“เ้าทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ…” นักเวทหนุ่มกล่าวออกมา เขายกมือขึ้นมาจับที่ศีรษะของราฟาฮ์ ทันใดนั้นก็เกิดเปลวไฟสีแดงขึ้นในมือของเขา เพียงชั่วพริบตา กลิ่นเนื้อย่างก็ลอยออกมา นายทหารผู้น่าสงสารพยายามดิ้นหนีจากมือมรณะ ไม่นานร่างของเขาก็กลายเป็หมอกสีดำ ก่อนที่จะสลายไปในอากาศ “กะอีแค่เื่ไร้สาระเช่นนี้เ้ายังจัดการไม่ได้ แล้วจะอยู่ไปทำไม…” ชายหนุ่มคนนั้นทำราวกับว่ามันเป็เื่เล็กน้อย เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าสีทองขึ้นมาเช็ดมือของตัวเอง พลางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเ็า
ทั้งห้องโถงใต้ดินพลันเงียบกริบ
ทหารทุกคนต่างมองไปที่นักเวทหนุ่มด้วยสายตาหวาดกลัว พวกเขาอดใไม่ได้กับความโเี้ของนักเวทหนุ่มคนนั้น แต่ละคนรีบคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดังตุบ แม้แต่จะหายใจเสียงดังก็ไม่กล้า
“เ้าฆ่าตัวตายเถอะ จะได้ไม่ต้องพบกับความทรมาณของเปลวไฟนี้” ชายหนุ่มคนนั้นมองมาที่ซุนเฟยพลางกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
“ข้าไม่ใช่คนของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต” ซุนเฟยยกมือกอดอก
“ไม่ว่าเ้าจะเป็หรือไม่เป็ แต่ตอนนี้ข้าอยากเห็นเ้าตาย” มุมปากของชายหนุ่มคนนั้นยกยิ้มขึ้นมา สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสนุก
“อ้อ น่าสนใจดีนี่” ซุนเฟยหัวเราะออกมาเบาๆ สิ่งที่าาหนุ่มเกลียดมากที่สุดก็คือ การที่มีพวกปัญญาอ่อนมาอวดดีต่อหน้าเขา ซุนเฟยหัวเราะในลำคอก่อนจะถามขึ้นมาว่า “งั้นเ้าอยากรู้ไหมว่าข้าเป็ใคร?”
“ข้าไม่จำเป็ต้องรู้ว่าเ้าเป็ใคร แต่เ้าจำเป็ต้องรู้ว่าข้าเป็ใคร” ดวงตาของชายหนุ่มคนนั้นฉายแววเ็าขึ้นมา “ถ้าข้าอยากให้เ้าตาย เ้าก็ต้องตาย”
“อ้อ? ฟังแล้วน่าสนใจดีนี่ งั้นเ้าบอกข้าได้ไหมว่าเ้าเป็ใคร?” ซุนเฟยยังคงยิ้มระรื่น
“ไอ้หนอนแมลงชั้นต่ำ พูดมากไร้สาระจริงๆ” ดวงตาของนักเวทหนุ่มคนนั้นเริ่มปรากฏความไม่พอใจออกมา เขาแบมือ ทันใดนั้นเปลวไฟสีแดงก็ปรากฏขึ้นมาบนมือของเขา อุณหภูมิของเปลวไฟร้อนมาก เห็นได้ชัดจากการที่อุณหภูมิในห้องโถงที่เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ นักเวทหนุ่มโยนเปลวไฟที่น่ากลัวไปทางซุนเฟยพร้อมพูดชื่อตัวเองออกมาเบาๆ ว่า “คริสโตเฟอร์ องค์ชายสี่แห่งราชอาณาจักรเซนิท จำไว้ไปบอกยมทูตแล้วกันว่าใครฆ่าเ้า!”
ตูม!
