ความเงียบที่น่าอึดอัดปกคลุมโถงกลางคฤหาสน์อาเชนวาลด์ แสงไฟจากคบเพลิงวูบวาบสะท้อนใบหน้าเคร่งขรึมของเหล่าอัศวินที่ยืนล้อมรอบกลุ่มคนรับใช้เกือบสิบชีวิตที่ถูกสั่งให้นั่งคุกเข่าลงกับพื้นหินเย็นเฉียบ
นีน่า นั่งสั่นเทาอยู่ท่ามกลางคนเ่าั้ เธอก้มหน้าจนติดอก ร่างกายสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวต่อสายตาของคนในตระกูลที่ยืนเรียงรายอยู่เบื้องบน
ปึก!
กิลเบิร์ต ในสภาพถูกมัดมือไพล่หลังถูกอัศวินเหวี่ยงลงพื้นอย่างแรงกระเป๋าเดินทางและเอกสารปลอมที่เขาเตรียมไว้ถูกโยนลงข้างตัวเพื่อเป็หลักฐานมัดตัว
"ปล่อยผมนะ! นี่มันเื่เข้าใจผิด!" กิลเบิร์ตยังคงแผดเสียงะโ แม้ใบหน้าจะซีดเผือด
ท่านดยุกเรกูลัสยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าบุคคลทั้งหมด สายตามองลงมายังกลุ่มคนทรยศด้วยความรังเกียจ ข้างกายเขามีไอแซคและเซเรน่าที่ยืนกอดอกมองด้วยสายตาเ็า ส่วนเอเลน่ายืนหลบอยู่หลังพ่อบ้านเฮนริค แสร้งทำเป็เด็กหญิงที่ใกลัวกับเหตุการณ์ตรงหน้า
"ขโมยของใช้ในคฤหาสน์ไปขาย... กลั่นแกล้งเ้านาย... ยักยอกเบี้ยเลี้ยง..." เสียงทุ้มต่ำของท่านดยุกดังกังวาน
"พวกเ้าคิดว่าอาเชนวาลด์เป็สถานที่สำหรับพวกหนูสกปรกอย่างนั้นหรือ?"
คนรับใช้บางคนเริ่มร้องไห้โฮ ในขณะที่กลุ่มคนรับใช้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องต่างยืนดูด้วยความประหม่า หนึ่งในนั้นคือ อเดล เธอยืนกำมือแน่น หัวใจเต้นรัวด้วยความสับสนที่ตนเองรอดจากการถูกลากไปรวมกลุ่มนั้นอย่างปาฏิหาริย์ ทั้งที่เธอเองก็ร้ายกับเอเลน่าไม่แพ้ใคร
"กิลเบิร์ต..." ดยุกเดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางสงบนิ่งและบรรยากาศกดดัน
"ท่านดยุก! ผมเอาเงินมาคืนหมดแล้วครับ!" กิลเบิร์ตแผดเสียงะโอย่างเสียสติ
"เงินที่ผมยืมไปจากตึกเล็กผมคืนให้ครบแล้ว... สามเท่า! ผมคืนให้ถึงสามเท่าแล้วจริงๆ นะครับ! ได้โปรดอภัย..."
กิลเบิร์ตพลันนึกถึงภาพเด็กหญิงตัวน้อยที่จ้องมองเขาในห้องวันนั้น สายตาที่เ็าและทรงอำนาจที่มองลงมาเหมือนเขาเป็เพียงมดปลวกที่ไร้ค่า... 'ปล่อยงั้นเหรอ?' เขาเพิ่งสำนึกได้ในวินาทีนี้ว่าเธอไม่เคยเอ่ยคำนั้นออกมาเลยสักคำ มีเพียงเขาที่ทึกทักไปเองว่าการคืนเงินจะทำให้เขารอดพ้นจากนรก
เขาหันขวับไปมองเอเลน่าที่ยืนแอบหลังพ่อบ้านเฮนริค ปากอยากจะะโประจานความร้ายกาจของเธอ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยคำ อัศวินก็กดเข่าลงบนแผ่นหลังจนหน้าเขากระแทกพื้นหิน
กิลเบิร์ตอ้าปากค้าง สายตาเหลือบไปเห็นสมุดนิทานที่วางอยู่แทบเท้าท่านดยุก เขาหันขวับไปมองเอเลน่าทันที
เด็กหญิงผมทองช้อนสายตาขึ้นมองเขาช้าๆ ภายใต้ใบหน้าที่ดูหวาดกลัวนั้น ดวงตาสีแดงของเธอกลับฉายแววเยาะเย้ยและสะใจอย่างปิดไม่มิด ราวกับจะบอกเขาว่า 'เรือของแกน่ะ... จมั้แ่ยังไม่ออกจากฝั่งแล้ว'
"เอเลน่า... แก!" กิลเบิร์ตคำราม
"เงียบ!" ไอแซคตวาดซ้ำ
"หนอนบ่อนไส้อย่างแกไม่มีสิทธิ์เอ่ยชื่อน้องสาวฉัน!"
"เฮนริค... จัดการตามกฎของตระกูล" ดยุกเรกูลัสสั่งเสียงเฉียบขาด
"ใครที่ยักยอกเงินเกินสิบเหรียญทอง ให้ส่งตัวเข้าคุกใต้ดิน ส่วนกิลเบิร์ต...เอาตัวไปคุกมืด!"
