“อะไรนะ?” ฮั่วต้าซานตัวเซเกือบล้มลงพื้น แต่สุดท้ายก็ทรงตัวได้ เขาพูดกับยายแก่ฮั่วที่น้ำตานองหน้าว่า “เฉินเทียนเหลยรู้เื่นั้นได้อย่างไร?”
ยายแก่ฮั่วรีบเอามือปิดปากฮั่วต้าซานไว้ พร้อมทั้งพูดเสียงเบาว่า ห้ามพูดเื่นั้นตลอดไป ต้องเก็บเป็ความลับไปจนตาย
นางพูดต่อว่า เฉินเทียนเหลยหมายถึงเื่ที่พวกเราจะขายฮั่วเสี่ยวเหวินให้เ้าเป๋สามขาต่างหาก
ฮั่วต้าซานเอามือแม่ออก “ทำผมใหมด จะกลัวเื่ฮั่วเสี่ยวเหวินไปทำไม พวกเรายังไม่ได้ขายเธอสักหน่อย”
ยายแก่ฮั่วรู้สึกเจ็บใจที่ไม่อาจหลอมเหล็กให้เป็เหล็กกล้าได้ เธอฉลาดมาทั้งชีวิต เหตุใดลูกชายถึงไม่ได้เื่ขนาดนี้?
เห็นเฉินเทียนเหลยเดินออกมา หัวหน้าหมู่บ้านรีบเดินไปหาด้วยความเคารพนอบน้อม
“ท่านเฉิน เชิญไปนั่งที่บ้านผมก่อนเถอะครับ”
เฉินเทียนเหลยหยุดชะงักเล็กน้อย บอกว่าตัวเองมีเื่ด่วน ขณะที่หัวหน้าหมู่บ้านยังไม่เข้าใจ เขาก็เดินห่างไปไกลแล้ว
ป๋ายเข่อเหยียนจำหัวหน้าหมู่บ้านได้ เห็นเขาไล่ตามมาจึงรีบเอ่ยห้าม “หัวหน้าหมู่บ้าน ขอบคุณที่่นี้ช่วยดูแลฮั่วเสี่ยวเหวินให้นะคะ ไว้จัดการธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเราจะไปขอบคุณที่บ้าน”
“ได้ครับ ผมจะกลับไปเตรียมตัว” ได้ยินป๋ายเข่อเหยียนบอกว่าเสร็จธุระแล้วจะมาที่บ้าน เขาจึงยอมจากไปอย่างพึงพอใจ
“ท่านเฉิน หัวหน้าหมู่บ้านตั้งใจสวมชุดใหม่มาเชิญไปกินข้าว แต่คุณไม่สนใจอีกฝ่ายสักนิด ‘ท่าน’ ช่างใหญ่โตเสียจริงนะ!”
เมื่อกลับขึ้นรถป๋ายเข่อเหยียนไม่ลืมหยอกล้อเฉินเทียนเหลยที่กำลังหน้าเครียด
ถนนหมู่บ้านพื้นขรุขระไม่เสมอกัน ภายในรถส่ายไปมา ฮั่วเสี่ยวเหวินเด้งตัวขึ้นลงคล้ายลูกบอล ป๋ายเข่อเหยียนจึงบอกให้คนขับขับช้าลงหน่อย
ยังไม่ทันถึงตำบล ฮั่วเสี่ยวเหวินก็อาเจียนไปแล้วสองครั้ง อาเจียนเสร็จแล้วก็รู้สึกวิงเวียนไปหมด
ณ สถานีตำรวจ
ไม่รู้ใคระโว่ามีนายทหารชั้นผู้ใหญ่มา ภายในสถานีตำรวจจึงเกิดความวุ่นวายทันที พวกเขาพากันคาดเดาว่าเป็ ‘นายทหาร’ คนใด
ตอนที่เฉินเทียนเหลยเดินเข้ามาสวีเถียนใเล็กน้อย จากนั้นจึงรีบเข้ามาต้อนรับ “สหาย ไม่ทราบว่ามีเื่อะไรหรือ?”
