หวังชีผู้ออกมาจากเงามืดในจิตใจเื่ที่ลูกสะใภ้พยายามฆ่าตัวตายได้สำเร็จ เขาปั้นหน้าขรึมชี้นิ้วไปทางคนสกุลโจวที่กำลังรอชมเื่สนุกสนานว่า “ไปเรียกผู้นำตระกูลของพวกเ้ามา ให้เขาได้เห็นกับตาว่าโจวทงมันเป็ตัวอะไร!”
ครอบครัวของเขากำลังกลัดกลุ้มอยู่พอดีว่า จะตอบแทนหลี่ชิงชิงและครอบครัวสกุลหวังอย่างไร นี่มิใช่หรือ โจวทงได้มอบโอกาสอันดีงามนี้มาให้พอดี
ยามนี้บ้านของโจวทงทั้งภายนอกและภายในล้วนเต็มไปด้วยฝูงชน ผู้นำตระกูลโจววิ่งเข้ามาราวกับต้องเผชิญหน้ากับข้าศึกใหญ่ ไห่ซื่อในยามนี้ถูกทั้งหลิวซื่อ เฟิ่งซื่อและสตรีอีกสองสามคนตบตีจนผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยนิ้วมือ เสื้อนอกถูกฉีกทึ้งจนขาดวิ่นไปหมด
ผู้นำตระกูลโจวโมโหจนด่ากราดว่า “หวังเยวี่ยแต่งงานกับหลานชายของข้ามานานหลายปี นางยังไม่รู้เลยว่าหลานของข้าไร้สมรรถภาพทางเพศ คำพูดที่พวกเ้าพ่นออกมาเต็มปากเต็มคำล้วนแต่เป็สิ่งปฏิกูลทั้งสิ้น วาจาเลอะเทอะไร้สาระสิ้นดี!”
หวังชีโต้กลับ “หลานชายของเ้าเป็คน แล้วหลานสาวของข้ามิใช่คนหรือ? หลานชายของเ้าไม่มีไข่ ของลับก็เล็กอย่างกับหนอนผีเสื้อ แล้วยังกล้าโยนกระโถนฉี่ที่มิอาจมีบุตรได้มาใส่หัวหลานสาวของข้า เสียเวลารวดเดียวถึงเจ็ดปี มารดาเ้าเถอะ ยามนี้ยังมีหน้ามาเอ่ยแทนหลานชายของเ้าอีก ข้าว่านะ ข้าวที่เ้ากินมาตลอดนี่มันลงไปอยู่ในท้องสุนัขแทนหมดแล้วใช่หรือไม่?”
หนอนผีเสื้อของเมืองเซียงเป็แมลงขนาดเล็กที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งชุ่น และขนาดยังเล็กเท่ากับตะเกียบ
ยามที่หวังชีเห็นร่างกายส่วนล่างของโจวทง วินาทีนั้นเขาพลันนึกถึงหนอนผีเสื้อขึ้นมาทันที
ทั้งบุรุษและสตรีในตระกูลพากันด่าตาม ไม่ว่าจะเป็ “กล่องดวงใจไร้ประโยชน์” “ไข่ขยะ” “ราวกับบุรุษถูกตอนก็ไม่ปาน” “ยังไม่สู้แม้แต่สุนัข” ด่าจนผู้นำตระกูลโจวมีสีหน้ามืดครึ้มจนแทบจะคั้นน้ำออกมาได้
เหล่าคนสกุลโจวไม่กี่คนที่มามุงดู แม้จะไม่อยากสอดมือเข้าไปยุ่งเื่ที่ไห่ซื่อโดนทุบตี แต่ก็มิอาจยืนมองท่านผู้นำตระกูลโจวถูกด่าอยู่เฉยๆ ได้ พวกเขาไม่ถามผิดถูกก็พุ่งตัวเข้าไปต่อกรกับคนสกุลหวังด้วยการด่า ยิ่งไปกว่านั้นยังชูกำปั้นหมายจะต่อยคนอีกด้วย
หวังชีย่อมไม่กลัวการต่อสู้ หลายปีที่ผ่านมาคนในตระกูลหวังล้วนเคยผ่านการต่อสู้กับคนนอกสกุลมาทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าที่นี่คือหมู่บ้านสกุลเฟิง เป็เขตอิทธิพลของฝั่งตรงข้าม เขากลัวว่าหากสองตระกูลต่อสู้กันขึ้นมาจนเลยเถิดไปถึงชีวิต ทางการจะโยนความผิดฐานสังหารคนให้ตระกูลหวังแทน ดังนั้นหวังชีจึงหันไปคำรามใส่หัวหน้าสกุลโจวว่า “ไปขอพบเ้าหน้าที่ทางการในอำเภอ!”
