ม่อหรานปรารถนาเพียงหลีกหนีความวุ่นวายของราชสำนัก ใช้ชีวิตอย่างสงบ ห่างไกลจากเล่ห์กลและการแก่งแย่งอำนาจ
แต่สิ่งที่เขาไม่อาจคาดคิดได้เลย คือชายผู้บัลลังก์ัจะเสด็จมาพบเขาด้วยพระองค์เองตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฮ่องเต้หลี่เซวียนหยวนหาได้ปฏิบัติต่อเขาอย่างโหดร้ายไม่ พระองค์เคยเมตตาแม้จะทรงหูเบาไปบ้างในบางครา แต่ความจริงหนึ่งไม่อาจปฏิเสธได้การที่ม่อหรานก้าวขึ้นเป็แม่ทัพั้แ่อายุยังน้อย ล้วนเกิดจากการผลักดันของฮ่องเต้ผู้นี้
ความคิดเ่าั้ปะทะกันในใจ ก่อนที่ม่อหรานจะเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยอารมณ์ที่เก็บงำมานาน
“ชีวิตของกระหม่อมสูงเสียดฟ้า…ก็ด้วยพระองค์” เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ
“และชีวิตของกระหม่อมจะตกต่ำถึงเพียงนี้…ก็ด้วยพระองค์เช่นกัน”
แก้วชาที่อยู่ในพระหัตถ์ของฮ่องเต้หลี่เซวียนหยวนสั่นไหวเล็กน้อย ไออุ่นเหนือผิวน้ำชาแปรเปลี่ยนเป็ความหนักอึ้งในพระทัย
“ท่านแม่ทัพ…” พระองค์ตรัสช้า ๆ ราวกับต้องใช้ความกล้าทั้งหมดที่มี “เราขอโทษ”
คำขอโทษจากปากของผู้ครองแผ่นดิน มิใช่สิ่งที่จะได้ยินกันโดยง่ายแต่คำพูดนั้น หากสามารถซื้อใจคนดีมีฝีมือ ให้กลับมาปกป้องโอรสของพระองค์ได้ย่อมคุ้มค่ากับศักดิ์ศรีที่ต้องวางลงชั่วคราว ม่อหรานนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามออกมาอย่างตรงไปตรงมา “ในเมื่อฝ่าาเสด็จมาพบข้าในวันนี้…ทรงมีพระประสงค์อันใด”
ฮ่องเต้หลี่เซวียนหยวนมิได้หลบเลี่ยง สายพระเนตรแน่วแน่ “ข้า้าเชิญท่านกลับเข้าสู่ราชสำนักอีกครั้ง”
หัวใจของม่อหรานกระตุกวูบ “และอีกหน้าที่หนึ่ง” พระองค์กล่าวต่ออย่างชัดเจน “คือให้การสนับสนุนบุตรชายของข้า”
ม่อหรานกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธทว่าในวินาทีนั้นเอง ฮ่องเต้หลี่เซวียนหยวนกลับยิ้มออกมารอยยิ้มที่ไร้ความอบอุ่น เหี้ยมเกรียม และเต็มไปด้วยนัยที่ทำให้ผู้มองไม่อาจมองข้าม
“ในเวลานี้” พระองค์ตรัสขึ้นช้า ๆ ราวกับจงใจให้ทุกถ้อยคำตกลงหนักอึ้ง “ทั่วทั้งราชสำนักต่างรับรู้ถึงการกลับมาของท่านแล้ว”
ม่อหรานนิ่งไปเล็กน้อย “และบุตรชายของข้า” ฮ่องเต้กล่าวต่อ น้ำเสียงแฝงความขบขันที่ไม่ถึงดวงตา
“ก็อวดอ้างความสามารถของท่านอย่างเกินจริงไปมาก” สายพระเนตรคมกริบทอดมองเขาโดยตรง
“หากท่านคิดจะอยู่รอดด้วยกำลังฝีมือของตนเอง และใช้ชีวิตอย่างสงบในเมืองหลวง”
พระองค์หยุดเล็กน้อย ก่อนตรัสต่อ “เกรงว่ามันจะไม่ง่ายอย่างที่ท่านหวังไว้”
ถ้อยคำเ่าั้ เป็ทั้งคำเตือนและคำขู่ในคราเดียวกันหากม่อหรานไม่เลือกยืมอำนาจของฮ่องเต้เขาย่อมต้องเผชิญกับสายตานับไม่ถ้วน ความระแวง ความอิจฉา และคมดาบที่ซ่อนอยู่ในเงามืด
