ที่ตั้งของสำนักโลหิต
เงาโลหิตขนาดใหญ่ั์ที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของหลีจิ้งยังคงดูดซับเอาเืของสัตว์วิเศษมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเืในบ่อน้ำมากมายที่กระจัดกระจายอยู่บนลานกว้างกลับเริ่มลดลงมาจนเกือบถึงก้นบ่อแล้ว
ข้างม่านแสงแดงสด ภูตผีปีศาจระดับต่ำหลายตัวยังคงพยายามกระแทกลงไปบนม่านแสงอย่างสุดชีวิต
ปราณปีศาจสีม่วงเข้มซึ่งไหลเชี่ยวราวกับน้ำเมื่อััเข้ากับม่านแสงแดงสดก็ทำให้เกิดเสียง “เปรี๊ยะปร๊ะ” ดังลั่น ปราณปีศาจ...กำลังเผาผลาญม่านแสงไปทีละนิด
คนของสำนักโลหิตทุกคนต่างก็มองไปยังบ่อเืเ่าั้ด้วยสีหน้าหวาดวิตก แอบกังวลอยู่ในใจ
พวกเขาล้วนรู้ดีว่าหากน้ำเืแห้งขอดเมื่อใด เงาโลหิตนั่นก็จะไม่มีเืจากสัตว์วิเศษมามอบพลังให้อีก ม่านแสงแดงสดที่ปกป้องทุกคนเอาไว้ก็จะสลายไปในชั่วพริบตา
ถึงเวลานั้นภูตผีปีศาจระดับต่ำขนาดใหญ่ั์หลายตนซึ่งวนเวียนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็จะแสยะเขี้ยวกระโจนเข้าใส่พวกเขาอย่างบ้าคลั่ง
และนั่นก็คือ่เวลาที่พวกภูตผีปีศาจระดับสูงซึ่งมีเก๋อหลู่เท่อ ซาลาเป็ผู้นำรอคอยมาโดยตลอด
“ใกล้จะพยุงตัวไม่ไหวแล้ว”
หลีจิ้งเ้าสำนักโลหิตมองเห็นว่าเืของสัตว์วิเศษค่อยๆ แห้งเหือดลงไป ม่านแสงสีเืที่ล้อมวนอยู่บนร่างของนางก็ค่อยๆ ไหลหายไปช้าๆ ในที่สุดนางจึงเริ่มทนไม่ไหว “เ้าติดต่ออวี๋ถงอีกครั้ง ถามนางดูว่าสถานการณ์ด้านนอกเป็อย่างไรบ้างแล้ว?”
“รับทราบ” เสิ่นซิ่วหรี่ตาลง ใช้เวทลับของสำนักโลหิตมาพยายามติดต่ออวี๋ถงให้ได้ในทันที
ครู่ใหญ่หลังจากนั้น
คิ้วของเสิ่นซิ่วขมวดมุ่น ส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “ไม่มีการตอบรับ”
หลีจิ้งอึ้งงันไปทันใด “เหตุใดถึงไม่มีการตอบรับ?”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” เสิ่นซิ่วสีหน้าหดหู่ “ข้าบอกถึงวิธีการใช้เวทลับไข่มุกเืวิเศษกับอวี๋ถงไปนานแล้ว ตามหลัก ขอแค่ทางฝ่ายข้าร่ายเวท นางก็น่าจะััได้ในทันที นางไม่ได้ตอบข้ากลับมามีเพียงความเป็ไปได้สองอย่างเท่านั้น หากนางไม่ตกอยู่ในอันตรายจนไม่มีเวลามาสนใจข้า”
“ก็ต้องเป็เพราะไข่มุกเืวิเศษนั้นไม่ได้อยู่ในมือของนาง”
หลีจิ้งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “มีโครงกระดูกปีศาจเือยู่ด้วย ภูตผีปีศาจระดับต่ำย่อมทำอะไรพวกเขาไม่ได้แน่นอน ภูตผีปีศาจระดับสูงหกตนนั้นล้วนมาอยู่ตรงนี้ครบหมด ไม่มีใครจากไปแม้แต่คนเดียว พวกเขาก็ไม่น่าจะตกอยู่ในอันตรายได้ ดูท่าไข่มุกเืวิเศษคงไม่ได้อยู่ในมือของนาง เื่นี้ค่อนข้างน่าปวดหัวเสียแล้ว”
“เ้าสำนัก! เืในบ่อลดลงไปถึงก้นบ่อแล้ว!” ผู้าุโคนหนึ่งของสำนักโลหิตเอ่ยเตือนขึ้นมาเบาๆ
หลีจิ้งและเสิ่นซิ่วจ้องมองด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พบว่ามีบ่อเืแห่งหนึ่งที่น้ำเืในบ่อถูกใช้ไปจนเกลี้ยงแล้ว
เรือนกายมหึมาของเงาโลหิตตนนั้นหดเล็กลงไปหนึ่งระดับอย่างเห็นได้ชัด ม่านแสงสีแดงสดที่เกิดจากมันก็คล้ายจะเบาบางลงไปเล็กน้อย
เมื่อภูตผีปีศาจระดับต่ำซึ่งมีเรือนกายใหญ่โตหลายตนพุ่งเข้าชนม่านแสงแดงสดอย่างบ้าคลั่ง ม่านแสงนั้นก็เริ่มมีรอยปริแตกปรากฏให้เห็น
“แย่แล้ว! เกรงว่าคงประคองไม่ไหวอีกแล้ว!”