หลี่เจิ้ง [1] เทียบเท่ากับเ้าหน้าที่ระดับหมู่บ้าน นามของเขาอยู่ในรายชื่อเ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านของทางการระดับอำเภอ ในทุกปีเขาจะต้องเข้าเมืองเพื่อรับฟังโอวาทจากนายอำเภอ และทุกๆ สามเดือนเขายังสามารถรับเหรียญทองแดงจำนวนสิบกว่าเหรียญได้ด้วย
หมู่บ้านสกุลหวังเป็หมู่บ้านขนาดใหญ่ มีประชากรเยอะ ตระกูลหวังเองก็เป็ตระกูลเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานหลายร้อยปี หวังชีที่เป็ผู้นำตระกูลย่อมถูกแต่งตั้งจากนายอำเภอให้เป็หลี่เจิ้งประจำหมู่บ้านตระกูลหวัง และเขายังเป็เ้าหน้าที่ระดับหมู่บ้านที่เคร่งครัดตามมาตรฐาน
ส่วนตระกูลโจวนั้นมิได้มีประวัติความเป็มาที่ยาวนานเท่าไรนัก ยังไม่ถึงห้าสิบปีเลยด้วยซ้ำ ชาวบ้านประมาณสองในสามของหมู่บ้านเฟิงใช้แซ่เฟิง ผู้นำของตระกูลโจวจึงเป็เพียงผู้นำของตระกูล ไม่ได้เป็หลี่เจิ้งของหมู่บ้านเฟิงแต่อย่างใด
ผู้นำตระกูลโจวไม่เคยพบนายอำเภอมาก่อนด้วยซ้ำ หากก่อเื่ขึ้นที่ทางการ คนที่หวังชีรู้จักมักคุ้นย่อมมีมากกว่าที่ผู้นำตระกูลโจวรู้จักไม่น้อย
ผู้นำตระกูลโจวเห็นว่าหวังชีไม่คล้ายจะข่มขู่คน ดังนั้นเขาจึงะโใส่คนในตระกูลที่เผยสีหน้าหวาดผวาทันทีที่ได้ยินคำว่าทางการว่า “ถอยออกไปให้หมด!” จากนั้นก็เอ่ยอย่างโกรธเกรี้ยวไปทางหวังชีว่า “นี่เป็เื่ในครอบครัว ไม่จำเป็ต้องไปพบใต้เท้านายอำเภอ ครอบครัวของเ้าอยากจะหย่า เช่นนั้นก็จงหย่าเสีย มีสิทธิ์อันใดมาทำลายชื่อเสียงของหลานชายข้า ซ้ำยังตีทั้งหลานชายทั้งสะใภ้ของข้าจนมีสภาพเช่นนี้อีก?”
หวังชีก้าวไปข้างหน้า เอ่ยว่า “เบิกตาของเ้าแล้วดูหนอนน้อยของหลานชายเ้าเสีย ดูสิว่าเป็ตระกูลของพวกเราที่ทำลายชื่อเสียงของหลานชายเ้าหรือไม่!” เขาลอบคิดในใจว่า ตาแก่เช่นข้ามิได้อยากจะโหดร้ายกับพวกเ้าเลยด้วยซ้ำ เป็พวกเ้าที่บีบบังคับข้าเอง!
หวังจื้อ หวังเหอ และหวังเจินรีบลากโจวทงซึ่งมีใบหน้าบวมเป่งราวกับหัวหมู อัปลักษณ์เสียจนจำรูปลักษณ์อันหล่อเหลาแต่ก่อนของเขาไม่ได้ไปตรงหน้าผู้นำตระกูลโจวทันที
ปากของโจวทงถูกอุดเอาไว้ทำให้ไร้หนทางจะเปล่งเสียง ทำได้เพียงปัสสาวะราด
ไห่ซื่อร่ำไห้ปานจะขาดใจ นางรู้ดีว่าต่อให้ร่างกายของโจวทงไม่มีปัญหา ทว่าการเปิดเปลือยต่อหน้าทุกคนเช่นนี้ ในอนาคตเขาย่อมมิอาจลืมตาเงยหน้ามองใครได้อีก
หากนางรู้มาก่อนว่าหวังเยวี่ยกล้าหย่าขาดกับโจวทง ตระกูลหวังดุร้ายถึงเพียงนี้ และคนสกุลหวังยังกล้าทำกับโจวทงเช่นนี้ นางย่อมไม่มีทางกล้าทำร้ายหวังเยวี่ยแม้แต่ปลายเส้นผม
ภายใต้สายตาที่จดจ้องของเหล่าฝูงชน กางเกงคู่นั้นของโจวทงก็ถูกถอดออกด้วยประการนี้เอง
“เล็กเหลือเกิน!”
