ท้ายที่สุดเื่นั้นก็ดูเหมือนจะหายไปพร้อมกับการสิ้นพระชนม์ของเซียนตี้ และนางจะเก็บไว้ให้มันเน่าไปกับกระดูกของนาง
ไม่ว่าหลงเซี่ยวอวี่จะรู้หรือไม่ก็ตาม แต่ทุกครั้งที่นึกถึงเซียนตี้ มันก็เหมือนกับการเรียกจากยมทูตที่น่าสะพรึงกลัวในทันทีทันใด ไทเฮาราวกับตกลงไปในเหวลึก ยากที่จะหันหลังกลับ
แม้ว่าคนจะสิ้นชีพไปแล้ว แต่ยามนี้เมื่อได้ยินหลงเซี่ยวอวี่พูดถึงเื่นี้ ไทเฮารู้สึกเพียงว่าหัวใจของนางถูกขุดจนเป็หลุม ความเ็ปทำให้นางแทบหยุดหายใจ
ไม่ง่ายเลยที่จะทำให้ไทเฮาตื่นตระหนกถึงเพียงนี้ได้ นี่เป็เพียงประโยคง่ายๆ จากหลงเซี่ยวอวี่จริงหรือ? ร่องรอยความสงสัยปรากฏขึ้นในใจของมู่จื่อหลิง
ในเวลานี้ฮ่องเต้เหวินอิ้น รู้สึกปวดหัวมากที่สุด
พระองค์มองหลงเซี่ยวอวี่ ใบหน้าสง่างามแฝงความไม่พอใจ “อวี่เอ๋อร์ เ้าพูดเช่นนี้กับไทเฮาได้อย่างไร?”
เมื่อได้ยินเสียงฮ่องเต้เหวินอิ้น หัวใจของไทเฮาก็เกิดสั่นไหว
นางคิดว่าหากฮ่องเต้เหวินอิ้นออกปากพูดในยามนี้ เด็กไร้มารยาททั้งสองคนนี้จะต้องขอโทษนางอย่างแน่นอน
หลงเซี่ยวอวี่เลิกคิ้วดาบขึ้นเล็กน้อย ถามอย่างเ็า “ลูกกล่าวผิดหรือ?”
ฮ่องเต้เหวินอิ้นตกตะลึงไปครู่หนึ่ง เห็นได้ชัดว่าพระองค์ไม่ได้คาดหวังว่าหลงเซี่ยวอวี่จะถามคำถามเช่นนี้กลับมา
บุตรชายได้ล้มล้างความรู้ความเข้าใจที่พระองค์มีต่อเขาลงแล้วในวันนี้ ก่อนหน้านี้เขาไม่สนใจตน ทั้งยังสื่อสารกับตนน้อยมาก
ทุกครั้งจะเป็พระองค์ตรัสถาม เขาเพียงตอบกลับ อีกทั้งคำตอบยังสั้นจนน่าสมเพช
ฮ่องเต้เหวินอิ้นถอนหายใจ ดวงตาของเขาฉายแววเศร้าสร้อย จู่ๆ บุตรชายถามเขากลับเช่นนี้ เขาไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรไปพักหนึ่ง
ราวกับรู้ว่าฮ่องเต้เหวินอิ้นกำลังคิดอะไรอยู่ ใบหน้าของหลงเซี่ยวอวี่สงบและจริงจัง เขาอธิบายอย่างตรงประเด็น “เสด็จพ่อ มู่จื่อหลิงเป็หวางเฟยของลูก สามีภรรยาเป็หนึ่งเดียวกัน ดังนั้นลูกกับภรรยาย่อมนับเป็หนึ่งเดียว เช่นนั้นสิ่งที่ลูกไม่ต้องทำ นางก็ไม่ต้องทำเช่นกัน”
เหตุใดสามีภรรยาถึงเป็หนึ่งเดียวกันได้? มันเป็เพียงความผิดพลาด
ได้โปรดเถิด ฉีอ๋องท่านเป็คนพาลมากเล่ห์หรือ? มันเป็เพียงความพึงใจ เหตุใดต้องอ้อมค้อมถึงเพียงนี้...มุมปากของเล่อเทียนกระตุกโดยไม่พูดอะไร เขายังคงว่าร้ายในใจ
ฉีอ๋อง ถึงแม้ว่าท่านจะมีความผิด แต่คำพูดที่ชอบธรรมและท่าทางที่มั่นใจที่มีในยามนี้ อาจทำให้คนอื่นรู้สึกว่าท่านทำอะไรผิดมหันต์ ท่านควรปล่อยให้มันเป็ไปตามที่ควรจะเป็ ใครจะว่าอะไรท่านได้!