ฉับพลัน เปลวไฟที่น่าเกรงขามบนมือของเขาก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้น ทุกคนรู้สึกราวกับว่าภายในห้องโถงเต็มไปด้วยเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้ จากนั้น เปลวไฟนี้ก็เริ่มยืดตัวยาวออกมาเรื่อยๆ ก่อนจะกลายเป็ัเพลิงกู่ร้องคำรามสะท้านฟ้า ก่อนจะม้วนตัวทะยานเข้าไปหาซุนเฟยอย่างรวดเร็ว ไม่ช้า ร่างของซุนเฟยก็จมหายไปในเปลวเพลิง
ทักษะโจมตีเวทมนตร์ธาตุไฟระดับสี่ดาว 'ัเพลิง'
แม้ว่าทักษะนี้จะไม่ใช่ทักษะที่ดีที่สุด แต่ทักษะ 'ัเพลิง' ก็ถือว่าเป็หนึ่งในทักษะโจมตีเวทมนตร์ที่คริสโตเฟอร์ภาคภูมิใจ
ทุกครั้งที่เปลวไฟกำลังเผาไหม้คนที่ตัวเองเกลียดชังจนกลายเป็เถ้าถ่าน และทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปทรมาณจากการถูกเผาทั้งเป็ ในใจของคริสโตเฟอร์ก็ยิ่งรู้สึกความพึงพอใจและมีความสุข
ตอนนี้ ชายที่แสนจองหองตรงหน้ากำลังจะกลายเป็สิ่งบันเทิงใจของเขา
ในขณะที่เขากำลังหลับตาลงเพื่อรอฟังเสียงเพลงอันยอดเยี่ยมที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องอ้อนวอนขอชีวิต
ทว่า
ผ่านไปสิบวินาทีก็แล้ว บทเพลงที่ยอดเยี่ยมก็ยังไม่ดังขึ้นมาสักที
เขารีบลืมตาขึ้นมา
ฉากตรงหน้าเป็สิ่งที่เหนือความคาดหมายของเขา
'ัเพลิง' ที่กำลังกู่ร้องคำรามทะยานไปหาซุนเฟยพลันหยุดชะงักอยู่ตรงหน้า มันไม่สามารถพุ่งไปด้านหน้าได้มากกว่านี้
ซุนเฟยยื่นมือข้างหนึ่งออกไปจับที่หัวของมันประหนึ่งกำลังจับหัวแมว ราวกับว่าอุณหภูมิที่ร้อนระอุหรือแม้กระทั่งเปลวไฟที่ร้อนแรงไม่สามารถทำเขาได้ ซุนเฟยออกแรงบีบหัวัไฟเบาๆ จากนั้นเปลวไฟร้อนระอุขนาดที่สามารถหลอมเหล็กกล้าให้กลายเป็น้ำเหล็กก็สั่นไหวอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับว่าถูกพลังที่น่ากลัวโจมตีอยู่ เพียงพริบตามันก็แตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆ 'ัเพลิง' เป็ทักษะโจมตีเวทมนตร์ธาตุไฟที่มีชื่อเสียงมากในระดับสี่ดาว แต่ถึงยังนั้น มันกลับถูกทำลายเป็ผุยผงได้อย่างง่ายดาย
แค่อีกฝ่ายใช้มือข้างเดียวบีบมันจนแตก
รูม่านตาขององค์ชายสี่คริสโตเฟอร์พลันหดตัวลง
ท่าทางโอหังของเขาเมื่อครู่นี้เหมือนคนปัญญาอ่อนไม่มีผิด เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของชายตรงหน้าเหนือกว่าที่ตัวเองคาดการณ์ไว้มาก การที่อีกฝ่ายใช้มือเดียวก็สามารถทำลายพลังของเขาได้นั้น เหมือนเป็การบอกนัยๆ กับเขาว่า...เ้ากับข้ามันคนละชั้นกัน
“เ้าเป็ใคร?” สีหน้าของคริสโตเฟอร์เริ่มเคร่งเครียดขึ้นมา เขาไม่คิดที่จะปล่อยพลังเป็ครั้งที่สอง เขารู้ดีว่าต่อให้ตัวเองลงมืออีกสักกี่รอบ ผลของมันก็ยังคงเป็เหมือนเดิม อีกอย่าง เขายังไม่อยากทำให้ตัวเองกลายเป็ตัวตลกในสายตาคนอื่น
“เ้าเพิ่งพูดไม่ใช่หรือว่า เ้าไม่จำเป็รู้ว่าข้าเป็ใครน่ะ?”
