พอเห็นผู้รุกรานที่หมดหนทางยังคงหยิ่งจองหอง คนของแซมบอร์ดก็เริ่มโกรธมากขึ้น ดร็อกบาเป็คนแรกที่ออกมาตอแยกับอัศวินหน้าย่น “บัดซบเอ๊ย เ้าบ้านี่มาจากไหนกัน? เคยส่องดูใบหน้าอันน่าขยะแขยงของตัวเองบ้างไหม? มารดาเ้าคลอดออกมาก็เป็แบบนี้หรือไงวะ?”
ผมขาวเพียร์ซไม่ยอมล้าหลังคู่หูของตัวเอง เขาจ้องอัศวินหน้าย่นเหมือนมองไอ้โง่ตัวหนึ่งและพูดว่า “ข้าเข้าใจถูกไหม? ถึงแม้จะเป็กลางวันแสกๆ แต่ด้วยใบหน้าแบบนี้ สัตว์อสูรก็ยังกลัว การรุกรานเมืองของเราโดยไม่เจตนาก็เป็ความผิดร้ายแรง แถมยังแสร้งปลอมตัวเป็อัศวินแห่งราชอาณาจักรเราอีก ข้าหัวเราะจนตูดจะแหกอยู่แล้ว! ทำไมเ้าไม่บอกว่าตัวเองจักรพรรดิยาซินเสียเลยเล่า?”
วิธีที่สองคนนี้เย้ยหยันอัศวินหน้าย่นรุนแรงพอที่จะฆ่าคนได้
อย่างไรก็ตาม การที่จะกร่างได้ขึ้นอยู่กับการไร้ความกลัว การด่าทอดูิ่อัศวินแห่งราชอาณาจักรจะเป็ความผิดร้ายแรงหรือเล็กน้อยขึ้นอยู่กับว่ามองเื่นี้เป็อย่างไร ดูจากวิธีที่คนทั้งสองปฏิบัติกับอัศวินราชอาณาจักรแล้ว ดูเหมือนจะได้อิทธิพลจากาาอันธพาลของพวกมัน
“หาที่ตาย!”
อัศวินหน้าย่นกลายเป็หงุดหงิดสุดๆ คลื่นพลังทั่วร่างลุกโชนขึ้นมา ก่อนจะขยับดาบฟัน คลื่นดาบสองสายปรากฏขึ้นและลอยตรงไปที่คอหอยของเพียร์ซกับดร็อกบาราวกับดาวหางที่ดุร้าย ใน่เวลาต่อไป หัวพวกมันก็จะหลุดออกจากคอ
ตูม!
ทันใดนั้นก็เกิดประกายแสงขึ้น
แลมพาร์ดที่เงียบอยู่ก็โผล่ออกมาและต่อยไปหมัดหนึ่ง ลำแสงขนาดเท่ากับเอวปะทะกับคลื่นดาบ เมื่อพลังงานทั้งสองเจอกันก็ะเิออกมา พื้นที่รอบๆ สั่นะเื คนที่อยู่ด้านข้างถูกพัดกระเด็น กระทั่งพวกที่มีฝีมือในการป้องกันอยู่บ้างก็ยังถูกพัดไป จากมุมมองของพวกมันแล้ว รู้สึกเหมือนกับพายุทอร์นาโดหมุนอยู่ตรงหน้า บังคับให้พวกมันต้องถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว
และ่เวลานี้เองที่บรู๊คเกิดความคิดอย่างหนึ่งขึ้น
คำด่าทอเสียดสีของ 'สองอสุรกาย' ได้จุดประกายความคิดอันเหลวไหลและโง่งมให้สว่างวาบอยู่ในหัวของบรู๊ค
เขาเดินหน้าไปหนึ่งก้าวและเตะใส่ไปหนึ่งที ราวกับไม่ได้ตั้งใจ ต่อหน้าต่อตาที่ตกตะลึงจนพูดไม่ออกของคนรอบข้าง เขาเตะตราของอัศวินราชอาณาจักรนั่นลอยไปตกในพุ่มไม้ที่อยู่ห่างไปไกล หลังจากนั้นบรู๊คก็พูดด้วยรอยยิ้มฉลาดแกมโกงบนใบหน้า “เ้าบอกว่าตัวเองเป็อัศวินของราชอาณาจักรงั้นหรือ? มีอะไรมาพิสูจน์ได้ไหม? ขอเดาว่าไม่มีล่ะสิ? เฮอะ ช่างไม่กลัวเกรงเอาเสียเลย แสร้งทำเป็อัศวินแห่งราชอาณาจักร ไม่รู้จักที่ตายจริงๆ ทุกคนอัดมันให้น่วมด้วยทุกอย่างที่ตัวเองมีเลย!"