เขาเป็หนึ่งเดียวกับนาง? จู่ๆ เส้นสีดำสามเส้นก็ปรากฏขึ้นบนหน้าผากของมู่จื่อหลิง...ข้าหวังว่าสิ่งที่หลงเซี่ยวอวี่พูดจะบริสุทธิ์ หวังว่านางไม่ได้เข้าใจผิดไปนะ
แต่ใครจะรู้ ในยามที่มู่จื่อหลิงกำลังเตรียมใจอยู่นั้น หลงเซี่ยวอวี่ได้ลูบไล้มือเล็กนุ่มชื้นเหงื่อที่ถูกเขากอบกุมอยู่
มุมปากของเขากระตุกด้วยท่าทีเย้ยหยัน ถามเ้าของมือเล็กนั้นเบาๆ “มู่มู่ เ้าคิดเช่นนั้นหรือไม่?”
ทันทีที่รู้สึกคันมือจากการถูกหลงเซี่ยวอวี่แกล้ง หัวใจของมู่จื่อหลิงก็สั่นสะท้าน นางตอบสนองด้วยการพยายามหดมือกลับ
ท่านมันคนสารเลว!
มารร้ายผู้นี้้าแกล้งนางตลอดเวลาเลยหรือไร!
มู่จื่อหลิงมองหลงเซี่ยวอวี่ด้วยความลำบากใจ คำพูดของมารร้ายผู้นี้ไม่บริสุทธิ์อย่างยิ่ง
หลังจากได้ยิน ‘คำพูดยาว’ ที่หายากของหลงเซี่ยวอวี่ ฮ่องเต้เหวินอิ้นก็หยุดชะงักไป คิ้วขยับเล็กน้อย
สิ่งที่บุตรชายผู้นี้พูดในวันนี้เกือบจะเท่ากับสิ่งที่เขาพูดใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฮ่องเต้เหวินอิ้นมองมู่จื่อหลิง ก่อนจะเข้าใจทันที
บุตรชายผู้เงียบขรึมซึ่งพระองค์แทบไม่เคยได้ยินเสียง กลับพูดออกมายาวเหยียดเพื่อลูกสะใภ้?
เห็นได้ชัดว่าน้ำเสียงของบุตรชายยังคงเฉยเมยเช่นเดิม แต่เหตุใดมันถึงทำให้เขาฟังด้วยความระคายหูได้ถึงเพียงนี้?
อะไรคือสามีภรรยาเป็หนึ่งเดียวกัน? เป็การผสมผสานระหว่างร่างกายและจิตใจหรือ?
เมื่อนึกถึงเื่นี้ ปากของฮ่องเต้เหวินอิ้นก็กระตุก พระองค์ยกมือปิดปาก ไอแห้งๆ
เมื่อเห็นว่าเขากล่าวเช่นนี้ พระองค์จึงพูดตามคำพูดของหลงเซี่ยวอวี่ “แม้ว่าจะเป็เช่นนั้น แต่เสด็จปู่ทรงอนุญาตให้เ้าไม่ต้องทำความเคารพผู้าุโ แต่ไม่ได้อนุญาตให้เ้าดูิ่ผู้าุโเช่นนั้น”
ไทเฮาซึ่งกำลังฟังการสนทนาระหว่างพ่อลูก ใบหน้ายิ่งดำคล้ำลงทุกขณะ
หลงเหวินอิ้นหมายความว่าอย่างไร? จะกล่าวตามความผิดพลาดของหลงเซี่ยวอวี่แล้วพูดคุยต่อเช่นนี้เลยหรือ? ไม่สมเหตุสมผลเลย!
แต่ยังไม่ทันที่ไทเฮาจะทรงคิดอ่านสิ่งใด...
“อืม ดูเหมือนว่าจะเป็เช่นนี้” หลงเซี่ยวอวี่ตอบเบาๆ พยักหน้าอย่างจริงจัง
จากนั้นด้วยท่าทางที่สงบ เขายังคงถามอย่างสบายๆ “เช่นนั้นเสด็จพ่อทรง้าให้ลูกทำอะไร?”
