“เ้าดำไปกับข้า เราไปเก็บสมุนไพรที่เขาลูกโน้นกัน”ซิงเยียนเดินทางไปพร้อมกับหมาดำ
“ โอ้! สมุนไพรที่นี่เยอะเลยแต่หน้าตาไม่เหมือนกับในตำราที่มี ถ้าเก็บไปคงจะขายไม่ได้พวกเขาน่าจะไม่รู้จัก”
“ ถ้าข้าเรียนการปรุงยาเสร็จแล้ว อาจารย์ก็คงจะยังไม่ปล่อยให้ไปเพราะระดับขั้นของข้าเพิ่งอยู่ระดับสี่เอง”
“ ไม่เป็ไรแค่ขั้นเดียวข้าก็สามารถกลับไปยังบ้านเมืองได้แล้ว เ้าต้องไปกับข้านะเ้าดำข้าจะได้ขึ้นนั่งบนหลังเ้าไป” หมาสีดำมองหน้านางแล้วพยักหน้า
“ เ้าเก่งมากฟังที่ข้าพูดรู้เื่ด้วย กลับกันเถอะสมุนไพรครบแล้วไว้วันหลังค่อยกลับมาเก็บใหม่”
“ ซิงเยียน เ้าต้องควบคุมไฟในมือไม่งั้นสมุนไพรที่อยู่ในหม้อจะไหม้เสียหมด”
“ ไม่ทันแล้วเ้าค่ะท่านอาจารย์ สมุนไพรที่อยู่ในหม้อกลายเป็สีดำไปแล้ว ดีที่สมุนไพรศิษย์เก็บมาเยอะ น่าจะปรุงได้อีกสามชุด”
“ ไฟต้องให้อยู่ระดับกลางไม่แรงหรือเบาเกินไป ไม่อย่างนั้นสมุนไพรก็จะไม่รวมตัวกันเป็เม็ด และยาที่ได้ก็อ่อนลง กลายเป็ยาน้ำ”
“ ยาน้ำก็ดีนะเ้าค่ะใส่น้ำผึ้งหรือน้ำตาลไปหน่อยให้เด็กทานได้”
“ แต่มันไม่ใช่ยาที่เรา้ารักษาโรค ให้หายขาดโดยไวเห็นผลทันตา สมุนไพรต้องเข้มข้นตัวยาต้องประสานกันเป็เม็ด ผิวเรียบเกลี้ยงเกลาขนาดเม็ดก็ต้องเท่ากัน”
ซิงเยียน ต้องวิ่งไปกลับระหว่างูเาที่มีสมุนไพร และกระท่อมที่นางเรียนปรุงยาอยู่เกือบทุกวัน
“ ถ้าเ้าอยู่ขั้นระดับหกขึ้นไปก็จะสามารถฝึกวิชาลอยตัวในอากาศได้ เ้าไม่ต้องวิ่งให้เหนื่อยแบบนี้หรืออาศัยหลังเ้าดำไป”
“ จริงหรือ? เ้าค่ะท่านอาจารย์ข้าสามารถลอยตัวได้ ก็เหมือนเหาะได้น่ะสิข้าต้องมาเรียนเพิ่มให้ได้”
“ แต่ว่าถ้าอาจารย์เ้าค่ะเมื่อไหร่ข้าจะถึงระดับห้า ข้าอยากกลับไปช่วยพวกเขาโดยไวไม่อย่างนั้นจะมีแปดคนที่ส่งออกมาตามหาหุบเขาหมื่นเมฆาอีกหลายคน”เป็สิ่งที่นางพูดย้ำเตือนเสมอ
“ เ้ายังไปตอนนี้ไม่ได้อาจารย์คิดว่าจะส่งเ้าไปที่เขาลูกหนึ่ง เพื่อเข้าไปแสวงหาสมบัติพิเศษและสัตว์อสูรที่สามารถบินได้ เ้าจะได้กลับไปยังโลกมนุษย์โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางกลับเป็ปี”
