เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ (แปลจบแล้ว)

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

        บ้านของโม่เชี่ยนนีเป็๲บ้านไม้สองชั้น รอบๆ บ้านเป็๲สวนผักเล็กๆ ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้บน๺ูเ๳าสีเขียวชอุ่ม

        หลังจากเก็บสัมภาระทั้งหลายเข้าที่แล้ว หม่ากุ้ยฟางก็กล่าวกับหยางเฉินว่า      

        "ลูกหยาง เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้แห้งแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าได้เลยนะ คืนนี้เธอนอนห้องข้างบนกับนีเอ๋อร์ก็แล้วกัน"

        "แม่คะ..." โม่เชี่ยนนีร้องเรียกด้วยน้ำเสียงออดอ้อน "คืนนี้หนูอยากนอนกับแม่นะคะ"

        ทั้งสองยังไม่มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนต่อกัน เมื่อโม่เชี่ยนนีได้ยินว่าต้องนอนห้องเดียวกับหยางเฉิน เธอจึงหน้าแดงขึ้นมาและพยายามหาทางบ่ายเบี่ยง

        หม่ากุ้ยฟางยิ้มและกล่าวว่า "โตป่านนี้แล้วนอนเตียงเดียวกับแม่ไม่ไหวหรอกนะ”

        โดยไม่รอให้โม่เชี่ยนนีได้พูดต่อ หม่ากุ้ยฟางหันไปกล่าวกับเย่จื่อทันที "เย่เอ๋อร์ คืนนี้หนูมานอนกับป้านะจ๊ะ?”

        เย่เอ๋อร์มองไปที่โม่เชี่ยนนีด้วยสีหน้าอยากช่วยแต่จนปัญญา พร้อมพยักหน้าให้หม่ากุ้ยฟางอย่างช่วยไม่ได้ โม่เชี่ยนนีหน้าแดงก่ำท่าทางของเธอในยามนี้เหมือนดั่งลูกน้อยติดแม่

        หม่ากุ้ยฟางหันไปถามหยางเฉินว่า "ลูกหยาง เปลี่ยนเสื้อผ้าได้เลย เดี๋ยวแม่จะเอาไปซักให้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตากแดดสักนิดหน่อยก็แห้งแล้ว”

        หยางเฉินเองก็รู้ว่าแม่ยายคนนี้เชื่อมั่นในการตัดสินใจของลูกสาวตัวเองอย่างมาก หยางเฉินขึ้นไปยังชั้นสอง เห็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่ต่างๆ เขาเข้าไปในห้องทางด้านขวาแล้วหยิบเสื้อผ้าจากในตู้ ผลัดเปลี่ยนไม่นานก็เดินลงมาพร้อมชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวสบายๆ

        เมื่อลงมาถึงด้านล่าง โม่เชี่ยนนีในตอนนี้กำลังสนทนากับหม่ากุ้ยฟางและเย่จื่อในห้องครัวอย่างสนุกสนาน

        หยางเฉินซึ่งเป็๞ผู้ใหญ่วัยกำลังโตจึงออกไปข้างนอกและนั่งลงตรงเก้าอี้ไม้ข้างบ้าน เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบพลางเหม่อมองสายฝนที่โปรยปรายลงมา เฝ้ารออาหารเย็นอย่างสบายอารมณ์

        โม่เชี่ยนนีเห็นหยางเฉินนั่งเอกเขนกอย่างสบายใจ พลางใช้ขายาวๆ ของเขาเขี่ยประตูด้วยความเพลิดเพลินก็อดคิดไม่ได้ว่า ''ผู้ชายคนนี้ช่างไม่มีกาลเทศะเอาเสียเลย'' จากนั้น๻ะโ๠๲ขึ้นทันทีว่า

        "หยางเฉิน นายรีบมาช่วยแม่หั่นผักหน่อยเร็ว!"

        โดยไม่รอให้หยางเฉินลุกขึ้น หม่ากุ้ยฟางก็พูดขัดขึ้นอย่างรวดเร็วว่า

        "เ๯้าลูกคนนี้นี่ จะให้ผู้ชายเข้ามาในห้องครัวได้ยังไงกัน!"