“เช่นนั้นยามนี้พวกเ้าทั้งสองจง…” เมื่อคิดว่าเื่นี้กำลังจะยุติลง ฮ่องเต้เหวินอิ้นจึงม้วนแขนเสื้อขึ้นโดยไม่ต้องคิด แต่ก็ลังเลที่จะพูด
เพราะอยู่ๆ ก็รู้สึกว่าวันนี้บุตรชายผู้นี้ช่างพูดเสียจริง?
ไม่ใช่แค่ผิดปกติ แต่ผิดปกติมาก
ฮ่องเต้เหวินอิ้นขมวดคิ้วเล็กน้อย ควรทำอย่างไร? พระองค์จะทำอย่างไรกับบุตรชายที่ไม่แยแสผู้ซึ่งเอาแต่อาฆาตแค้นมาโดยตลอด?
โดยปกติแล้วมันเป็เื่เกินฝันที่จะได้พูดคุยกับอวี่เอ๋อร์ แต่ยามนี้อวี่เอ๋อร์ถามเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า...ฮ่องเต้เหวินอิ้นทรงรู้สึกราวกับกำลังถูกหลอกอยู่เล็กน้อย
ไทเฮาไม่ได้คาดหวังว่าหลงเซี่ยวอวี่จะเชื่อฟังในครั้งนี้
ดังนั้นชั่วขณะหนึ่งไทเฮาจึงคิดว่าฮ่องเต้เหวินอิ้นกำลังจะขอให้พวกเขาขอโทษนาง นางจึงค่อยๆ สงบความตื่นตระหนกในใจของนางลง
นางวางมือข้างหนึ่งไว้บนหน้าอก อีกข้างหนึ่งปิดหน้าผาก แยกนิ้วบนหน้าผากออกเล็กน้อย ลอบมองหลงเซี่ยวอวี่และคนอื่นๆ
โดยไม่คาดคิด เพียงมองแวบเดียว ไทเฮาทรงเห็นใบหน้าที่สงบนิ่งของมู่จื่อหลิง ไม่ถ่อมตัวหรือเอาแต่ใจ ประกอบกับท่าทางผ่อนคลายของหลงเซี่ยวอวี่ อีกทั้งนางยังคงเห็นการเสียดสีที่ไม่ได้หายไปในดวงตาสีเข้มของเขา
ไทเฮาเห็นเช่นนั้นก็ทั้งหวาดกลัวและเดือดดาล
ท่าทางสุขุมเยือกเย็นของพวกเขาทำให้ไทเฮารู้สึกอึดอัดมากยิ่งขึ้น...
แต่กลับไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำให้ไทเฮาทรงพิโรธยิ่งกว่าก็คือหลังจากที่พระนางรอมาเป็เวลานาน ฮ่องเต้เหวินอิ้นทรงตรัสออกมาแค่นั้น ไม่ตรัสอะไรอีกเลย?
ไม่เพียงเท่านั้น การกระทำและคำพูดต่อไปของฮ่องเต้เหวินอิ้นยังเป็เพียงการเติมเชื้อเพลิงให้กับไทเฮา
ฮ่องเต้เหวินอิ้นรู้ดีว่าไม่ว่าจะโดนหลอกหรือไม่ก็ตาม พระองค์จะไม่กล่าวว่าให้บุตรชายผู้หยิ่งยโสผู้นี้ขอโทษไทเฮา
นอกจากนี้ ต่อให้บอกไป บุตรชายจะยอมขอโทษหรือ? เป็ไปไม่ได้ที่จะฝัน
เมื่อเห็นว่าฮ่องเต้เหวินอิ้นทรงลังเลที่จะพูด ก่อนจะถอนหายใจในที่สุด
จากนั้น จึงจ้องมองอย่างเ็าไปที่หมอหลวงหลินซึ่งยังคงยืนอย่างอึดอัดข้างกายไทเฮา พูดอย่างเ็า “หลินเกาฮั่น เ้าทำอะไรโง่ๆ ยังกล้ารีบร้อนเข้าไปกราบทูลไทเฮาเช่นนี้อีก”
“พ่ะ พ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงหลินตัวสั่น ลดศีรษะลง รีบตอบรับ
ยามได้เห็น ‘การผดุงความยุติธรรม’ ของฮ่องเต้เหวินอิ้น มู่จื่อหลิงแทบจะหัวเราะออกมา
คำพูดของฮ่องเต้เหวินอิ้นดูเหมือนจะตำหนิหลงเซี่ยวอวี่โดยผิวเผิน ดูเหมือนพระองค์จะห่วงใยไทเฮา แต่ใครก็ตามที่มีตาเฉียบแหลมสามารถเห็นได้ว่าพระองค์ทรงเอนเอียงไปทางหลงเซี่ยวอวี่
ในยามนี้ จู่ๆ มู่จื่อหลิงก็รู้สึกว่าแม้ว่าฮ่องเต้เหวินอิ้นจะสง่างามและจริงจัง แต่กับคนที่พระองค์รัก อย่างไรพระองค์ก็ยังทรงทำตัวน่ารักเช่นกัน
อย่างน้อยก็ในยามนี้ เ้าแห่งแผ่นดินผู้หนึ่งจัดการเื่ในครอบครัว พระองค์ไม่เคร่งครัดเข้มงวดอย่างไรมันก็เป็เื่ภายใน
สรุปได้ประโยคเดียวว่า ช่วยคนที่ตนรักตามเหตุสมควร ช่วยลูกรัก แต่ไม่ช่วยแม่เลี้ยง!
