ในตอนที่หานอวิ๋นซีกลับมาถึงจวนฉินอ๋องก็เป็เวลากลางคืนแล้ว
เมื่อเห็นว่าไฟในห้องนอนของหลงเฟยเยี่ยไม่ได้เปิด นางคิดแค่ว่าชายผู้นั้นคงจะออกไปข้างนอกอีกแล้ว หลังจากคิดเกี่ยวกับเื่นี้ นางจึงตัดสินใจที่จะหาโอกาสเลียแข้งเลียขาหลงเฟยเยี่ยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อขอร้องให้เขาสอนอาวุธลับ
กลอุบายที่นางใช้กับกู้ชีฉ่าว หากนางมีพละกำลังเพียงพอ กู้ชีฉ่าวก็คงไม่สามารถหลบได้อย่างง่ายดายเช่นนั้น อีกอย่าง หลังจากรู้ว่าอาวุธลับของสำนักถังเมื่อใส่ยาพิษเข้าไปแล้วจะยิ่งยอดเยี่ยมมากขึ้น นางยิ่งแทบรอไม่ไหวที่จะเรียนรู้
แม้ว่าหลงเฟยเยี่ยจะปฏิเสธ แต่นางก็พร้อมที่จะหน้าด้านตื๊อเขาอย่างไม่ลังเล
ไม่ใช่ว่านางไม่มีศักดิ์ศรี แต่ศักดิ์ศรีของนางไร้ค่าโดยเฉพาะต่อหน้าหลงเฟยเยี่ย ยิ่งกว่านั้น ศักดิ์ศรีก็เทียบกับศิลปะต่อสู้ไม่ได้ รอให้นางเรียนรู้อาวุธลับของสำนักถังได้ก่อน ถึงตอนนั้นจะยังต้องกลัวเสียศักดิ์ศรีอีกหรือ?
แน่นอนว่าหานอวิ๋นซีไม่ใช่หญิงสาวเรียบร้อยอ่อนช้อย นางรู้สถานการณ์ในตอนนี้ดี สามารถยืดหยุ่นและจัดการเื่ต่างๆ ได้
สำหรับสาเหตุที่กู้ชีฉ่าวติดตามที่มาของอาวุธลับของสำนักถังในมือของนางอย่างอธิบายไม่ได้นั้น นางเองก็ยังไม่มีเวลาคิดเกี่ยวกับเื่นี้
หลังจากเปิดโรงหมอการกุศลมาทั้งวัน บวกกับเื่ที่ไม่คาดคิดในตอนกลางคืน นางก็เหนื่อยจนหมดแรง หลังจากกลับไปที่ตำหนักหยุนเซี่ยนเพื่อล้างตัว หานอวิ๋นซีก็ผล็อยหลับไปบนเตียง
นางไม่รู้เลยว่าหลงเฟยเยี่ยกำลังนั่งอยู่บนหลังคาของตำหนักหยุนเซี่ยน รอนางตลอดทั้งคืน
ไฟในห้องใต้หลังคาดับลง พร้อมกับหลงเฟยเยี่ยที่เหาะลงมาราวกับเทพแห่งรัตติกาลที่ลงมาจากท้องฟ้า เขาลงมาอย่างเงียบๆ ที่ลานจวน เอามือไพล่หลังแล้วเดินออกไปอย่างเงียบๆ
ในไม่ช้า องครักษ์เงาก็ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ ตามหลังเขาด้วยความเคารพ
“ท่านอ๋อง เป็อย่างที่ท่านคาดไว้ กู่ชีฉ่าวไปที่จวนตระกูลหานเพื่อหาหวังเฟย แถมยังทำร้ายหมอหลวงกู้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
องครักษ์เงาของหลงเฟยเยี่ยจะทำงานแบบลวกๆ ได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่เพราะคำสั่งของหลงเฟยเยี่ย พวกเขาคงไม่กล้าห่างหวังเฟยแม้แต่ก้าวเดียว
เนื่องจากไม่สามารถสืบหาที่มาของกู้ชีฉ่าวได้ หลงเฟยเยี่ยจึงเปลี่ยนแปลงวิธีการจากเชิงรุกเป็เชิงรับ หานอวิ๋นซีสตรีผู้นั้นโง่เง่า ขนาดเขายังมองออกเลยว่ากู้ชีฉ่าวมีจุดประสงค์ในการเข้าใกล้นาง มีครั้งแรกแล้วก็ต้องมีครั้งต่อไปและอีกนับไม่ถ้วน
“กู้ชีฉ่าวพูดอย่างหนักแน่นว่าอาวุธลับของหวังเฟยเป็ของสำนักถังและสงสัยว่าหวังเฟยจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสำนักถังพ่ะย่ะค่ะ...”
