"พวกเขาเป็เพียงเด็กหลงทาง ไม่มีนามพิเศษใด ๆ แต่ข้ารู้ว่าน้องสาวของเขาควรมีชื่อว่า หนานหนาน น่าเสียดายที่พร์ของนางด้อยกว่าพี่ชาย ไม่อาจมีวาสนาเข้าสู่ราชวงศ์เซียนของข้าได้" หยู่ตู้เฟ้ยกล่าวพลางยิ้มบาง ๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของหยู่ตู้เฟ้ย บรรพชนหลินเพียงส่ายศีรษะเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า "พวกท่านนี่ช่างมีฝีมือนัก ถึงกับบังคับแยกพี่น้องออกจากกันได้ อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าถ้าพวกเขาสามารถก้าวเดินบนเส้นทางแห่งเต๋าได้ก็นับว่าโชคดีไม่น้อย"
จากนั้น หยู่ตู้เฟ้ยได้นำสมบัติล้ำค่าจำนวนมากออกมามอบให้บรรพชนหลินเป็ของแสดงความยินดี บรรพชนหลินมิใช่คนใจแคบ จึงไม่ปฏิเสธ
ยิ่งไปกว่านั้น ท่ามกลางสมบัติเ่าั้ ยังมีสมุนไพริญญาที่สามารถช่วยให้ดวงจิตที่หลงเหลือกลับคืนร่างได้ ซึ่งล้วนเป็สิ่งที่ตระกูลหลิน้าอย่างยิ่งในตอนนี้ เนื่องจากในการศึกครั้งก่อน มีผู้าุโนามว่า หลินหวังหยาง ได้รับาเ็สาหัสจนเหลือเพียงเศษเสี้ยวของิญญา
"หากสมบัติเหล่านี้มีประโยชน์กับท่าน ก็นับว่าเป็เื่ดีแล้ว!" หยู่ตู้เฟ้ยยิ้มรับ เมื่อเห็นบรรพชนหลินกล่าวขอบคุณ
จากนั้น ตระกูลหลินจึงจัดงานเลี้ยงขึ้น มีอาหารเลิศรสถูกนำมาเสิร์ฟเป็ลำดับ พร้อมด้วยไหสุราเซียนมากมาย บรรพชนหลินและหยู่ตู้เฟ้ยดื่มกินสนทนากันอย่างออกรส บรรยากาศชื่นมื่น
ทั้งสองต่างเป็ยอดฝีมือ หนึ่งอยู่ในขอบเขตจิติญญา อีกหนึ่งอยู่ในระดับสูงสุดของแก่นทองคำ ย่อมไม่มีทางเมามายไปได้ง่าย ๆ
เมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนาน หยู่ตู้เฟ้ยพลันยิ้มแล้วกล่าวว่า
"ว่ากันตามตรง ข้ายังไม่เคยได้พบหน้าบุตรศักดิ์สิทธิ์ของพวกท่านเลย ท่านพอจะให้ข้าได้ยลโฉมหน่อยได้หรือไม่? ข้าเองก็อยากรู้ว่าอัจฉริยะที่ข้าพบเจอ กับบุตรศักดิ์สิทธิ์ของพวกท่านนั้นต่างกันเพียงใด"
"อีกทั้ง ข้าได้ยินมาว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์ของพวกท่านแข็งแกร่งยิ่งนัก ว่ากันว่าในวันที่เขาลืมตาดูโลก ปรากฏม่านพลังปราณสีม่วงพาดผ่านจากทิศตะวันออก เสียงแห่งมหาเต๋าดังก้องเก้า์ และในศึกกับจ้าวหุบเหวมืดก่อนหน้านี้ ก็มีปรากฏการณ์สองอย่างปรากฏขึ้นเพื่อช่วยเหลือท่านอีกด้วย"
"ไม่ว่าอย่างไร ข้ามาครานี้ก็เพื่อร่วมงานเลี้ยงครบเดือน หากไม่ได้พบตัวเ้าของวันเกิด คงรู้สึกเสียดายไม่น้อย!"
เมื่อได้ยินคำพูดของหยู่ตู้เฟ้ย บรรพชนหลินหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะพลางกล่าวว่า "ไม่หรอก ๆ นั่นมันเกินจริงไปหน่อย ฮ่า ๆ ๆ!"