ไทเฮาทรงพิโรธจนแทบจะหงายหลัง
โดยปกติแล้ว หลงเหวินอิ้นจะทุ่มเทและกตัญญูต่อนางอย่างแน่นอน แต่ยามนี้นางโกรธเด็กสองคนนี้มาก แต่หลงเหวินอิ้นกลับคิดที่จะปล่อยพวกเขาไปด้วยคำเพียงหนึ่งหรือสองคำ?
ทันใดนั้นความโกรธในใจของไทเฮาก็เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ
สิ่งเหล่านี้เรียกว่าอะไร! นางรู้มาตลอดว่าความสัมพันธ์ระหว่างหลงเหวินอิ้นและหลงเซี่ยวอวี่นั้นไม่ดี แต่ยามนี้แม้แต่คนโง่ก็สามารถเห็นได้ว่าหลงเหวินอิ้นปกป้องหลงเซี่ยวอวี่
เป็ไปได้อย่างไร? ในความทรงจำของนาง กล่าวได้ว่าพ่อลูกสองคนนี้เข้ากันไม่ได้ ยามนี้หลงเหวินอิ้นกลับปกป้องหลงเซี่ยวอวี่? อีกทั้งหลงเซี่ยวอวี่ยังยอมรับด้วยความยินดี?
ยามนี้พ่อลูกคู่นี้กำลังทำเช่นนี้ ไม่ใช่เื่ดีสำหรับนางแน่
ทุกคนรู้ว่าแม้หลงเซี่ยวอวี่จะอายุน้อย แต่เขาก็มีพลังอันยิ่งใหญ่...จู่ๆ ไทเฮาก็นึกถึงประโยคหนึ่งขึ้นมา สิ่งที่มีเกล็ดสีทองในสระน้ำ เมื่อเจอพายุจะแปลงร่างเป็ั [1]
เมื่อนึกถึงเื่นี้ ไทเฮาก็ไม่กล้าคิดเื่นี้อีกต่อไป นางรู้สึกหน้ามืดราวกับกำลังจะเป็ลม
แต่...มีประกายแห่งความโกรธในดวงตาของไทเฮา หลงเหวินอิ้น้าที่จะปล่อยเื่นี้ไปและสร้างสันติภาพหรือ? มันเป็ไปไม่ได้!
ในยามนี้หมอหลวงหลินที่เห็นไทเฮาดูราวกับจะเป็ลม จึงเดินตัวสั่นเทาไปหาไทเฮา พูดด้วยความเคารพว่า “ท่านไทเฮา โปรดให้กระหม่อมตรวจพระวรกายก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
“ตรวจอะไร” ไทเฮาโบกพระหัตถ์อย่างขุ่นเคือง ใจโกรธกริ้วเป็ที่สุด นางทำท่าทีหยิ่งผยอง
ระงับความโกรธในใจ เหลือบมองมู่จื่อหลิงและคนอื่นๆ ก่อนพูดอย่างเ็า “ร่างกายของอายเจียไม่เป็อะไร”
ท่านมีสุขภาพดีหรือ?
เป็ดถึงตายแล้วก็ยังปากแข็ง มู่จื่อหลิงแทบจะะเิเสียงหัวเราะออกมา ไทเฮากำลังจะะเิไม่ใช่หรือ?