องครักษ์เงารายงานทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในจวนตระกูลหานโดยไม่ตกหล่นคำพูดของกู้ชีฉ่าวแม้แต่คำเดียว
เช่นนี้หลงเฟยเยี่ยจึงหยุดฝีเท้าลงและพึมพำกับตัวเองว่า “สำนักถัง...เขาสงสัยอะไร?”
องครักษ์เงาก็รออย่างเคารพ ไม่กล้าที่จะพูดอะไรมาก
หลงเฟยเยี่ยเพิกเฉยต่อกู้เป่ยเยวี่ยไป หลังจากครุ่นคิดอยู่นานจึงจะก้าวเท้ายาวออกไป การแสดงออกของเขาไม่สามารถมองเห็นได้ในความมืด มีเพียงน้ำเสียงที่เ็าราวกับสายลมยามค่ำคืน “จับตาดูต่อไป อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่นล่ะ”
กลางคืน มืดลงเรื่อยๆ...
หานอวิ๋นซีที่เหนื่อยล้าอย่างมากควรจะนอนหลับสนิทไปแล้ว ทว่าตอนนี้นางกลับหน้านิ่วขมวดคิ้ว บ่นพึมพำและกระวนกระวายใจเป็อย่างมาก
หลังจากนั้นไม่นาน นางก็ลืมตาขึ้นอย่างกะทันหัน และพบว่าตนเองมีเหงื่อออกทั้งตัว หลังของนางก็เปียกไปหมด
นางกำลังฝันร้าย!
นางนอนหงายบนเตียง ดวงตากลมโตจ้องมองเพดาน พยายามนึกถึงทุกอย่างในความฝัน แต่น่าเสียดายที่มันแตกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไม่ว่าจะนึกอย่างไรก็นึกไม่ออก
จำได้แค่เพียงรางๆ ว่านางเดินเข้าไปในสถานที่แปลกๆ แห่งหนึ่งในความฝัน มันทั้งแปลกทั้งคุ้นเคย เมื่อนางตั้งสมาธิเพื่อดูสิ่งรอบข้างอย่างชัดเจน จู่ๆ ก็มีสมุนไพรจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งมาหานางอย่างหนาแน่น ซึ่งน่าสะพรึงกลัวเป็อย่างมาก
ในตอนที่นางกำลังจะถูกสมุนไพรครอบงำ นางก็ตื่นขึ้นมา
ตอนนี้เวลานี้ หัวใจของนางยังคงเต้นแรง ศีรษะหนักอึ้งและร่างกายก็ไร้เรี่ยวแรง มีความรู้สึกว่าพลังงานถูกดึงออกไปมากจนเกินไป และความรู้สึกนี้เป็สิ่งที่นางคุ้นเคย
นี่คือความรู้สึกหลังจากใช้ระบบล้างพิษอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยล้างพิษให้กับผู้ป่วยหลายรายโดยไม่หยุดพัก
หานอวิ๋นซีดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้ ก็ลุกขึ้นนั่งในทันที นาง้าที่จะเอายาจากระบบการล้างพิษ แต่ไม่ว่านางจะพยายามหนักแค่ไหนและมีสมาธิแค่ไหน นางก็ไม่สามารถเอามันออกมาได้!
สมุนไพรที่พุ่งเข้าหานางในความฝันคือวัตถุดิบยาในระบบล้างพิษของนาง และแต่ละห่อก็เต็มไปด้วยห่อยาที่ปรุงสำเร็จแล้ว
ทำไมถึงเป็เช่นนี้?
หานอวิ๋นซีพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะนำยาออกมาอีกครั้ง ทว่าก็ยังเอายาออกมาไม่ได้อยู่ดี เป็เพราะนางเหนื่อยเกินไปหรือมีอะไรผิดปกติกับระบบการล้างพิษอย่างนั้นหรือ?
ฝันร้ายนี้ มันหมายความว่าอย่างไรกัน?
สถานที่นั้นเป็พื้นที่ว่างขนาดใหญ่ของระบบล้างพิษอย่างนั้นหรือ?
หรือว่าระบบล้างพิษรวน?
