เมื่อมู่เทียนเฉิงปรากฏตัวขึ้นกลางสนามประลอง เสียงกู่ร้องของสตรีจำนวนนับไม่ถ้วนต่างก็ให้กำลังใจ
อีกด้านหนึ่งโม่จืออี้ชายในอาภรณ์สีฟ้าขึ้นสู่สนามประลองมาพร้อมกับควงกริชสีเงินอย่างคล่องแคล่ว
มู่ซวนหยวนยิ้มเล็กยิ้มน้อย "ปีที่แล้วบุตรชายของข้าพ่ายแพ้ต่อหวงหลิงกงไปอย่างราบคาบ แต่ปีนี้หวงหลิงกงก็อายุเกิน 30 ปีแล้ว ข้าหวังว่าปีนี้มันจะได้รับการคัดเลือกเข้าสู่แผ่นดินใหญ่เฉกเช่นพี่ใหญ่ของมัน"
"โอ้? นั่นหมายความว่าเ้าหนูมู่ตั้งตารอการประลอง่ชิงเืัมาโดยตลอดงั้นรึ?" เย่ซิงหยูเหล่ตามอง
มู่ซวนหยวนพยักหน้าด้วยรอยยิ้มอบอุ่น "เ้าหนูนั่นพยายามจะไล่ตามพี่ชายของมันที่ได้รับเลือกให้เข้าสู่ตำหนักกระบี่ไร้เทียมทาน ปีนี้ดูเหมือนว่าจะถึงเวลาของเทียนเฉิงแล้ว"
แต่เย่ซือหยูส่ายหน้าเบาๆ "อย่าเพิ่งชะล่าใจนัก ปีที่แล้วไม่มีผู้ใดจากเมืองทั้งสี่เข้าสู่รอบสี่คนสุดท้ายแม้แต่ผู้เดียว ผลสุดท้ายก็เป็ผู้บำเพ็ญปราณจากสี่มหาอำนาจก็เป็ผู้ชนะเลิศในการประลอง หากเ้าหนูมู่ไม่ประมาท ข้าเชื่อว่าเขาอาจจะสามารถเอาชนะเยาวชนคนใดคนหนึ่งได้ แต่แน่นอนว่าสภาพทั้งสองคงจะอิดโรยเท่ากัน"
"นั่นก็จริง" มู่ซวนหยวนพยักหน้าเห็นด้วย
. . .
เมื่อทั้งสองยืนประจันหน้าต่อกันก็พลันทำความเคารพต่อกันอย่างนอบน้อม
เซียวชิงโหรวชูมือขึ้นก่อนจะลั่นระฆังพร้อมทั้งประกาศเสียงดัง "การประลองคู่สี่ เริ่มได้!"
"วู้ม!"
"วู้ม!"
สิ้นสุดการให้สัญญาณร่างหล่อเหลาของมู่เทียนเฉิงพุ่งเข้าหาโม่จืออี้ด้วยความเร็วปานสายฟ้าโดยที่ปกคลุมปราณไว้ที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง
อีกด้านหนึ่งโม่จืออี้กลับมิได้พุ่งเข้าหามู่เทียนเฉิงเฉกเช่นคู่อื่นๆ หากแต่วิ่งถอยหลังราวกับไม่้าปะทะโดยตรง
ส่วนระดับการบำเพ็ญของทั้งสองนั้นทัดเทียมกัน นั่นคือปราณลึกลับขั้น 2!