คนของสำนักโลหิตเดิมทียังคงนั่งสมาธิใช้หินวิเศษมาฟื้นฟูพลังิญญา ตอนนี้เมื่อเห็นท่าไม่ดีต่างก็พากันลุกขึ้นยืน หยิบเอาอาวุธวิเศษของตัวเองออกมา เตรียมเผชิญหน้ากับการโจมตีของภูตผีปีศาจ
“หึ ผลลัพธ์ใกล้จะออกมาให้เห็นแล้ว” เก๋อหลู่เท่อที่ถูกภูตผีปีศาจระดับสูงเ่าั้เรียกว่า “ฝ่าา” ก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติของม่านแสงแดงสด มองเห็นว่าเงาโลหิตใหญ่ั์ค่อยๆ ลดขนาดเล็กลง บนใบหน้าหล่อเหลาของเขาจึงเผยความตื่นเต้นกระหายเืออกมาเช่นกัน แล้วจึงหันไปเอ่ยกำชับกับผู้ใต้บังคับบัญชาห้าคนที่อยู่ข้างกาย “วินาทีที่ม่านแสงแตกกระจาย จงลงมือทันที ไม่ต้องมอบโอกาสและเวลาที่มากกว่าเดิมให้สำนักโลหิตอีก”
“ข้าน้อยรับทราบ” ดวงตาสีม่วงของปีศาจสาวนามว่าซาลาเปล่งประกายแสงแห่งความเกลียดแค้นเข้มข้น “เผ่ามนุษย์เ่าั้ยึดครองอาณาจักรหลีเทียนที่เดิมทีควรเป็ของพวกเรา ทั้งยังจับคนของพวกเรามาเป็ทาสรับใช้ กักขังอยู่ในวังยมบาล ใช้พลังของพวกเขามาสร้างค่ายกลใหญ่ เวลาผ่านไปนานปี ในที่สุดพวกเราก็ได้กลับมาทวงอาณาจักรหลีเทียนอีกครั้ง พวกเราจะต้องล้างความอัปยศครั้งนั้นให้จงได้!”
“ฆ่า!”
ภูตผีปีศาจระดับสูงอีกสี่ตนเผยจิตสังหารอันดุดันออกมาทางดวงตา ทุกตนกำหมัดพร้อมลงมือ ต่างก็รอคอยให้นาทีที่ม่านแสงถูกทำลายมาถึง
“สวบ สวบ!”
เสียงของอาวุธแหลมคมแทงลึกเข้าไปยังพื้นดินพลันดังลอยมาจากทิศไกล เงาร่างมหึมาที่ใหญ่โตยิ่งกว่าภูตผีปีศาจระดับต่ำร่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏกายอยู่ในปราณปีศาจที่กลิ้งซัดสาด
สำหรับเผ่ามนุษย์แล้ว ปราณปีศาจสร้างขีดจำกัดที่มากมายให้แก่พวกเขา ทำให้พลังในการรับรู้ของพวกเขาอ่อนด้อยลง และส่งผลกระทบต่อระดับการมองเห็นด้วย
ทว่ากลับไม่สงผลกระทบใดๆ ต่อภูตผีปีศาจแม้แต่นิด
ด้วยเหตุนี้เมื่อเสียงประหลาดนั่นดังขึ้น ภูตผีปีศาจระดับสูงหกตนที่มีเก๋อหลู่เท่อเป็ผู้นำจึงหันขวับไปมอง แล้วก็เห็นเงาั์นั่นในทันที
“โครงกระดูกปีศาจเืที่เกิดจากการหลอมั์โครงกระดูก!” เก๋อหลู่เท่อจับจ้องอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาของเขาก็พลันเปลี่ยนมาเป็บูดเบี้ยวดุร้าย “เป็ไปไม่ได้!”
