตุทันที เ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุบอกว่าผู้แจ้งน่าจะมีอาการทางจิตขั้นรุนแรงและที่เกิดเหตุน่าสยดสยองมาก ให้ระวังตัวด้วย
ทันทีที่เข้าห้อง เขาได้กลิ่นน้ำเน่าผสมกลิ่นฉี่ เว่ยไห่หยางขมวดคิ้ว
“ใครเป็คนแจ้งความ?” จี้เหิงที่กำลังสัปหงกสะดุ้งโหยง “คุณตำรวจ ผมเองครับ!”
เว่ยไห่หยางมองผู้ชายสามคนที่นอนกองอยู่บนพื้น นี่มันคดีฆาตกรรมะเืฃวัญชัดๆ
“แล้วผู้ต้องหาล่ะ?” จี้เหิงชี้ไปที่กองกระดูก “เพื่อนผมกลายเป็ปีศาจ จะฆ่าพวกเราครับ”
เว่ยไห่หยาง: “!!!”
เขามองโครงกระดูกนั่นอย่างพิจารณา
“ฉิน เข้าไปตรวจดูซิ”
เ้าหน้าที่ฉินขมวดคิ้ว “หัวหน้าครับ ปกติคนตายอย่างเร็วที่สุดต้อง 2-3 เดือนถึงจะกลายเป็โครงกระดูก แต่นี่มัน...”
เว่ยไห่หยางเกาหัว ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เขาถอนหายใจยาว
“ฉิน... ดูเหมือนเราจะเจอคดีแบบ 'คราวนั้น' อีกแล้วล่ะ”
พูดไม่ทันขาดคำ บุคคลคุ้นหน้าสามคนก็เดินเข้ามา อวิ๋นเยี่ยน ชูบัตรเ้าหน้าที่
“ลำบากเพื่อนร่วมงานแล้วครับ คดีนี้ทางเราจะรับ่ต่อเอง” เว่ยไห่หยางทำสีหน้าตายด้าน
“อ้อ คดีพิเศษอีกล่ะสิ ผมเข้าใจครับ”
เขาคิดในใจว่า่นี้ดวงตกจริงๆ สงสัยต้องหาเวลาไปไหว้พระบ้างแล้ว ก่อนจะรีบพานิติเวชฉินถอยฉากออกไป
อวิ๋นเยี่ยนสั่งการ “ตรวจสอบให้ละเอียด”
ไป๋ซิวหย่วน ถือเข็มทิศเดินสำรวจ “หัวหน้าครับ พลังงานสะอาดมาก เหมือนกับครั้งที่แล้วเป๊ะเลย”
เขาหยิบเส้นผมสีเขียวเน่าๆ ขึ้นมา “เดี๋ยวนะ นี่อะไร?”
อวิ๋นเยี่ยนเหลือบมอง “สาหร่าย... ที่นี่มีผีพรายน้ำ แต่ถูกใครบางคนจัดการไปแล้ว”
เจียงหยวนหยวน บ่นอุบาย “ท่านปรมาจารย์จัดการเสร็จสรรพ พวกเราก็ได้แค่มาเก็บกวาดขยะตอนจบ สถานการณ์แบบนี้คุ้นๆ นะ เหมือนตำรวจในเื่โคนันเลยที่คอยตามหลังยอดนักสืบมาเก็บความดีความชอบ”
ไป๋ซิวหย่วนขมวดคิ้ว “คนคนนี้ลงมือบ่อยขึ้น แถมเฉียบคมมาก ไม่รู้ว่าเป็มิตรหรือศัตรู?”
เจียงหยวนหยวนพูดพลางตรวจโครงกระดูก “ฉันก็สงสัยค่ะ ครั้งหน้าเราลองไปดักเจอท่านปรมาจารย์กันไหม?”
ไป๋ซิวหย่วนพยักหน้าเห็นด้วย “คนคนนี้เก่งมาก แต่ไม่เคยมีชื่อลงทะเบียนในหน่วยงานพิเศษ เราต้องสืบเื้ัให้รู้เื่”
อวิ๋นเยี่ยนกล่าวเรียบๆ “เก็บศพกลับหน่วย อย่าเดาสุ่มสี่สุ่มห้า และห้ามเคลื่อนไหวโดยไม่ได้รับคำสั่ง”
“เอ๊ะ?” เจียงหยวนหยวนยิ้มเ้าเล่ห์
“หัวหน้า คุณดูมีพิรุธนะ ไม่สงสัยบ้างเลยเหรอ?”
“ถึงไม่สงสัย แต่มีคนเก่งขนาดนี้โผล่มาในเมืองหลวง หัวหน้าไม่กังวลเลยเหรอว่าเขาจะเป็อันตรายต่อชาวบ้าน นี่ไม่ใช่สไตล์การทำงานของคุณเลยนะ... หัวหน้า หรือว่าคุณ...”
อวิ๋นเยี่ยนตัดบท “เจียงหยวนหยวน วันนี้คุณพูดมากไปแล้ว รีบทำงานซะ”
ดวงตาของเจียงหยวนหยวนเปล่งประกายความอยากรู้อยากเห็น “หัวหน้า! คุณรู้จักท่านปรมาจารย์คนนี้ใช่ไหม!”
ใจอวิ๋นเยี่ยนกระตุกวูบหนึ่ง “ว้าววว ฉันเดาถูกจริงๆ ด้วย!”
เจียงหยวนหยวนตื่นเต้นสุดขีด “เขาเป็ผู้ชายหรือผู้หญิง หน้าตาดีไหม แล้วคุณกับเขามีความสัมพันธ์ยังไงกัน...”
ไป๋ซิวหย่วนรีบตะครุบปากเธอทันที “หยวนหยวน พอเถอะ ดูหน้าหัวหน้าสิ ขืนพูดต่อคืนนี้เราไม่ได้นอนแน่”
เจียงหยวนหยวนนึกถึงโทษครั้งก่อนที่ต้องวิ่งรอบหน่วย 50 รอบ เลยยอมหุบปากสงบสติอารมณ์ชั่วคราว แต่ในใจเธอสาบานว่า ครั้งหน้าเธอต้องได้เห็นโฉมหน้าของท่านปรมาจารย์คนนี้ให้ได้!
