ด้วยสติปัญญาขององค์หญิงและอาร์ชาวิน พวกเขาต่างเข้าใจดีว่าความโกรธขององค์าาน้อยตรงหน้ามาจากที่ไหน
ซากปรักหักพังบนยอดเขาตะวันออก เปลวไฟและควันไฟที่กำลังพวยพุ่งอยู่ในเมืองแซมบอร์ด แล้วยังพิธีาาภิเษกที่เกือบจะล่มอีก ปัจจัยหลักนอกจากแพรีสแล้ว ส่วนใหญ่ก็มีเหตุผลมาจากองค์หญิงและ ‘เทพาแห่งเซนิท’ อาร์ชาวิน ถ้าไม่ใช่ว่าองค์หญิงตัดสินใจเลือกเมืองแซมบอร์ดแห่งนี้เป็สถานที่ในการตัดสินครั้งนี้ั้แ่ต้น บางทีเื่ราวทั้งหมดในวันนี้คงไม่เกิดขึ้น
ใบหน้าของอาร์ชาวินพลันครึ้มลง เขาไม่กล่าวอะไรออกมา เพียงใช้คลื่นพลังธาตุไฟรักษาอาการาเ็ของตัวเองอย่างเงียบๆ
นักรบสาวซูซาน ถึงแม้ว่านางจะโง่ไปหน่อย แต่นางก็รู้สึกได้ถึงความไม่เป็มิตรจากร่างของซุนเฟย นางกำดาบในมือแน่น ส่วนหัวหน้าอัศวินโรมัน ปัฟลูย์เชนโค นำเหล่าอัศวินที่เหลือรอดวิ่งเข้ามาที่ข้างกายขององค์หญิงเพื่อคุ้มกันอย่างแ่า พวกเขากลัวว่าซุนเฟยจะะเิความโกรธด้วยการลงมือทำร้ายองค์หญิง ในบรรดาพวกเขา คนที่มีความรู้สึกซับซ้อนมากที่สุดคือหัวหน้าอัศวินโรมัน ปัฟลูย์เชนโค เมื่อสิบวันก่อน เหตุการณ์ปะทะกันในงานเลี้ยงฉลองชัยชนะ ในตอนนั้นหัวหน้าอัศวินยังไม่เห็นซุนเฟยอยู่ในสายตา ไม่มีค่าแก่การลงมือสักนิด แต่มาตอนนี้ เมื่อมายืนอยู่ตรงหน้าาาหนุ่มคนนี้อีกครั้ง เขาก็อดประหลาดใจไม่ได้ เมื่อพบว่าตัวเองต่างหากที่ไม่มีค่าให้คนตรงหน้าลงมือ
วัดกันในด้านความแข็งแกร่งส่วนตัวแล้ว ปัฟลูย์เชนโคไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซุนเฟยเลย
แต่ในฐานะหัวหน้าอัศวินแล้ว จุดแข็งของปัฟลูย์เชนโคไม่ได้อยู่ที่ความแข็งแกร่งส่วนตัว จุดแข็งของเขาคือกลยุทธ์การจัดกระบวนทัพในการรบ ถ้าเขามีอัศวินครบสองร้อยนายคงบัญชาให้สร้างรูปขบวนทัพเป็สี่เหลี่ยมจัตุรัส และเขามั่นใจว่าจะเอาชนะซุนเฟยได้ แต่ตอนนี้...คงได้แต่ก้มหัว
บรรยากาศในตอนนี้ หากเทียบกับความดุเดือดก่อนหน้านั้น มันทำให้ทุกคนรู้สึกกดดันกว่ามาก
แกว๊ก แกว๊ก แกว๊ก แกว๊ก!
ฝูงนกกินเนื้อสีดำนับร้อยตัวที่อยู่เหนือหัวต่างถูกกลิ่นเืและศพบนยอดเขาดึงดูด พวกมันยังคงไม่ไปไหน คอยส่งเสียงร้องแหลมน่ารำคาญอยู่เรื่อยๆ
ตูม!