เห็นได้ชัดว่าเขากำลังโกหก แต่ไม่มีทางที่เขาจะยอมรับแน่!
“ไร้ยางอายนัก...” ดร็อกบาถอนใจ รู้สึกอายแทนบรู๊ค
“ใช่แล้ว ความไร้ยางอายของเขาก็เหมือนกับเ้าเมื่อก่อนหน้านี้เช่นกัน” เพียร์ซลูบคลำคางตัวเอง
“เ้า...” หัวหน้าอัศวินหน้าย่นชี้นิ้วไปมาที่พวกเขาอย่างไม่อยากเชื่อ การกระทำที่ไร้ยางอายเช่นนี้ทำให้เขาพูดไม่ออกและใกล้จะคลั่งขึ้นมาแล้ว
ชาวนาไร้ค่าพวกนี้ กล้าทำแบบนี้ได้อย่างไร?
แม้แต่ในความฝันของมันก็ไม่อาจนึกภาพว่า หลังจากแสดงตราของราชอาณาจักรไปแล้ว พวกมันไม่เพียงไม่ร้องขอชีวิต กระทั่งรวบรวมความกล้ากัดมันกลับด้วย บอกว่ามันเป็ตัวปลอม ศักดิ์ศรีของผู้นำถูกท้าทายโดยเหล่าชาวนาผู้โง่เขลา จนหลงลืมความโกรธไปชั่วขณะ มันขบกัดฟันทองของตัวเองจนแทบจะแตกได้ทุกเวลา
ช่างสมกับเป็กลุ่มโจรผู้ร้ายจริงๆ!
แต่ในตอนนี้ ไม่ใช่เวลาที่มันจะมาอวดความภาคภูมิใจ 'อัศวินแห่งราชอาณาจักร' ของมัน
เพราะนักรบของแซมบอร์ดล้วนพุ่งเข้าใส่ และล้อมมันไว้ตรงกลาง
เอเลน่าลงมือเป็คนแรก ด้วยนิ้วผอมเรียวที่มีเสน่ห์ของเธอ ลูกธนูเวทมนตร์สายฟ้าถูกปล่อยออกไปยังจุดสำคัญของหัวหน้าอัศวินหน้าย่น ในขณะเดียวกัน กระแสไฟฟ้าที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่บนร่างของแลมพาร์ดก็ะเิออกมา พร้อมจะปล่อยหมัดออกไปอย่างรุนแรง โดยมีกระแสไฟฟ้าแล่นเปรี๊ยะๆ อยู่ตรงกลาง นอกจากนี้ ดร็อกบากับเพียร์ซที่สวมชุดเกราะอัศวินโกลด์เซนต์ทอรัสกับแคปปริคอนก็เริ่มปล่อยท่าไม้ตายของตัวเองบ้างแล้ว
แรงกดดันเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
“เ้าพวกชาวนา ฝากไว้ก่อนเถอะ อีกไม่นาน ข้าจะมาเอาคืนในสิ่งที่พวกเ้าทำในวันนี้!” อัศวินหน้าย่นรู้ว่ามันไม่อาจจัดการทั้งหมดนี้ได้ จึงกระทืบเท้าลอยออกไป ทิ้งพื้นที่่พังทลายไว้เื้ั
มันทำได้แค่หนี
แม้ว่าอารมณ์ของมันจะเต็มไปด้วยความโกรธ ้าสังหารกลุ่มคนตรงหน้าให้เป็เนื้อสับ ทว่าแม้จะตกอยู่ในห้วงอารมณ์โกรธเกรี้ยวแต่เขาก็ยังรักษาสติปัญญาไว้ได้ เขาตระหนักได้ว่าถ้าพวกชาวนาไม่กลัวตราอัศวินแห่งราชอาณาจักรนี่แล้ว การอยู่ที่นี่ต่อไปแม้เพียงนิดเดียวก็อาจเป็การแส่หาความตายจริงๆ ฝ่ายตรงข้ามเป็กลุ่มนักธนูที่มีฝีมือราวกับพระเ้า ทั้งนักรบระดับสี่ดาวหรือสองดาวต่างก็มีทักษะข่มขู่พวกมัน แทนที่จะยืนหยัดต่อสู้ จะเป็การดีกว่าถ้ามันหนีไปก่อน และนำกำลังเสริมกลับมาทำลายเมืองเล็กๆ นี่ทีหลัง
“เร็วเข้า อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้!” บรู๊คหน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่คิดว่าหัวหน้าอัศวินหน้าย่นจะนิ่งขนาดนี้และตัดสินใจหนีไป
ตูม ตูม ตูม ตูม!