ไทเฮาทราบดีว่าหากนางพูดเื่นี้ต่อหน้าพวกเขา ไม่รู้ว่าเด็กปากดีผู้นี้กับหลงเซี่ยวอวี่จะใช้อะไรมาปิดปากนางอีก ในสถานการณ์นี้ นางไม่อาจใช้ประโยชน์จากมันได้ ไม่อาจเสียเปรียบได้
ไทเฮาเปลี่ยนเื่ทันที
นางจ้องมู่จื่อหลิงด้วยสายตาดุร้าย ถามด้วยน้ำเสียงเ็า “มู่จื่อหลิง อายเจียถามเ้า เ้าเป็คนทำให้หย่าเอ๋อร์โกรธที่หน้าประตูวังในวันนั้นหรือไม่?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวของฮ่องเต้เหวินอิ้นก็เจ็บอีกครั้ง พระองค์ยังคงฝังหน้าลงดูฎีกาของพระองค์ต่อไป ยังไม่ลืมว่าไทเฮาสั่งให้เขาผดุงความยุติธรรมในวันนั้น
มู่จื่อหลิงยิ้มอย่างเ็า ตามที่คาดไว้ ไทเฮาเฒ่าไม่สามารถลืมเื่ของอันหย่าได้จริงๆ
หากเื่นี้ไม่ได้รับการแก้ไขในวันนี้ คาดว่าไทเฮาจะจับเื่นี้ไว้ไม่ยอมปล่อย
แต่ยามไทเฮากล่าวถึงเื่นี้ ก็หมายความว่า...มู่จื่อหลิงชำเลืองมองฮ่องเต้เหวินอิ้นซึ่งแสร้งทำเป็จดจ่อกับการอ่านฎีกาอย่างใจเย็น ทันใดนั้นก็เข้าใจ
ฮ่องเต้เหวินอิ้นไม่เพียงแค่น่ารัก แต่น่ารักมาก!
คาดว่าเนื่องจากเหตุการณ์ของอันหย่า ไม่ใช่ว่าพระนางมาเฝ้าฮ่องเต้แล้วหรอกหรือ แต่ฮ่องเต้ทรงไม่สนใจ คาดว่าฮ่องเต้เหวินอิ้นก็ทรงรู้สึกรำคาญไทเฮาเช่นกัน
ใช่แล้ว แม้แต่บางสิ่งที่ร้ายแรงพอๆ กับโรคระบาดที่ฮ่องเต้เหวินอิ้นทรงรู้สึกรำคาญยังพุ่งเข้ามาไม่หยุด พระองค์จะมีเวลาดูแลเื่เล็กน้อยเช่นนี้ได้อย่างไร กล่าวได้ว่าฮ่องเต้ไม่สนใจไม่ใช่หรือ?
หากเป็เช่นนั้น...หัวใจของมู่จื่อหลิงสั่นไหวเล็กน้อย นางก็สร้างความกล้าหาญขึ้นมาทันที
มู่จื่อหลิงสงบนิ่ง เงยหน้าขึ้นมองไทเฮาอย่างสงบ ถามด้วยเสียงแ่เบา “ไทเฮา ภายใต้สายตาของทุกคนในวันนั้น สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ท่านทราบถึงอาการประชวรขององค์หญิงอันหย่า อาการประชวรของนางเกิดจากการะเิของรถม้า หลิงเอ๋อร์เป็เพียงหญิงอ่อนแอจะะเิรถม้าขนาดใหญ่ได้อย่างไร?”
ใบหน้าของไทเฮาแข็งทื่อในทันใด นางยังคงไม่เชื่อคำพูดของมู่จื่อหลิง
ยามชิวเยวี่ยเล่าเื่นี้ในวันนั้น นางไม่ได้บอกว่ารถม้าะเิ นางบอกแค่ว่าหย่าเอ๋อร์ล้มป่วยเพราะนางถูกกระตุ้นโดยคำพูดของมู่จื่อหลิง
แต่……
---------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] สิ่งที่มีเกล็ดสีทองในสระน้ำ เมื่อเจอพายุจะแปลงร่างเป็ั (金鳞岂非池中物,一遇风云便化龙) เป็บทกวี มีความหมายว่า คนที่มีความสามารถและความทะเยอทะยาน เมื่อมีโอกาส เขาก็สามารถบินขึ้นไปบนท้องฟ้าและแสดงด้านที่โดดเด่นของเขาได้