เช้าวันต่อมา เมื่อหลี่ชิงหลิงตื่นขึ้น นางจำเื่ฝันร้ายไม่ได้เลย
ได้แต่สงสัยว่าทำไมเด็กๆ ในครอบครัวจึงวนเวียนอยู่รอบตัวนาง
เด็กสาวมองหลี่ชิงหนิงที่คอยออดอ้อนอยู่ข้างๆ ด้วยรอยยิ้ม "หนิงหนิง ทำไมไม่ไปเล่นกับพี่โหรวโหรว” ถ้าเป็ปกตินางจะรีบวิ่งไปเล่นกับหลิวจือโหรวแล้ว ไม่มาเกาะติดนางแบบนี้
หลี่ชิงหนิงกะพริบตาขายหลิวจือโม่โดยไม่ลังเล "พี่ใหญ่ ให้ข้าอยู่กับพี่” เขาบอกถ้าทำให้พี่สาวของนางมีความสุข เขาจะทำของอร่อยๆ ให้กิน
เมื่อคิดถึงอาหารอร่อย นางก็กลืนน้ำลายโดยไม่ได้ตั้งใจ
เมื่อเห็นท่าทางน่ารักๆ หลี่ชิงหลิงก็ยิ้ม เอื้อมมือไปแตะจมูกเล็ก "ทำไมพี่ใหญ่ถึงให้มาเล่นกับพี่ล่ะ ใช้ของอร่อยอะไรมาล่อ" เ้าเด็กตะกละคนนี้ นางล่ะกังวลจริงๆ ว่าอนาคตจะมีผู้ชายใช้ของกินล่อตัวไป
หลี่ชิงหนิงทำหน้ามุ่ย ส่ายหัวและบอกว่าไม่รู้
หลี่ชิงหลิงก็ไม่ทำให้นางลำบากใจอีก บอกให้นางไปเล่นกับพี่โหรวโหรว ไม่ต้องมาอยู่กับตน
หลี่ชิงหนิงเอียงคอมองนางหลายครั้ง ลูบนิ้วน้อยๆ ด้วยความลำบากใจ หลังชั่งใจก็ส่ายหัวอย่างเด็ดขาด "ไม่ จะอยู่ด้วย” ถ้าไม่อยู่ด้วยนางก็จะไม่มีของอร่อยกิน
“แมวน้อยจะกละ” หลี่ชิงหลิงมองออกทันที “ไปเล่นเถอะ เดี๋ยวพี่บอกให้พี่ชายทำของอร่อยๆ ให้”
พี่สาวไม่สำคัญเท่าอาหารอร่อย นางควรจะรู้สึกเศร้าไหม?
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ชิงหลิง หลี่ชิงหนิงก็ร้องดีใจ โอบคอหลี่ชิงหลิง จูบที่แก้มดังจุ๊บ จากนั้นใช้ขาสั้นๆ เดินไปเล่นกับหลิวจือโหรว
หลี่ชิงหลิงเช็ดน้ำลายบนหน้าแล้วยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ จากนั้นลุกไปหาหลิวจือโม่
เด็กสาวยืนข้างเขา ก้มมองพลางยิ้มถามว่าทำไมถึงให้หนิงหนิงอยู่กับตน
มือที่ทุบหญ้าห้ามเืหลิวจือโม่ชะงักค้าง จากนั้นพูดเสียงเรียบ "เพื่อไม่ให้เ้าคิดมาก!"