“แจ้งความ”
“ได้ ตามผมมา เชิญคนอื่นไปพักทางนั้นก่อน” สวีเถียนยังคงมีท่าทีเหมือนเดิม แข็งกระด้างจริงจังเป็แม่พิมพ์
ป๋ายเข่อเหยียนพาฮั่วเสี่ยวเหวินไปนั่งพักที่ห้องโถงต้อนรับ หยางเสวียเหวินเป็คนยกชาเข้ามาให้ด้วยตัวเอง
ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกเอือมระอา ตอนเธอมาคนเดียวเขาไม่มีท่าทีจะสนใจด้วยซ้ำ ตอนนี้ทำมาเป็มีใจรักบริการ ช่างเป็พวกที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนจริงๆ
สวีเถียนทำงานไวมาก ป๋ายเข่อเหยียนเพิ่งดื่มชาได้ไม่กี่อึก เฉินเทียนเหลยก็ออกมาแล้ว
เห็นสวีเถียนกับพวกของเฉินเทียนเหลยเดินจากไปไกล หยางเสวียเหวินก็หัวเราะบอกว่าปกติเหล่าสวีดูเป็คนจริงจัง แต่พอเจอนายทหารชั้นผู้ใหญ่แล้วกลับประจบเก่งไม่เบา
ตำรวจร่างเตี้ยนายหนึ่งถากถางว่า “หากเป็เื่ประจบแล้วล่ะก็ ไม่มีใครเก่งกว่าหยางเสวียเหวินอยู่แล้ว!”
หยางเสวียเหวินไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย เขาหัวเราะพลางพูดว่าเชิญอิจฉาไปเถอะ
สวีเถียนหยิบกระเป๋าข้อมูลการสมรสของบุตรสาวบ้านฮั่วทั้งหมดออกเดินทางไปกับรถจิ๊ปเพื่อไปยังหมู่บ้านต่างๆ
ทีแรกแต่ละบ้านตั้งท่าจะปฏิเสธ เฉินเทียนเหลยจึงนำปืนที่พกติดตัวออกมา อีกฝ่ายกลัวจนเข่าอ่อน รีบสารภาพทุกอย่าง
เห็นแก่ที่บุตรสาวบ้านฮั่วแต่งงานมีลูกกันไปหมดแล้วจึงแค่ปรับเงินอย่างเดียว
พวกของเฉินเทียนเหลยกลับมายังบ้านของจางเจียิอีกครั้ง ซึ่งพวกเขาได้พบกับละครฉากใหญ่เข้าพอดี ภาพข้างหน้าที่พวกเขาได้เห็นคือยายแก่ฮั่วกำลังดึงเสื้อของหัวหน้าหมู่บ้านพร้อมกับร้องไห้จะเป็จะตาย ด้านข้างเป็ฮั่วต้าซานที่กำลังคุกเข่าขอร้องอยู่เช่นกัน
หัวหน้าหมู่บ้านออกแรงสะบัดมือยายแก่ฮั่ว เขาปัดเสื้อผ้าตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์ “ตอนนั้นฉันเคยบอกว่าอย่างไร อย่ายุ่งกับฮั่วเสี่ยวเหวิน หล่อนมีเฉินเทียนเหลยหนุนหลัง แต่เ้าล่ะ?”
ฮั่วเสี่ยวเหวินแอบปรบมือให้หัวหน้าหมู่บ้านในใจ เขาซ้ำเติมได้สวยงามมาก แม้จะไม่ชอบนิสัยของหัวหน้าหมู่บ้าน แต่เธอรู้สึกขอบคุณจากใจจริงที่เขาทำให้สองแม่ลูกบ้านฮั่วขายหน้า
หลังจากเฉินเทียนเหลยไปแจ้งความ ยายแก่ฮั่วคิดว่ามีเพียงหัวหน้าหมู่บ้านเท่านั้นที่ช่วยได้ จึงให้ลูกชายไปตามเขามา
เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านได้ยินว่าเฉินเทียนเหลยไปแจ้งให้ตำรวจมาจับสองแม่ลูกบ้านฮั่ว เขาจึงหมดความสนใจในผลประโยชน์ที่ยายแก่ฮั่วเสนอทันที ต่อให้เขาจะมีความสามารถเพียงใดก็ไม่มีทางสู้ผู้พันได้
เห็นหัวหน้าหมู่บ้านทำท่าจะกลับ ยายแก่ฮั่วจึงตัดสินใจเล่นบทน่าสงสาร นางร้องไห้แทบขาดใจ ฮั่วต้าซานก็เข้าถึงบทบาทเช่นกัน เขาคุกเข่าขอร้องหัวหน้าหมู่บ้านด้วยท่าทางน่าเวทนาไม่ต่างกัน
ละครฉากนี้ถูกพวกของฮั่วเสี่ยวเหวินกลับมาเห็นพอดี หัวหน้าหมู่บ้านกระอักกระอ่วนเล็กน้อย บอกว่าทำให้ท่านเฉินหัวเราะแล้ว
เห็นเฉินเทียนเหลยพาตำรวจมาด้วยจึงรู้ว่าจบสิ้นแล้ว ยายแก่ฮั่วเลยสงบสติอารมณ์ลง “ทั้งหมดเป็ฝีมือของฉันเพียงผู้เดียว คุณตำรวจจะจับก็จับฉันเถอะ”
ฮั่วต้าซานพุ่งตัวเข้าไปหาตำรวจอย่างรวดเร็ว สวีเถียนใ คิดว่าเขาจะลงมือโจมตี
“อย่าจับแม่ผม ผมทำเองทั้งหมด ผมยอมสารภาพทุกอย่าง”
ฮั่วต้าซานไม่ได้เื่มาครึ่งชีวิต เพิ่งจะดูได้เื่ขึ้นมาบ้างก็ตอนนี้ ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกตื้นตันใจแทนยายแก่ฮั่วไม่น้อย เฉินเทียนเหลยโบกมือพร้อมกับพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เอาตัวไปทั้งคู่”
หลังจากสวมกุญแจมือ สองแม่ลูกบ้านฮั่วก็นิ่งเงียบไป ระหว่างที่กำลังเดินผ่านฮั่วเสี่ยวเหวิน ฮั่วต้าซานถามขึ้นมาว่า “ทีนี้พอใจหรือยัง? ครอบครัวถูกจับเข้าคุกหมดแล้ว มีความสุขหรือไม่?”