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่บรรพชนหลินเองก็เกรงใจเกินกว่าจะปฏิเสธ สุดท้ายจึงให้คนไปแจ้งเสวียนอวี่
อย่างไรก็ตาม จะให้หลินเสวียนมาเข้าพบหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง
ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ไปแจ้งเสวียนอวี่ได้อธิบายเื่ราวทั้งหมดให้นางฟัง เสวียนอวี่เองก็ใไม่น้อย ราชวงศ์เซียนนับเป็ขุมอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวที่ยืนหยัดอยู่ในอาณาเขตเหนือครามมาอย่างยาวนาน นางแทบไม่เคยมีโอกาสได้ข้องเกี่ยวกับพวกเขามาก่อน
ส่วนหลินเสวียน ซึ่งกำลังอยู่ในอ้อมแขนของเสวียนอวี่ เมื่อได้ยินชื่อ "ราชวงศ์เซียน" และรู้ว่าพวกเขาเป็ใคร ก็ถึงกับชะงัก
ทำไมเขารู้สึกว่าชื่อนี้คุ้นหูนัก?
แต่เมื่อรู้ว่าผู้มาเยือนจากราชวงศ์เซียนมาแสดงความยินดีกับเขาและบรรพชนหลิน อีกทั้งยังเป็ยอดฝีมือล้ำเลิศ หลินเสวียนก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะพบหน้า เพราะอีกฝ่ายให้เกียรติเขาไม่น้อย
ไม่นานนัก เสวียนอวี่ก็อุ้มหลินเสวียนเดินเข้าไปในตำหนัก
"เสวียนอวี่และหลินเสวียน คารวะผู้สูงส่ง" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
"ฮ่า ๆ ๆ นี่หรือคือบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งตระกูลหลิน? มาเถิด ให้ข้าได้ดูชัด ๆ หน่อย!" หยู่ตู้เฟ้ยลุกขึ้นยืน พลางก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม ดวงตาทอประกายเรืองรองขณะมองดูหลินเสวียน
ด้านหลินเสวียนเองก็ไม่เผยท่าทีผิดปกติ เขาแสร้งทำเป็เพียงเด็กทารกธรรมดา ส่งเสียงอ้อแอ้เบา ๆ พร้อมยื่นมืออ้วนกลมน่ารักออกไป ดวงตากลมโตจ้องหยู่ตู้เฟ้ยด้วยความใสซื่อ
ผ่านไปครู่ใหญ่ หยู่ตู้เฟ้ยจึงเผยรอยยิ้มก่อนกล่าวว่า
"สมกับเป็บุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลิน เพิ่งเกิดมาได้เพียงเดือนเดียว แต่กลับมีพลังบ่มเพาะถึงระดับเก้าของการหลอมกายา ช่างเป็พร์อันน่าทึ่งนัก เส้นทางแห่งเต๋าของเด็กผู้นี้ คงมีหวังไม่น้อย!"
พูดจบ หยู่ตู้เฟ้ยก็ล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ หยิบไข่มุกสีแดงสดออกมาก่อนจะวางเบา ๆ บนอกของหลินเสวียน
"นี่คือ…"
แม้ว่าเสวียนอวี่จะมองไม่ออกว่าไข่มุกเม็ดนี้คืออะไร แต่สิ่งที่หยู่ตู้เฟ้ยหยิบออกมาย่อมต้องเป็ของล้ำค่าอย่างแน่นอน
"เป็เพียงแก่นพลังของัเผือกระดับเจ็ดของขั้นแก่นทองคำเท่านั้น มิใช่สมบัติล้ำค่าอะไรนัก ถือเสียว่าเป็ของขวัญให้หลินเสวียนก็แล้วกัน"
แก่นพลังของัเผือกระดับเจ็ดขั้นแก่นทองคำ!
เมื่อผู้คนในตระกูลหลินตระหนักถึงคุณค่าของไข่มุกเม็ดนี้ ร่างกายของพวกเขาต่างสั่นสะท้าน ดวงตาเบิกกว้างแทบถลนออกมา!
"นี่มันล้ำค่าเกินไป พวกเราไม่อาจรับไว้ได้จริง ๆ!" เสวียนอวี่รีบส่ายหน้าปฏิเสธ
"เป็เพียงของขวัญเล็กน้อยเท่านั้น เ้าไม่ควรปฏิเสธ" หยู่ตู้เฟ้ยยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งทำหน้าขึงขัง "หรือเ้าคิดว่าราชวงศ์เซียนของพวกเราจะให้แก่นพลังของัเผือกไม่ได้?"
