ข่าวการพ่ายแพ้อย่างหมดรูปของคาเอล อัจฉริยะอันดับสองของตระกูล แพร่สะพัดไปทั่วคฤหาสน์ครอสอาร์ทราวกับไฟลามทุ่ง ไม่มีใครอยากจะเชื่อว่า "นายน้อยขยะ" ที่เพิ่งจมน้ำจนเกือบตาย จะหักกระดูกอัศวินฝึกหัดและทำให้คาเอลถึงกับปัสสาวะราดหนีตายออกมา
แอเรสไม่ได้สนใจสายตาหวาดระแวงของเหล่าคนรับใช้และทหารยามที่มองมา เขาเดินทอดน่องอย่างใจเย็น ตรงไปยังชั้นบนสุดของคฤหาสน์ ซึ่งเป็เขตหวงห้ามและเป็ที่ตั้งของห้องทำงานผู้นำตระกูล
ปัง!
บานประตูไม้แกะสลักบานั์ถูกถีบเปิดออกโดยไม่สะทกสะท้าน แอเรสเดินก้าวเข้าไปในห้องทำงานที่กว้างขวางและตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง
หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ร่างของบุรุษวัยกลางคนผู้มีผมสีทองและั์ตาสีฟ้าคมกริบดุจเหยี่ยวนั่งอยู่... 'ดยุก วาเลเรียส วอน ครอสอาร์ท' หนึ่งในสามดาบศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักร และพ่อบังเกิดเกล้าของแอเรส
วาเลเรียสค่อยๆ วางเอกสารในมือลง ั์ตาคมกริบตวัดมองลูกชายคนเล็กที่เคยเอาแต่หลบตาเขามาตลอดสิบหกปี
"เ้าเสียมารยาทมาก แอเรส" เสียงของดยุกวาเลเรียสทุ้มต่ำและทรงอำนาจ "ข้าได้ยินเื่ที่เ้าทำกับคาเอลแล้ว... การรอดตายจากทะเลสาบน้ำแข็ง คงทำให้สุนัขขี้แพ้คิดว่าตัวเองเป็หมาป่าขึ้นมาสินะ?"
"หมาป่าเหรอ?" แอเรสแค่นยิ้ม แววตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย "ถ้าคาเอลคือหมาป่าที่ท่านภูมิใจนัก หมาป่าตัวนั้นก็เพิ่งฉี่ราดรดพรมห้องผมไปเมื่อกี้... มาตรฐานของตระกูลเราตกต่ำลงขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน ท่านดยุก?"
คำว่า 'ท่านดยุก' แทนคำว่า 'ท่านพ่อ' บ่งบอกถึงการตัดขาดเยื่อใยอย่างชัดเจน
คิ้วของวาเลเรียสกระตุกเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวและรังสีฆ่าฟันปะทุขึ้น
ครืน...!!
ออร่าสีทองสว่างจ้า ซึ่งเป็เอกลักษณ์ของผู้บำเพ็ญเพียรสายศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพลูกัส ะเิออกจากร่างของวาเลเรียส แรงกดดันมหาศาลหนักอึ้งราวกับูเาทั้งลูกกดทับลงมาทั่วบริเวณ พื้นหินอ่อนในห้องเริ่มปริร้าว แจกันราคาแพงแตกละเอียด
นี่คือแรงกดดันของ 'ปรมาจารย์ดาบ' (Sword Master) ที่สามารถบดขยี้คนธรรมดาให้กระอักเืตายได้ในพริบตา!