หลี่ชิงหลิงเลิกคิ้วขึ้น นั่งยองๆ มองใบหน้าด้านข้างของเขา "ข้าคิดอะไร มีเื่อะไรให้คิดรึ?” นางเอื้อมมือไปจับไม้ในมือของเขา "ข้าทำเอง พี่ไปพักก่อนเถอะ"
หลิวจือโม่ไม่เถียงกับนาง แต่ปล่อยไม้ไป ส่วนเขานั่งดูนางข้างๆ
“เมื่อคืนเ้าฝันร้าย เ้าจำได้ไหม”
"ฝันร้าย?" หลี่ชิงหลิงได้ยินแล้วหันมอง ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย "ฝันร้ายอะไร ข้าจำไม่ได้” นางไม่มีความทรงจำเลยจริงๆ
เขาเคาะหัวนางด้วยรอยยิ้มขมขื่น ไม่ได้ปิดบัง "คงฝันถึงเื่เมื่อวาน เ้าเอาแต่พูดขอโทษ" เขาลูบหัวนางด้วยความสงสาร ก่อนจะห้ามอย่างจริงจัง "เสี่ยวหลิง เื่นี้ไม่ใช่ความผิดของเ้าจริงๆ ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ ถ้าไม่ใช่เพราะเ้าเร็วกว่าข้า หินในมือข้าก็คงโดนหัวคนผู้นั้นแล้ว ถ้าข้ารู้ว่ามันจะเป็ปมในใจเ้าแบบนี้ ข้าคงพยายามห้ามทุกวิถีทาง”
ใครจะไปรู้ว่านางที่ล่าสัตว์ได้อย่างดุร้ายกว่าใครจะเป็ปมเพราะเื่นี้?
นางนี่มันเสือกระดาษจริงๆ
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ชิงหลิงก็หลับตาลง เงียบไปครู่หนึ่งจึงพูด "แค่ยังรับไม่ได้ ไว้ผ่านไปอีกหน่อยก็ดีขึ้น ไม่ต้องห่วง” อีกหน่อยเดี๋ยวนางก็ลืมไปเอง
"หวังว่าอย่างนั้น"
หลี่ชิงหลิงเม้มริมฝีปากตอบรับ จากนั้นเงยหน้าขึ้นมองเขา บอกให้เขายกขากางเกงขึ้น นางจะทายาให้
นางเองก็โกรธเขาเื่นี้เหมือนกัน!
หากมีอาการอะไรตามหลัง นางจะจัดการเขาแน่
หลิวจือโม่ที่หน้าแดงเล็กน้อยมองนาง "ข้าจะทำเอง" เมื่อคืนเขาห้ามชายชราที่ยกกางเกงขึ้นสูงไม่ทัน วันนี้เขาก็ไม่อยากยกต่อหน้านางเช่นกัน
เมื่อเห็นหน้าแดงของเขา หลี่ชิงหลิงก็ถลึงมองเขาด้วยความโกรธ “พี่เป็คู่หมั้นของข้า แค่ขาจะเป็อะไรไป" เด็กสมัยโบราณไร้เดียงสาจริงๆ ในยุคปัจจุบัน ชุดบิกินี่ยังเดินร่อนไปได้ทั่ว ขาแค่นี้ไม่ใช่เื่ใหญ่ “อีกอย่าง ข้าก็เคยเห็นแล้วทั้งนั้น” ก่อนหน้านี้ตอนเป็ไข้ นางก็…
อะแฮ่ม... เมื่อนึกถึงเื่นี้นางก็รู้สึกอายเล็กน้อย
รู้สึกเหมือนป้าแก่ๆ ฉวยโอกาสกินเนื้ออ่อน
ตอนไม่พูดยังดีหน่อย ยิ่งพูดหลิวจือโม่ก็ยิ่งต่อต้าน
เขาชำเลืองมองนางด้วยสีหน้าย่ำแย่แล้วพูดอย่างไม่เกรงใจ "ไม่เป็ไรจริงๆ ข้าทำเองได้” ครั้งนั้นไม่มีทางเลือก ครั้งนี้เขามีสติแจ่มแจ้งดี “เ้าไปเล่นเถอะ!” เขาแย่งไม้จากมือแล้วผลักนางออกห่าง
หลี่ชิงหลิง "..."
ดูเหมือนนางจะทำให้เด็กไร้เดียงสาคนนี้หงุดหงิดเข้าแล้ว
นางอยากแก้สถานการณ์จึงกระแอมด้วยรอยยิ้ม “ถ้า… ถ้าอาย ข้าให้ดูกลับละกัน!" แค่ดู เนื้อไม่หลุดสักหน่อย จะกลัวอะไร
ทันทีที่นางพูดจบ ใบหน้าของเขาก็แย่ยิ่งกว่าเดิม "หลี่ชิงหลิง..." เขากัดฟันเรียกชื่อเต็ม
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อเต็มของนาง!