“์ทรงโปรด บุตรชายของข้าอายุห้าขวบ ไอ้จ้อนของลูกข้ายังใหญ่กว่าของเขาอีก!”
“บอกว่าเหมือนหนอนผีเสื้อยังใหญ่ยิ่งกว่า ข้าว่าเหมือนกับมดมากกว่า!”
“ถุย ไข่ของไก่ตัวผู้ที่บ้านข้าเลี้ยงไว้ยังใหญ่กว่าไข่ของเขาอีก!”
“จุๆ โจวทงผู้นี้หลอกลวงภรรยาของเขามานานหลายปี ภรรยาของเขาเชื่อคำลวงโลกเช่นนี้ไปได้อย่างไร?”
คนที่อยู่ในเหตุการณ์ยามนั้นไม่ได้มีเพียงครอบครัวตระกูลหวัง และคนในสกุลหวังเท่านั้น ยังมีคนในตระกูลเฟิงของหมู่บ้านเฟิง และคนนอกสกุลอีก
มีบางคนมองไปยังโจวทง หลังจากนั้นก็มองไปทางผู้นำของตระกูลโจว สีหน้าที่แสดงออกราวกับบอกว่า ส่วนล่างของบุรุษแซ่โจวนั้นล้วนเหมือนกันหมดอย่างไรอย่างนั้น
นี่ทำให้ผู้นำตระกูลโจวโมโหจนแทบจะถอดกางเกงทิ้งและะโว่า ไข่ของข้าใหญ่ ลูกชายของข้าั์!
ไห่ซื่อวิ่งเข้าไปตรงหน้าโจวทง หลังจากที่เห็น นางก็หมดสติไปทั้งๆ อย่างนั้น
ผู้นำตระกูลโจวอับอายจนอยากหาหลุมบนพื้นเพื่อมุดหนี “รีบพาโจวทงกลับบ้านเดี๋ยวนี้”
คนจากหมู่บ้านเฟิงเห็นโจวทงตื่นตระหนกจนปัสสาวะแทบราดก็ให้รู้สึกสงสารอยู่บ้าง พวกเขาเอ่ยคำพูดแสดงความเห็นอกเห็นใจสองสามประโยค
หลิวซื่อร่ำไห้คร่ำครวญเสียงดัง “หวังเยวี่ยผู้น่าสงสารของข้า ต้องมาแต่งกับตัวอะไรก็ไม่รู้ บุรุษก็ไม่ใช่สตรีก็ไม่เชิงเช่นนี้ ถูกทรมานมานานถึงเจ็ดปีเต็ม ต้องตกอยู่ในชื่อเสียงเหม็นโฉ่ว่ามิอาจมีบุตร ทั้งยังถูกหย่าขาด แม้แต่ชีวิตก็เกือบหาไม่แล้ว”
เฟิ่งซื่อและสตรีอีกสองคนที่เป็แกนนำหลักในาของชาวบ้านชนบท ต่างก็เริ่มร่ำไห้เสียงดังราวฟ้าถล่มดินทลาย “หลานสาวที่น่าสงสารของข้า ก่อนออกเรือนงดงามราวบุปผาดอกตูมก็ไม่ปาน นางมีทางเลือกอื่นให้เลือกตั้งมากมาย กลับถูกวาจาของโจวทงกล่อมเกลาเป่าหูจนหลงผิด โจวทงมิใช่บุรุษอกสามศอก เขาเหมือนกับบุรุษที่ถูกตอนไปแล้ว มิอาจทำเื่ในม่านมุ้งได้...”
“น้องสาวของข้านี่หนา เหตุใดชะตาชีวิตของเ้าถึงได้รันทดเช่นนี้ ต้องแต่งงานกับบุรุษที่สู้มิได้แม้แต่หมาแต่หมู ต้องเจอกับแม่สามีที่จิตใจอำมหิต...”
