แค่จินตนาการภาพตอนที่เขาเสยผมไปข้างหลังูเี่อันก็อดตื่นเต้นอยากเห็นเร็วๆ ไม่ได้
เธอรีบคว้าหวีไม้ก่อนจะเก๊กท่าราวกับช่างทำผมมืออาชีพพลางหวีผมเขาไปมา ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้วนิดๆ เพราะเริ่มมึนหัวูเี่อันจึงกดไหล่เขาเอาไว้ก่อนเอ่ย
“อย่าขยับผมนายยุ่งไปนิดหนึ่ง”
ลู่เป๋าเหยียนเป็คนค่อนข้างใส่ใจเื่ภาพลักษณ์ภายนอกเขาจึงนั่งนิ่งๆ ตามคำบอก ูเี่อันยิ้มน้อยๆ ก่อนจะหวีผมเขาเสยไปด้านหลัง
“อยู่นิ่งๆ ล่ะเด็กดี”เธอโอ๋เขาอย่างกับเด็ก “อีกแป๊บก็เสร็จแล้ว”
เธอไม่กล้าใช้เจลแต่งผมจึงใช้แค่หวีกับไดร์เป่าผมแต่งทรงให้เขาไม่นานก็เริ่มเป็รูปเป็ร่าง
ูเี่อันมองเขาอย่างพิจารณาแต่แล้วก็ถึงกับถอนหายใจออกมา
ถ้าพูดกันตามจริงผมทรงนี้ค่อนข้างหายากที่ใครทำแล้วดูดี ต้องคนที่มั่นใจหรือมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเท่านั้นถึงจะเอาอยู่หากไม่ได้สวมชุดทางการหรือเสื้อคลุมตัวยาวดูน่าเกรงขามแล้วหายากที่ใครจะเข้ากับผมทรงนี้ได้
์ช่างไม่ยุติธรรมทำไมถึงได้มีคนที่ไม่ว่าจะทำผมทรงอะไรก็ดูดีไปหมดแบบนี้เนี่ย
ูเี่อันอยากจะทำให้เขาดูน่าเกลียดขึ้นสักหน่อยแต่พอทำเสร็จปุ๊บ เขาก็แย้มยิ้มมุมปากน้อยๆ ดูมีเสน่ห์น่าหลงใหลสุดๆไปเลย
...จนเธอเผลอใจเต้นไปกับรอยยิ้มนั้นไม่ได้
หลังนิ่งอึ้งไปนานูเี่อันก็กระแอมเล็กน้อยก่อนพูดว่า
“แป๊บนะเดี๋ยวฉันไปหยิบกระจกมาให้นาย”
เธอรีบวิ่งไปหยิบกระจกบานเล็กก่อนจะยิ้มและยื่นมันให้เขา
“นายลองดูสิรู้จักคนในกระจกหรือเปล่า? เขาชื่ออะไร?”
ลู่เป๋าเหยียนหรี่ตาลงแล้วจู่ๆเขาก็ดึงมือเธออย่างแรง ยังไม่ทันได้ถามว่าเขาจะทำอะไรเธอก็ล้มลงมานอนบนเตียงเสียแล้ว
ทรงผมเมื่อครู่เริ่มคลายตัวเส้นผมสีดำสนิทของเขาจึงดูยุ่งเหยิง ั์ตาของเขาฉายแววอันตรายนั่นทำให้เขาดูหล่อคมคายแต่ก็ไม่น่าไว้ใจในเวลาเดียวกัน
เธอใจนชักอยากจะร้องไห้
“ฮือๆ ฉันผิดไปแล้ว...”
เมื่อกี้เธอไปเอาความกล้ามาจากไหนกันถึงแกล้งเขาไปแบบนั้น
ทว่าลู่เป๋าเหยียนยังไม่ยอมปล่อยเธอแถมยังคร่อมทับเธอไว้
ูเี่อันตาเบิกกว้างอย่างใ
“นะ...นายลุกเดี๋ยวนี้นะ!ทับคนอื่นแบบนี้มันเสียมารยาทรู้ไหม!”
ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปากก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวลูบไล้เรียวปากเธอเบาๆ
“ทำไงดีล่ะตอนนี้ฉันอยากจะทำเื่เสียมารยาทมากกว่านี้อีก”
สมองของูเี่อันขาวโพลนและวินาทีต่อมาเขาก็เข้ามาริมฝีปากของเธอไว้
เขาไม่ได้จูบเธออย่างอ่อนโยนแต่ก็ไม่เร่าร้อนดุดัน ในครั้งนี้เขาจูบเธออย่างตั้งใจ ค่อยๆ ลิ้มรสเรียวปากเธออย่างละเอียดลออราวกับกำลังชิมอาหารเลิศรสที่ตัวเองเฝ้ารอมานาน
ูเี่อันกะพริบตาปริบๆจนขนตางอนยาวของเธอไปโดนใบหน้าของลู่เป๋าเหยียนเขาหยุดชะงักก่อนจะเลื่อนมาจูบเปลือกตาของเธอ ูเี่อันหลับตาพริ้มจนเขาหัวเยาะในลำคอเบาๆ อย่างพอใจ
“เด็กดี ต้องแบบนี้สิหลับตาไว้นะ”
น้ำเสียงของเขาต้องมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่แน่ๆไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รู้สึกมึนเมาไปกับเสียงของเขาแบบนี้
ูเี่อันยกมือโอบรอบคอลู่เป๋าเหยียนอย่างลืมตัวและเปิดริมฝีปากเพื่อรับััของเขา
ลู่เป๋าเหยียนประคองใบหน้าของเธอก่อนจะรุกล้ำเข้าไปหาความหวานอย่างเชี่ยวชาญสักพักเขาก็เริ่มไล่จูบร้อนลงไปตามลำคอระหงและแนวหัวไหล่ของูเี่อัน
ูเี่อันเริ่มได้สติพลางหอบหายใจ
เอ่อตอนแรกเป็เธอที่จะแกล้งเขาไม่ใช่หรือแล้วทำไมตอนนี้กลับกลายเป็เธอที่กำลังโดนเขาเอาเปรียบอยู่ซะงั้น
จู่ๆ เสียงรูดซิปก็ดังขึ้น
ลู่เป๋าเหยียนค่อยๆ รูดซิปชุดราตรีของเธอ
ูเี่อันใและรีบคว้ามือของลู่เป๋าเหยียนไว้
“ละ ลู่เป๋าเหยียน ฉะฉันอยากไปอาบน้ำ”
ตอนนี้เธอจะปฏิเสธเขาตรงๆไม่ได้ เขากำลังเมาแบบนี้อาจจะบังคับเธอหรือปล่อยเธอก็ไม่แน่
เพราะฉะนั้นการหาข้ออ้างคงเป็วิธีที่ดีที่สุด
ลู่เป๋าเหยียนมองเธออย่างแคลงใจหัวใจของูเี่อันเต้นระรัว แต่โชคดีที่ลู่เป๋าเหยียนยอมลุกขึ้น
“รีบไป”
ูเี่อันรูดซิปชุดราตรีของตนก่อนจะรีบเดินออกไปแต่ไม่ทันไรก็ถูกเขาเรียกเอาไว้
“เจี่ยนอัน” เขาชี้นิ้วไปที่ห้องน้ำ“ห้องน้ำอยู่ทางนู้น เธอจะไปไหน”
“ฉัน...”ูเี่อันขบเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะหันกลับมาเธอกำลังคิดจะกลับไปที่ห้องตัวเองน่ะสิ!
“เธอจะหนี?”ลู่เป๋าเหยียนหรี่ตามองอย่างน่ากลัว
ท่าจะไม่ดีซะแล้วูเี่อันรีบส่ายหน้า
“เปล่า ฉัน...ฉันก็แค่เดินผิดทางน่ะ”
เธอฝืนยิ้มก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปทว่าลู่เป๋าเหยียนกลับเรียกเธอไว้อีกครั้ง
“ชุดนอนเธอล่ะ?”