"ฮ่าๆ… จัดการเองเลย…” หลี่ชิงหลิงเห็นว่าใบหน้าของเขาดำเหมือนหมึกจึงหัวเราะและรีบหันหลังจากไป
หลิวจือโม่จะอกแตกตายกับนางจริงๆ เขาหายใจออกช้าๆ ยื่นมือแก้ผ้าพันแผล เมื่อเห็นาแที่ไม่มีเืออกแล้ว เขาก็หยิบหญ้าห้ามเืมาทา หากไม่ทำให้เรียบร้อย เกรงว่านางจะเสนอตัวช่วยเขาอีก
ทันทีที่เขาทายาเสร็จ เขาก็ได้ยินเสียงร้อง
หลิวจือโม่เงยหน้าขึ้น เห็นนายพลที่อยู่สลบมาสองสามวันค่อยๆ ลืมตาขึ้น
แม้ว่าจะเพิ่งลืมตา ดวงตาของเขาก็เฉียบคมและเต็มไปด้วยไอสังหาร
ถ้าเขาขยับได้ โดนฆ่าตอนนี้หลิวจือโม่ก็ไม่แปลกใจเลย
“เ้าคือใคร” เสียงของหลิวจือเฮ่าแหบพร่า เขาจ้องมองหลิวจือโม่ครู่หนึ่ง หลังจากแน่ใจว่าอีกฝ่ายจะไม่ทำร้ายตนก็มองไปทางอื่น ดูว่าตนอยู่ที่ไหน
ถ้ำ?
โดนคนอื่นช่วยเหลือหรือ?
หลิวจือโม่ไม่ตอบคำของหลิวจือเฮ่า แต่ยืนขึ้น หันหลังและเดินออกไป
หลิวจือเฮ่าเห็นแล้วตึงเครียดกว่าเดิม เมื่อเขาเตรียมลุกนั่งก็เห็นหลิวจือโม่เดินเข้ามาพร้อมกับชายชราคนหนึ่ง
เมื่อเขาเห็นชายชราอย่างชัดเจนก็ผงะทันที "ท่าน… เซวีย…” ยังพูดไม่ทันจบก็โดนชายชราขัด
“โธ่ๆ… ท่านนายพล อย่าขยับ อาการาเ็ยังไม่หายดี!” ชายชรารีบเดินไปกดไหล่เขากลับลงไป “อุตส่าห์หยุดเืได้ ถ้าแผลฉีกอีกแย่แน่”
แวดล้อมที่นี่ไม่ค่อยดี ต่อให้เขามีทักษะแพทย์ที่ดีกว่านี้ก็ทำอะไรไม่ได้!
หลิวจือเฮ่านอนลงอีกครั้ง มองชายชราด้วยและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง "ท่านช่วยข้าไว้หรือ" เขารู้ว่าอาการาเ็ของตน หากเขาไม่ได้รับการช่วยเหลือคงไม่รอดชีวิตอย่างแน่นอน
ชายชราตอบรับ "เห็นาเ็หนัก ข้าเลยพากลับมา” ชายชราพูดต่อเพื่อให้หลิวจือเฮ่ารับรู้ถึงบุญคุณ "โชคดีที่เด็กๆ เต็มใจรับไว้ ไม่งั้นคนแก่อย่างข้าก็ทำอะไรไม่ได้”
เมื่อได้ยินคำพูดของชายชรา หลิวจือเฮ่าก็หันไปมองหลิวจือโม่และยิ้ม "ขอบคุณ ข้าควรจะเรียกเ้าว่าอะไรดี?”
“หลิวจือโม่...” หลิวจือโม่ตอบเรียบๆ
หลิวจือโม่?
