“จำที่ป้าเคยบอกได้ไหม ว่าเชนทร์เกิดมาพร้อมกับการมีเ้าของ”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ ปะหล่ำ อะไรเส้นนี้ด้วย” คเชนทร์เรียกชื่อสร้อยเส้นดังกล่าวไม่ถูกนัก เพราะเคยได้ยินชื่อแปลกๆ นี้เป็ครั้งแรก
“เพราะคนที่ตามเชนทร์อยู่นั้น คือเ้าของปะวะหล่ำเส้นนี้” ชายหนุ่มจับกล่องสีแดงขึ้นมาเพ่งมองอย่างตั้งใจก่อนจะหันไปหาป้าของตน
“เธอไม่ใช่เ้าของมัน” คเชนทร์ตอบออกมาตามความรู้สึกอย่างมั่นใจ ก่อนที่ลมจะพัดวูบเข้ามาดันประตูปิดดังสนั่นลั่น กฤษณาสะดุ้งตัวพลางกวาดสายตามองรอบๆ อย่างเสียขวัญ ก่อนจะเอื้อมมือไปเก็บกล่องสีแดงใส่กระเป๋าอย่างลุกลี้ลุกลน
“ตาเชนทร์พูดอะไรน่ะ”
“ผมแค่รู้สึกว่าสร้อยเส้นนี้มันไม่ใช่ของเธอ และเธอก็ไม่ใช่เ้าของผมด้วย” ชายหนุ่มพูดในขณะที่ลมในห้องก่อตัวแล้วพุ่งทำลายข้าวของราวกับว่าไม่พอใจอย่างหนัก กฤษณานั่งมองสิ่งมหัศจรรย์นั้นอย่างตะลึงงัน หากแต่คเชนทร์กลับนั่งนิ่งราวกับว่าเป็สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างปกติ
“ตาเชนทร์” กฤษณาหันมองหน้าหลานชายพลางส่ายศีรษะไปมา
“ป้าครับ สิ่งที่ป้าเห็นในวันนี้เกิดขึ้นกับผมมาตลอดทั้งชีวิต” หลังจากลมปริศนาเริ่มสงบลง คเชนทร์ก้มหน้ายอมปริปากบอกความจริงนี้ให้กับคุณกฤษณาเป็คนแรก เขาพยายามเฝ้าหาความจริงว่าสิ่งที่พยายามจะสื่อสารกับเขานั้นคืออะไร หากแต่จนบัดนี้ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ รู้เพียงแต่ว่า เธอคือเ้าของเขาตามที่คุณกฤษณาคอยพูดกรอกหู
“ั้แ่เมื่อไหร่” กฤษณาถามด้วยเสียงสั่นเครือ พลางกระชับกระเป๋าแน่น
“เพราะเธอคนนี้ทำให้แป้งต้องยุติสัมพันธ์กับผม เหตุการณ์ทุกอย่างเป็ไปตามที่ป้าเคยเตือนผมเอาไว้ ก่อนที่เราทั้งสองจะยุติความสัมพันธ์ แป้งมักจะพูดอยู่เสมอว่าทุกคืนจะมีนางรำไปรำที่ปลายเตียง บางคืนร้องไห้ บางคืนหัวเราะ พร้อมๆ กับร่ายรำไปด้วย แป้งรู้สึกว่านางรำเป็เ้าของผม ไม่ว่าใครก็เอาผมไปจากเธอไม่ได้ หลังจากแป้งเล่าให้ผมฟังไม่นานนัก แป้งก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างที่ป้าเตือน ครอบครัวของแป้งเข้าใจว่าเื่ที่เกิดขึ้นต้นเหตุมาจากนางรำคนที่ว่า” คเชนทร์เล่าด้วยสีหน้าอมทุกข์
“เพราะอย่างนี้ใช่ไหมเชนทร์จึงเชื่อคำของป้า ในขณะที่พ่อกับแม่ของเชนทร์มองว่ามันไร้สาระ” ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ
คเชนทร์นึกย้อนกลับไปในวันที่เข้าไปเยี่ยมหญิงสาวที่นอนซมอยู่โรงพยาบาลได้ดี เขาเข้าไปพบกับร่างของแฟนสาวที่มีผ้าพันรอบศีรษะบ่งบอกว่าเธอได้รับาเ็อย่างหนักหนาพอสมควรข้างๆ มีเครื่องมือแพทย์เต็มไปหมด เธอยังคงส่งยิ้มต้อนรับเขาแม้ว่าจะมีสีหน้าที่จะซีดเผือด