“ มีแบบนี้ด้วยหรือเ้าคะถ้าอย่างนั้นอาจารย์ก็รีบส่งศิษย์ไปเลยเ้าค่ะ เผื่อสัตว์ที่ได้จะตัวเล็กต้องเอามาเลี้ยงดูอีก”
“ ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา หน้าจะอีกประมาณสองเดือนหลังจากนี้ ่นี้เ้าก็ฝึกฝนการปรุงยาให้ชำนาญ และทบทวนความรู้ที่ได้เรียนมาั้แ่ต้นไปก่อนถึงเวลาแล้วอาจารย์จะบอกเ้าอีกทีหนึ่ง”
“ เ้าค่ะท่านอาจารย์ แล้วอย่างนี้พี่ชายห่าวรัน จะได้เข้าไปที่เขาลูกนั้นไหมเ้าคะ”
“ หุบเขาหมื่นเมฆา มีที่ให้แสวงหาสิ่งของมากมาย คงจะไม่ได้มาที่เขาลูกเดียวกันหรอก อีกอย่างหนึ่งเขาก็อยู่ไกลจากที่นี่มาก ”
“ ที่เ้ายืนอยู่ตรงนี้เป็แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น หุบเขาเมฆาเป็ชื่อที่เรียกขานกัน ความจริงแล้วเป็ูเาที่มีพลังโดยมีเมืองของเซียนอยู่ข้างบนหุบเขา ก็คือกลุ่มก้อนเมฆสีขาวที่อยู่เต็มไปหมด”
“ ศิษย์อยากเห็น มันคงจะสวยงามมากที่เห็นก้อนเมฆขาวอยู่เต็มท้องฟ้าไปหมด และข้างใต้ก็เป็ขุนเขาที่เขียวชอุ่มไปด้วยต้นไม้”
“ ถ้าเ้าฝึกฝนถึงระดับแปด ก็สามารถไปทีู่เานั้นได้แต่ถ้าจะให้ขึ้นไปอยู่บนก้อนเมฆเ้าต้องเป็เซียนระดับเก้าขึ้นไป”
“ ศิษย์จะทำสำเร็จให้ได้และจะขึ้นไปอยู่บนก้อนเมฆ เหนือหุบเขาหมื่นเมฆานั้น แต่ตอนนี้ขอเวลาศิษย์ขึ้นถึงระดับห้าก่อนเ้าค่ะ”
“เ้ายังมีเวลาฝึกฝนตัวให้เก่ง ูเาที่เ้าจะไปไม่แน่ว่าอาจจะมีเซียนเข้าไปหาของพิเศษด้วยก็ได้ หากว่าเ้าช้าของพิเศษอาจจะถูกพบเจอก่อน”
ซิงเยียนรู้ว่าของที่ตนอยากได้อาจจะถูกแย่งชิงกับผู้อื่น มีเวลาว่างจากเรียนปรุงยา ค่ายกลการใช้พลังธาตุทั้งสอง ก็มาฝึกวิชาตัวเบา ที่มีพื้นฐานจากการฝึกกับห่าวรันมาบ้าง
อาจารย์ผู้เฒ่าเห็นดังนั้น จึงได้สอนวิชาตัวเบาเพิ่มให้อีก
“อาจารย์เ้าค่ะ ศิษย์ยังมีข้อข้องใจอยู่ ในเมื่อเซียนอยู่ที่ก้องเมฆเหนือหุบเขาแล้ว ทำไมท่านอาจารย์ถึงได้มาอยู่ที่นี่ล่ะเ้าค่ะ”
“อาจารย์อยู่มานาน เลยเบื่อลงมาอยู่แถวนี้ ไม่ได้มีแค่อาจารย์คนเดียวที่เบื่อ มีหลายคนที่ลงมาอยู่แถวนี้”
