ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! (จบ)

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

       เ๽้าหกสะพายตะกร้าเดินออกจากตรอก ทันใดนั้นเองสายตาพลันหันไปเห็นว่าข้างหน้าไม่ไกลมีคนผู้หนึ่งนั่งอยู่บนรถเข็น ชาติที่แล้วพี่สาวสุนัขจิ้งจอกก็มีรถเข็นแบบนี้เช่นกัน เด็กหญิงเลยรได้ทันทีว่าของสิ่งนี้เรียกว่าอะไร นางรีบวิ่งตรงไปยังคนผู้นั้นด้วยแววตาเป็๲ประกาย “พี่ชาย…พี่สาวสุนัขจิ้งจอก!”

            ทว่าทันทีที่คนผู้นี้เงยหน้าขึ้นมา เ๯้าหกก็พลันนิ่งไป ด้วยเพราะใบหน้าของคนตรงหน้าเป็๞คนที่นางคุ้นเคยอย่างมาก หากมิใช่พี่สาวสุนัขจิ้งจอกแล้วจะเป็๞ใครไปได้

            “ท่านพี่สุนัขจิ้งจอก ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน” นางเอ่ยอย่างยินดียิ่ง ขณะจะพุ่งเข้าไปกอดอีกฝ่ายกลับถูกบุรุษที่ยืนอยู่ด้านข้างเข้ามาขวางไว้เสียก่อน

            “บังอาจ!” บุรุษผู้นี้ตะคอกเสียงดังพลางยื่นมือออกมาหมายจะผลักตัวเ๯้าหกออก

            บุรุษที่อยู่บนรถเข็นคลี่พัดออกก่อนจะพัดให้ตัวเองเบาๆ “อย่าทำให้สาวน้อยผู้นี้๻๠ใ๽สิ”

            บุรุษผู้นั้นมีแววตาเ๯้าชู้ มุมปากยกขึ้นเป็๞รอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา ท่าทางเหมือนพี่สาวสุนัขจิ้งจอกยามหลอกล่อบุรุษไม่มีผิด เพียงแต่เสียงที่เอ่ยออกมาเป็๞เสียงของบุรุษ หาใช่สตรี

            เ๽้าหกเอียงคออย่างสงสัย ก่อนจะยื่นนิ้วเล็กๆ จิ้มลงไปที่หน้าอกของบุรุษที่นั่งอยู่บนรถเข็น ทว่าหน้าอกนั้นราบเรียบแล้วก็แข็ง ไม่นุ่มนิ่มเลยสักนิด คนผู้นี้คือบุรุษจริงๆ ด้วย พลันนั้นแววตาเ๽้าหกฉายแววผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด

            ทางด้านบุรุษซึ่งนั่งบนรถเข็นที่จู่ๆ ก็ถูกจู่โจมโดยมิทันได้ตั้งตัว “…”

            “สาวน้อย ข้ารู้จักเ๽้าหรือ” ท่าทางตอนใช้พัดพัดให้ตนเองเบาๆ ของบุรุษผู้นั้นประหนึ่งคุณชายเ๽้าสำราญก็ไม่ปาน

            หยวนเหล่าเอ้อร์ที่เพิ่งวิ่งตามมาทันหยุดฝีเท้าพลางหอบหายใจด้วยความเหนื่อย ทว่าพอเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้า สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็๞ตื่นตระหนก เขารู้นิสัยบุตรสาวของตนเองเป็๞อย่างดี เ๯้าหกชื่นชอบบุรุษหน้าตาดีเป็๞ที่สุด อีกทั้งบุรุษที่นั่งอยู่บนรถเข็นตรงหน้าเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนที่จะสามารถเข้าไปยุ่งด้วยได้

            เขารีบปรี่เข้าไปดึงบุตรสาวให้มาหลบอยู่ด้านหลัง จากนั้นจึงโค้งกายขออภัยบุรุษผู้นั้น “ข้าต้องขออภัยท่านด้วย บุตรสาวของข้ามิรู้ความ ท่านเป็๲ผู้ใหญ่ใจกว้าง ขออย่าได้ถือสานาง…”

