บรรยากาศภายในห้องหนังสือส่วนตัวของ เ้าเมืองจาง เต็มไปด้วยความตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด เขานั่งเหงื่อแตกพลั่กมือที่ถือจดหมายลับของแม่เฒ่าพิษสั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว
“ฏ! นี่มันฏชัดๆ" เ้าเมืองจางพึมพำเสียงสั่น "องค์ชายสามคิดจะยึดเมืองหลี่เฉิงเพื่อใช้เป็ฐานที่มั่นงั้นรึ? แล้วข้าที่เป็ขุนนางของราชสำนักจะเอาอะไรไปสู้กับกองทัพเงาได้เล่า” เขาทรุดตัวลงกับพนักเก้าอี้ ใบหน้าซีดเผือด “จบสิ้นแล้ว ข้าควรจะรีบพาครอบครัวหนีไปเสียั้แ่คืนนี้"
ปัง!
เสียงฝ่ามือตบลงบนโต๊ะไม้สักดังสนั่นเรียกสติของเ้าเมืองให้กลับมา เซียวหลันยืนค้ำโต๊ะจ้องหน้าเ้าเมืองด้วยแววตาแข็งกร้าว “หนีงั้นรึ? ท่านคิดว่าคนอย่างองค์ชายสามจะปล่อยพยานปากเอกอย่างท่านให้รอดไปประจานความผิดของเขาหรือ"
"ถ้าท่านหนี ท่านจะถูกส่งนักฆ่าตามล่าไปชั่วชีวิต แต่ถ้าท่านสู้ท่านยังมีโอกาสรอดและอาจได้ความดีความชอบจากการปกป้องแผ่นดิน"
"แต่เรามีทหารรักษาการณ์แค่ 2,000 นาย" เ้าเมืองจางโอดครวญ "กองทัพเงาขึ้นชื่อเื่ความโเี้และมีจำนวนนับหมื่น เราจะเอาอะไรไปสู้"
"เอาสมองของข้าไปสู้ไง" เซียวหลันชี้ที่ศีรษะตัวเอง "ข้าไม่ได้้าให้ท่านส่งทหารไปตายดาบหน้า แต่ข้า้าให้ท่านเปลี่ยนเมืองนี้ให้เป็ป้อมปราการมรณะ"
นางหันไปพยักหน้าให้หลี่หยาง ชายหนุ่มก้าวออกมาแล้วกางแผนที่ยุทธศาสตร์ที่เขาร่างขึ้นคร่าวๆ บนโต๊ะ
"เมืองหลี่เฉิงมีชัยภูมิที่ดี ด้านหลังพิงูเา ด้านหน้ามีแม่น้ำกั้น" หลี่หยางอธิบายด้วยมาดแม่ทัพเก่า "จุดอ่อนเดียวคือสะพานข้ามแม่น้ำทางทิศใต้ หากเราทำลายสะพานนั้นได้กองทัพเงาจะต้องอ้อมไปทางหุบเขาแคบซึ่งเป็จุดซุ่มโจมตีที่ดีที่สุด"
"ทำลายสะพานรึ" เ้าเมืองจางส่ายหน้า "สะพานหินนั่นแข็งแรงมากต้องใช้แรงงานคนทุบเป็วันๆ กว่าจะพัง พวกมันคงข้ามมาเชือดเราหมดก่อน"
"ไม่ต้องใช้คนทุบ" เซียวหลันแสยะยิ้ม "ข้ามีวิธีที่จะทำให้มันพังทลายลงมาภายในพริบตาเดียวแต่ข้า้าวัตถุดิบ"
นางหยิบพู่กันมาเขียนรายการสิ่งของลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว อย่างแรกที่นาง้าคือดินประสิวจากคอกม้าและถ้ำค้างคาว สองคือกำมะถันจากบ่อน้ำพุร้อน และสามคือถ่านไม้จากไม้สนเนื้อเบา