ซุนเฟยดึงมือของตัวเองกลับมา เขายังคงตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้มกวนๆ ในสายตาของซุนเฟย คริสโตเฟอร์ไม่มีค่าอะไรให้เขาต้องไปสนใจ นี่ก็คือความเงียบสงบก่อนที่พายุจะมา
องค์ชายสี่ชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาดูน่าเกลียดขึ้นมา “เ้าไม่มีสิทธิ์มาแข็งข้อต่อหน้าองค์ชายอย่างข้า”
“ฮึๆๆ ฐานะองค์ชายไม่ได้ช่วยให้เ้าฃกดข่มคนที่แข็งแกร่งกว่าเ้าได้หรอกนะ แต่ก็เอาเถอะ เห็นแก่ฐานะองค์ชาย ข้าอยากบอกเ้าว่า นับจากนี้เป็ต้นไป ข้าไม่อยากได้ยินเสียงของเ้า ไม่ต้องมาแสดงท่าทางไร้สาระต่อหน้าข้า ดังนั้นหุบปากของเ้าไปเสีย ไม่อย่างนั้นข้าไม่รับประกันว่าเ้าจะออกจากที่นี่ไปได้อย่างสมบูรณ์...ทุกส่วน” ซุนเฟยได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามา จึงเลิกสนใจหยอกล้อกับองค์ชายสี่ผู้แสนโง่เขลาคนนี้
“เ้า…”
องค์ชายสี่โกรธจนหน้าแดง อยากจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่เมื่อััได้ถึงสายตาเย็นะเืดุจน้ำแข็งของอีกฝ่าย ท่าทางโมโหกับท่าทีถือดีก็พลันหายไปทันที ความกล้าที่จะพูดบางอย่างเพื่อสวนกลับซุนเฟยก็สลายไปในพริบตา
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนจะปรากฏกลุ่มคนเดินเข้ามายังห้องโถงแห่งนี้
“อ้าว อเล็กซานเดอร์ ที่แท้ท่านก็มาอยู่นี่เองหรือ มิน่าเล่า ข้าหาเท่าไรก็ไม่พบ” แพรีสเดินตัวปลิวเข้ามาหาในขณะที่มือก็ถือดอกกุหลาบไว้ นางมองซุนเฟยั้แ่หัวจรดเท้าด้วยสายตาพราวระยับ ก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมา “ฮิๆๆ ดูเหมือนว่าเ้าจะมานานแล้วสินะ”
“เพิ่งมาถึงเมื่อครู่” ซุนเฟยตอบกลับไปด้วยสีหน้านิ่งๆ
ด้านหลังของแพรีสมีกราเนโรและทหารรักษาการณ์แห่งราชอาณาจักรอีกสิบกว่าคนเดินตามหลัง มีชายหนุ่มหน้าตาดีที่อุ้มลูกสุนัขพิการตามมาติดๆ ท่าทางของเขาดูง่วงงุนมากๆ เหมือนเพิ่งตื่นนอน ผมสีดำกระเซอะกระเซิงเล็กน้อย เดินเซไปเซมา
ซุนเฟยเห็นหัวหน้าอัศวินโรมัน ปัฟลูย์เชนโคที่เคยคุ้มกันองค์หญิงนาตาชาเดินทางมาที่เมืองแซมบอร์ด และหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่สวมชุดสีม่วงที่คอยอารักขาอยู่ข้างกายองค์หญิงนาตาชาอยู่เสมอ ด้านหลังของพวกเขาสองคนมีอัศวินสวมชุดเกราะสีดำจำนวนสิบคน ตรงเกราะอกแกะสลักตัวอักษรที่ห้าวหาญว่า ‘วีรบุรุษเหล็ก’ สองคำ คลื่นพลังของแต่ละคนดูแข็งแกร่งมาก เห็นได้ชัดว่าอยู่ในระดับสามดาวทุกคน หากซุนเฟยเดาไม่ผิด อัศวินกลุ่มนี้น่าจะเป็ยอดฝีมือของ 'ค่ายวีรบุรุษเหล็ก' ที่อยู่ใต้การบังคับบัญชาการของอาร์ชาวิน 'เทพาแห่งเซนิท'
นอกจากคนสองกลุ่มนี้แล้ว ด้านหลังของพวกเขายังมีอีกกลุ่มที่เดินตามมาด้วย ชายที่เดินนำหน้าสวมชุดเกราะโลหะท่าทางองอาจ ผมของเขายาวมากจนเลยหมวดเกราะออกมา ใบหน้าของเขาสวมหน้ากากคริสตัลลายน้ำ ด้านหลังก็มียอดฝีมือที่สวมชุดเกราะโลหะเดินเข้ามา พวกเขาสวมหน้ากากโลหะปกปิดใบหน้า แต่ดวงตาที่เล็ดรอดออกมาจากช่องดวงตากลับเต็มไปด้วยจิตสังหาร ราวกับว่าทั้งสิบคนนี้เคยผ่านการต่อสู้เสี่ยงตายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ซุนเฟยไม่รู้ว่าคนกลุ่มนี้เป็ตัวแทนของกองกำลังฝ่ายไหน
ด้านหลังพวกเขามีนักบวชจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีสีหน้าเศร้าสร้อยเดินตามเข้ามาอย่างช้าๆ เขาสวมชุดคลุมสีขาวดำ และดูเหมือนว่าเขาจะสวมชุดนี้มานานมากพอสมควร ทำให้ชุดคลุมบนร่างของเขาเต็มไปด้วยรอยประชุนน้อยใหญ่ นอกจากรอยประชุนแล้วยังมีรูเล็กๆ เต็มไปหมด แม้ชุดจะดูเก่าแต่กลับสะอาดมาก นักบวชคนนี้น่าจะอายุประมาณห้าสิบกว่าปี ผมและเคราเป็สีขาว สวมรองเท้าไม้ถักสาน ตรงปลายเท้ามีรอยแผลเป็เต็มไปหมด ดูจากรอยแผลเป็นี้แล้ว ดูท่าว่าชีวิตของเขาคงผ่านเื่ราวที่ยากลำบากมานานเหมือนกัน
“หืม? คนคนนี้น่าจะเป็นักบวชของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์นะ แม้แต่นักบวชยังเข้ามาร่วมแย่งสมบัติด้วยหรือ? เื่นี้ชักจะไม่ธรรมดาเสียแล้วสิ” สีหน้าของซุนเฟยยังคงสงบนิ่ง แต่ในหัวของเขากลับคิดอะไรมากมาย
นักบวชผมขาวคนนั้นเดินมาคนเดียว เขาก้าวเท้าอย่างช้าๆ แต่มั่นคงมาทีละก้าว
ด้านหลังของเขายังมีกลุ่มคนอีกเนืองแน่นที่พากันเดินตามเข้ามา แต่ไม่มีใครกล้าแย่งเดินนำหน้านักบวชคนนี้เลย ไม่ใช่เพราะชื่อเสียงและอำนาจที่น่ากลัวของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงกลิ่นอายอันตรายที่กระจายออกมาจากตัวนักบวชเฒ่าคนนี้ด้วย กลิ่นอายของเขาลึกล้ำดุจมหาสมุทร กว้างขวางราวกับท้องฟ้า ทรงพลังดุจพระอาทิตย์ แม้แต่ซุนเฟยยังอดไม่ได้ที่ใ
นักบวชชราเดินเข้าไปยังห้องใต้ดินอย่างช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นมามองซุนเฟยในขณะที่เดินผ่าน ก่อนจะหันกลับมาก้มหน้าไม่มองใครอีก ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันช่างน่าเบื่อ นักบวชคนนี้สามารถละเลยใครก็ได้ แต่กลับไม่มีใครกล้าละเลยเขา
ด้านหลังของนักบวชชรายังมีกลุ่มคนมากมายก้าวเข้ามา
แต่กลิ่นอายบนร่างของพวกเขากลับดูป่าเถื่อน ใบหน้าพวกเขาห้าวหาญ ดวงตาเต็มไปด้วยความโเี้ พวกเขาดูตื่นตัวตลอดเวลา แม้จะสวมเครื่องแบบทหาร แต่อาวุธและชุดเกราะต่างๆ กลับแตกต่างจากทหารรักษาการณ์แห่งราชอาณาจักรกับ 'ค่ายวีรบุรุษเหล็ก' มาก กลิ่นอายของคนพวกนี้คล้ายกับกลิ่นอายของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต
ถึงแม้ว่าห้องโถงใต้ดินจะมีขนาดใหญ่มาก แต่ก็สามารถรองรับคนจำนวนหลายร้อยคนได้
ทุกคนต่างมองไปยังูเาสมบัติที่ส่องสว่างตรงหน้า และยังมีอาวุธกับชุดเกราะอย่างดีที่กำลังส่องแสงสะท้อนกับเปลวไฟจนเป็ประกาย พวกเขารู้สึกตาพร่าเลือนไปกับแสงสุกปลั่งตรงหน้าจนพูดอะไรไม่ออก
ต่างฝ่ายต่างจับจองตำแหน่งดีๆ บางคนก็กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระมักระวัง
แรงกดดันที่มองไม่เห็นเริ่มกระจายออกมาทั่วห้อง
---------------------------