ทว่า... ท่ามกลางพายุออร่าที่บ้าคลั่ง แอเรสกลับยืนหยัดอย่างมั่นคง มือทั้งสองล้วงกระเป๋ากางเกง ใบหน้าเรียบเฉยราวกับกำลังรับลมเย็นๆ ในฤดูใบไม้ผลิ
‘ออร่าศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ... กลิ่นอายของไอ้สารเลวลูคัสมันช่างน่าสะอิดสะเอียนจริงๆ’ แอเรสคิดในใจ
รอบกายของเด็กหนุ่มปรากฏกระแสพลังสีดำทมิฬบางๆ ที่หมุนวนเป็เกลียว วิชาปราณกลืนกินนิรันดร์ กำลังทำงานอย่างเงียบเชียบ มันดูดกลืนแรงกดดันสีทองที่พุ่งเข้ามา บดขยี้ และเปลี่ยนมันเป็พลังงานหล่อเลี้ยงแก่นมานาของเขาอย่างตะกละตะกลาม
ยิ่งวาเลเรียสปล่อยแรงกดดันมากเท่าไหร่ แอเรสยิ่งรู้สึกสบายตัวมากขึ้นเท่านั้น
"น... นี่มัน..." วาเลเรียสเบิกตากว้างเป็ครั้งแรก ความตกตะลึงพาดผ่านใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่ง เขาหยุดปล่อยออร่าทันทีเมื่อตระหนักว่าพลังของตนกำลังถูก 'ดูดกลืน' หายไปในความว่างเปล่า
"จบการทดสอบหรือยังครับ?" แอเรสถามเสียงเรียบ พร้อมกับปัดฝุ่นที่เกาะบนไหล่ "ถ้าท่านคิดจะใช้แรงกดดันแค่นี้มาข่มขู่ผม แนะนำให้ไปเรียกลูคัส... อ้อ หมายถึง 'องค์เทพพิทักษ์' ลงมาทำเองจะดีกว่า"
"เ้ากล้าลบหลู่องค์เทพ?!" วาเลเรียสตบโต๊ะดังลั่น แต่แววตาที่มองลูกชายคนเล็กเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่สายตาที่มองขยะอีกต่อไป แต่เป็สายตาที่กำลังประเมิน 'ตัวอันตราย' "พลังนั่นมันอะไร? มันไม่ใช่เวทมนตร์ และไม่ใช่ออร่าศักดิ์สิทธิ์ที่ตระกูลเราสืบทอด"
"มันคือพลังที่ได้มาจากความตาย" แอเรสตอบสั้นๆ "ความตายสอนให้ผมรู้ว่า คนอ่อนแอคือเหยื่อ และผม... เลิกเป็เหยื่อแล้ว"
ความเงียบปกคลุมห้องทำงานไปชั่วอึดใจ ก่อนที่ดยุกวาเลเรียสจะะเิเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
"ฮ่าๆๆๆ! ดี! ดีมาก!" วาเลเรียสมองแอเรสด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "ข้าไม่สนหรอกว่าเ้าไปได้พลังนอกรีตนี่มาจากไหน ตราบใดที่มันทำให้เ้าแข็งแกร่ง... กฎของตระกูลครอสอาร์ทมีเพียงข้อเดียวคือ 'ผู้แข็งแกร่งคือความถูกต้อง' ในเมื่อเ้าเหยียบหัวคาเอลขึ้นมาได้ เ้า้าอะไร? ตำแหน่งผู้สืบทอดงั้นรึ?"
"ตำแหน่งจอมปลอมนั่นผมไม่สน" แอเรสส่ายหน้า "สิ่งที่ผม้าคือ 'อิสระ' ท่านห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจของผม ห้ามส่งคนมาจับตาดู และผม้าสิทธิ์ในการเข้าออก 'คลังสมบัติลับ' ของตระกูล รวมถึงงบประมาณรายเดือนแบบไร้ขีดจำกัด"
วาเลเรียสหรี่ตาลง "ข้อเรียกร้องสูงไม่เบา สำหรับคนที่เพิ่งเอาชนะอัศวินฝึกหัดได้แค่คนเดียว"
"แล้วถ้าผมทำให้ดูว่า ผมมีค่ามากกว่าลูกๆ ทุกคนของท่านรวมกันล่ะ?" แอเรสท้าทาย
"น่าสนใจ" วาเลเรียสประสานมือเข้าด้วยกัน "อีกหนึ่งเดือน จะมีการประลองคัดเลือกตัวแทนตระกูลเพื่อเข้าศึกษาใน 'สถาบันเวทมนตร์และอัศวินหลวง' (Royal Academy) พี่ชายคนโตของเ้า 'ลีออน' ที่เป็ถึงอัศวินระดับกลาง จะเข้าร่วมด้วย... หากเ้าเอาชนะเขาและชิงโควต้าตัวแทนตระกูลมาได้ ข้าจะให้ทุกอย่างตามที่เ้าขอ แต่ถ้าแพ้... เ้าต้องถูกตัดออกจากตระกูลและเนรเทศตลอดกาล"
"ตกลงตามนั้น" แอเรสตอบรับแทบจะในทันที รอยยิ้มแห่งความตื่นเต้นผุดขึ้นบนใบหน้า "เตรียมกุญแจคลังสมบัติของท่านไว้ให้ดีก็แล้วกัน ท่านดยุก"
พูดจบ แอเรสก็หันหลังเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ผู้นำตระกูลผู้ยิ่งใหญ่มองตามแผ่นหลังของเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อน
‘สถาบันหลวงงั้นเหรอ...’ แอเรสคิดในใจขณะเดินลงบันได ‘ได้ยินมาว่าที่นั่นมีรูปปั้นของยัยแพศยาเอลิน่าตั้งอยู่ใจกลางสถาบันด้วยสินะ... ชักอยากจะไปถล่มให้ราบเป็หน้ากลองซะแล้วสิ’