“หาของพวกนี้มาให้ข้า เอามาให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ ภายใน 2 วัน" เซียวหลันสั่ง "แล้วข้าจะมอบอัสนีบาตจำลองให้ท่านไว้รับแขก"
สองวันต่อมา ณ โรงงานลับหลังหอโอสถเซียว กลิ่นฉุนของกำมะถันตลบอบอวลไปทั่ว เซียวหลันสวมผ้าปิดจมูกและถุงมือหนังกำลังง่วนอยู่กับการชั่งตวงส่วนผสมอย่างละเอียดละออ
สูตรดินปืนดำมีอัตราส่วนทองคำประกอบไปด้วย ดินประสิว 75% ถ่านไม้ 15% และกำมะถัน 10%
คนในยุคนี้รู้จักดินปืนแล้วก็จริงแต่ส่วนใหญ่ใช้ทำประทัดหรือดอกไม้ไฟ เพราะพวกเขายังไม่รู้วิธีทำให้บริสุทธิ์และบดอัดเม็ดเพื่อเพิ่มแรงะเิ
เซียวหลันนำดินประสิวไปต้มและกรองผลึกใหม่เพื่อให้บริสุทธิ์ที่สุด บดถ่านไม้จนละเอียดเป็ผงแป้งแล้วนำมาผสมกันในขณะที่ยังเปียกหมาดๆ เพื่อป้องกันไฟฟ้าสถิตและะเิใส่หน้าตัวเอง
"เสี่ยวชุน! อย่าให้ใครเข้าใกล้บริเวณนี้ที่มีประกายไฟเด็ดขาด จำไว้ให้ดี" นางะโสั่ง
"เ้ากำลังทำอะไร" หลี่หยางเดินเข้ามาดูด้วยความสนใจ "ผงสีดำพวกนี้จะช่วยเราชนะาได้จริงหรือ"
"อย่าดูถูกวิทยาศาสตร์นะพ่อคุณ" เซียวหลันตักผงสีดำที่แห้งแล้วใส่ลงในกระบอกไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ อัดดินเหนียวปิดหัวท้ายแล้วเสียบชนวนที่ทำจากเชือกชุบน้ำมัน "ไปทดสอบกันที่ลานหินหลังบ้าน"
ณ ลานหินกว้าง
เซียวหลันวางกระบอกไม้ไผ่ไว้ใต้ก้อนหินขนาดเท่าหัวคน นางจุดชนวนไฟแล้วรีบวิ่งมาหลบหลังหลี่หยาง
"อุดหูไว้" นางสั่ง
"ทำไมต้อง..."
ตูม!!!
เสียงะเิกึกก้องกัมปนาทจนแผ่นดินะเื กลุ่มควันสีเทาพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เศษหินน้อยใหญ่ปลิวว่อนไปทั่วทิศทาง เมื่อควันจางลงก้อนหินขนาดใหญ่ที่เคยวางอยู่ก็ได้แตกกระจายเป็เสี่ยงๆ เหลือเพียงหลุมลึกที่ดำเป็ตอตะโก
หลี่หยางยืนตะลึงตาค้าง หูวิ้งไปชั่วขณะ เขาเคยเห็นอาวุธมาสารพัดในสนามรบ แต่ไม่เคยเห็นอะไรที่มีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงและรวดเร็วขนาดนี้มาก่อน
"นี่มัน..." เขาหันมามองเซียวหลันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เขาทั้งทึ่ง ทั้งหวาดกลัว และเคารพ "นี่คือ... ฝีมือเ้าจริงๆ งั้นรึ"
"ยังแรงไม่พอ" เซียวหลันบ่นอุบพลางจดบันทึก “ต้องเพิ่มสัดส่วนดินประสิวอีกนิดและอัดให้แน่นกว่านี้ แต่แค่นี้ก็น่าจะพอเป่าสะพานหินให้กระจุยได้แล้ว"