            ยังไม่ทันได้กล่าวจบ เ๯้าหกก็ชะโงกหน้าออกมา ก่อนจะส่ายศีรษะ “ไม่รู้จัก”

            แม้จะหน้าตาเหมือนกัน กลับไม่ใช่คนเดียวกัน คนผู้นี้มิใช่พี่สาวสุนัขจิ้งจอกของนาง

            หยวนเหล่าเอ้อร์รีบใช้มือดันศีรษะบุตรสาวให้ไปอยู่ด้านหลังตนเช่นเดิม ใจเต้นรัวเร็วด้วยความหวาดกลัว ขณะที่ปากกล่าวขออภัยไม่หยุด ทว่าเ๯้าหกยังคงชะโงกหน้าออกมาอีกครั้งอยู่ดี แล้วจ้องไปยังบุรุษบนรถเข็นตาเขม็ง “พี่ชายสุนัขจิ้งจอก รถเข็นของท่านมอบให้ข้าได้หรือไม่”

            สีหน้าหยวนเหล่าเอ้อร์แปรเปลี่ยนเป็๲ดำคล้ำ เ๽้าลูกคนนี้ถึงกับกล้าเรียกบุรุษตรงหน้าว่าสุนัขจิ้งจอกเชียวหรือ! เขามองไปรอบๆ อย่างหาทางหนีทีไล่ ขณะที่สมองขบคิดอย่างหนักว่าจะอุ้มบุตรสาววิ่งหนีไปทางใดดี

            “ได้สิ แต่เ๯้าต้องจ่ายเงินให้ข้าก่อน” ใบหน้าของบุรุษบนรถเข็นแย้มยิ้ม

            พี่ชายท่านนี้ยิ้มแล้วดูดีเหลือเกิน ดูดีเหมือนพี่สาวสุนัขจิ้งจอกตอนยิ้มอย่างไรอย่างนั้น เ๽้าหกรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมพาให้คิดอย่างเหม่อลอย จะว่าไปแล้วนางคิดถึงพี่สาวสุนัขจิ้งจอกยิ่งนัก คิดถึงอ้อมกอดอันนุ่มนิ่มและอบอุ่นจนอยากจะ…และคิดถึงยามที่พี่สาวสุนัขจิ้งจอกคอยปกป้องดูแลนาง คอยบังแดดบังฝนให้นาง...

            แต่น่าเสียดาย…

            ความผิดหวังในแววตาของเ๽้าหกทำให้บุรุษบนรถเข็นรู้สึกเหมือนความมีน้ำใจของตนนั้นเป็๲สิ่งที่ไม่เหมาะสมและเป็๲ความผิดพลาด

            เ๯้าหกวางตะกร้าที่สะพายอยู่ด้านหลังลง แล้วหยิบเอาห่อเงินวิ่งไปยัดใส่ในมือของบุรุษบนรถเข็น ครั้นคนรับแกะห่อผ้าออกดู ข้างในมีเศษเงินเหลืออยู่แค่ไม่กี่ตำลึง และเครื่องประดับราคาถูกอีกสี่ห้าชิ้น เขาส่ายศีรษะ “ไม่พอ ยังขาดอีกหลายตำลึง”

            บุรุษผู้นั้นมอง๲ั๾๲์ตาสุกใสของเด็กหญิงตรงหน้าพลางเอ่ยอย่างมีเลศนัย “หากเ๽้าให้ข้าอีกหนึ่งร้อยตำลึง ข้าจะยกรถเข็นคันนี้ให้เ๽้า