ความกลัวผุดขึ้นมาในใจทันที หานอวิ๋นซีไม่กล้าที่จะลองอีกครั้ง นางพิงหมอน สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และบอกตัวเองให้ผ่อนคลาย ผ่อนคลายลง ต้องเป็เพราะนางเหนื่อยเกินไปแน่ๆ เพียงนางพักผ่อนให้ดี เดี๋ยวก็คงหายดี
นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง แล้วหลับตาลงช้าๆ
แต่ใครจะรู้ หลังจากที่นางหลับตาลง ประโยคหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในความคิดของนาง “ระบบอยู่ในสถานะอัปเกรด โปรดพักผ่อนให้มากขึ้น”
พรูด!
หานอวิ๋นซีลืมตาขึ้นทันทีด้วยความไม่เชื่อ
นางไม่เคยคิดว่าระบบล้างพิษจะยังมีฟังก์ชันนี้อยู่ ระบบอยู่ในสถานะอัปเกรด ดังนั้นจึงหยุดทำงานชั่วคราว!
นางใแทบตาย คิดว่ามันมีความผิดปกติ ต้องรู้ว่าถ้าไม่มีระบบการล้างพิษนั้น ด้วยเงื่อนไขของการแพทย์ดั้งเดิมในสมัยโบราณ นางคงไม่มีทางอยู่รอดได้
เมื่อมองย้อนกลับไป ความอ่อนล้าของนางหลังจากกลับมาจากเมืองยาน่าจะเกี่ยวข้องกับการอัปเกรดระบบการล้างพิษ
อย่างไรก็ตาม หานอวิ๋นซีไม่เข้าใจว่าทำไมระบบการล้างพิษถึงได้รับการอัปเกรดโดยไม่มีสาเหตุ? เป็ไปได้หรือไม่ที่จะมีฟังก์ชันใหม่หลังจากการอัปเกรด?
ฝันร้ายเมื่อครู่ เป็เพียงเื่บังเอิญหรือไม่ก็มีเหตุผลอื่น จิตสำนึกทางจิติญญาของนางสามารถควบคุมระบบการล้างพิษได้
ความรู้สึกในฝันร้าย ราวกับว่าิญญาและร่างกายถูกแยกออกจากกัน ิญญาก็เดินเข้าไปในช่องว่างขนาดใหญ่ วิศวกรที่พัฒนาระบบนี้ซุ่มโจมตีให้นางประหลาดใจไปกี่ครั้งกี่คราแล้ว?
หานอวิ๋นซีตบหน้าอกเบาๆ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ตราบใดที่ระบบไม่กระตุกหรือพัง ก็ไม่มีอะไรน่าใ
ไม่ว่าจะมีการอัปเกรดหรือไม่ก็ตาม นางจะใช้ประโยชน์จาก่เวลานี้เพื่อพักผ่อนอย่างเต็มที่ ส่วนการเรียนรู้อาวุธลับของสำนักถัง ก็ทำได้แค่เลื่อนออกไปชั่วคราวเท่านั้น
ในวันต่อมาหานอวิ๋นซีไปที่โรงหมอของจวนตระกูลหาน ต่อมาก็ไปที่จวนตระกูลกู้เพื่อตรวจาแของกู้เป่ยเยวี่ย จากนั้นก็อยู่ในที่พักอย่างเชื่อฟังตลอดเวลาที่เหลือ
อย่าว่าแต่การอัปเกรดระบบการล้างพิษนั้นเลยที่ใช้พลังงานของนาง โดยปกตินางตื่นขึ้นมาก็เกือบเที่ยงแล้ว ก่อนหน้านี้นางจะไปนั่งเล่นในสวนของอี้ไท่เฟยหลังอาหารเย็น แต่ตอนนี้หลังจากกินอิ่มแล้ว นางก็จะกลับมานอนหลับที่ตำหนัก
ยิ่งแม่นมจ้าวมองดูเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ในที่สุด ระหว่างมื้ออาหารวันนั้น นางก็พูดว่า “หวังเฟย ่นี้ท่านขี้เซาเกินไปหรือไม่เพคะ?”
“คงเป็เพราะฤดูใบไม้ผลิ ข้าเลยง่วงนอนง่าย” หานอวิ๋นซีที่เกือบหลับในขณะรับประทานอาหาร
“อาการง่วงในฤดูใบไม้ผลิไม่ร้ายแรงขนาดนี้นะเพคะ...” แม่นมจ้าวลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “หวังเฟย เช่นนั้นเรียกหมอหลวงหลี่มาดูอาการดีหรือไม่เพคะ?”