“เชนทร์ แม่ขอคุยด้วยหน่อย” มารดาของแป้งเดินเข้ามาขัดเอาไว้ก่อนที่เขาจะถึงตัวแฟนสาว
“มีอะไรหรือครับ” ชายหนุ่มถามอย่างสงสัย ในขณะที่ฝ่ายนั้นทำหน้าหนักใจอยู่มาก ก่อนจะลากเข้ามาที่มุมเพื่อทำความเข้าใจบางอย่างกับเขา
“แม่อยากให้ครั้งนี้เป็ครั้งสุดท้ายที่เชนทร์จะได้เจอกับน้อง แม่ไม่อยากเสียน้องไป เข้าใจแม่ใช่ไหม” เธอพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาด้วยความหวาดหวั่น ชายหนุ่มนึกถึงคำเตือนของป้ากฤษณาที่มักจะเกิดขึ้นจริงทุกครั้ง หากเขาดื้อดึงไม่คำเตือนต่อไปอาจจะเป็การทำร้ายคนที่เขารักได้ หัวใจของคเชนทร์ในเวลานี้กำลังแตกเป็เสี่ยงๆ ในขณะที่ฟังคำขอร้องของหญิงชรา ร่างสูงตัดสินใจกุมมือมารดาของแป้งเอาไว้ แล้วยอมตัดสินใจทำตามคำขอของเธอ ก่อนที่หญิงชราจะหลีกทางให้เป็ครั้งสุดท้าย
“พี่เชนทร์” ขณะที่คเชนทร์เดินเข้าไปใกล้ หญิงสาวที่นอนซมส่งเสียงทักอย่างแหบๆ เธอพยายามเอื้อมมือมาคว้าแขนเขาเอาไว้ น้ำตาของหญิงสาวเอ่อออกมา มองดูชายหนุ่มด้วยความรักและอาลัยเป็อย่างมาก ก่อนจะเลื่อนสายตามองไปยังมารดาของตัวเอง
“เราเลิกกันเถอะนะ” เสียงบอกเลิกของหญิงสาวแหบแห้งแทบไม่ได้ยิน หากแต่คำนั้นกลับบาดลึกลงไปในหัวใจของชายหนุ่ม
“ผู้หญิงของพี่ไม่ยอม เธอบอกว่าครั้งนี้จะเป็ครั้งสุดท้ายที่เธอเตือน จะไม่มีครั้งต่อไปอีก ถ้าแป้งดึงดันจะคบกับคนของเธอ ผู้หญิงคนนั้นเธอชื่อ กลิ่นจันทร์ เป็นางรำที่สวยมากค่ะ แป้งไม่อยากเป็แบบนี้แป้งทรมาน พี่เชนทร์เข้าใจแป้งนะ” หญิงสาวร่ำไห้อย่างหนักเมื่อพูดถึงมาตรงนี้ เธอเ็ปสุดหัวใจ เสมือนถูกบีบให้หายใจไม่ออก อีกทั้งไม่อยากปล่อยมือชายคนรักออกจากชีวิต แววตาระริกนั้นบ่งบอกความหมายในหัวใจทั้งหมดแม้ไม่ได้เปล่งมันออกมา คเชนทร์พยายามทำเหมือนเข้มแข็งก้มลงไปกอดลาเป็ครั้งสุดท้าย แล้วหันตัวออกจากห้องนั้นด้วยน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้ม หลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยได้พบหน้าแป้งหญิงสาวที่เขารักอีกเลย
“อยากลองเอาปะวะหล่ำเส้นนี้เก็บไว้ที่เชนทร์ไหม เผื่อจะรู้สึกอะไรได้บ้าง บางทีเราอาจจะรู้ว่าเธอ้าอะไร”
“หลวงพ่อบอกป้ามาแบบนั้นหรือครับ” หญิงชราพยักหน้า ก่อนจะยื่นกล่องสีแดงให้กับหลานชาย หลังจากนั้นจึงขอตัวกลับทันที
คเชนทร์นั่งมองกล่องในมือเงียบๆ ก่อนจะหยิบมันใส่ลิ้นชักข้างหัวเตียง แล้วหันไปดึงผ้าขึ้นมาห่มกาย ก่อนจะผล็อยหลับไป