“อยู่มานานไม่ดีหรือเ้าค่ะ มนุษย์ธรรมดาอย่างศิษย์ยัง้ามีชีวิตที่ยืนยาว แต่ท่านอาจารย์กลับอยู่นานจนเบื่อต้องปลีกวิเวกมาอยู่ผู้เดียว”
“ท่านอาจารย์ไม่มีครอบครัว หรือลูกหลานหรือเ้าค่ะ”
“ตอนนั้นอาจารย์้า ขึ้นเป็เซียนระดับสูง จึงไม่สนใจจะมีครอบครัวหรือคู่บำเพ็ญเพียร จนได้ขึ้นเป็เซียนระดับสูงก็ไม่มีความรู้สึก อยากมีครอบครัวอีก”
“ท่านอาจารย์ไม่กลัวเซียนจะสูญพันธุ์หรือเ้าค่ะ ถ้าทุกคนคิดแบบอาจารย์หมด แถมมนุษย์จะเป็เซียนก็อยากเย็นแสนเข็ญ แทบเอาชีวิตไม่รอด”
“เซียนมีอายุที่ยืนยาว จะสูญพันธุ์ได้อย่างไร แถมยังมีเซียนบางตนก็มีครอบครัว มีลูกหลานด้วย”
“ ศิษย์คิดว่าอะไรที่หายากหรือแทบจะไม่มี หรือมีน้อยน่าจะใกล้สูญพันธุ์แล้วเ้าค่ะ”
“บนก้อนเมฆเหนือหุบเขาหมื่นเมฆาก็มีอยู่หลายพันตน จะสูญพันธุ์ไปได้ยังไง ที่เ้าหายากหาไม่เจอเพราะไม่ได้อยู่รวมกันจึงไม่ได้เห็นง่ายๆ”
“เ้าเอาเวลาคิดเรื่อยเปื่อยไปฝึกซ้อมจะดีกว่าน่ะ จะได้รีบกลับไปช่วยบ้านเมืองได้”ซิงหยุดพูดและรีบหายตัวไปจากตรงนั้น
“เ้าดำไปเข้าป่ากัน ไปเก็บสมุนไพรมาปรุงยาให้ได้มากที่สุด เมื่อออกเดินทางเจอชาวบ้านเจ็บป่วยจะได้มียารักษา แจกจ่ายให้กับพวกเขาได้”
ซิงเยียนปรุงยาระดับต่ำ ที่อาจารย์ผู้เฒ่าบอกว่าเหมาะสำหรับมนุษย์ นางปรุงจนไม่มีที่จะเก็บยิ่งเป็ยาทำให้อายุยืนด้วยแล้วตอนนี้มีเกินกว่าพันเม็ด จนมีความชำนาญจึงได้เริ่มปรุงยาระดับขั้นที่สูงขึ้น
“ซิงเยียนอีกไม่กี่วัน ก็จะได้เวลาที่เ้าเข้าป่าไปเสี่ยงโชคแล้วเ้าเตรียมตัวพร้อมหรือยัง ยารักษาาแแก้อาการเ็ปเตรียมไว้เผื่อมีการต่อสู้กับสัตว์อสูรอาวุธก็เตรียมไปด้วย”
“ อาจารย์ข้าพาเ้าดำไปด้วยได้ไหม เ้าค่ะจะได้มีเพื่อน”
“ อาจารย์ว่าอย่าดีกว่า เพราะในนั้นมีสัตว์อสูรอยู่ เ้าดำไม่ได้อยู่ในขั้นสูงที่จะสู้ได้มันอาจได้รับาเ็ หรือเสียชีวิต”
วันที่ต้องเดินทางมาถึง ซิงเยียนเตรียมตัวแต่เช้า อาจารย์ผู้เฒ่าพาเดินทางมายังูเาลูกหนึ่ง โดยการขึ้นไปยืนบนแผ่นผ้าแบบหนาสีขาว ถ้ามองจากด้านล่างก็เหมือนก้อนเมฆที่ลอยอยู่และเคลื่อนที่ด้วยความไว