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลิวจือเฮ่าก็หรี่ตาลง มองหน้าหลิวจือโม่อีกครั้งและพยักหน้าขอบคุณโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า
หลิวจือโม่ตอบรับ รู้ว่าพวกเขามีเื่จะคุยกันจึงหาข้ออ้างออกจากถ้ำไป
ทันทีที่เขาจากไป ชายชราก็พูด "ข้าไม่ได้บอกชื่อกับพวกเขา ช่วยเก็บเป็ความลับไว้นะ" หลังจากหยุดเล็กน้อย เขาก็อธิบายเพิ่ม "ตอนเ้าสลบ มีชายชุดดำมาค้นหา เห็นได้ชัดว่าไม่ประสงค์ดี ข้าเลยไม่ได้บอกอะไรเพื่อปกป้องพวกเขา บอกแค่ว่าเ้าเป็นายพล”
เขานำปัญหาอย่างหลิวจือเฮ่ากลับมาก็ขอโทษพวกหลิวจือโม่มากแล้ว จะทำให้พวกเขาตกอยู่ในอันตรายอีกได้อย่างไร
"เซวียเหล่า ข้าเข้าใจความหมายท่านดี ข้าจะทำตามนั้น!" หลิวจือเฮ่าเงยหน้าขึ้น “เซวียเหล่า ท่านรู้จักพ่อแม่ของหลิวจือโม่หรือไม่" หลิวจือโม่หน้าตาคล้ายกับลุงคนที่สี่ของเขามาก แทบเหมือนออกมาจากพิมพ์เดียวกัน
หลิวเหวินจิ้งจากตระกูลหลิวเป็อัจฉริยะที่หาได้ยาก เป็ความภาคภูมิใจของท่านปู่ แต่เขาไม่ชอบราชการ ไม่เชื่อฟังท่านปู่และไม่ยอมสอบราชการ
ในตอนนั้น เขามีสัญญาแต่งงานกับลู่ซือหยู หญิงสาวตระกูลลู่ทำให้ตระกูลเทียนขุ่นเคืองและถูกลดสถานะ ท่านปู่ของเขาจึงขอให้ลุงสี่ยกเลิกการหมั้นหมายกับหญิงสาวตระกูลลู่
ลุงคนที่สี่ไม่ยอมเชื่อฟัง เมื่อท่านปู่้าใช้ไม้แข็ง เขากลับหายตัวไป
หายไปสิบกว่าปี ท่านปู่ส่งคนตามหาแต่ไม่มีข่าวคราว ไม่รู้ว่าตายไปแล้วหรือมีชีวิตอยู่
เขาเคยเห็นภาพเหมือนของลุงคนที่สี่ในห้องหนังสือ ท่านปู่บอกว่าคนในภาพคือลุงสี่
เขาไม่คิดว่าจะเจอคนที่คล้ายกับลุงสี่ของเขาที่นี่ และยังชื่อหลิวจือโม่อีก
เขาไม่เชื่อว่ามันเป็เื่บังเอิญ เป็ไปได้มากที่หลิวจือโม่จะเป็ลูกพี่ลูกน้องของเขา
ชายชรารู้ว่าหลิวจือเฮ่ากำลังคิดอะไรอยู่ เขาเคยพบเด็กคนนั้นจากตระกูลหลิวมาก่อน หลิวจือโม่ก็เหมือนกับเขามาก
“ไม่รู้จัก พ่อแม่ของเ้าโม่ไม่อยู่แล้ว” ชายชรามองหลิวจือห่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ไม่ว่าเขาจะใช่หรือไม่ ข้าก็หวังว่านายพลหลิวจะเก็บไว้เป็ความลับ ข้าคิดว่านี่คือความปรารถนาของพ่อเ้าโม่เช่นกัน” หลิวเหวินจิ้งไม่กลับบ้านหลิวนานเพียงนี้ก็คงมีจุดประสงค์ของตน
หลิวจือเฮ่าขมวดคิ้วแน่น เขาไม่คิดว่าจะได้ยินคำตอบนี้ ถ้าท่านปู่รู้ว่าลุงสี่ไม่อยู่แล้วจะเศร้าขนาดไหน
"กลับสกุลหลิวจะดีต่อตัวเขา”
“อย่าเลย น้ำในตระกูลหลิวของเ้าลึกมาก พี่น้องสามคนไม่มีพ่อแม่คอยปกป้อง คงโดนกินทั้งเป็ในไม่กี่วัน” ชายชราส่ายหัวไม่เห็นด้วย เขาไม่้าทำลายชีวิตอันสงบสุขของหลิวจือโม่ “ตัวเ้าเองยังเกือบตาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเด็กๆ พวกนั้น”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของหลิวจือเฮ่าก็เบิกกว้าง ชำเลืองมองชายชราด้วยสายตาเฉียบคม อีกฝ่ายคงจะมองออกแล้วแน่