เขารู้ชัดดีว่าปราณปีศาจที่รวมกันอยู่ที่นี่เข้มข้นมากเพียงใด
อย่าว่าแต่เนี่ยเทียนที่เขาไม่เห็นอยู่ในสายตาเลย ต่อให้เป็พวกหงช่าน เฟิงหลัวเองก็ตาม หากคิดจะฝ่าพื้นที่รอบนอกเข้ามาถึงที่นี่ในระยะเวลาอันสั้นก็ล้วนไม่มีทางเป็ไปได้แม้แต่นิด
พวกหงช่านจะต้องหยุดพักระหว่างทางเพื่อใช้หินวิเศษมาฟื้นฟูพลังของตัวเอง
เมื่อพวกเขาตามมาถึงอีกครั้ง เนื่องจากพลังถูกเผาผลาญไปส่วนหนึ่ง อย่างน้อยกว่าจะมาถึงก็ใช้เวลานานพอครึ่งชั่วยาม
ในเวลาครึ่งชั่วยาม การต่อสู้ระหว่างพวกเขาและสำนักโลหิตก็คงจะรู้ผลแพ้ชนะกันแล้ว ถึงเวลานั้นหลีจิ้งน่าจะถูกทำร้ายจนาเ็สาหัส หรืออาจถูกคนส่วนมากร่วมมือกันฆ่าตายไปแล้ว
เขาคำนวณแผนการทั้งหมดอย่างชัดเจน และก็เพราะรู้สึกว่าไม่มีทางเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นถึงได้ทำตัวสบายๆ เช่นนี้
ทว่าการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของโครงกระดูกปีศาจเืทำให้แผนการของเขาเกิดช่องโหว่ขนาดใหญ่
เขาจึงรับไม่ได้ทันที
“เ้าสำนัก! ท่านได้ยินเสียงประหลาดหรือไม่?” เสิ่นซิ่วตื่นเต้น บนใบหน้าแก่ชราปรากฏแสงสว่างของความยินดี “หากข้าเดาไม่ผิด เสียงนั่นน่าจะเป็เสียงฝีเท้าของโครงกระดูกปีศาจเื เพราะว่าเขาไม่มีเืเนื้อ หลงเหลือเพียงเท้าที่มีแต่ข้อต่อกระดูก เวลาเดินเหยียบลงบนพื้นถึงได้มีเสียงแบบนั้น”
“ไม่น่าจะผิด นั่นก็คือโครงกระดูกปีศาจเื!” หลีจิ้งแห่งสำนักโลหิตสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งครั้ง กล่าวว่า “ตอนที่โครงกระดูกปีศาจเืถูกนำกลับมายังสำนักโลหิต ข้าก็จำเสียงประหลาดนี้ได้ขึ้นใจ เสี่ยวถงไม่เลวเลยทีเดียว เ้าเด็กที่ชื่อเนี่ยเทียนนั่นก็ไม่เลวเหมือนกัน! ข้านึกไม่ถึงจริงๆ ว่าเขาจะนำพาโครงกระดูกปีศาจเืไล่ตามมาจากด้านนอกได้ทันเวลา”
กล่าวมาถึงตรงนี้ หลีจิ้งก็หยุดชะงักเล็กน้อยคล้ายกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง
หลายนาทีหลังจากนั้น นางที่นั่งอยู่บนแท่นดอกบัวสีเืก็พลันลอยตัวขึ้นมา
“ฉวยโอกาสตอนที่เืสัตว์วิเศษยังไม่หมดและม่านแสงสามารถยืนหยัดได้อีกครู่หนึ่ง ทุกคนที่อยู่ขอบเขตต้น์จงบุกออกไปสังหารภูตผีปีศาจเ่าั้ทันที!”
“ผู้ที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตต้น์ไม่สามารถต้านทานปราณปีศาจที่เข้มข้นเกินไปได้ ทุกคนจงอยู่ที่เดิม ห้ามออกไปแม้แต่ก้าวเดียว!”
หลังจากกล่าวประโยคนี้จบ นางที่นั่งนิ่งอยู่บนแท่นดอกบัวสีเืก็พลันลอยออกไปนอกม่านแสง
เพียงแค่แผล็บเดียวนางก็บินพรวดออกมาจากม่านแสงโดยไม่มีอุปสรรคใดๆ มาขัดขวาง
พวกเสิ่นซิ่วพอเห็นว่านางบินออกมาต่างก็พากันปลดปล่อยปราณโลหิตเข้มข้น เรียกใช้อาวุธวิเศษและทยอยกันพุ่งออกไปจากม่านแสงอย่างไม่ลังเล
เมื่อพวกเขาจากไป ม่านแสงที่เดิมทียังมีขนาดใหญ่มโหฬารก็พลันหดตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็ว
ทุกคนที่นั่งอยู่ในม่านแสงนั้นล้วนเป็คนของสำนักโลหิตที่มีตบะท้าย์และกลาง์
“ใช่เนี่ยเทียนศิษย์ของอูจี้หรือไม่?!”