“โห!ท่านอาจารย์ คนเยอะขนาดนี้เลยรึเ้าค่ะ ข้านึกว่าจะมีประมาณสิบกว่าคนแต่นี่มีเป็ร้อยเลย”
“ ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา คงยังมีมาเรื่อยๆอาจจะหลายร้อยคนเพราะป่านี้ เป็ป่าใหญ่และไม่เคยเปิดมาก่อนเซียนทั้งหลายจึงให้ความสนใจ”
“แบบนี้ศิษย์จะทันพวกเขาหรือเ้าค่ะ มีแต่คนที่มีความสามารถทั้งนั้นเลย”
“อาจารย์ถึงให้เ้าฝึกฝน อย่างไรละตอนนี้คงขึ้นอยู่กับเ้าแล้วว่า จะทันคว้าอะไรมาได้และที่สำคัญถ้าเป็สิ่งของให้เ้ารับหยดเืแสดงความเป็เ้าของจะได้ไม่มีใครแย่งไปได้”
“แค่สิ่งของหรือเ้าค่ะ ถ้าเป็สัตว์ล่ะต้องทำยังไงกับพวกมัน”
“ถ้าเป็ประเภทนก ที่อยู่ระดับสูงหยดเืใส่ปาก จำพวกม้าเสือสิงโตใช้เืแปะที่หน้าผากก็พอ”
อาจารย์โม่โฉว ยืนสั่งสอนลูกศิษย์จนได้เวลาเปิดเขา แสงสีขาวจากท้องฟ้าพุ่งตรงมายังูเา พร้อมปรากฏทางเข้าขึ้นมาเป็ทางเดิน ทอดยาวเข้าไป
“ อาจารย์เ้าค่ะแล้วศิษย์จะรู้ได้ยังไงว่าต้องกลับออกมาตอนไหน หรือว่าจะกลับออกมาเมื่อไหร่ก็ได้”
“ ไม่เกินเจ็ดวัน แต่สุดท้ายแล้วถ้าจะออกมาไม่ทัน ก่อนเขาจะปิดตัวลงจะดีดทุกอย่างที่ไม่ใช่ของเดิมออกจากป่า”
“สลัดเอาของแปลกปลอมออกมา ก็ดีถ้าเกิดหลงลืมเวลากลับออกมาไม่ทัน ก็ยังออกมาได้ แต่ท่าไหนไม่ใช่ลงมาหน้าคว่ำหัวแตกอยู่หน้าเขานะ”ซิงเยียนยืนคิดก่อนจะเห็น เซียนทั้งหลายทยอยกันเดินเข้าไปยังูเา
ซิงเยียนเดินเข้าไปพร้อมกับเหล่าเซียนทั้งหลาย เข้าไปในูเาลูกหนึ่งที่เต็มไปด้วยป่าไม้ต้นใหญ่
“ โอ้!ท่านเซียนทั้งหลายพากันลอยตัวไปเราคงต้องวิ่งแล้วไม่งั้นจะอดของดี”ซิงเยียน วิ่งด้วยวิชาตัวเบาตามเข้าไปข้างใน ตาก็มองว่าเซียนทั้งหลายทำอะไรกัน สิ่งที่พวกเขาหาคือหรือสิ่งใด
“ดูเหมือนท่านเซียน จะค้นหาของบางอย่างตามในถ้ำ และสัตวอสูรระดับสูงที่ในป่านี้มีแต่สัตว์ หน้าตาแปลกๆทั้งนั้นเลยแต่ก็ดูน่ารักดี สามารถหดตัวและขยายตัวได้ด้วย”
“แล้วข้าจะจับทันท่านเซียนได้อย่างไงกัน ข้าอยากได้ที่บินได้สักตัวหนึ่ง เอาไว้เดินทางกลับแคว้นตงหยางอี้”