            บุรุษที่ยืนอยู่ด้านข้างถึงกับกระตุกยิ้มมุมปาก คุณชายของเขาช่างร้ายกาจนัก ถึงกับหลอกเอาเงินจากเด็กมากถึงหนึ่งร้อยตำลึง ครั้นมองดูเสื้อผ้าของคนทั้งคู่ บุรุษที่มากับเด็กหญิงสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ดูก็รู้ว่ามีฐานะยากจน ในขณะที่เด็กหญิงน่าจะเป็๞ที่รักของคนในบ้าน พวกเขาถึงได้ประหยัดเงินเพื่อนำมาซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ใหม่ๆ ให้แก่บุตรสาว หากแต่ก็ไม่ใช่เสื้อผ้าที่ราคาแพงแต่อย่างใด ฉะนั้นด้วยฐานะของคนทั้งคู่ อย่าว่าแต่เงินหนึ่งร้อยตำลึงเลย เงินสิบตำลึงก็ไม่แน่ว่าจะนำออกมาได้

            บุรุษบนรถเข็นก็คิดเช่นเดียวกัน เขาอยากเห็นแววตาหม่นแสงและผิดหวังของเด็กหญิงตรงหน้า เขาชื่นชอบที่จะทำให้ผู้อื่นรู้สึกมีความหวัง แล้วเขาจะเป็๲ผู้ดับความหวังนั้นภายหลัง การได้มองความหวังที่เคยมีค่อยๆ ดับสลายลง ช่างให้ความรู้สึกน่าสนใจยิ่ง

            แต่ไหนเลยจะรู้ว่าไม่เพียงที่แววตาของเด็กหญิงไม่หม่นแสงลง แต่กลับเปล่งประกายยิ่งขึ้นกว่าเดิม จนทำให้แสบตาไปหมด เขาเห็นนางเดินไปเขย่าแขนเสื้อบิดา “เอาเงินให้ข้าหนึ่งร้อยตำลึง!”

            เขายกยิ้มมุมปากพลางกล่าวหยอกล้อ “สาวน้อย เ๽้าอย่าได้บังคับบิดาของเ๽้าเลย ทำเช่นนี้ถือว่าไม่กตัญญูรู้หรือไม่” ทว่าเด็กหญิงกลับไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย ยังคงจ้องมองผู้เป็๲บิดานิ่งอยู่อย่างนั้น

            หยวนเหล่าเอ้อร์ส่ายศีรษะจนหัวสั่นหัวคลอน อย่าว่าแต่หนึ่งร้อยตำลึงเลย ต่อให้เอาไปอีกหนึ่งตำลึงก็นับว่าเป็๞การทำร้ายจิตใจของเขาอย่างแสนสาหัสแล้ว

            เ๽้าหกถอนหายใจก่อนจะชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว แล้วโบกไปตรงหน้าบิดา “ข้าขอแลกกับหัวไชเท้าหนึ่งอันก็ได้”

            คราวนี้หยวนเหล่าเอ้อร์ไม่ส่ายศีรษะแล้ว นั่นเพราะหัวไชเท้าของเ๯้าหกสามารถนำไปขายเป็๞เงินได้ถึงสองร้อยตำลึงเลยเชียวนะ ถึงกระนั้นผู้เป็๞บิดาก็ยังต่อรองอย่างได้คืบจะเอาศอก “พ่อขอแลกกับหัวไชเท้าสองอัน”

            บุรุษสองคนที่ดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลหันมองหน้ากัน ในใจคิดว่าสองพ่อลูกคู่นี้ดูท่าจะสติไม่สมประกอบ กำลังสนทนาอะไรกันอยู่ ฟังมิรู้ความเลย

            บุรุษบนรถเข็นหมดความสนใจที่จะล้อเล่นกับเ๯้าหกอีกต่อไป แกล้งผู้อื่นก็สนุกอยู่หรอก แต่แกล้งจนอีกฝ่ายกลายเป็๞คนโง่งมเช่นนี้ ความสนุกที่เคยมีจึงพลันหมดไป เขาจึงหันไปสั่งให้บ่าวรับใช้เข็นพาตัวเองออกจากตรงนี้ ทว่าทันใดนั้นก็กลับถูกคนผู้หนึ่งเข้ามาขวางหน้าไว้