ลูกธนูน้ำแข็งชะลอความเร็วหลายดอกเชื่อมโยงกันหัวจรดปลายเหมือนกับเส้นใย ลอยตรงไปหาหัวหน้าอัศวินหน้าบากที่อยู่บนฟ้า ความรวดเร็วในการยิงธนูของเอเลน่าสร้างความเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้น เร็วเกินกว่าตาเปล่าจะจับภาพทัน
“หมัด...สาย...ฟ้า!”
แลมพาร์ดแผดเสียง ลำแสงสีเงินหลายสายะเิออกมาจากหมัดของเขา กระแสไฟฟ้าหลายเส้นทำลายคลื่นพลังป้องกันสำหรับอัศวินที่อยู่บนฟ้า เสียงเต็มฟ้าราวกับสิ้นโลก จนผู้เฝ้ามองตื่นตระหนก
ยอดฝีมือทั้งสองของแซมบอร์ดก็มีการตอบสนองอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ทั้งสองปล่อยไม้ตายของตัวเองในเวลาเดียวกัน เพื่อบังคับให้อัศวินหน้าย่นรั้งอยู่แทนที่จะหลบหนีไป
หัวหน้าอัศวินหน้าย่นหัวเราะกับความพยายามอันเล็กน้อยของคนพวกนี้ และสวนกลับด้วยคลื่นดาบที่เปล่งประกายในอากาศ ทำลายลูกธนูและลำแสงของหมัดสายฟ้าซึ่งอยู่ห่างจากมันเกินหนึ่งเมตร
ความแข็งแกร่งของเขาสูงมาก ประกอบกับประสบการณ์ต่อสู้ที่ล้นปรี่ เพราะฉะนั้น การจะหยุดเขาคงเป็เื่ที่ทำได้ยาก
ภายในไม่กี่ก้าว มันก็ห่างออกไปสองเมตรแล้ว
“ฮ่าๆ ครั้งหน้าข้าจะกลับมาที่นี่ พวกเ้าทั้งหมดต้องตาย...” เสียงหัวเราะอย่างชั่วร้ายของอัศวินหน้าย่นดังขึ้นจากเส้นขอบฟ้า เห็นได้ชัดว่ามันอยู่ไกลเกินไปที่จะไล่ตาม
“โชคร้ายจริงๆ ที่พวกเราปล่อยให้มันหนีไปได้...” บรู๊คถอนใจ เพิ่งจะวางแผนแก้ไขปัญหาเื่นี้แท้ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาไม่้าสร้างความวุ่นวายใดๆ ให้กับซุนเฟยที่ตอนนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง
“มันจะไม่มีครั้งต่อไปหรอกนะ” จู่ๆ ก็เสียงเรียบๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งโผล่ขึ้นมา
เมื่อเสียงพูดจบลง ทันใดนั้นก็มีประกายแสงสีฟ้าปรากฏขึ้นมาพร้อมกับอากาศที่ว่างเปล่าเบื้องหน้าถูกฉีกออกกว้าง กลายเป็ประตูมิติสีฟ้าที่สูงกว่าสองเมตรปรากฏออกมา วินาทีถัดมาก็มีเงาแสงสีแดงทะยานออกมาจากประตูมิติสีฟ้าอย่างรวดเร็ว ที่น่าใก็คือ เงาร่างที่กำลังทะยานอยู่ในอากาศว่องไวมากเสียจนยากจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ประหนึ่งเงาภูติผีพราย ร่างนั้นไม่ได้ะเิคลื่นพลังที่น่าสะพรึงกลัวหรือแม้แต่ท่วงท่าที่สวยงามตระการตา แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของหัวหน้าอัศวินหน้าย่น จากนั้นก็มีเงาร่างที่เหมือนกับขอนไม้ร่วงตกลงพื้น จากนั้นก็แน่นิ่งไป