เหล่าอัศวินกรูกันเข้ามาลากตัวคนรับใช้ที่กระทำผิดออกไป เสียงร้องขอความเมตตาดังระงมไปทั่วโถง นีน่าถูกอัศวินกระชากแขนขึ้นมา แต่เธอกลับเหลือบมองเอเลน่าด้วยสายตาอ้อนวอนครั้งสุดท้าย
เอเลน่ายังคงนิ่งเฉย ไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย เมื่อเห็นความเพิกเฉยที่แสนเืเย็นนั้น แสงสว่างสุดท้ายในดวงตาของนีน่าก็ดับวูบลง เธอปล่อยโฮออกมาอย่างหนักจนตัวโยน ร่างกายอ่อนระทวยจนอัศวินต้องลากไปกับพื้นหิน จิตใจของเธอแตกสลายไปพร้อมกับความจริงที่ว่า 'คุณหนู' ที่เธอเคยทำไม่ดีด้วยมาตลอด แท้จริงแล้วคือเพชฌฆาตที่เืเย็นที่สุด
อเดลก้มหน้าลงต่ำจนคางชิดอก เพื่อซ่อนพิรุธและใบหน้าที่สั่นเครือ แต่ภายใต้เงามืดของเส้นผมที่ปรกหน้า มุมปากของอเดลกลับค่อยๆ บิดโค้งขึ้นเป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและบ้าคลั่ง
'รอด... ฉันรอดแล้ว! เทพแห่งโชคลาภยังเข้าข้างฉันสินะ...'
แต่เธอหารู้ไม่ว่า สายตาของเอเลน่าที่จดจ้องมาจากมุมมืดนั้น ไม่ใช่การมองข้าม... แต่เป็การจ้องมอง 'เหยื่อ' ที่ถูกขุนจนอ้วนพี และกำลังรอเวลา 'เชือด' ที่สมบูรณ์แบบที่สุด...
หลังจากการพิพากษาอันแสนดุเดือดสิ้นสุดลง บรรยากาศรอบกายก็ผ่อนคลายความตึงเครียดลงบ้าง เอเลน่าที่ยืนนิ่งมานานเริ่มรู้สึกว่าเปลือกตาของเธอมันหนักอึ้งขึ้นทุกที ร่างกายเด็กหญิงวัยแปดขวบเริ่มประท้วงความง่วงนอนที่จู่โจมอย่างกะทันหัน ั้แ่เธอมาติดอยู่ในร่างนี้ เธอก็ไม่เคยใช้ชีวิตยามวิกาลที่ยาวนานขนาดนี้มาก่อน
หัวของเธอเริ่มสัปหงกเบาๆ ร่างกายโอนเอนไปมาเหมือนไม้ใกล้ล้ม ทันใดนั้น เธอก็ต้องสะดุ้งตัวโยนเมื่อรู้สึกถึงััที่มั่นคงช้อนร่างของเธอขึ้นจากพื้นจนเท้าลอยเหนืออากาศ
"อ๊ะ..." เอเลน่าอุทานเบาๆ ด้วยความใ ดวงตาสีแดงพยายามเพ่งมองผู้ที่อุ้มเธอไว้
นั่นคือ พ่อบ้านเฮนริค ชายชรายิ้มให้อย่างเอ็นดูพลางกระชับร่างเล็กในอ้อมแขนให้มั่นคง
"ดึกมากแล้วครับคุณหนู ร่างกายของเด็กน่ะควรจะได้รับการพักผ่อน พ่อบ้านคนนี้จะไปส่ง..."
แต่ทว่า เฮนริคยังพูดไม่ทันจบประโยค ไอแซคก็ก้าวเข้ามาแทรกกลาง เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง แต่ออกแรงเอื้อมมือมาคว้าและช้อนตัวเอเลน่าออกจากอ้อมกอดของพ่อบ้านใหญ่มาไว้ในอ้อมอกของตนเองแทนอย่างถือวิสาสะ
เอเลน่าที่ยังมึนงงกับความง่วงได้แต่ตาค้าง
"ท่านพี่ไอแซค...?"
เด็กหญิงทำตัวไม่ถูก เธอได้แต่จำใจซุกใบหน้าลงกับไหล่ของลูกพี่ลูกน้องคนนี้ มันน่าประหลาดใจที่เธอรู้สึกปลอดภัยและผลอยหลับไปทั้งอย่างนั้น ทั้งที่ในใจแอบประหลาดใจกับการกระทำที่อ่อนโยนผิดปกติของเขา
พ่อบ้านเฮนริคชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดยิ้มออกมา
"งั้น... ผมฝากส่งคุณหนูให้ถึงห้องด้วยนะครับคุณชาย"
ไอแซคไม่ได้ตอบคำถามเป็คำพูด เขาเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามสไตล์ ก่อนจะหมุนตัวแล้วก้าวเดิน มุ่งหน้าไปยังตึกเล็กโดยมีร่างน้อยหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขน
ท่ามกลางทางเดินที่มืดมิด ไอแซคก้มมองเด็กหญิงที่นอนหลับในอ้อมกอดของตนเอง 'เด็กคนนี้ที่ตอบคำถามของท่านแม่ในชั้นเรียนอย่างไม่ขาดตกบกพร่องด้วยท่าทางมั่นใจ ท่านแม่ของเขาถึงขั้นชมให้เขาฟัง ยังไงก็ยังเป็เด็กน้อยจริงๆสินะ'
