“ิเยว่ ิเยว่ เ้าได้ยินข้าไหม” เขารีบหันไปหาหญิงสาวที่นอนหมดสติอยู่ด้านหน้า ก่อนจะใช้พลังิญญาตรวจดูพลังของนาง พบว่าพลังิญญาตีกันปั่นป่วนจากพิษของันิลที่ไหลวนอยู่ในร่าง
“แย่แล้ว นางถูกพิษันิล” เขาตัดสินใจอุ้มร่างของิเยว่ขึ้นมาด้วยความเป็ห่วง พลันหายวับกลับมายังเผ่าเทพทันทีด้วยความรีบร้อน ตงหยางในชุดสีดำค่อย ๆ วางร่างของิเยว่ลงยังเตียงนอนในตำหนักเมฆาช้า ๆ ก่อนจะเรียกให้เทพโอสถเข้ามา พร้อมราชันจางเหว่ยและเทพฉางจือคอยดูแลิเยว่อยู่ไม่ห่าง
“นางโดนพิษของันิล พิษของมันร้ายแรงนัก แม้แต่ข้าก็จนปัญญาแล้วเหมือนกัน” เทพโอสถหันมายังราชันจางเหว่ยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ ก่อนสายตาของตงหยางจะทอดมองนางอย่างเงียบ ๆ พลันย่อตัวลงนั่งแล้วครุ่นคิดครู่หนึ่ง
“ันิลเป็สัตว์เทพ ของเทพไท่ซาน ซึ่งเขาดับขันธ์ไปนานแล้ว ข้าคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าจะช่วยชีวิตนางได้อย่างไร” เขาหันมองใบหน้าซีดเซียวของิเยว่ที่นอนอยู่ ขณะที่เทพฉางจือยืนนิ่งรู้สึกเ็ปลึก ๆ ที่ไม่อาจช่วยนางได้ ประมุขตงหยางทำได้เพียงถ่ายทอดพลังิญญาของเขาให้นางเป็ระยะ เพื่อระงับความเ็ปที่เกิดขึ้น
“เ้าช่วยนางแบบนี้ไปตลอดไม่ได้หรอกตงหยาง พิษของันิลจะกัดกินร่างของิเยว่ภายในสามวัน ต้นจิตของนางก็จะแตกสลายในที่สุด ข้าผิดเองที่ปล่อยให้จางซินเข้าไปวุ่นวายกับิเยว่จนทุกอย่างเป็แบบนี้” ราชันจางเหว่ยพูดออกมาด้วยความเ็ป
ตำหนักจิวหลง เทพรับใช้ประจำตัวจางซินวิ่งเข้ามาในห้องสรงน้ำด้วยความร้อนใจ ก่อนจะน้อมกายลงแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เทพธิดาจางซินเ้าคะ ตอนนี้ประมุขตงหยางพาธิดาิเยว่กลับมาแล้ว” รอยยิ้มของจางซินเผยออกมาแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจ
“พวกเขากลับมาแล้วเหรอ แล้วเหตุใดเ้าต้องทำหน้าเช่นนั้นด้วย” เฟิ่งหลินอึกอักก่อนจะพูดขึ้น
“ตอนนี้ที่ตำหนักเมฆาวุ่นวายอย่างมากเ้าค่ะ เพราะธิดาิเยว่โดนพิษของันิลเข้า แม้แต่เทพโอสถก็จนปัญญารักษา ประมุขตงหยางเตรียมจะเอาธิดาิเยว่กลับไปยังเผ่ามารเพื่อถ่ายทอดพลังิญญาเลี้ยงต้นจิตนางเ้าค่ะ” เทพธิดาจางซินชะงักนิ่ง สายตาสั่นไหวของนางพยายามคิดหาทางแก้
“ตอนนี้ราชันจางเหว่ยต้องทำโทษท่านอย่างหนักเป็แน่ ข้าคิดว่าท่านควรหนีไปยังแดนมนุษย์สักระยะดีหรือไม่ รอให้ราชันจางเหว่ยหายโกรธ แล้วค่อยเข้ามารับผิด ทุกอย่างอาจจะดีขึ้น” เฟิ่งหลินพูดด้วยความเป็ห่วง ก่อนเทพธิดาจางซินจะเชิดหน้าขึ้นแล้วพูด
“ไม่..ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น”
