ภายในกระดูกหักตรงหน้าอกครึ่งหนึ่งเกิดโลหิตสีทองซึมออกมา ทำให้โลหิตแต่เดิมภายในร่างของตู้เซ่าฝู่ค่อยๆ ระเหยขึ้นเป็ไอ โลหิตปริศนาชนิดนี้โหดร้ายดุดันและบ้าพลังมากจริงๆ ไม่สามารถผสมผสานเข้ากับโลหิตที่อยู่ในร่างของตู้เซ่าฝู่ได้เลย
หัวใจ เส้นโลหิต เส้นลมปราณ เนื้อหนังมังสา และกระดูกในร่างของตู้เซ่าฝู่ รับพลังที่ดุดันของโลหิตชนิดได้ไม่ไหว ขณะนี้ทุกส่วนในร่างของเขาเริ่มที่จะถูกโลหิตพิเศษชนิดนี้ทำลาย ความเจ็บแสบทรมานนี้ ตู้เซ่าฝู่ที่ได้สติแล้วกลับไม่สามารถร้องระบายความรู้สึกทรมานนี้ออกไปได้ ทำได้เพียงอดทนรับความรู้สึกเ็ปที่น่าจะเป็ความทรมานที่สุดบนโลกนี้แล้ว
“นึกไม่ถึงว่าเ้ามนุษย์น่าเวทนาคนนี้เป็เพียงคนธรรมดา มนุษย์นี่ช่างน่ารังเกียจจริงๆ!”
ขณะที่ตู้เซ่าฝู่รู้สึกว่าทั้งร่างกำลังถูกทำลายย่อยสลายเป็ผุยผง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงแหลมๆ ดังขึ้นมาจากในร่าง เสียงแหลมเสียงนี้แฝงไปด้วยความรู้สึกที่สิ้นหวังและโกรธแค้น ตู้เซ่าฝู่รู้สึกเหมือนว่าในร่างมีก้อนไฟสีม่วงลอยอยู่ ร่างกายเขาห่อหุ้มเ้าสิ่งนี้ไว้ ไฟก้อนนี้ช่วยต่อต้านพลังอันดุดันสีทองนั้นไว้ให้เกิดความสมดุล
หลังจากมีก้อนไฟม่วงลอยขึ้นมา พลังโลหิตอันดุดันที่ปรากฏก่อนหน้าถูกสยบความบ้าระห่ำไว้ได้ส่วนหนึ่ง ทว่าก้อนไฟม่วงนั้นกลับนำพาความเ็ปแบบแสบร้อนเพิ่มขึ้นมาให้อีก ทำให้อวัยวะภายใน กระดูกเอ็นและเนื้อของตู้เซ่าฝู่ราวกับถูกมันแผดเผามอดไหม้ เมื่อความเ็ปที่เพิ่มขึ้นนี้มาพร้อมกับความทรมานจากพลังโลหิตที่ดุดันของแต่ก่อน ขณะนี้ตู้เซ่าฝู่ทรมานยิ่งกว่าตายเหมือนกับตกนรกขุมที่สิบแปด
ตู้เซ่าฝู่ไม่เข้าใจว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น จำได้แค่ขณะที่อสูรวิหคสองตัวกำลังจะะเิตัวเอง ก็มีกระแสพลังรุนแรงอันน่ากลัวพัดสาดเข้าใส่ มีแสงสีม่วงพุ่งกระโจนใส่เขา ขณะนั้นเขาาเ็ไม่สามารถตะเกียกตะกายดิ้นรนต่อสู้อะไรได้ อุณหภูมิสูงจัดที่แผดเผา สร้างความเ็ปจี๊ดขึ้นไปถึงสมอง จากนั้นั์ตาก็พร่ามัวจนหมดสติไป จากนั้นก็ไม่สามารถรับรู้อะไรได้เลย
ความเ็ปทรมานเช่นนี้ ตู้เซ่าฝู่ไม่สามารถต้านทานได้ เป็ความเ็ปที่มนุษย์ปกติไม่อาจรับได้ไหว การที่มีแหล่งสร้างความเ็ปอันรุนแรงสองอย่างขึ้นพร้อมกัน ต่อให้ตู้เซ่าฝู่ได้สติก็ทุกข์ระทมจนสายตาพร่ามัว
ภาพที่เห็นเริ่มพร่ามัว ตู้เซ่าฝู่เริ่มหมดสติและััได้ถึงบางอย่าง เพลิงสีม่วงที่ลอยในกายเขากำลังช่วยเหลือเขา โลหิตสีทองที่แทรกซึมเขามาผ่านกระดูกหน้าอกที่หักร้าวและทำลายโลหิตและอวัยวะอื่นๆ ภายในร่างของเขา ราวกับว่าหวาดกลัวต่อพลังของเปลวไฟสีม่วง ร่างกายที่กำลังเหี่ยวเฉาของตู้เซ่าฝู่เมื่อได้รับกระแสไหลเวียนของสิ่งนี้ กระดูกที่หักก็เริ่มเชื่อมกัน ราวกับโลหิตสามารถผสานเชื่อมกันได้...