ทั้งสองยังคงทิ้งระยะและวัดชั้นเชิงกันและกัน ดูเหมือนว่าโม่จืออี้จะเป็บุคคลประเภทที่ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายเข้าใกล้ในระยะหากมันไม่มีจังหวะสวนกลับ
ยิ่งมู่เทียนเฉิงพุ่งเข้ากดดัน โม่จืออี้ก็ยิ่งถอยร่นออกไปไม่ยอมให้อยู่ใกล้ในระยะ 10 ก้าว
ฝูงชนเริ่มที่จะไม่พอใจและอึดอัดเมื่อเห็นว่าโม่จืออี้หนีั้แ่แรกและไม่ยอมเข้าปะทะจนทำให้เสียเวลา
นั่นเป็ความเห็นในส่วนของฝูงชน แต่สำหรับเหล่าผู้บำเพ็ญระดับปราณลึกลับ การกระทำของโม่จืออี้นั้นเป็สิ่งที่ถูกต้องหากยังไม่รู้ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของมู่เทียนเฉิง
ประการแรกโม่จืออี้เป็ผู้ที่ใช้กริชในการต่อสู้ และระยะหวังผลของกริชนั้นสั้นยิ่งนัก
ประการที่สองมู่เทียนเฉิงนั้นเป็ผู้ที่ใช้กระบี่ แม้นว่าขณะนี้มันใช้มือเปล่าในการต่อสู้ แต่ไม่มีผู้ใดสามารถคาดเดาได้ว่ามู่เทียนเฉิงจะชักกระบี่ออกจากฝักเมื่อใด
นั่นเป็เหตุผลที่โม่จืออี้ยังคงถอยร่นอย่างใจเย็น
มู่เทียนเฉิงที่พยายามไล่ตามก็เริ่มขมวดคิ้ว มันหยุดฝีเท้าชะงักงันก่อนจะหลับตาลงอย่างช้าๆโดยไม่มีสาเหตุ
เมื่อเห็นว่ามู่เทียนเฉิงหลับตาและหยุดฝีเท้าลง การเคลื่อนไหวของโม่จืออี้ก็หยุดลงเช่นกัน "มู่เทียนเฉิง เข้าี้เีเล่นแมวไล่จับหนูแล้วงั้นรึ?"
แต่มุมปากของมู่เทียนเฉิงยกขึ้นเป็รอยยิ้ม "มิใช่เช่นนั้น แต่...เ้าพ่ายแพ้ไปแล้ว"
"ซู่!"
"ฝ่ามือพยัคฆ์!" สิ้นสุดเสียงคำรามมู่เทียนเฉิง ปรากฏกระแสลมรุนแรงะเิจากฝ่ามือมู่เทียนเฉิงอย่างกะทันหันเข้าโหมกระหน่ำโม่จืออี้อย่างดุเดือด
กระแสลมนั้นค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็ภาพลวงตาพยัคฆ์สีเผือกเข้าจู่โจมโม่เทียนเฉิงด้วยปราณระดับลึกลับ!
โม่จืออี้รู้แล้วว่ามันตกหลุมพรางของมู่เทียนเฉิงเข้าให้แล้ว
สิ่งที่มู่เทียนเฉิงทำนั้นก็เพื่อให้มันหยุดชะงักเฉกเช่นเดียวกัน หากมันไม่หยุดฝีเท้าตามมู่เทียนเฉิง มันคงจะไม่ตกหลุมพรางง่ายดายเช่นนี้เป็แน่ ดังนั้นมันรีบขยับเขยื้อนฝีเท้าหมายจะหลบหนีออกจากอาณาบริเวณลมปราณที่ถูกปล่อยออกมา
แต่จู่ๆมู่เทียนเฉิงที่ผายมือกลับรีดเค้นพลังปราณกำลังภายในจู่โจมอีกระลอกจากมืออีกข้าง ผลักโม่จืออี้กระเด็นออกนอกสนามประลองไปโดยพลัน พร้อมทั้งกระแทกเข้ากับกำแพงจนมันกระอักเืออกมาเบาๆ
กำแพงที่ปิดกั้นอัฒจันทร์ไว้พลันปรากฏรอยแตกร้าวจนได้ยินเสียง "กร๊อบ!" จากกระดูกของโม่จืออี้อย่างประจักษ์แจ้ง
แม้นว่าโม่จืออี้จะไม่ได้รับาเ็และยังมีพละกำลังในการต่อสู้ แต่ทว่าการประลองได้สิ้นสุดลงแล้ว...