และเงาสีแดงก็ลอยกลับเข้าประตูมิติ เสียงวิ้งๆ ดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ประตูมิติสีฟ้าจะหายไป
เื่ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นในชั่วพริบตา
รวดเร็วจนไม่มีใครตอบสนองได้ทัน
มีเพียงไม่กี่คนที่ได้เห็นสตรีปริศนา
เอเลน่า แลมพาร์ด สองอัศวินโกลด์เซนต์ บรู๊คและคนอื่นๆ ต่างพากันตกตะลึง พวกเขาจำได้ว่าหญิงนางนี้เป็คนที่ปรากฏตัวขึ้นมาใน 'เมืองวีรบุรุษ' ที่เขาวงกตใต้ดินในฐานะอาจารย์ผู้สอนวิชาการต่อสู้ที่เก็บตัวเป็อย่างมาก นางสอนวิชาพื้นฐานสุดๆ ไม่มีใครเชื่อว่าฝีมือแท้จริงของนางจะสูงมากขนาดนี้ แม้แต่ยอดฝีมือสี่ดาวระดับสูงสุดยังไม่อาจรอดจากการลงมือเพียงครั้งเดียวของนาง เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าพวกเขาละเลยวิชาเรียนของนางแล้ว ดร็อกบากับเพียร์ซก็มองหน้ากัน ตัวสั่นเทาและเหงื่อเย็นเยียบก็ไหลออกมา
หลังจากเงียบงันไปชั่วเวลาหนึ่ง แลมพาร์ดก็ทะยานออกไป ผ่านไปไม่กี่่ลมหายใจ เขาก็ลากตัวอัศวินหน้าย่นกลับมาแล้วโยนลงบนพื้นต่อหน้าทุกคน
“มันยังไม่ตาย” แลมพาร์ดพูด
หัวหน้าอัศวินหน้าย่นหวาดกลัวมาก
ร่างลึกลับปรากฏขึ้นจากไหนไม่รู้ ไม่เพียงแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ แม้แต่การเคลื่อนไหวก็ยังไม่อาจอธิบายได้เช่นกัน ด้วยความแข็งแกร่งของเขา ยังไม่อาจตอบสนองการโจมตีครั้งเดียวของผู้หญิงลึกลับนั้นได้ และถูกปิดผนึกพลังกับจำกัดการเคลื่อนไหว นอกเหนือจากการคุยด้วยปากแล้ว มันไม่อาจขยับสักนิ้วได้เลย
“พวกเราจะจัดการกับมันอย่างไรดี?” แลมพาร์ดเอ่ย
บรู๊ครำพึงกับฝูงชน นี่เป็คำถามที่ค่อนข้างยาก
เขารู้ดีว่าอัศวินหน้าย่นนี่น่าจะเป็อัศวินของราชอาณาจักรจริงๆ เพราะทั้งราชอาณาจักรเซนิท มีเพียงไม่กี่คนที่มีอำนาจมากพอที่จะสั่งการนักรบระดับสี่ดาวให้ทำงานได้ แต่อัศวินพวกนี้กลับติดตามาาของแบล็คสโตน ชื่อสุ่ยกับเธรซมาโจมตีเมืองแซมบอร์ด แสดงว่าทางราชอาณาจักร้าที่จะทำลายเมืองแซมบอร์ดงั้นหรือ? แต่หลังจากครุ่นคิดอย่างจริงจังแล้วก็ดูไม่เข้าทีเอาเสียเลย ถ้าอยากทำลายเมืองแซมบอร์ดจริงๆ อัศวินแห่งราชอาณาจักรทั้งหมดก็ควรมาปรากฏตัวที่หน้าเมืองแซมบอร์ด คงไม่ใช่แค่ส่งทหารม้าเกราะดำที่นำโดยสามาาพวกนี้ มันต้องมีสาเหตุพิเศษอยู่เื้ัเื่นี้อย่างแน่นอน