หลังจากฟังจบ เหล่าคนในสกุลเฟิงก็นึกย้อนไปถึงหวังเยวี่ยที่ถูกปฏิบัติราวกับเป็วัวเป็ม้ายามอยู่ในบ้านสกุลโจว ทั้งยังเกือบถูกหย่าขาด พวกเขาพลันรู้สึกว่าหวังเยวี่ยน่าสงสารยิ่งกว่าโจวทงเสียอีก สองแม่ลูกโจวทงอำมหิตนั้นไม่ใช่คนจริงๆ
“โจวทงนี่มันอย่างไร ตนเองให้กำเนิดบุตรไม่ได้ก็นำความผิดไปโยนใส่ภรรยาเสียอย่างนั้น”
“ไห่ซื่อเองั้แ่เช้ายันค่ำก็เอาแต่ดุด่าหวังซื่อ ทั้งๆ ที่หวังซื่อเองก็เคารพกตัญญูต่อหวังเยวี่ยถึงเพียงนั้น”
มีคนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างคาดเดาว่า “โจวทงมิอาจปฏิบัติหน้าที่ของสามีภรรยา เช่นนั้นร่างกายของหวังซื่อก็ยังบริสุทธิ์อยู่น่ะสิ?”
ยามที่โจวทงผู้ใกล้จะหมดสติอยู่รอมร่อได้ยินประโยคนี้เข้า เขาก็คิดไปถึงยามที่อยู่ในสกุลหวังแล้วได้ยินว่า ความลับที่หวังเยวี่ยยังเป็สาวเทื้อร่างกายบริสุทธิ์นั้นถูกค้นพบโดยหลี่ชิงชิง นั่นเป็อีกครั้งที่เขาเกลียดตัวเองที่ไม่ได้ใช้นิ้วหรือตะเกียบแหย่ให้เยื่อพรหมจรรย์ของหวังเยวี่ยขาดไปเสีย
หากหวังเยวี่ยสูญเสียเยื่อพรหมจรรย์ก็คงไม่ถูกหลี่ชิงชิงค้นพบ หลี่ชิงชิงก็จะไม่มีทางสงสัยว่าเป็ตัวเขาเองที่ไร้สมรรถภาพทางเพศ
เช่นนั้นเขาก็จะสามารถปิดเื่นี้เอาไว้ได้ตลอดกาล!
ผู้นำตระกูลโจวมองหนังสือหย่าและเงื่อนไขที่หวังชียื่นมาตรงหน้า คิดว่าต่อให้เอ่ยแทนโจวทงอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์อีกต่อไปแล้ว เขาคิดว่ารีบๆ ให้โจวทงมอบเงินให้ตระกูลหวังไปเสีย จะได้รีบๆ ไล่คนในสกุลหวังที่ดุร้ายดั่งปีศาจกลับไปเร็วๆ
เงินของโจวทงล้วนถูกใช้ไปกับการรักษาจนหมดแล้ว เขาจะมีเงินได้อย่างไร ทว่าเขารู้ดีว่าไห่ซื่อนั้นมีเงิน
ไห่ซื่อนอนหมดสติอยู่บนเตียง
โจวทงที่สวมเพียงกางเกงขายาวตัวเดียวพลิกห้องค้นกล่องในห้องนอนของไห่ซื่อ ก่อนจะพบเงินมากกว่าสิบตำลึง!
หลายปีที่ผ่านมานี้ โจวทงไม่เคยให้เงินไห่ซื่อเลย บิดาของโจวทงจากไปเร็ว ไม่ได้เหลือเงินเอาไว้ให้ พืชผักที่หวังเยวี่ยปลูกนั้นก็เพียงพอแค่เลี้ยงดูครอบครัวเท่านั้น ไม่มีทางมีเงินเหลือเก็บแน่
เงินเหล่านี้มาจากที่ใดกัน?
แว่วเสียงบุรุษสกุลหวังที่ะโมาจากด้านนอก “จับตามองโจวทงไว้ อย่าปล่อยให้เขาหนีไปได้!”
โจวทงใจนเกือบปัสสาวะเล็ด เขารีบหยิบเงินสามตำลึงออกมาทันที
หลิวซื่อรับเงินมาสามตำลึงก็นึกถึงคำพูดของหลี่ชิงชิง พวกนางไม่้าเสื้อผ้าเก่าๆ ของหวังเยวี่ย เสื้อผ้าเหล่านี้ล้วนถูกใช้งานมานานหลายปี หากนำกลับไปให้หวังเยวี่ยเห็น ก็มีแต่จะทำให้นางหวนนึกถึง่เวลาอันแสนเ็ปใจในบ้านสกุลโจว
-------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] หลี่เจิ้ง (里正) หมายถึง ตำแหน่งราชการระดับรากหญ้าที่เริ่มใช้ในยุคชุนชิว มีหน้าที่หลักคือดูแลทะเบียนบ้านและการชำระภาษี