"โม่จืออี้ออกนอกสนาม ชัยชนะตกเป็ของมู่เทียนเฉิง!" เซียวชิงโหรวทำหน้าที่ประกาศทันทีหลังจากการต่อสู้จบลง
ไป๋ซวนที่นั่งไม่ไกลจากมู่หรงปิงเฟิงกลับหาวออกมาวอดๆ "ฮ่าว~ น่าเบื่อจริงๆ หากแทงแล้วไส้ไหลลงมายังแลน่าดูเสียกว่า"
มู่หรงปิงเฟิงอดไม่ได้ที่จะกลอกตา
หลังจากนำร่างของโม่จืออี้ออกจากเขตสนามประลอง มู่เทียนเฉิงก็ลงจากสนามมาพร้อมกับเสียงเชียร์ที่ดังสนั่นหวั่นไหว
ทันใดนั้นเซียวชิงโหรวก็กระแอมออกมาเบาๆ "ขณะนี้ได้ผู้เข้าประลอง 4 คนสุดท้ายเรียบร้อย หากเป็การประลองแบบปกติจะมีการต่อสู้ระหว่างผู้เข้ารอบสี่คนสุดท้ายและศิษย์จากแผ่นดินใหญ่สี่คนสุดท้าย ทว่าเนื่องจากปีนี้วิหารจักรพรรดิมิได้ส่งสมาชิกมาเข้าร่วมการแข่งขัน ดังนั้นข้าจำเป็ต้องออกกฏกติกาพิเศษที่จะทำให้การต่อสู้เกิดความยุติธรรม"
มันแสดงหม้อทองแดงหม้อเดิมก่อนจะอธิบาย "ภายในหม้อทองแดงนี้จะมีรายชื่อของผู้เข้ารอบสี่คนสุดท้ายได้แก่ เฟยเฉิน หวงหลิงซู ฉินเหวินเทียนและมู่เทียนเฉิง โดยที่ข้าจะให้ศิษย์จากแผ่นดินใหญ่สามคนเป็ผู้จับฉลากเพื่อหาคู่ต่อสู้ของตน และผู้ที่ไม่ได้ถูกรับเลือกหนึ่งในสี่นี้จะเข้ารอบไปเพื่อประลองแบบรวมกลุ่มเป็ครั้งสุดท้าย...พวกเ้ายินยอมหรือไม่?"
เฟยเฉิน หวงหลิงซู ฉินเหวินเทียนและมู่เทียนเฉิงมองหน้ากันและพยักแก่เซียวชิงโหรวว่าไม่มีข้อข้องใจ
ไม่ว่าอย่างไรกติกาการประลองเดิมก็ต้องเผชิญหน้ากับศิษย์จากมหาอำนาจแผ่นดินใหญ่อยู่ดี เพราะฉะนั้นกฏกติกาพิเศษในรอบนี้จะทำให้ทุกอย่างง่ายดายยิ่งขึ้น
"ดี! เช่นนั้นเจี้ยนเจี้ยน หยูหลงและเว่ยเส้าเทียน ก้าวเท้ามาข้างหน้า" สิ้นสุดเสียงประกาศเซียวของชิงโหรว เยาวชนทั้งสามจากแผ่นดินใหญ่เดินตรงไปทีละคนและจับฉลากม้วนกระดาษออกมาอย่างช้าๆ
การจับฉลากเริ่มต้นด้วยเจี้ยนเจี้ยน เซียวหยูหลงและเว่ยเส้าเทียนตามลำดับ
แต่เมื่อถึงตาของเว่ยเส้าเทียนที่กำลังล้วงและกำลังจะหยิบม้วนกระดาษม้วนหนึ่งออกมา ก็กลับพบว่าด้านในเหลือม้วนกระดาษแค่เพียงม้วนเดียวเท่านั้น
ดวงตาเว่ยเส้าเทียนมองดูเซียวชิงโหรวอย่างแปลกใจ ก่อนที่เซียวชิงโหรวจะพยักหน้าเบาๆแก่มันราวกับกำลังส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง
เว่ยเส้าเทียนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะนำม้วนกระดาษกลับมายืนตามตำแหน่งเดิม
เมื่อทั้งสามจับฉลากแล้วก็ยืนห่างออกมาเล็กน้อย พร้อมกับเสียงของเซียวชิงโหรวที่เอ่ยขึ้น "เจี้ยนเจี้ยน เ้าได้ประลองกับผู้ใด?"