“ไม่เป็ไร ข้าเองก็เป็หมอนะ”
หานอวิ๋นซีบิดี้เีและกำลังจะจากไป แต่แม่นมจ้าวเริ่มกังวลและเกลี้ยกล่อมนางอย่างจริงจัง “หวังเฟย เื่แบบนี้ไม่ควรประมาท ต้องมีแล้วแน่ๆ เลยเพคะ!”
“พรูด…”
หานอวิ๋นซีพ่นชาที่กำลังกลั้วคออยู่ในปากออกมา ในขณะที่ไม่รู้ว่าจะตอบคำพูดของแม่นมจ้าวอย่างไร ก็มีเสียงกระแอมเบาๆ ดังขึ้นที่ประตู
อะแฮ่ม...
หากหานอวิ๋นซียังมีชาอยู่ในปากของนางในเวลานี้ นางคงได้พ่นมันออกมาอีกครั้งอย่างแน่นอน เพราะคนที่ยืนอยู่ที่ประตูไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลงเฟยเยี่ย
ชายผู้นี้มาั้แ่เมื่อไรกัน เขาได้ยินอะไรหรือไม่?
ได้ยินอะไรหรือไม่นั้น มีเพียงหลงเฟยเยี่ยเท่านั้นที่รู้ เขาเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ว่างเปล่า หานอวิ๋นซีและแม่นมจ้าวทำความเคารพทันที
ดวงตาของแม่นมจ้าวเป็ประกาย ก่อนที่จะพูดว่า “ท่านอ๋อง ่นี้หวังเฟยทรงง่วงนอนตลอดทั้งวัน จากประสบการณ์ของหม่อมฉันแล้ว เป็ไปได้มากว่านางกำลังตั้งครรภ์ ท่านอ๋องเกลี้ยกล่อมให้หวังเฟยเรียกหมอหลวงหลี่มาตรวจดูจะดีกว่าเพคะ”
หานอวิ๋นซีซึ่งรู้สึกอึดอัดอยู่เล็กน้อย เมื่อได้ยินคำพูดของแม่นมจ้าว จู่ๆ ก็อยากจะหัวเราะออกมา
ตามความเข้าใจของนาง ไม่เพียงแม่นมจ้าวเท่านั้น แต่หลายคนในจวนรวมถึงอี้ไท่เฟย ต่างกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของนางกับหลงเฟยเยี่ย สรุปว่ารักหรือไม่รักกันแน่
หานอวิ๋นซียิ้มอยู่ในใจและมองไปที่หลงเฟยเยี่ยอย่างไร้เดียงสา รอคำตอบของเขา ไม่มีใครในโลกนี้รู้ดีไปกว่าเขาว่านางตั้งครรภ์หรือไม่
แต่ใครจะรู้ หลงเฟยเยี่ยไม่ลังเล เขายกเสื้อคลุมขึ้นพร้อมกับนั่งลงอย่างสง่างามราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและพูดอย่างเฉยเมยว่า “ถ้าอย่างนั้น ทำไมยังไม่รีบไปเรียกให้หมอหลวงหลี่มาตรวจอีกล่ะ?”
แม่นมจ้าวทั้งรู้สึกประหลาดใจและดีใจ นางมีความสุขมาก “หม่อมฉันจะไปเดี๋ยวนี้เพคะ!”
ไม่ต้องพูดถึงว่าจะมีความสุขหรือไม่ แค่คำพูดคำนี้ของฉินอ๋องก็เพียงพอแล้วที่แสดงว่าหวังเฟยโชคดีอย่างแท้จริง ไม่อย่างนั้นจะให้หมอหลวงหลี่มาตรวจทำไมกัน!
ความโชคดีนี่สิ ถึงจะเป็ต้นเหตุของความรัก!
แม่นมจ้าวที่แทบจะวิ่งออกไป ในขณะเดียวกันหานอวิ๋นซีก็ขมวดคิ้วและจ้องมองที่หลงเฟยเยี่ยอย่างระแวดระวัง
เมื่อหมอหลวงหลี่มา แม้ว่าจะไม่ตรวจเจอว่าตั้งครรภ์ แต่มันก็พิสูจน์ได้ว่าหลงเฟยเยี่ยโปรดปรานนางจริงๆ หากเื่นี้ออกจากปากของหมอหลวงหลี่ไป จะยังมีใครไม่เชื่ออีกล่ะ?