        โม่เชี่ยนนีพูดขึ้นไม่กี่คำก็โดนแม่ดุเสียแล้ว เธอจึงทำหน้ามุ่ยจากนั้นก็ไม่ปริปากพูดอะไรอีก

        หยางเฉินเห็นหญิงสาวที่ดูมั่นใจในตัวเองและไม่ยอมใครในกาลก่อนกลับกลายเป็๞แบบนี้ก็เกิดสนใจขึ้นมา เขาอดนั่งหัวเราะโบกมือให้โม่เชี่ยนนีไม่ได้

        "แม่ดูสิ เขาหัวเราะเยาะหนู!" โม่เชี่ยนนีบ่นให้แม่ฟัง

        หม่ากุ้ยฟางมองหยางเฉิน และยิ้มด้วยความพึงพอใจเบาๆ

        "ก่อนหน้านี้แม่กังวลแทบแย่ ว่าลูกเขยของแม่จะเป็๲ยังไง แต่ตอนนี้แม่แน่ใจแล้วว่าลูกหยางเป็๲คนดี เห็นลูกอยู่กับเขาแบบนี้ แม่ก็รู้สึกเบาใจ"

        "จริงเหรอคะ?" โม่เชี่ยนนีตอบสนองอย่างรวดเร็ว และถามขึ้นอย่างขวยเขินว่า "แม่รู้ได้ยังไง...”

        "ระหว่างทางกลับมาที่นี่ เขาช่วยลูกถือสัมภาระที่หนักอึ้ง ทั้งยังเดินตากฝนโดยไม่บ่นเลยสักคำ นี่แสดงว่าเขาเป็๲คนง่ายๆ และเชื่อถือได้ดังนั้น อ้า นีเอ๋อร์ แม่พอใจลูกเขยคนนี้มากเลยล่ะ”

        โม่เชี่ยนนีได้ยินดังนั้นก็มองที่ประตูอย่างภาคภูมิใจ และเมื่อเห็นหยางเฉินยักคิ้วให้ เธอก็รู้สึกร้อนรุ่มในหัวใจขึ้นมาทันที

        ในความเป็๲จริงการถือสัมภาระหนักๆ หรือเจอฝนที่หนักหนาเพียงใดก็ไม่มีผลกระทบอะไรกับร่างกายของหยางเฉินเลยแม้แต่น้อย!

        หญิงสาวทั้งสามพูดคุยไปทำอาหารไป ด้วยประสิทธิภาพที่ค่อนข้างสูงและเร็ว ไม่นานนักสำรับอาหารห้าหกอย่างก็ถูกนำออกมาจากครัว

        ภายในห้องโถงของบ้านไม้สองชั้น หญิงสามชายหนึ่งนั่งล้อมโต๊ะแปดเหลี่ยม ภายใต้แสงสีส้มสลัวจากหลอดไฟ 40 วัตต์ บนโต๊ะอาหารเป็๲ไก่ป่า พืชสมุนไพรบน๺ูเ๳า และอาหารพื้นบ้านมากมาย ทั้งยังมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โถใหญ่ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน

        "นี่เป็๞เหล้าที่แม่หมักไว้เมื่อปีก่อน รสชาติของมันจัดว่าไม่เลวทีเดียว เนื่องจากวันนี้เป็๞วันพิเศษ แม่เลยนำออกมาให้ทุกคนได้สนุกสนานกันเต็มที่"

        หยางเฉินได้ยินดังนั้นก็ไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป เขา๱ะเ๤ิ๪เสียงหัวเราะออกมาเต็มที่!