ทันใดนั้นซุนเฟยก็ออกหมัดชกไปบนฟ้า
อากาศถูกพลังของกำปั้นะเิออกมาเสียงดัง ท่ามกลางเสียงะเิดังอึกทึก สามารถเห็นความผันผวนของกระแสอากาศได้ด้วยตาเปล่า นกกินเนื้อที่บินหนีไม่ทันกลายเป็ละอองเืกระจายอยู่บนฟ้าชั่วพริบตานับสี่สิบห้าสิบตัว นกกินเนื้อั์พวกนี้จะมีความรู้สึกไวต่อความตาย เมื่อมันตระหนักได้ถึงอันตรายที่แท้จริงก็พากันบินหนีไป
ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง!
นักรบซูซานและอัศวินพากันชักดาบออกมาจากเอวด้วยความตื่นใ พวกเขาเตรียมพร้อมรับมือต่อสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด
“เอาล่ะ รู้สึกดีขึ้นกว่าเดิม...องค์หญิง ท่านคงใมากสินะ!”
คำพูดของซุนเฟยทำให้นักดาบสาวและพวกอัศวินพากันถอนหายใจอย่างโล่งอก ดูเหมือนชายคนนี้คงคิดได้ คงมีเพียงองค์หญิงที่ั้แ่ต้นจนจบก็ไม่มีท่าทางกังวลใจสักนิด เหมือนนางเดาออกว่าสุดท้ายแล้วซุนเฟยจะเลือกแบบนี้ ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลที่เหมือนจะดึงดูดผู้คนให้จมลงไปสะท้อนเข้ากับแสงสดใสของพระอาทิตย์ ก่อนจะเผยรอยยิ้มน้อยๆ ที่ยากจะเห็นออกมาแล้วพยักหน้าอย่างนุ่มนวล “อเล็กซานเดอร์ เื่ในวันนี้ขอบคุณเ้ามาก!”
ซุนเฟยยิ้มน้อยๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
พูดกันตามตรง ั้แ่ต้นจนถึงตอนนี้ ซุนเฟยไม่กล้าประมาทผู้หญิงคนนี้สักนิด
แม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้จะดูเหมือนว่าตัวเขาเองเป็ฝ่ายช่วยองค์หญิงให้รอดพ้นจากวิกฤติมาได้ แต่ซุนเฟยก็ยังคงรู้สึกแปลกๆ...ความจริงแล้วต่อให้ตัวเองไม่ลงมือ องค์หญิงก็คงมีไพ่ตายที่นางยังไม่ได้เปิดใช้อยู่ ไพ่ตายจะมีอะไรแปลกๆ อย่างไรนั้น ซุนเฟยเองก็ไม่รู้เช่นกัน แต่อย่างน้อยๆ ตลอดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่าทีขององค์หญิงผอมบางอมโรคคนนี้นิ่งสงบมากเกินไป ราวกับว่านางเป็เพียงนักกวีพเนจรที่ผ่านมาเท่านั้น
ซุนเฟยเปลี่ยนเป็ ‘โหมดมือสังหาร’ ไม่ช้าก็เก็บกวาดกับดักเวทมนตร์ทุกหนแห่งจนหมด
ยอดเขาตะวันออกตอนนี้เสียหายหนักมาก แท่นบูชากลายเป็เพียงซากปรักหักพัง รูปปั้นหินั์ที่เป็สัญลักษณ์ความรุ่งโรจน์ของวีรบุรุษและาาในอดีตของเมืองแซมบอร์ดก็ถูกทำลายไปกว่าครึ่ง ทุกที่ต่างเละเทะไปหมด เมื่อ ‘กองทัพเหล็กไหล’ นับร้อยคนของเมืองแซมบอร์ดได้รับสัญญาณ องครักษ์ส่วนพระองค์เฟร์นันโด ตอร์เรส และผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์แปเตอร์ แช็คจึงนำกำลังขึ้นมาที่ยอดเขาอย่างรวดเร็ว ทหารพวกนี้เป็ทหารระดับหัวกระทิที่บรู๊คและแช็คเลือกออกมา พวกเขาได้ดื่ม ‘น้ำยาฮัลค์’ เจือจางทุกวัน ทำให้มีการปรับเปลี่ยนโครงร่างอย่างช้าๆ แต่ละคนต่างแข็งแรง สามารถยกก้อนหินที่หนักเป็พันจิน (ห้าร้อยกิโลกรัม) ได้อย่างง่ายดาย เพียงไม่นานก็สามารถดำเนินการเก็บกวาดสถานที่ได้อย่างรวดเร็ว ภาพตรงหน้าได้สร้างความประทับใจให้แก่คนจากราชอาณาจักรเซนิทเป็อย่างมาก อัศวินที่รอดชีวิตทั้งยี่สิบคนพากันอ้าปากค้างด้วยความทึ่ง ตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่า าาของเมืองแซมบอร์ดเป็สัตว์ประหลาด พวกทหารก็เป็สัตว์ประหลาดด้วยเช่นกัน พละกำลังช่างน่ากลัว ต่อให้พวกเขาทั้งหมดร่วมมือกันก็คงไม่อาจเป็คู่ต่อสู้ของทหารเมืองแซมบอร์ดคนหนึ่งได้
ตาแก่เบสท์ที่ถือสมุดบัญชีในมือก็เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าองค์หญิงด้วยท่าทางหนังยิ้มเนื้อไม่ยิ้ม1
“ฝ่าา ต้องขอประทานอภัยที่ทำให้ท่านได้รับความใในระหว่างพิธีาาภิเษก...แต่ความสูญเสียของเมืองแซมบอร์ดในครั้งนี้มันใหญ่หลวงนัก...และ...อืม ความเสียหายส่วนหนึ่งก็มาจากฝ่ายคณะทูตแห่งราชอาณาจักรเซนิทที่เป็คนทำ ข้า...ฮึๆ ไม่ทราบว่าท่านสามารถขอให้ขุนนางใหญ่ฝ่ายการคลังของราชอาณาจักรช่วยสนับสนุนเมืองแซมบอร์ดเล็กๆ น้อยๆ ได้หรือไม่...ความจริงแล้ว องค์าาอเล็กซานเดอร์และเมืองแซมบอร์ดได้จ่ายราคาในการปกป้ององค์หญิงค่อนข้างสูง...”
นักดาบซูซานและเหล่าอัศวินแทบจะกัดลิ้นตัวเองขาด ตาแก่นี่กล้ามาขอค่าชดเชยความเสียหายกับองค์หญิงเลยหรือ?
แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเดินมาหาด้วยท่าทางนอบน้อมสุภาพเช่นนี้ จะให้หลบเลี่ยงก็คงเป็ไปไม่ได้ ชายชรารูปหล่อคนนี้ แม้ว่าทั่วร่างจะปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายสง่างามสูงศักดิ์ของขุนนาง แต่กลับเป็พวกคิดเล็กคิดน้อยเหมือนพวกพ่อค้า คอยถือสมุดบัญชีเดินร่อนมาทวงค่าเสียหายอย่างไร้ยางอาย แม้แต่ ‘นักบุญหญิง’ อย่างองค์หญิงนาตาชา เขาก็ไม่ยอมอะลุ่มอล่วย ตีก็ตีไม่ได้ จะด่าก็ด่าไม่ได้ ได้แต่แสดงท่าทางจนปัญญาออกมา สุดท้ายนางก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงสถานการณ์เดียวกับองค์ชายแห่งอาณาจักรเซินฮัวไปได้ และถูกเบสท์บีบบังคับให้ลงนามแผนการสนับสนุนทางการเงินอย่างนุ่มนวล...