แม้ว่าโลหิตสีทองจะทำให้โลหิตในร่างของตู้เซ่าฝู่จนระเหย แม้มันจะดุดันและร้ายกาจเพียงใด ทว่ามีสายโลหิตในตัวของตู้เซ่าฝู่เส้นหนึ่ง ที่ไม่สามารถทำลายให้ระเหิดหายไปได้หมด เพียงแต่สายเืเส้นนั้นอ่อนแอมาก การไหลเวียนของสายเืสีทองนั้นกำลังค่อยๆ กลืนกินเืเส้นนั้นไป
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ในท่อนกระดูกหักกลางอกของตู้เซ่าฝู่ มีโลหิตสีทองไหลพรูออกมาอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น จนกระทั่งทำให้เืทั้งตัวของตู้เซ่าฝู่เปลี่ยนเป็สีทองอ่อน ไหลผ่านกระแสเืที่กระจายอยู่ภายในอวัยวะทุกอย่างในร่างกาย มันไหลเวียนผ่านเส้นลมปราณและชีพจร กำลังบำรุงฟื้นฟูกระดูกที่แตกหักทั่วร่างให้กับเขา...
ในระหว่างนั้น เพลิงสีม่วงก็คอยช่วยต้านทานพลังที่รุนแรงและดุดันของโลหิตสีทองนั่นอยู่ตลอด เพราะนั่นเป็พลังที่ร่างกายของตู้เซ่าฝู่ไม่สามารถต้านทานมันได้ไหว ถ้าไม่อย่างนั้นเขาคงถูกแผดเผาจนกลายเป็เศษขี้เถ้าไปเป็ร้อยครั้งพันครั้งแล้ว
“แกว่ก!”
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใดแล้ว กระดูกหักกลางอกของตู้เซ่าฝู่มีเสียงแผดร้องของนกดังขึ้น จากนั้นกระดูกหักก็มีอักษรยันต์เปล่งแสงลอยออกมา เกิดพลังคลื่นสั่นไหวอย่างรุนแรงบริเวณกระดูกหัก ราวกับว่าจะะเิออก มันไม่อยากหลอมรวมเป็ส่วนหนึ่งกับร่างของตู้เซ่าฝู่
คลื่นอักษรยันต์ที่ไหลออกมาจากกระดูกหัก เพลิงสีม่วงก็ยากที่จะต้านทานสะกดพลังมันไว้ได้ คลื่นพลังของมันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โลหิตสีทองระเหิดพุ่งเป็ไอ ราวกับจะทำให้กระดูกหักะเิเป็เสี่ยงๆ คลื่นพลังนี้ช่างน่ากลัว เกรงว่าร่างตู้เซ่าฝู่อาจจะต้องถูกะเิเป็จุณในอีกไม่ช้า
“ฉึกๆๆ!”
ในขณะนั้นเอง ในร่างของตู้เซ่าฝู่ ทันใดนั้นก็มีแสงอันน่าพิศวงเปล่งออกมา ลำแสงอันน่าอัศจรรย์พุ่งออกมาเป็เส้นๆ ลำแสงเหล่านี้ดูขุ่นๆ ดูแล้วทะมึนๆ อยู่บ้าง มันเชื่อมต่อกับเส้นลมปราณและชีพจรเส้นเื สุดท้ายแต่ละเส้นก็หลอมรวมมากัน เกิดเป็พลังอันน่าสะพรึงกลัว กลายเป็ตาข่ายแสง ที่เข้าไปห่อหุ้มบริเวณกระดูกหักไว้
“แกว่กๆ”
ในกระดูกหักมีเสียงวิหคร้อง โครงกระดูกหักที่สั่นะเือย่างแรงถูกตาข่ายแสงที่ปกคลุมไว้ ตาข่ายค่อยๆ บีบอัดให้เล็กลง มันที่อยู่ข้างในพยายามดิ้นรนตะเกียกตะกายออกไป ทว่าก็ยังถูกขังไว้อย่างแน่นอน ราวกับว่าถูกพลังที่น่ากลัวที่สุดสยบมันไว้
“ชีพจรฌานตราิญญา ชีพจรฌานรวมตัวกันจนเกิดเป็ตราิญญา นี่มันคือชีพจรฌานแบบใดกันหรือ เหตุใดชีพจรฌานจึงสามารถควบคุมพลังปราณจนเกิดเป็ตราิญญาได้ล่ะ น่าจะมีเพียงชนเผ่ามนุษย์ที่ร้ายกาจสุดยอดที่สุดบนโลกนี้ จึงเกิดมาพร้อมกับชีพจรลมปราณเช่นนี้ เ้ามนุษย์คนนี้ช่างแปลกประหลาดยิ่งนั้น”
เพลิงสีม่วงสั่นไหวเป็คลื่นอยู่ในตาข่ายแสง มันเองก็เริ่มถอยตัว ราวกับว่าหวาดกลัวตาข่ายแสงที่ห่อหุ้มกระดูกที่หัก
“แกว่กๆ!”