"แต่ว่า…" เสวียนอวี่ยังลังเลเล็กน้อย
บรรพชนหลินที่ยืนอยู่ห่างออกไปก็เดินเข้ามาใกล้พร้อมหัวเราะเบา ๆ พลางลูบเครา "รับไว้เถอะ อย่างไรเสีย นี่ก็เป็น้ำใจของสหายเต๋าเฟย"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสวียนอวี่จึงยอมรับแก่นพลังมาแล้วนั่งลงที่ปลายโต๊ะ
"สหายเต๋าเฟย เ้าไม่ต้องลังเลมากนัก มีอะไรก็พูดออกมาตรง ๆ เถอะ" บรรพชนหลินเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
หยู่ตู้เฟ้ยชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นก็ขยับมือนวดหว่างคิ้วก่อนจะเผยรอยยิ้มขื่นขม "ข้ายังปิดบังสายตาของสหายเต๋าหลินไม่ได้จริง ๆ สุดท้ายก็ถูกเ้ามองออก"
"แท้จริงแล้วมันก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรนัก เพียงแต่เมื่อข้าได้เห็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลิน ข้าก็นึกขึ้นมาได้"
"สหายเต๋าเฟย มีอะไรก็พูดมาเถิด" บรรพชนหลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หยู่ตู้เฟ้ยส่ายหน้าพลางถอนหายใจ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "สหายเต๋าหลิน เ้าจำได้หรือไม่ถึงแดนลับาที่ราชวงศ์เซียนค้นพบเมื่อสองหมื่นปีก่อน? ดินแดนลับที่ครั้งหนึ่งเคยะเืทั้งอาณาเขตเหนือคราม"
เมื่อได้ยินคำพูดของหยู่ตู้เฟ้ย สีหน้าของบรรพชนหลินก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย "หรือว่า…ท่านหมายถึงแดนลับที่อยู่เหนือทะเลไร้สิ้นสุดทางตอนเหนือสุดของอาณาเขตเหนือตราม? ไม่ใช่ว่ากล่าวกันว่ามันไม่อาจเปิดออกได้อีกแล้วหรือ? อีกทั้ง ตอนที่แดนลับแห่งนี้ปรากฏขึ้น มิใช่เพียงแต่อาณาเขตเหนือครามเท่านั้นที่สั่นะเื ใช่หรือไม่?"
หยู่ตู้เฟ้ยพยักหน้า "ถูกต้อง การเปิดแดนลับแห่งนี้เป็เื่ยากยิ่งนัก อีกทั้งจากการสำรวจของยอดฝีมือฝ่ายเรา พบว่ามันถูกปิดผนึกมานานนับล้านปี ทว่าไม่นานมานี้ มีผู้เชี่ยวชาญระดับสูงค้นพบว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า มันอาจจะเปิดออก!"
"ช้าสุดไม่เกินสองปี เร็วสุดเพียงครึ่งปี แดนลับแห่งนั้นจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง!"
แดนลับที่ถูกปิดผนึกมากว่าล้านปีใกล้จะเปิดออก!
เมื่อข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป มิใช่เพียงแค่บรรพชนหลินเท่านั้น แม้แต่เหล่าผู้าุโของตระกูลหลินก็ยังเผยสีหน้าตื่นตะลึง
ต้องรู้ว่า แดนลับอายุล้านปี ย่อมมีทรัพย์สมบัติมหาศาล! ต่อให้เป็เพียงสมุนไพรทั่วไป หลังจากซึมซับพลังปราณิญญามาเป็ล้านปี มันก็ย่อมกลายเป็สมบัติล้ำค่าเทียบเท่าของวิเศษระดับเซียน!
"สหายหยู่ แดนลับนี้จะเปิดออกได้อย่างไร?" บรรพชนหลินเอ่ยถามตรงประเด็นทันที
แดนลับประเภทนี้ย่อมไม่ธรรมดา วิธีเปิดออกย่อมต้องพิเศษเช่นกัน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หยู่ตู้เฟ้ยก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ก่อนกล่าวว่า "นี่แหละคือประเด็นสำคัญที่ข้า้าพูดถึง"
"แท้จริงแล้ว ราชวงศ์เซียนของพวกเรารู้วิธีเปิดแดนลับนี้แล้ว"
"แต่ในวิธีเปิดนั้น มีเงื่อนไขสำคัญอย่างหนึ่ง นั่นคือต้องใช้อัจฉริยะรุ่นเยาว์จำนวนมากจึงจะสามารถกระตุ้นให้แดนลับนี้เปิดออกได้สำเร็จ ดังนั้น ข้าจึงมาขอความช่วยเหลือจากตระกูลหลินในครานี้"