เธอรีบวิ่งไปที่ห้องแต่งตัวเพื่อหยิบชุดนอนออกมาเมื่อลู่เป๋าเหยียนเห็นชุดนอนสุดแสนเรียบร้อยของเธอ เขาก็หยิบมันโยนลงถังขยะทันทีูเี่อันช็อกตาค้าง
“ลู่เป๋าเหยียนนายทำอะไรเนี่ย! นายโยนชุดนอนฉันทิ้งไปแบบนั้น แล้วฉันจะใส่อะไรล่ะ?”
ลู่เป๋าเหยียนลูบแก้มเธอเบาๆก่อนตอบ
“งั้นก็ไม่ต้องใส่”
“ตาบ้า!”ูเี่อันโวยหน้าแดงก่ำ
ดีที่ลู่เป๋าเหยียนไม่ได้คิดจริงจังอย่างที่พูดเขาจูงมือเธอเข้าห้องแต่งตัวไปอีกครั้งก่อนจะมองไปยังตู้เสื้อผ้าอีกฝั่งที่แทบไม่มีเสื้อผ้าแขวนอยู่
“ทำไมชุดของเธอน้อยจัง”
ูเี่อันมั่นใจทันทีว่าเขาคงลืมไปว่าเธอกับเขาแยกห้องนอนกันว่าแล้วจึงแกล้งกระแทกเสียงอย่างไม่พอใจ
“ก็เพราะนายไม่ยอมซื้อให้ฉันน่ะสิ!”
ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อยทำสีหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อว่าตนจะเป็คนขี้เหนียวแบบนั้นเขาจึงหยิบเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกมาใหู้เี่อัน
“อย่าโกรธเลยนะพรุ่งนี้เป็วันหยุด เดี๋ยวฉันพาเธอไปซื้อเสื้อผ้ามาใส่ให้เต็มตู้ไปเลยต่อไปนี้ถ้าเสื้อผ้าแบรนด์ที่เธอชอบออกชุดใหม่ฉันจะให้พวกเขาเอามาให้เธอลองที่บ้านเลยดีไหม?”
เอ๋? เขาหลอกง่ายขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
ูเี่อันนึกอยากจะแกล้งหลอกเขาอีกสักเื่แต่ลู่เป๋าเหยียนกลับลากเธอออกมาก่อนเร่ง
“รีบไปอาบน้ำ ฉันรอเธอ”
สามคำสุดท้ายของเขาทำเอาูเี่อันนิ่งอึ้งเธอกลืนน้ำลายลงคอก่อนเอ่ย
“ฉันเป็คนอาบน้ำนานนายจะนอนก่อนก็ได้นะ ไม่ต้องรอ”
ว่าแล้วเธอก็เดินเข้าห้องน้ำไปก่อนจะถอดรองเท้าส้นสูงออกและก้าวลงไปแช่ตัวในอ่างพลางถอนหายใจ
คืนนี้คนที่เธอต้องรับมือด้วยทำไมมีเยอะจังรวมๆ กันแล้วเยอะกว่าจำนวนคนที่เธอเจอมาทั้งชีวิตอีกมั้งเนี่ยแถมลู่เป๋าเหยียนยังมาเมาจนทำตัวเป็เด็กๆ แบบนี้อีก...
แต่จะว่าไปเขาเป็แบบนี้น่ารักกว่าปกติเยอะเลย ไม่เหมือนทุกทีที่เอาแต่ดุเธอ ข่มขู่เธอ
ูเี่อันแช่น้ำอยู่กว่าครึ่งชั่วโมงตอนนี้ลู่เป๋าเหยียนก็คงหลับไปแล้วเธอสวมเสื้อเชิ้ตของเขาก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำอย่างเงียบเชียบแล้วก็เห็นลู่เป๋าเหยียนนอนนิ่งอยู่บนเตียงตามคาด ดูท่าเขาคงหลับไปแล้ว
เธอค่อยๆ ย่างก้าวอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียงและค่อยๆ ย่องไปยังหน้าประตู
ทว่าขณะที่เธอเพิ่งได้ััลูกบิดประตูสู่การเป็อิสระทันใดนั้น...