พวกเขาเป็สามีภรรยากัน ไม่สำคัญว่าจะเสียบริสุทธิ์ไปแล้วหรือไม่ หากเื่นี้แพร่ออกไป มันจะยิ่งยืนยันข่าวลือเื่ที่นางเป็ที่โปรดปราน รวมไปถึงตำแหน่งของนางในฐานะฉินหวังเฟย ซึ่งมีแต่เื่ดีๆ ทั้งนั้น
มิเช่นนั้น จู่ๆ ทำไมชายผู้นี้ต้องแสวงหาผลประโยชน์ให้นางอย่างไม่มีเหตุผลกันล่ะ?
หานอวิ๋นซีเหลือเชื่ออย่างมาก
หลงเฟยเยี่ยปล่อยให้หานอวิ๋นซีจ้องมองไป เขาเทชาและดื่มอย่างสงบ ่นี้เขาอยู่ที่จวนตลอดเวลาเพื่อรอให้สตรีผู้นี้มาหาและขอให้เขาสอนใช้อาวุธลับ ใครจะรู้ว่าจะรอมาหลายวันเช่นนี้
เขาสงสัยมาก สตรีผู้นี้ยอมแพ้และไม่อยากที่จะเรียนรู้แล้ว หรือนางคิดว่าจะรอให้ถังหลี่มาสอนนางจริงๆ?
ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด เขาก็ไม่ยอมรับ
เขาเทชาใส่ถ้วย ดันถ้วยชาไปด้านหน้าหานอวิ๋นซี ส่งสัญญาณให้นางหยุดมองและนั่งลง
“ท่าน...มีเื่อะไรหรือไม่?” หานอวิ๋นซีถามอย่างสงสัย
เอาเถอะ นางไม่เชื่อว่าหลงเฟยเยี่ยจะใจดีและปฏิบัติต่อนางอย่างดีโดยไม่มีเหตุผล ไม่มีข้อตกลงหรือไม่มีเงื่อนไขใดๆ ระหว่างพวกเขามีเื่ไหนที่ไม่มีข้อตกลงกันด้วยหรือ?
“เ้าจะพูดอะไร?” หลงเฟยเยี่ยถามกลับ
“ขอให้หมอหลวงมาตรวจว่าข้าตั้งครรภ์โดยไม่มีเหตุผลเช่นนี้ ท่าน...” หานอวิ๋นซียิ้มแล้วถามอีกครั้ง “ท่านคิดจะทำอะไร?”
ใครจะรู้ หลงเฟยเยี่ยจิบชาช้าๆ แล้วพูดอย่างเ็าว่า “หญิงชราในวังและในจวนต่างกำลังกระตุ้นให้มีหลาน บางครั้งก็ต้องแสร้งทำไปบ้าง หรือเ้าคิดว่าข้ามีจุดประสงค์อย่างอื่นอย่างนั้นหรือ?”
ที่แท้ก็…
หานอวิ๋นซีผงะไปเล็กน้อย แต่ในไม่ช้าก็พบกับการจ้องมองอย่างสงสัยเล็กน้อยของหลงเฟยเยี่ย และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าเดาไว้แล้วว่าต้องเป็แบบนี้...”
หานอวิ๋นซีก้มหน้าลงและดื่มชาโดยไม่พูดอะไร เมื่อมองไปที่รูปลักษณ์ที่ไม่แยแสของนาง คิ้วที่หล่อเหลาของหลงเฟยเยี่ยก็กระตุกโดยไม่รู้ตัว
“"หานอวิ๋นซี...” เขาไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงเรียกนาง
“ฮะ?” หานอวิ๋นซีเงยหน้าขึ้น พร้อมกับดวงตาใสกลมโต
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นพูดอย่างเ็าว่า “พรุ่งนี้เช้ามาที่ลานจวนข้า ข้าจะเริ่มสอนอาวุธลับของสำนักถังให้ ห้ามสายเด็ดขาด!”
เอ๋...ดวงตาของหานอวิ๋นซีเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ
“หลังเรียนเสร็จแล้ว ก็ออกไปทำงานกับข้า ไม่อนุญาตให้เป็ตัวถ่วง” การเต็มใจมาสอนนางก็ต้องมีเงื่อนไข นี่ถือว่าเป็คำอธิบายของเขาใช่หรือไม่?
หลังจากออกคำสั่ง “ไม่อนุญาต” แล้ว เขาก็ลุกขึ้นและเดินออกไป
ดวงตากลมโตของหานอวิ๋นซีกลอกไปมาสองสามครั้ง จากนั้นจึงจะหัวเราะออกมา
คิดไม่ถึงว่าฉินอ๋องผู้สูงส่งจะเป็ฝ่ายเริ่มก่อน...