เสียงของหลีจิ้งดังออกมาจากในปราณปีศาจที่กลิ้งซัดตลบอบอวล แท่นดอกบัวสีเืที่นางนั่งอยู่พลันปลดปล่อยแสงสีเืสว่างจ้า
แสงสีเืแวววาวคล้ายแม่น้ำเืที่ตัดสลับกันอยู่กลางอากาศเป็รูปไม้กางเขนโดยมีนางเป็จุดศูนย์กลางบินพรวดออกไปด้านหน้า
แม่น้ำเืที่ตัดสลับกันมีทั้งหมดหกสาย กลายมาเป็ไม้กางเขนสามชิ้นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยไอสังหารดุดัน ฟาดฟันภูตผีปีศาจระดับต่ำสิบกว่าตัวให้กลายมาเป็ชิ้นเนื้อสีม่วงเข้มในพริบตาเดียว
เสียงคำรามอันเดือดดาลดังเลือนลั่นของภูตผีปีศาจสะท้อนไปทั่วทิศหลังจากที่นางะโชื่อของเนี่ยเทียนออกมา
“ไม่นึกเลยว่านางจะกล้าออกมา!”
ซาลาปีศาจสาวแค่นเสียงหนึ่งครั้ง เรือนกายมีเสน่ห์เย้ายวนใจของนางขยับน้อยๆ ก็บินทะยานขึ้นไปกลางอากาศทันที
ปราณปีศาจรอบด้านที่กลิ้งซัดสาดเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็กลายมาเป็ปากถ้ำที่พิลึกพิลั่นแห่งหนึ่ง
ปากถ้ำมืดมิดแห่งนั้นคล้ายปากของภูตผีปีศาจที่อ้ากว้าง ด้านในมีกลิ่นเหม็นคาวลอยมาปะทะจมูก และยังมีฟันแหลมคมค่อยๆ ทยอยกันปรากฏขึ้น
ปากถ้ำเคลื่อนไหวขยุกขยิกแล้วค่อยๆ ขยายใหญ่คล้ายกำลังกัดทึ้งอะไรบางอย่าง
แม่น้ำเืหกสายที่เกิดจากพลังเืของหลีจิ้งถูกปากถ้ำนั้นกัดกินจนกลายมาเป็สะเก็ดเืจุดเล็กๆ ที่ถูกเขมือบกลืนหายเข้าไปในปากถ้ำ
พวกเสิ่นซิ่วหลังจากที่พุ่งออกมาจากในม่านแสงต่างก็ร่ายเวทลับสำนักโลหิตแล้วพุ่งเข้าไปประหัตปะากับภูตผีปีศาจทันที
ใต้ดินมีตาข่ายเืขนาดใหญ่ั์แห่งหนึ่งที่เมื่อถูกพลังของเสิ่นซิ่วชักนำก็พลันพุ่งพรวดขึ้นมา
ตาข่ายสีเืคล้ายคมมีดมากมายที่กรีดเนื้อเถือหนังของภูตผีปีศาจระดับต่ำ
ตาข่ายเืเ่าั้ก็คือหนึ่งในเวทลับที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของสำนักโลหิตซึ่งเสิ่นซิ่วได้ถ่ายทอดให้กับอวี๋ถง
“ฝ่าาเก๋อหลู่เท่อ หญิงสาวเผ่ามนุษย์นามว่าหลีจิ้งผู้นั้นมอบให้ข้าเป็คนจัดการเองเถิด” ซาลาปีศาจสาวที่เริ่มลงมือไปแล้วพูดภาษาปีศาจด้วยเสียงอันดัง “ฝ่าา ท่านคิดหาวิธีสกัดกั้นเ้าเด็กเผ่ามนุษย์ที่ควบคุมโครงกระดูกปีศาจเืคนนั้น ขอแค่ไม่มีโครงกระดูกปีศาจเืเข้ามาก่อกวน ศึกนี้พวกเราย่อมคว้าชัยชนะมาได้อย่างแน่นอน!”
“อืม เ้าจงไปจัดการกับหญิงสาวผู้นั้นเถอะ” เก๋อหลู่เท่อตอบรับ
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนที่ให้โครงกระดูกปีศาจเืเปิดทางส่วนตัวเองตามมาข้างหลัง ในที่สุดก็ตามมาทันเขตสู้รบอันดุเดือดภายใต้ความช่วยเหลือจากสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง
-----