“ เฮ้อ!เจอถ้ำก็มีแต่ ร่องรอยการรื้อค้นท่านเซียนทั้งหลายมีความไว้ กว่าเรามากแบบนี้ คงต้องหาที่เหลือหรือหลุด รอดสายตาหรือท่านเซียนทั้งหลายไม่สนใจ”
“ เอ๊ะ! ดูเหมือนจะมีหนูถูกก้อนหินทับ”ซิงเยียนยกหินที่ใหญ่พอสมควรและหนัก จะขอให้ใครช่วยยกก็ไม่ได้ ต้องหาไม้มางัดเอง
“เ้าหนูรีบออกมา ข้าจะหมดแรงแล้วเจ็บแค่ไหนก็แข็งใจออกมาก่อน”หนูขาวคลานออกมาจากก้อนหิน ก่อนจะนอนแน่นิ่งกับพื้น มันโดนหินทับได้รับาเ็
ซิงเยียนเอายารักษาอาการาเ็ยัดเข้าปากหนู ตามด้วยน้ำแล้วอุ้มไปวางไว้ใต้ต้นไม้ ก่อนจะรีบเดินทางตามหาสมบัติต่อ
“อยู่ในนี้ได้ถึงเจ็ดวัน แค่วันแรกท่านเซียนทั้งหลายแทบจะขน สมบัติทั้งสัตว์อสูรไปเกือบหมดป่าแล้ว”
“ในป่านี้มีแต่สัตว์อสูรระดับสูงทั้งนั้นเลยรึ มันอยู่มากี่หมื่นปีกันแน่น ข้าขอระดับกลางก็ได้ เจอสักตัวเถอะ”ซิงเยียนตามหาสัตว์อสูรและของวิเศษ
“ต้องหาที่พักก่อนใกล้จะมืดแล้ว โอ้! ดูท่านเซียนทั้งหลายทำที่พักสิ เหมือนนอนอยู่บนก้อนเมฆ มีสิ่งของครบครั้นขนาดนี้ ยังต้องมาหาในนี้อีก หรือว่าเป็สิ่งที่พวกขาดไม่มีกัน”
ซิงเยียนขึ้นไปนอนอยู่บนต้นไม้ ใช้พลังพฤกษาให้กิ่งไม้ห่อหุ้มเหมือนรังนก ก่อนจะเข้าไปนอนพักผ่อน พรุ่งนี้นางยังต้องรีบค้นหาสัตว์อสูรและสมบัติล้ำค่าต่อ
ซิงเยียนรีบตื้นแต่เช้ามืดจะออกไปหาสมบัติต่อ แต่… ภาพตรงหน้าคือเหล่าเซียนทั้งหลายพากันหายไปหมดแล้ว ก้อนเมฆที่เห็นก็หายไปเหมือนกัน
“ แสดงว่าท่านเซียนทั้งหลายพักผ่อนไม่กี่ชั่วยาม แล้วก็ไปหาสมบัติหรือสัตว์อสูรต่อยังงั้นรึ ไม่ได้ต้องรีบแล้ว”
“ มีมุมไหนของป่าบ้างนะที่เซียนไม่เข้าไป ถ้าตามหลังไปแบบนี้ เราต้องกลับไปตัวเปล่าเป็แน่”
ซิงเยียนใช้พลังที่มีวิ่งไปทั่ว แต่ไปตรงไหนก็มีร่องรอยของเซียนทั้งหลายมาค้นหาหมดแล้ว
“ เราก็มีกระดูกเป็เซียนแล้วนี่นาทำไมถึงไม่ได้ว่องไว และความสามารถของเหินเดินอากาศได้แบบเซียนกัน คงเป็เพราะระดับขั้นที่อาจารย์ผู้เฒ่าบอกว่าเป็แน่ เฮ้อ! ฝีมือคนละชั้นกันจริงๆ”
วันที่สองไม่เจอสิ่งได้“ สัตว์อสูรคงหนีไปอยู่ด้านในสุดของป่าเป็แน่ คืนนี้เราไม่ต้องนอนน่าจะตามพวกท่านเซียนทั้งหลายทัน”