“เธอจะไปไหน”
เสียงทุ้มต่ำของเขาก็ดังขึ้นจากด้านหลังเธอรีบหน้าไปมอง ไม่รู้ลู่เป๋าเหยียนตื่นขึ้นมาั้แ่เมื่อไรดวงตาเรียวยาวคู่นั้นของเขากำลังจับจ้องเธออยู่จนเธออดหวั่นใจไม่ได้
“ฉัน...”หลังอ้ำอึ้งอยู่นานเธอก็หาข้ออ้างจนได้ “ฉันจะลงไปกินน้ำ”
คิ้วของลู่เป๋าเหยียนขมวดมุ่น
“ในห้องก็มี”
“อ้อฉันลืมไปได้ไงเนี่ย”
ูเี่อันแกล้งทำเป็หงุดหงิดตัวเองก่อนจะปล่อยมือออกจากลูกบิดเธอเดินไปรินน้ำให้ตัวเองแก้วหนึ่งก่อนจะถามเขา
“เอาด้วยไหม”
เขาไม่ตอบเธอจึงวางแก้วลงก่อนเดินเข้าไปหา
“นอนกันเถอะ”
“เมื่อกี้เธอคิดจะหนีหรือเปล่า”จู่ๆ เขาก็ถามขึ้นมา
ไม่ใช่แค่แผ่นหลังเท่านั้นแต่ตอนนี้เธอเย็นวาบไปทั้งตัว เธอไม่แน่ใจว่าลู่เป๋าเหยียนเริ่มโมโหแล้วหรือไม่จึงรีบเข้าไปกอดเขาไว้แน่น
“เปล่านะพวกเราอยู่ที่บ้านแบบนี้ แล้วฉันจะหนีไปไหนได้ล่ะ”
หลังนิ่งเงียบไปสักพักลู่เป๋าเหยียนก็ยกมือกอดตอบ
“อย่าไปไหนนะ”
“ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น”ูเี่อันให้คำสัญญา
“ฉันรับรองว่าจะไม่หนีไปไหนพวกเรานอนกันเถอะดีไหม”
เธอดึงผ้าห่มก่อนจะเอนตัวลงนอนเมื่อลู่เป๋าเหยียนเห็นดังนั้นจึงรั้งตัวเธอเข้าสู่อ้อมกอดทันทีมีแต่การทำแบบนี้เท่านั้นเขาถึงจะสบายใจ
ูเี่อันเองก็ไม่ได้ขัดขืนถ้าลู่เป๋าเหยียนไม่คิดจะทำอะไรมากกว่านี้ก็โอเคเธอขยับตัวหาตำแหน่งที่นอนได้อย่างสบายในอ้อมกอดของเขา
“ฉันนอนแล้วนะราตรีสวัสดิ์”
ช่างเถอะไม่ว่าลู่เป๋าเหยียนจะเมาหรือจะอะไร ถ้าเขาอยากให้เธออยู่ที่นี่ เธอก็จะอยู่
รอให้เขาสร่างเมาพวกเราค่อยกลับไปเป็เหมือนเดิมก็แล้วกัน
หลังจากนั้นแค่ไม่กี่นาทีูเี่อันก็หลับไปเธอไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานแค่ไหนแล้วก่อนที่จะััได้ถึงความเคลื่อนไหวของคนข้างกาย
“พ่อ...พ่อครับ...”
ขณะกำลังสะลึมสะลืออยู่นั้นูเี่อันได้ยินเสียงงึมงำของลู่เป๋าเหยียนดังขึ้น เธอจึงลืมตาตื่นทันทีแล้วก็พบว่าลู่เป๋าเหยียนกำลังกอดเธอแน่นจนเธอแทบหายใจไม่ออก
แสงไฟสีเหลืองนวลในห้องทำให้เธอมองเห็นหยดเหงื่อที่ซึมออกมาเต็มหน้าผากของลู่เป๋าเหยียน
เขา...กำลังฝันร้าย?