ชายหนุ่มนามเจี้ยนเจี้ยนคลี่ม้วนกระดาษและเอ่ยตอบ "คู่ต่อสู้ของข้าคือมู่เทียนเฉิง"
คิ้วของมู่เทียนเฉิงขมวดขึ้นหลังจากรู้ว่าเจี้ยนเจี้ยนจะประลองกับมัน "ตำหนักกระบี่ไร้เทียมทานงั้นรึ? ก็ดีข้าจะได้นำเกียรติยศหลังจากนี้ไปฝากพี่ใหญ่ของข้า"
เซียวชิงโหรวพยักหน้าเบาๆอย่างเข้าใจ ก่อนจะมองไปยังเซียวหยูหลง "หยูหลง แล้วเ้าเล่า?"
เซียวหยูหลงในกี่เพ้าสีแดงคลายม้วนกระดาษและปราดตามองไปยังหวงหลิงซูพร้อมกับเอ่ยว่า "คู่ต่อสู้ของข้าคือหวงหลิงซู"
หวงหลิงซูที่ได้ยินเช่นนั้นก็มีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันตาเห็น
การประลอง่ชิงเืัรอบที่สามนั้นเป็การประลองที่ยากที่สุดในการ่ชิงเืั
แม้นว่าศิษย์ที่ถูกส่งมาจะมีระดับการบำเพ็ญที่ใกล้เคียงกัน แต่ส่วนใหญ่ต่างก็ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีจากทรัพยากรระดับสูงไม่ว่าจะเป็การฝึกฝนกายา การฝึกฝนการเคลื่อนไหว หรือแม้แต่เคล็ดวิชาหายาก ดังนั้นช่องว่างระหว่างศิษย์จากมหาอำนาจจะมีความแตกต่างจากเยาวชนจากเมืองทั้งสี่ไปมากโข
ทุกสายตาในขณะนี้จับจ้องไปที่เว่ยเส้าเทียนซึ่งบางส่วนก็เมียงมองไปยังเฟยเฉินและฉินเหวินเทียน
ฝูงชนรู้ดีว่าหากฉินเหวินเทียนต้องประลองกับเว่ยเส้าเทียนคงจะมีผลลัพธ์เดียวเท่านั้นที่รออยู่
นั่นคือความพ่ายแพ้!
เมื่ออยู่ต่อหน้าความแข็งแกร่ง ลูกไม้อะไรทำนองนั้นแทบจะใช้ไม่ได้ผล
แม้นจะเห็นเช่นนั้นแต่ฉินเหวินเทียนมิได้มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย สีหน้าของเขาที่มองไปยังเว่ยเส้าเทียนนั้นแข็งกระด้างและเย็นะเื
ส่วนไป๋เฉินกลับเผยรอยยิ้มลึกลับในขณะดวงตาสีเืจ้องมองไปยังเซียวชิงโหรวราวกับมองเห็นความชั่วร้ายที่ฉายผ่านรูม่านตาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
จากนั้นเซียวชิงโหรวจึงมองไปยังเว่ยเส้าเทียนพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก "เว่ยเส้าเทียน คู่ต่อสู้ของเ้าคือผู้ใด?"
เว่ยเส้าเทียนเดินออกจากแถวและคลี่ม้วนกระดาษพร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ "เฟยเฉิน"