“ต้องหนีเ้าค่ะ หากธิดาิเยว่เป็อะไรไป เผ่าวิหคต้องไม่ยอมแน่ ๆ ไหนจะเผ่าจิ้งจอก เผ่ามารที่ตั้งความหวังไว้กับธิดาหมิงเยว่อีกล่ะเ้าคะ ความผิดนี้ ยากจะแก้ไข” เฟิ่งหลินพูดพร้อมเข้ามาดึงมือเทพธิดาจางซินขึ้นจากสระ ก่อนวรกายของราชันจางเหว่ยจะวูบเข้ามาให้เฟิ่งหลินเบิกตากว้าง พลางน้อมกายลงเคารพ
“คิดจะหนีงั้นเหรอ ข้าตามใจเ้ามาตลอด แต่ครั้งนี้เ้าทำเกินไป นอกจากชีวิตของิเยว่แล้ว เ้าตอบข้าหน่อยว่าอะไรทำให้เ้าคิดร้ายต่อนางเช่นนั้น เพียงเพราะความหึงหวงที่เ้ามีต่อตงหยาง เ้าจึงคิดกำจัดนางใช่หรือไม่” เทพธิดาจางซินเบี่ยงหน้าไปทางอื่น ไม่ตอบ ความดื้อดึงของนางทำให้เขาใช้พลังิญญาดึงน้องสาวขึ้นมาจากสระนำ
“ไปรับโทษกับข้า ต่อหน้าทุกคน” เพียงพริบตาร่างของเทพธิดาจางซินที่เปียกปอนไปด้วยน้ำก็หายวับมายังตำหนักเมฆา พร้อมร่างของิเยว่นอนหลับใหล ขณะที่ประมุขตงหยางใช้พลังิญญาของเขารักษาต้นจิตของนางไว้
“คุกเข่าแล้วคำนับนางสามครั้ง จากนั้นข้าจะให้เ้าไปยังหอจองจำ” โทษร้ายแรงลงทันฑ์เทพธิดาจางซินทันที ก่อนนางจะหันไปยังประมุขตงหยางแล้วเอ่ยขึ้น
“ข้าได้รับโทษจากท่านพี่แล้ว โทษจากประมุขตงหยางล่ะเ้าคะ ท่านจะลงโทษข้าอย่างไร” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนเขาจะหันมายังนาง แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ลงโทษเ้าแล้วแก้ไขอะไรได้ ิเยว่าเ็เพียงนี้เป็ความผิดข้า หากข้าไม่ไปรับนางมาจากเผ่าวิหค นางก็คงใช้ชีวิตมีความสุขอยู่ที่นั่น” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเทพธิดาจางซินกลับรู้สึกถึงความห่างเหินที่เขามอบให้ ก่อนนางจะเชิดหน้าขึ้นแล้วตัดสินใจพูดความลับบางอย่างออกมา
“ตอนที่ท่านตายังไม่ดับขันธ์ ท่านตาเคยพูดถึงพิษของันิลให้ข้าฟังว่านอกเหนือจากเทพไท่ซานแล้ว ไม่มีผู้ใดแก้พิษของันิลได้ นอกจากดอกถงเซา ทุกแสนปีจะผุดขึ้นบนยอดเขาไท่ซานมีฤทธิ์เย็นสามารถดูดพิษออกจากร่างได้” เทพฉางจือได้ยินดังนั้นจึงพูดขึ้น
“เวลานี้ ดอกถงเซายังไม่ผุดขึ้นมา ขณะที่เทพธิดาิเยว่มีเวลาเพียงแค่สามวัน จะช่วยนางทันได้ยังไง” ธิดาจางซินใช้พลังิญญาหยิบเอาดอกถงเซาขึ้นมา พร้อมทุกสายตาจับจ้องไปยังของวิเศษนั้น
“ท่านตามอบให้ข้าไว้หนึ่งดอก วันนี้ข้าจะมอบให้นาง แต่มีข้อแม้สองอย่าง อยากให้ประมุขตงหยางกับท่านพี่รับปากข้าก่อนว่าจะทำตาม” ราชันจางเหว่ยใช้พลังิญญาดึงเอาดอกถงเซากลับมา ทว่าจางซินรู้ทันจึงรีบเก็บดอกถงเซากลับไป แล้วหันมายังพี่ชายด้วยสายตาตั้งมั่น
“จนกว่าพวกท่านจะรับปาก ข้าจะมอบดอกถงเซาให้นาง” จางเหว่ยหลับตาพยายามข่มความโกรธแล้วพูดขึ้น