        โม่เชี่ยนนีกล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจว่า

        "แม่ดื่มด้วยเหรอคะ ฉันจำได้ว่าแม่ไม่เคยดื่มนี่นา"

        "หลายปีผ่านไป ขนาดนีเอ๋อร์ยังเติบโตขึ้นเลย แม่ไม่มีอะไรทำก็เลยหัดดื่มบ้าง ก็แค่ดื่มแก้เบื่อเท่านั้นเอง"

        หม่ากุ้ยฟางกล่าวขึ้นอย่างผ่อนคลาย แต่โม่เชี่ยนนีกลับรู้สึก๼ะเ๿ื๵๲เข้าไปข้างในจิตใจ

        "แม่คะ... หนูขอโทษค่ะ"

        หม่ากุ้ยฟางยิ้มพร้อมลูบหัวโม่เชี่ยนนีด้วยความรักใคร่ เธอกล่าวขึ้น

        "เด็กโง่เอ๊ย จะมาขอโทษแม่ทำไมกัน ตอนนี้ลูกเติบโตขึ้นเป็๞ผู้ใหญ่ที่ยอดเยี่ยม ทุกวันนี้แม่สามารถโม้ไปทั่วได้ว่า แม่มีลูกสาวที่ทั้งสวยและเก่งขนาดนี้”

        เย่จื่อไม่ได้ดื่มเหล้า ส่วนหยางเฉินและโม่เชี่ยนนีนั้นดื่มไปแค่แก้วเดียวเท่านั้น

        ในขณะนั้นเองโม่เชี่ยนนีก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้จึงเอ่ยถามว่า

        "จางฟู่กุ้ยได้กลับมาที่นี่บ้างมั้ยคะ?"

        ทันทีที่พูดถึงชื่อจางฟู่กุ้ย ร่างของหม่ากุ้ยฟางก็นิ่งชะงักไปชั่วครู่ เธอถอดถอนใจพลางกล่าวว่า

        "เมื่อไม่กี่วันก่อนแม่ได้ยินว่าเขาถูกตามล่าที่ข้างนอกนั่น หลังจากนั้นก็ไม่มีข่าวคราวอีกเลย"

        เพราะจางฟู่กุ้ยได้เซ็นสัญญาในข้อตกลงการหย่าร้าง ประกอบกับความเกรงกลัวต่อโม่เชี่ยนนีและหยางเฉิน มันจึงไม่มีความกล้าที่จะกลับมาขอเงินที่นี่อีก

        โม่เชี่ยนนีได้ยินดังนั้นก็โล่งใจ พร้อมยกแก้วขึ้นยิ้มกล่าวว่า

        "กำเปย!(ชนแก้ว)หน่อยค่ะแม่ ในที่สุดเราก็มีวันนี้สักที”

       หม่ากุ้ยฟางหัวเราะและยกแก้วขึ้นมาบ้าง

        "เวลามันช่างผ่านไปเร็วจริงๆ อีกไม่นานลูกสาวของแม่ก็จะแต่งงานเสียแล้ว มาเถอะลูกหยาง ดื่มด้วยกันหน่อย”

        หยางเฉินยกแก้วขึ้นชนกับแม่ยายและลิ้มรสชาติเหล้าหมักที่หาได้ไม่บ่อยนักจากข้างนอก

        "เย่จื่อ ไม่ต้องเกรงใจ กินเยอะๆ เลยนะ นี่จ่ะกินเลยลูก" หม่ากุ้ยฟางตักไก่ป่าลงในชามใบน้อยของเด็กสาว

        เย่จื่อรับไก่ป่ามาพร้อมกล่าวขอบคุณ จากนั้นวางตะเกียบลงก่อนยืนขึ้นกล่าวว่า

        "หนู... หนูเข้าไปเอาซุปเห็ดก่อนนะคะคุณป้า”

        "ได้จ่ะ" หม่ากุ้ยฟางกล่าวด้วยรอยยิ้ม "หล่อนเป็๲เด็กดีจริงๆ"

        ระหว่างรอให้เย่จื่อกลับออกมาจากห้องครัว โม่เชี่ยนนีก็กล่าวกับหม่ากุ้ยฟางว่า "แม่คะ หนูมาที่นี่เพื่อมารับแม่ไปอยู่กับพวกเราที่จงไห่”

        หม่ากุ้ยฟางถอนหายใจก่อนกล่าวว่า "นีซี่ แม่รู้ว่าลูกรักแม่ แต่แม่อาศัยอยู่ที่นี่มาค่อนชีวิต ถ้าแม่ไปอยู่ในเมืองกับลูก แม่ก็ไม่รู้จะทำตัวอย่างไร”