เมื่อาจบลงแล้ว พ่อตาของเขาก็พร้อมเก็บเกี่ยวผลไม้ลูกดกพวกนี้ ซุนเฟยเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้า ‘เทพาแห่งเซนิท‘ อังเดร อาร์ชาวินที่กำลังรักษาตัวเองอยู่ เทพแห่งาที่มีชื่อเสียงคนนี้คงไม่ได้ดูดวงก่อนออกจากบ้านแน่ๆ ไม่เพียงแผนจะล้มเหลว กลับถูกคนซุ่มโจมตีอีกต่างหาก เกือบจะต้องมาตายในอาณาจักรเล็กๆ ที่ห่างไกลนี้เสียแล้ว เรียกได้ว่าเสียหน้าครั้งใหญ่จริงๆ
ในความเป็จริง สำหรับอาร์ชาวินแล้ว การเสียหน้าครั้งใหญ่นับว่าเป็เื่รอง
ครั้งนี้เขาได้รับาเ็หนักมาก สำหรับเขาแล้วมันเป็ครั้งแรกที่เกือบจะต้องตาย สถานการณ์ปัจจุบันของราชอาณาจักรเซนิทวุ่นวายมาก จักรพรรดิยาซินที่อำนาจสูงสุดมานานมากกว่าหกสิบปีก็เริ่มอ่อนแอลง เขาและองค์ชายรองโดมิงเกวซถูกคิดว่า ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด พวกเขามีสิทธิ์ถูกเลือกให้สืบทอดราชบัลลังก์มากที่สุด ทำให้การต่อสู้ระหว่างพวกเขาเริ่มเข้าสู่่ดุเดือด องค์ชายรองโดมิงเกวซนับว่าเป็คู่ต่อที่มีสติปัญญาและกล้าหาญเด็ดเดี่ยวมาก เขามีขุนนางและคนชั้นสูงในราชอาณาจักรจำนวนมากให้การสนับสนุน ในการเผชิญกับฝ่ายตรงข้ามครั้งนี้ทำให้อาร์ชาวินได้รับาเ็หนัก สำหรับเขาแล้วนี่เรียกได้ว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็รองอีกฝ่าย ถ้าไม่สามารถฟื้นฟูอาการาเ็ได้อย่างรวดเร็ว เกรงว่าในศึกชิงราชบัลลังก์ ‘เทพาแห่งเซนิท‘ คงจะเผชิญหน้ากับความยากลำบากที่ตัวเองไม่เคยพบมาก่อนแน่ๆ
อาการาเ็ของเขาตอนนี้ไม่สามารถฟื้นฟูให้หายภายในครึ่งปีแน่ๆ
หลังจากถูก ‘นักเชือด’ ซานโดรที่อาศัยแหวนเวทมนตร์เพิ่มพลังลอบโจมตีด้วยการส่งคลื่นพลังเข้าสู่ร่างกายแล้วะเิพลัง พลังทำลายของมันรุนแรงมาก แม้แต่พลังระดับหกดาวของอาร์ชาวินก็ไม่อาจยับยั้งมันได้ ตอนนี้ทำได้เพียงค่อยๆ ควบคุมให้พลังแปลกปลอมในร่างสงบและเร่งคลื่นพลังรักษาอาการาเ็ทั้งหมด แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับน้อยมาก จนถึงตอนนี้เขาก็ทำได้แค่ควบคุมไม่ให้อาการาเ็มันแย่ลง หากจะขับพลังแปลกปลอมนี้ออกไปกลับไม่สามารถทำได้
สถานการณ์ของสาวน้อยจื่อเยี่ยนก็แทบไม่ต่างกับอาร์ชาวินเลย ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยเหงื่อเกาะเต็มหน้า จมูกรั้นๆ ย่นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ากระบวนการรักษาอาการาเ็นี้ทำให้นางไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก
“เฮ้ สาวน้อย ขอบคุณมากที่เตือนข้าก่อนหน้านี้!” ซุนเฟยเดินไปหาจื่อเยี่ยนก่อนจะยิ้มน้อยๆ แล้วส่ง ‘น้ำยาฟื้นฟูความแข็งแกร่ง’ สีม่วงให้นางขวดหนึ่ง “เ้านี่ บางทีอาจจะมีประโยช์ในการรักษาาแของเ้า”
สาวน้อยจื่อเยี่ยนมองอย่างสงสัย ก่อนจะเงยหน้าไปมองซุนเฟย
เมื่อนางมองเห็นรอยยิ้มสดใสเหมือนพระอาทิตย์บนท้องฟ้าของซุนเฟยก็รู้สึกลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อนึกถึงก่อนหน้านั้นที่ซุนเฟยถูกนักฆ่าชุดขาวลอบโจมตี และต่อมาซุนเฟยก็สามารถรักษาอาการาเ็ของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นนางก็ไม่มีความลังเลที่จะรับน้ำยาขวดนี้แล้วเปิดจุกขวดแล้วดื่มมันลงไป
กลิ่นอายอบอุ่นที่ยากจะอธิบายได้ก็พลันพุ่งไปทั่วร่างของจื่อเยี่ยน จากนั้นพลังแปลกปลอมที่อยู่ในร่างก็ถูกฤทธิ์ยาที่อบอุ่นนี้ปราบปราม เหมือนกับซุปกระดูกร้อนๆ ที่เทลงหิมะ ที่เพียงััก็หลอมละลายหายไปอย่างไร้ร่องรอยในชั่วพริบตา
เปลวไฟสีม่วงที่กะพริบซึมเข้าไปในร่างของสาวน้อย นางรู้สึกแปลกใจเมื่อพบว่าอาการาเ็สาหัสก่อนหน้านี้ก็ค่อยๆ ดีขึ้น หากนางรักษาดีๆ ก็สามารถฟื้นฟูพลังกลับมาเป็ปกติได้ภายในหนึ่งถึงสองเดือน
“ขอบคุณมาก องค์าาอเล็กซานเดอร์!”
สาวน้อยจื่อเยี่ยนโค้งกายอย่างนอบน้อม บางทีนางอาจจะยังไม่รู้ว่าทัศนคติดูถูกเหยียดหยามซุนเฟยในตอนแรกได้กลายเป็แปลกใจและรู้สึกดี แม้แต่คำเรียกที่เคยพูดว่า ‘คนป่าเถื่อน’ ก็เปลี่ยนเป็ ‘าาอเล็กซานเดอร์’
ซุนเฟยยิ้มน้อยๆ
ก่อนจะหมุนร่างเดินกลับมาที่อาร์ชาวิน เขาโยน ‘น้ำยาฟื้นฟูความแข็งแกร่ง’ ครึ่งขวดไปให้เบาๆ โดยที่ไม่พูดอะไร จากนั้นก็กอดร่างคู่หมั้นสาวแองเจล่าขึ้นขี่หลังเ้าลมกรดแล้วพากันออกจากยอดเขา
ถ้าอาร์ชาวินเป็คนฉลาด หลังจากวันนี้ไม่เพียงจะไม่เกลียดซุนเฟย แต่ยังจะทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะดึงซุนเฟยมาเป็พวก แม้กระทั่งแพรีส ฮิวตันที่เพิ่งหนีไป และองค์ชายรองโดมิงเกวซก็อาจจะส่งคนมากล่อมซุนเฟยเพื่อดึงไปเป็พวก ความจริงแล้วที่ซุนเฟยปล่อยแพรีสไปไม่ใช่ว่าเสียดายความงามของนาง แต่เป็เพราะถูกความรักที่มั่นคงของ ‘หิมะขาวผู้ซ่อนเร้น’ ทานิทำให้หวั่นไหว และยังพิจารณาแล้วว่ามันเป็เื่ดีสำหรับเมืองแซมบอร์ด
--------------------
1 หนังยิ้มเนื้อไม่ยิ้ม มีความหมายว่า เสแสร้งแกล้งทำไม่จริงใจ