เขาไม่สนใจหัวหน้าอัศวินหน้าบาก หันส่งสายตาให้กับ 'สองอสุรกาย' ดร็อกบากับเพียร์ซ
ดร็อกบากับเพียร์ซเข้าใจในเจตนาของเขา
เสียงหักนิ้วดังลั่นพร้อมกับรอยยิ้มที่มีเจตนาร้าย พวกเขากระชากตัวาาของเธรซ แบล็คสโตน และซื่อซุยอย่างรุนแรงโดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องของพวกนั้น แล้วลากเหมือนกับกำลังลากหมูตายไปยังทุ่งหญ้าด้านหลังเนินเขา
ไม่ช้า เสียงกรีดร้องของเหล่าาาก็เงียบหายไป
ต่อมาก็มีเสียงชกผสมกับเสียงตบเป็พายุ จากนั้นก็เป็เสียงกรีดร้องอ้อนวอนจากสามาา ผสมกับเสียงหัวเราะและแผดเสียงที่น่าขนลุกดังออกมาจากทุ่งหญ้าหลังเนินเขานั่น ลอยเข้ามาในหูของทุกคน
หลังจากนั้นสักพัก 'สองอสุรกาย' ก็ลากสามาาที่จมูกหักฟันร่วงลงมาจากยอดเขา
ดร็อกบากระซิบที่หูของบรู๊ค บอกเขาทุกอย่างที่ได้จากการทรมานสามคนนั้นอย่างละเอียด
บรู๊คพยักหน้า ความหนักอึ้งในใจสุดท้ายก็ผ่อนคลายลง
เหมือนกับที่เขาคิดไว้แต่แรก สี่อัศวินนั่นไม่ได้มาเพราะคำสั่งของราชอาณาจักร กลับกัน พวกเขาถูกสั่งการโดยหนึ่งในสิบอัศวินผู้ตัดสินแห่งราชอาณาจักร พวกมันเป็ผู้ติดตามอันภักดีของอัศวินอาทิตย์ทองคำซัตตันมาช่วยสามาามาทำลายเมืองแซมบอร์ด การกระทำของพวกมันไม่ได้เป็ตัวแทนของราชอาณาจักร
ข้อเท็จจริงไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เขาคิด แต่หลังจากรับทราบความจริง เขาจะจัดการนักโทษสี่คนนี้อย่างไรดี?
พอรู้สึกได้ถึงสายตาอันเ็าของบรู๊ค ถึงแม้หัวหน้าอัศวินหน้าย่นจะขยับมือไม่ได้ แต่ก็ยังคงรักษาท่าทีดุร้ายของตัวเองไว้ ส่วนาาทั้งสามคนนั้นที่โดน 'สองอสุรกาย' ทรมานกำลังสำนึกเสียใจและกรีดร้องราวกับว่าจะไม่มีวันพรุ่งนี้
“ฆ่า!” บรู๊คพูดโดยไร้ความกลัว เขารีบทำการตัดสินใจ
“เ้า...เ้ากล้า?” หัวหน้าอัศวินหน้าบากแผดเสียง ในน้ำเสียงแฝงความข่มขู่
แต่กะโหลกของมันก็ถูกทำลายโดยดร็อกบา เมื่อไร้คลื่นพลังคอยปกป้องกาย มันจึงง่ายที่จะถูกทุบให้แตก อัศวินโกลด์เซนต์ทอรัสขยี้เท้าตัวเองที่เปื้อนเืและสมองของอัศวินหน้าย่นลงกับพื้น โดยที่ไม่ใส่ใจกับท่าทางขยะแขยงของฝูงชน เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ทะนงว่า “เห็นชัดๆ ว่าก้อนหินแข็งกว่ากะโหลกของยอดฝีมือ!”
อีกด้านหนึ่งเหล่าเทศกิจก็ยกมีดของตัวเองขึ้นมา ร่างกายของสามาาที่ฉี่แตกรดกางเกงพยายามร้องอ้อนวอนไม่กี่วินาทีก่อน ก็ถูกผ่าออกเป็สองท่อน
-----------------