นางเงยหน้าขึ้นมองหลี่หยาง “นี่คือะเิ อาวุธที่จะเปลี่ยนสมรภูมิรบไปตลอดกาล เ้าคิดว่าไงบ้าง"
หลี่หยางกลืนน้ำลายพลางพูดหยอก "ข้าดีใจที่เ้าอยู่ฝั่งเดียวกับข้า"
"ท่านเ้าเมืองจะต้องชอบใจแน่" เซียวหลันยิ้มกริ่ม “แต่เราไม่ได้มีแค่ะเินะ ข้าต้องจัดตั้งหน่วยแพทย์สนามด้วย"
"หน่วยแพทย์สนามหรือ"
“ใช่! ในาการตายส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากคมดาบ แต่เกิดจากการติดเชื้อและเสียเื" เซียวหลันอธิบาย "ข้าจะฝึกชาวบ้านให้รู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น การห้ามเื การคัดแยกผู้าเ็ เราจะลดอัตราการตายของทหารเราให้เหลือน้อยที่สุด"
"เ้าไม่ได้แค่จะชนะ" หลี่หยางมองนางด้วยความเลื่อมใส "แต่เ้ากำลังจะสร้างปาฏิหาริย์"
คืนนั้น บนกำแพงเมืองทิศใต้
หลี่หยางและเซียวหลันยืนมองออกไปที่ความมืดมิดนอกกำแพงเมือง ลมหนาวพัดกรรโชกแรง
"สายข่าวของไป๋อวิ๋นรายงานมาแล้ว" หลี่หยางเอ่ยขึ้น "กองทัพหน้าขององค์ชายสามหรือกลุ่มหมาป่าเงาจำนวน 3,000 นายกำลังจะมาถึงที่นี่ก่อนรุ่งสาง"
"3,000 ต่อ 2,000 ยังพอฟัดพอเหวี่ยง" เซียวหลันคำนวณ "แต่ถ้าเราใช้ะเิตัดกำลัง และใช้กับดักภูมิประเทศล่ะก็ เรามีสิทธิ์ชนะ"
"เซียวหลัน" หลี่หยางเรียกชื่อนางเบาๆ เขาเอื้อมมือมากุมมือนางไว้ “ถ้าพรุ่งนี้เกิดอะไรขึ้น ถ้าข้าปกป้องเ้าไม่ได้..."
"อย่ามาพูดจาอัปมงคล!" เซียวหลันบีบมือเขาตอบแน่น "เราจะรอดไปด้วยกัน เ้าต้องอยู่เป็บอดี้การ์ดให้ข้าไปจนกว่าจะครบสัญญา 3 เดือน จำได้ไหม"
หลี่หยางยิ้มบางๆ “ข้าจำได้ดี และข้ากะว่าจะต่อสัญญาไปตลอดชีวิต"
คำพูดนั้นทำให้เซียวหลันหน้าแดงระเรื่อท่ามกลางลมหนาว
แต่่เวลาโรแมนติกอยู่ได้ไม่นาน
บู้ม! บู้ม! บู้ม!
เสียงกลองศึกดังแว่วมาตามสายลมจากระยะไกล แสงคบเพลิงนับพันดวงปรากฏขึ้นที่เส้นขอบฟ้าราวกับฝูงหิ่งห้อยมรณะที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามากลืนกินเมือง
"มาแล้ว..." หลี่หยางแววตาเปลี่ยนเป็แข็งกร้าว ดึงดาบออกจากฝัก
เซียวหลันสูดหายใจลึกปรับโหมดจากหญิงสาวขี้อายกลับเป็หมอปีศาจผู้บัญชาการรบ
"ไปกันเถอะ" นางกล่าวเสียงหนักแน่น “ไปต้อนรับแขกด้วยดอกไม้ไฟสูตรพิเศษของข้ากัน"