ภายในเมืองหลวงแห่งนี้ผู้มีชื่อเสียง…ย่อมไม่มีทางอยู่อย่างสงบได้ด้วยตนเองม่อหรานหัวเราะในลำคออย่างแ่เบา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นจัด ปราศจากความเกรงใจใด ๆ “บุตรชายของฝ่าา ช่างเป็ตัวปัญหานัก”
ฮ่องเต้ชะงักไปเล็กน้อยม่อหรานกล่าวต่อ สายตานิ่งสงบ หากถ้อยคำกลับเฉียบคมราวใบมีด
“หากรู้เช่นนี้…วันนั้นข้าน่าจะปล่อยให้เขาตายอยู่กลางป่าเสียให้สิ้นเื่”
ความเงียบงันถาโถมเข้าปกคลุมโรงเตี๊ยมในบัดดลคำพูดนั้นหยาบคายเ็าและอุกอาจอย่างยิ่งหากผู้ที่เอ่ยออกมา คือชายที่เพิ่งช่วยชีวิตโอรส์ไว้คำพูดนั้นจึงไม่ใช่การท้าทายแต่เป็การ ชั่งน้ำหนักระหว่างอำนาจกับศักดิ์ศรี
“ตกลง” ม่อหรานเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น “ข้าจะเป็พี่เลี้ยงให้กับบุตรชายของท่าน”
ฮ่องเต้หลี่เซวียนหยวนกำลังจะยิ้ม ทว่าอีกฝ่ายกล่าวต่อโดยไม่เว้นจังหวะ
“แต่ตัวข้า จะไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเื่ภายในราชสำนักอย่างเด็ดขาด”
คำพูดนั้นชัดเจน ไม่เปิดช่องให้ต่อรอง เป็เส้นแบ่งที่ม่อหรานขีดไว้เพื่อปกป้องอิสรภาพของตนเองฮ่องเต้หลี่เซวียนหยวนมิได้แสดงความไม่พอใจ กลับกันพระองค์ยิ้มออกมาอย่างพึงพระทัย รอยยิ้มของผู้ที่ได้ในสิ่งที่้า
“เราพึงพอใจยิ่งนัก” พระองค์ตรัสเสียงเรียบ “ที่เ้ายอมกลับมาทำงานให้เราอีกครั้ง”
ม่อหรานนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถึงความ้าของตนอย่างตรงไปตรงมา “กระหม่อมมีข้อเรียกร้องอีกประการหนึ่ง”
ฮ่องเต้พยักหน้าให้กล่าวต่อ
“กระหม่อม้าเปิดสำนักคุ้มภัยเล็ก ๆ เป็ของตนเองหวังว่าฝ่าาจะทรงสนับสนุน”
ฮ่องเต้หลี่เซวียนหยวนหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพยักหน้าอย่างไม่ลังเล
“ข้อเรียกร้องของเ้า ช่างเล็กน้อยยิ่งนัก”
เมื่อข้อตกลงเป็ที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย ฮ่องเต้หลี่เซวียนหยวนจึงมีพระราชดำริจะพระราชทานจวนหลังหนึ่งให้แก่ม่อหราน พร้อมทั้งเรียกคืนทหารเก่าที่เคยอยู่ใต้การบังคับบัญชาของเขา ให้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
แม้ม่อหรานจะกลับมารับตำแหน่งแม่ทัพอีกครั้งแต่เขาก็ไม่เคยคิดจะพึ่งพาเพียงเบี้ยหวัดจากทางการเขารู้ดีว่า รายได้เพียงเท่านั้นไม่อาจหล่อเลี้ยงชีวิตให้สุขสบายได้ หากยังต้องดูแลทั้งตนเองและคนรัก อีกทั้งประสบการณ์ในอดีตได้สอนเขาอย่างเ็ปอำนาจและตำแหน่ง ล้วนไม่จีรัง
ในยามนี้ ม่อหรานไม่คิดจะพึ่งบารมีของตระกูลอีกต่อไป ไม่ว่าตระกูลนั้นจะยิ่งใหญ่เพียงใด เขาเลือกจะยืนอยู่บนลำแข้งของตนเอง สร้างรากฐานที่ไม่มีผู้ใดสามารถพรากไปได้ง่าย ๆ กิจการการค้าจึงมิใช่เพียงหนทางแสวงหาทรัพย์หากเป็หลักประกันของอิสรภาพสำนักคุ้มภัยที่เขากำลังจะก่อตั้ง คือเส้นทางใหม่ที่เขาเลือกเดิน เป็กิจการสุจริต ไม่ขึ้นตรงต่ออำนาจผู้ใด และไม่ผูกมัดชีวิตไว้กับการเมืองในราชสำนัก