ฮั่วเสี่ยวเหวินพยักหน้า “ฉันเคยพูดแล้วว่าจะแก้แค้น”
เฉินเทียนเหลยให้คนขับรถพาพวกสวีเถียนกลับไปส่งที่สถานีตำรวจ ส่วนตัวเองไปที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านต่อ
หลังจากสองแม่ลูกบ้านฮั่วถูกจับ ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่ได้รู้สึกมีความสุขเช่นที่เคยคิดไว้ เธอเพียงรู้สึกโล่งใจ ขอแค่จางเจียิกลับมา เธอก็จะได้ใช้ชีวิตในหมู่บ้านอย่างสงบสุขกับเขาแล้ว
ทุกคนค่อยๆ เดินไปบนถนน ฮั่วเสี่ยวเหวินทอดถอนใจ ภาพฉากในอดีตได้ปรากฏขึ้นมาในใจราวกับภาพยนตร์
ฮั่วต้าซานอวดดีขนาดนี้ ทว่าอยู่ต่อหน้าคุณลุงแล้วกลับเปราะบาง ยังไม่ทันทำอะไรก็พ่ายแพ้ราบคาบ
มิน่าเล่าทุกคนถึงได้อยากเป็ทหารยศสูงผู้ร่ำรวย อำนาจช่างเป็สิ่งที่น่าดึงดูดใจจริงๆ
หัวหน้าหมู่บ้านรู้ข่าวไวมาก เมื่อได้ยินว่าพวกเฉินเทียนเหลยจะมาแล้วก็รีบออกมารอรับหน้าบ้าน
“ท่านเฉินมาแล้ว เชิญเข้าไปนั่งข้างใน”
จัดการเื่ของบ้านฮั่วจบ เฉินเทียนเหลยอารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย บอกว่าไม่ต้องเรียกว่าท่าน เรียกว่าเหล่าเฉินก็พอ
“จะได้อย่างไร?” หัวหน้าหมู่บ้านขอพบกันครึ่งทาง “เช่นนั้นเรียกว่าสหายแล้วกันครับ”
เ้าอ้วนเดินออกมาเห็นฮั่วเสี่ยวเหวินยืนอยู่ตรงกลางระหว่างทหารสองคนก็ไม่กล้าเข้ามาชวนไปเล่น เขาหันหลังกลับทันที
“มา เ้าอ้วน มาทักทายคุณอาเฉิน” หัวหน้าหมู่บ้านรีบเอ่ยแนะนำตัวหลานชายกับเฉินเทียนเหลย “นี่คือหลานชายของผม หลี่กั๋วเฟิง”
“สวัสดีครับคุณอาเฉิน” เ้าอ้วนพูดอย่างใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เฉินเทียนเหลยลูบหัวเขาอย่างเอ็นดู
อาหารที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านหลากหลายมาก มีทั้งปลาและเนื้อ ดูแล้วน่าจะมีแค่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านเท่านั้นที่กินได้
บนโต๊ะอาหารหัวหน้าหมู่บ้านคีบกับข้าวให้เฉินเทียนเหลยไม่หยุด คีบจนเต็มชาม จนเขาต้องยอมกินกับแทนข้าว
“เสี่ยวเหวิน เธอกินนี่สิ” เ้าอ้วนเลียนแบบ เขาคีบเนื้อไก่ให้ฮั่วเสี่ยวเหวินหนึ่งชิ้น