            คนผู้นั้นคือบิดาของเด็กหญิงนั่นเอง อีกฝ่ายหยิบถุงเล็กๆ ออกมาจากกางเกงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะหยิบตั๋วเงินที่ถูกม้วนเอาไว้ออกมานับ นับอยู่หลายเที่ยวถึงค่อยแยกออกมาสิบใบแล้วยื่นให้คนตรงหน้า

            บุรุษบนรถเข็นมองตั๋วเงิน แล้วถึงค่อยเลื่อนสายตาไปยังถุงใส่เงินที่เพิ่งถูกควักออกมาจากในกางเกงอย่างพูดไม่ออก ในอากาศเหมือนจะมีกลิ่นปัสสาวะลอยโชยอยู่เบาบาง

            สีหน้าของสองนายบ่าวเปลี่ยนเป็๲ดูไม่ดีนัก โดยเฉพาะบุรุษบนรถเข็นที่ตาโตจนจนแทบจะถลนออกมา

            บุรุษบนรถเข็นแทบไม่อยากเชื่อกับภาพที่เห็นตรงหน้า คนผู้นี้มีตั๋วเงินหลายตำลึงอยู่กับตัว แล้วไฉนถึงไม่แต่งตัวให้ดูดีหน่อยเล่า เหตุใดต้องแต่งตัวเหมือนคนฐานะยากจนเช่นนี้ด้วย

            “พี่ชายสุนัขจิ้งจอก ท่านรับปากข้าแล้วนะ” เ๽้าหกกล่าวด้วยท่าทีขึงขัง บนใบหน้าประหนึ่งเขียนเอาไว้ว่า ‘ท่านรีบลุกขึ้นประเดี๋ยวนี้ รถเข็นคันนี้จะได้เป็๲ของข้าเสียที!’

            บุรุษบนรถเข็นมีใบหน้าบึ้งตึงขณะสั่งให้บ่าวของตนเองรับตั๋วเงินมา

            บ่าว “…”

            ไฉนชีวิตตนถึงได้รันทดถึงเพียงนี้หนอ!

            บ่าวกลั้นหายใจขณะรับตั๋วเงินมา นับอยู่สักครู่ถึงค่อยเอ่ยว่า “คุณชาย ครบขอรับ เพียงแต่…กลิ่นออกจะเหม็นไปสักหน่อย”

            “รีบมาเข็นไปสิ” ผู้เป็๞นายลุกขึ้นยืนแล้วยกรถเข็นให้แก่เ๯้าหก

            “พี่ชายสุนัขจิ้งจอก ขาของท่านมิได้พิการหรือ” เ๽้าหกตาโตตื่น๻๠ใ๽

            “ผู้ใดเป็๞คนกำหนดว่ามีแต่คนขาพิการเท่านั้นที่จะนั่งรถเข็นได้ คุณชายอย่างข้าแค่ไม่อยากเดินเพราะมันเหนื่อยก็เลยนั่งรถเข็นเท่านั้น ทำไม ไม่ได้หรือ” บุรุษผู้เป็๞นายกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก

            เ๽้าหกพยักหน้าอย่างยอมลงให้ “ย่อมได้อยู่แล้ว พี่ชายสุนัขจิ้งจอก ท่านฉลาดที่สุดเลย”

            คำประจบของเ๯้าหกได้ผลชะงัด บุรุษผู้เป็๞นายยิ้มแก้มปริ กล่าวชมออกมา “เ๯้านี่สายตาดี”

            เ๽้าหกนำตะกร้าขึ้นมาสะพาย ก่อนจะดันตัวบิดาที่เพิ่งจะผูกเชือกกางเกงเสร็จให้นั่งลงบนรถเข็น จากนั้นชูแขนขึ้นสูงเอ่ยว่า “ไปกันเลย” ก่อนจะรีบเข็นรถจากไป

            “เ๯้าหก ช้าหน่อย!”

            บุรุษพูดเป็๲นายมองสองพ่อลูกที่จากไปไกลแล้วพร้อมยกยิ้มมุมปาก “ช่างเป็๲เด็กหญิงที่น่าสนใจดีแท้”

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้