มันพยายามดิ้นรนตะเกียกตะกายในกระดูกที่แตกหักเป็ครั้งสุดท้าย อักษรยันต์ไหลพรั่งพรูออกมาเรื่อยๆ สุดท้ายมันก็เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็เหยี่ยวั์ปีกทองพุ่งกระโจนจากข้างในตาข่ายแสง มันหวังว่าจะทำลายตาข่ายนั้นให้สูญสิ้นไป
ตาข่ายแสงถูกเหยี่ยวั์ปีกทองพุ่งชนจนขาด ทว่าหลังจากนั้นร่างของเหยี่ยวั์ปีกทองก็ถูกห่อหุ้มไว้แน่น ลมปราณที่งดงามแต่เย็นะเืแผ่ออก พยายามต่อสู้กับเหยี่ยวั์ปีกทองอย่างไม่หยุดหย่อน
สุดท้ายเหยี่ยวั์ปีกทองก็ถูกกำราบไว้ได้ มันถูกตาข่ายแสงโจมตีทะลุร่าง จากนั้นร่างของเหยี่ยวั์ปีกทองก็แตกสลายกลายเป็อักษรยันต์จำนวนนับไม่ถ้วน อักษรทั้งหลายโถมเข้าไปกลางศีรษะไหลเวียนในสมองของตู้เซ่าฝู่
ตู้เซ่าฝู่รู้สึกราวกับฝันไป เป็ฝันที่แปลกประหลาดเหลือเกิน ในฝันที่พิสดารนั้น เขาเห็นฉากภาพที่ไม่น่าเชื่อภาพหนึ่ง ในฝันมีทางช้างเผือกที่กว้างใหญ่มหาศาล มีดาวตก ห้วงท้องฟ้าสั่นไหว ในนั้นมีเหยี่ยวั์ปีกประกายทองกำลังบินข้ามผ่านทางช้างเผือก มันสยายปีกเหาะเหินขึ้นข้างบนไกลลับสุดตา โจมตีดวงดาราแต่ละดวงจนะเิ แล้วบินวนเวียนอยู่ในทางช้างเผือก เสียงร้องของเหยี่ยวทองตัวนั้นทำให้ทางช้างเผือกสั่นไหว ดูแล้วน่าหวาดกลัว
จากนั้นเหยี่ยวั์ปีกทองตัวนั้นก็เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็อักษรยันต์จำนวนมากไหลเข้าสู่งสมองของเขา อักษรยันต์เ่าั้มีความหมายลึกซึ้งยากที่จะทำความเข้าใจได้ ทว่าตู้เซ่าฝู่กลับสามารถเข้าใจได้ในทันที ระหว่างที่เขาสะลึมสะลือ คือสภาวะที่เขากำลังทำสมาธิบรรลุเข้าใจอักษรยันต์ที่ไหลเข้ามาเ่าั้...
ความฝันนี้เหมือนว่าเป็ฝันอันยาวนาน เมื่อตื่นจากฝัน ตู้เซ่าฝู่มีสติกลับมาก็รู้สึกเวียนหัว และรู้สึกราวกับว่าร่างของเขาถูกฉีก ทั้งตัวไร้โครงสำหรับเคลื่อนไหวเนื่องจากกระดูกทั้งร่างแตกหัก ความเ็ปรวดร้าวทั้งร่างกายก็ยังไม่ได้หายไป
“ไม่สิ นี่มันวิชาฝึกฌานของอสูรเหยี่ยวั์ปีกทองนี่”
จู่ๆ ตู้เซ่าฝู่ก็ลืมตาขึ้น อักษรยันต์ในฝันและร่างเงาของเหยี่ยวั์ปีกทองที่เห็น เป็วิชาการฝึกฌานของตระกูลสายพันธุ์เหยี่ยวั์สีทอง แบ่งเป็ฝึกร่าง ฝึกปราณ ฝึกทักษะ พร์ของอสูรมีทั้งหมดสามส่วน
จากนั้นตู้เซ่าฝู่พบว่าในร่างมีหลุมแปลกประหลาดอยู่ ยังคงปวดร้าวทั้งตัว ชุดบนร่างกายไม่รู้ว่าถูกเผาจนสลายไปั้แ่เมื่อไร เหมือนกับการที่ร่างขยับเขยื้อนไม่ได้ แต่อย่างน้อยตู้เซ่าฝู่ยังคงมีชีวิตอยู่ได้ ไม่รู้ว่าหลังจากวิหคั์ปีกประกายทองและวิหคั์เปลวเพลิงม่วงะเิตัวเองไปแล้วเกิดเื่อะไรขึ้น แต่ขอแค่ได้ยังมีลมหายใจอยู่ ก็ถือเป็เื่ที่ดีที่สุด
“ข้ายังไม่ตาย แถมยังได้วิชาการฝึกฌานของอสูรเหยี่ยวั์ปีกทองมาอีก”