“ลู่เป๋าเหยียน”ูเี่อันเช็ดเหงื่อให้เขาก่อนส่งเสียงเรียก
“ลู่เป๋าเหยียน ตื่นสิ”
คนที่กำลังหลับฝันยังคงขมวดคิ้วยุ่งไม่มีทีท่าที่จะตื่นแม้แต่น้อยูเี่อันจึงทำได้แต่กอดเขาไว้
“ลู่เป๋าเหยียนนายฝันเห็นอะไรกันนะ”
ถ้าเธอฟังไม่ผิดเมื่อกี้เขากำลังเรียกหาพ่อ
สิบกว่าปีก่อนพ่อของเขาเป็ทนายความชื่อดังที่เก่งที่สุดของวงการนักกฎหมายแต่แล้วตอนที่ลู่เป๋าเหยียนอายุได้สิบหกปีพ่อของเขาก็เกิดอุบัติเหตุรถยนต์จนเสียชีวิตคาที่
ูเี่อันรู้เพียงเท่านี้ตามคำเล่าของแม่ตอนนั้นแม่ยังบอกเธออีกว่า พ่อของพี่ชายคนนั้นเพิ่งเสียไป ให้เธอช่วยไปปลอบใจเขา
แต่ทำไมหลังจากที่พ่อของเขาเสียเขากับแม่ถึงต้องมาอยู่ที่บ้านเก่าของยายเธอ?
เพราะอะไรพวกเขาถึงต้องรีบออกนอกประเทศแบบนั้นนะ?
ตอนนั้นเธอยังเด็กจึงไม่ทันสงสัยพอตอนนี้มาย้อนคิดดู เื่ราวทั้งหมดดูจะไม่ค่อยสมเหตุสมผล
แต่ถ้ามันทำให้ลู่เป๋าเหยียนถึงกับนอนฝันร้ายแบบนี้เื่ในตอนนั้นคงส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขามากแน่ๆ
เธอกอดเขาเอาไว้แน่น“ลู่เป๋าเหยียน ทุกอย่างผ่านไปแล้ว เื่ทั้งหมดผ่านไปนานหลายปีแล้ว”
ลู่เป๋าเหยียนยังคงไม่ตื่นก็จริงแต่เขาเริ่มคลายอ้อมกอดที่รัดตัวเธอ ไม่ได้นิ่งเกร็งเหมือนเมื่อครู่ราวกับได้ยินเสียงูเี่อันอย่างไรอย่างนั้นูเี่อันยังคงกอดเขาเอาไว้แน่นพลางมองสำรวจใบหน้าของเขา
ใบหน้าที่เรียบเฉยไร้อารมณ์ในทุกการกระทำของลู่เป๋าเหยียนนั้นเธอคิดมาโดยตลอดว่าเขาเป็คนที่มีจิตใจแข็งแกร่ง เธอไม่เคยคิดสงสัยเลยว่าสาเหตุอะไรกันที่ทำให้เขากลายเป็คนแบบนี้
ที่จริงประสบการณ์ของพวกเธอค่อนข้างคล้ายกันต่างคนต่างก็สูญเสียคนสำคัญของตัวเองไปใน่อายุสิบห้าถึงสิบหกปี
เธอรู้จักความเ็ปเ่าั้ดีแต่เธอไม่ได้กลายเป็คนเ็าแบบเขา เขากลายเป็นักธุรกิจใหญ่ที่ทุกคนต่างเคารพและหวั่นเกรงส่วนเธอเป็แค่แพทย์นิติเวชธรรมดาๆ คนหนึ่ง
นั่นอาจเป็ไปได้ว่าสิ่งที่ลู่เป๋าเหยียนเคยพบเจอมันหนักหนากว่าเธอหลายเท่าเขาจึงพยายามอย่างสุดกำลังที่จะยืนอยู่บนจุดสูงสุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นซ้ำอีกครั้ง
ูเี่อันลูบใบหน้าของเขาที่ไม่มีเหงื่อซึมออกมาอีกแล้วอย่างแ่เบายามที่เธอฝันร้าย เธอก็มักจะขดตัวอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของเขาอย่างสบายใจ
เพราะฉะนั้นวันนี้คงถึงตาเธอบ้างแล้วสินะนานๆ ทีพวกเธอสลับบทบาทกันบ้างก็ดีเหมือนกัน
