“ดูนั่นสิ… สวนกุหลาบสวยมากอ่ะเพื่อน ฉันขอเซลฟี่กับดอกกุหลาบแป๊บนะ”
ด้วยความตื่นตาตื่นใจกับสภาพแวดล้อมรอบๆ กาย ดลยาร์ล้วงเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพดอกไม้
“ตามสบายนะเพื่อน… เดี๋ยวฉันให้คนใช้มาช่วยยกกระเป๋าเข้าห้อง… พี่จอย… พี่แจ๋ม… ”
ปัทมากล่าวกับดลยาร์แล้วกวักมือเรียวสาวใช้สองคนที่กำลังเดินออกมาพอดี
“ค่ะคุณหนู”
สาวใช้รีบเข้ามาช่วยยกกระเป๋าสัมภาระออกจากฝากระโปรงด้านหลังของรถมินิออสตินสีดำคันหรูของปัทมา
และในระหว่างที่ดลยาร์กำลังเดินบันทึกภาพดอกไม้ ชมนกชมไม้อยู่เพลินๆ แล้วจู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อหล่อนเดินมาถึงมุมรั้วซึ่งเป็เสาสูงท่วมศีรษะ แล้วจู่ๆ ก็มีผู้ชายตัวใหญ่คนหนึ่งก้าวเดินมาด้วยความเร็ว
“วะ… ว้ายยยย”
ดลยาร์ร้องด้วยความใ ก่อนจะชนกับผู้ชายตัวใหญ่อย่างแรงจนเสียหลัก ร่างเซเข้าหาแปลงกุหลาบ แต่มือของชายปริศนาคว้าเอวหล่อนเอาไว้ทันท่วงที
ร่างนุ่มนิ่มถูกรั้งมากอดเพื่อไม่ให้หล่อนถลาลงทับต้นกุหลาบซึ่งเต็มไปด้วยหนาม ทำให้เขาเองก็เสียหลักล้มลงนอนกับพื้นโดยมีร่างของดลยาร์ทับอยู่ข้างบน ปากของหล่อนกับเขาประกบกันโดยบังเอิญ
“อื๊อ… ”
ดลยาร์ใ!
เป็ฉากสั้นๆ ที่กลีบปากบดเข้าด้วยกันได้อย่างเหลือเชื่อราวกับมีแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น ดึงดูดหล่อนกับเขาเข้าหากันในทันทีที่หัวใจสองดวงโคจรเข้ามาใกล้กันตามลิขิตแห่งโชคชะตาที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว
ตอนที่ริมฝีปากัักัน เกิดความรู้สึกเสียวซ่านอันประหลาดแล่นพล่านลงมาถึงปลายเท้าของหญิงสาว
“เธอ… เจ็บหรือเปล่า”
ชายปริศนาถาม!
ทั้งสองตะลึงมองหน้ากัน ตาจ้องตา ดลยาร์จ้องใบหน้าหล่อเหลาขณะที่หล่อนยังคร่อมอยู่กลางลำตัวของเขา
“มะ… ไม่เป็ไรค่ะ… ”
ดลยาร์ขยับออกมาเมื่อตั้งสติได้ เอามือแตะริมฝีปากของตัวเองด้วยความเขินอาย
ช่างบังเอิญ!
เมื่อกี้ริมฝีปากเขากับหล่อนประกบกันพอดี ไม่รู้สิ… มันรู้สึกใจเต้นแรง เกิดอาการวาบหวิวแปลกๆ อย่างที่ดลยาร์ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยในชีวิต
“ขอโทษค่ะ… หนูมัวแต่ถ่ายภาพดอกไม้จนเพลิน… ไม่ทันได้ระวัง”
“เป็ความผิดของผมด้วยที่เดินเร็วจนไม่ทันได้ระวังว่าจะมีใครเดินสวนมา”
ชายหนุ่มขยับลุกขึ้นยืนเมื่อหล่อนผละออกจากอ้อมกอดของเขา
“แล้วหนูเป็ใคร… แล้วเข้ามาที่นี่ได้ยังไงคะ”
หัวคิ้วเป็แพสีดำหนาชิดเข้าหากัน ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัย
“หนูเป็เพื่อนของปัทมาค่ะ”
หญิงสาวเฉลยข้อสงสัย