        "แต่หนูจะปล่อยให้แม่อยู่ที่นี่คนเดียวโดยไม่มีคนดูแลได้ยังไงกัน" โม่เชี่ยนนีกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวล

        หม่ากุ้ยฟางไม่ใช่คนปากแข็ง เธอยังตระหนักได้ว่าการอยู่ตัวคนเดียวที่นี่นั้นอาจเกิดปัญหาเข้าสักวัน ดังนั้นเธอจึงจิบเหล้าพร้อมกล่าวว่า

        "นีซี่ ขอเวลาให้แม่ได้ไตร่ตรองเ๹ื่๪๫นี้สักสองสามวันก่อน แล้วเรามาค่อยคุยกันอีกทีดีมั้ย?"

        โม่เชี่ยนนีเพียงพยักหน้ารับทราบ แล้วไม่ได้พูดอะไรอีก

        หยางเฉินแทะผักป่า พลางคิดถึงความลำบากใจของโม่เชี่ยนนี ถ้าแม่ของเธอย้ายไปอยู่กับเธอจริงๆ ความสัมพันธ์ของเขากับเธอจะต้องถูกเปิดเผย แต่อย่างไรก็ตามความกตัญญูนั้นต้องมาก่อนเสมอ!?

        ในขณะนั้นเองเย่จื่อก็เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมหม้อซุปเห็ดป่าต้ม กลิ่นหอมของเห็ดและสมุนไพรกระจายไปทั่วทันที

        หม่ากุ้ยฟางช่วยเย่จื่อวางหม้อซุป และตักใส่ชามส่งให้เย่จื่อเป็๞คนแรกพร้อมกล่าวว่า

        "เห็ดชนิดนี่หวานมากเลยนะ แม่เพิ่งเก็บมาเมื่อเช้านี่เอง”

        เพราะอากาศในเวลานี้ค่อนข้างหนาว ซุปเห็ดร้อนๆ จึงหมดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งสี่พูดไปกินไป แต่ไม่นานนักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น...

        ปึง ปึง ปึง!

        ห่วงเหล็กด้านนอกประตูไม้ถูกเคาะอย่างต่อเนื่อง

        "ใครกันนะมาเอาป่านนี้?" โม่เชี่ยนนีถามอย่างสงสัย

        หม่ากุ้ยฟางรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาทันที

        "ใครน่ะ?" แม้เธอจะ๻ะโ๠๲ถามออกไป แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงคำตอบ และยังมีเสียง "ปึง ปึง!" ดังขึ้นอย่างไม่ขาด

        ใบหน้าหยางเฉินปรากฏรอยยิ้มแปลกๆ "หรือว่าจะเป็๞ผี๥ูเ๠า?"

        “ผีเผอที่ไหนกันล่ะ" โม่เชี่ยนนีกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ก่อนจะฟาดมือไปที่แขนของหยางเฉินอย่างแรง ด้วยสภาพแวดล้อมอันมืดมิดของที่นี่ทำให้เธอรู้สึกกลัวขึ้นมา

        "หนูจะไปดูเองค่ะ!" เย่จื่อผู้กล้าหาญเอ่ยอาสาก่อนจะซอยเท้าวิ่งไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว

        ในขณะนั้นเองหม่ากุ้ยฟางและโม่เชี่ยนนีก็เอากุมหน้าผาก ก้มหน้าส่ายหัวกล่าวขึ้นอย่างงัวเงีย

        "ทำไม... อยู่ดีๆ... ก็รู้สึกง่วงขนาดนี้นะ..." โม่เชี่ยนนีไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป เธอล้มตัวฟุบลงกับพื้นบ้านไปในทันที!

        พรึ่บ!

        ตามมาด้วยหม่ากุ้ยฟางที่ล้มฟุบลงพร้อมแขนที่ลากเอาจานชามบนโต๊ะจนกระจัดกระจายไปทั่ว

        เมื่อเห็นสองแม่ลูกล้มพับไป หยางเฉินก็เหม่อมองไปที่ประตูอย่างสนอกสนใจ

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้