“หนิงมู่ฉือ เ้ามานี่”
จ้าวซีเหอไม่พอใจอย่างมาก แววตาที่มองหนิงมู่ฉือจึงดุดันประหนึ่งจะกลืนกินหนิงมู่ฉือเข้าไปทั้งตัว
หนิงมู่ฉือเงยหน้ามองจ้าวซีเหอ ครั้นเห็นสีหน้าเ็าดั่งน้ำแข็งของจ้าวซีเหอก็เดินเข้าไปหาอย่างลังเล
“ซื่อจื่อ…”
แม้จะไม่ได้อยู่ที่ตำหนักอ๋อง ทว่าเวลาที่นางเห็นจ้าวซีเหอทีไร อดไม่ได้ที่จะทำตัวอ่อนน้อมต่ออีกฝ่ายทุกครา
จ้าวซีเหอจับแขนหนิงมู่ฉือเอาไว้แน่นพลางเอ่ยว่า “ตามข้าไปที่แห่งหนึ่ง”
จ้าวซีเหอขึ้นม้า ก่อนจะอุ้มหนิงมู่ฉือตามขึ้นมาด้วย ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน หนิงมู่ฉือรู้ตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองขึ้นมาอยู่บนหลังม้าแล้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความใและตั้งตัวไม่ทัน
เฉินเกอมองตามหลังจ้าวซีเหอและหนิงมู่ฉือด้วยใจที่ไม่สงบนัก มือทั้งสองข้างกำเป็หมัดแน่นจนเห็นเส้นเืปูดโปน แววตาคมกริบราวกับเหยี่ยว
“น้องชาย พวกเราสองสามีภรรยาไม่ได้พบหน้ากันมานาน อยากจะไปหาที่คุยกันตามลำพัง เช่นนั้นเ้าไม่ต้องตามมาหรอก ภรรยาข้าเป็คนขี้อาย ไม่ชอบให้ผู้อื่นอยู่ด้วยเวลาเราสองคนอยู่ด้วยกัน” จ้าวซีเหอเอ่ยอย่างท้าทายก่อนจะบังคับม้าจากไป
เฉินเกอโมโหเป็อย่างมาก ก่อนจะพบว่าหนิงมู่ฉือส่ายหน้าให้เป็การบอกว่าไม่ต้องตามมา เขาจำใจต้องทำตามนาง ถอนหายใจออกมา ก่อนจะทรุดนั่งลงบนก้อนหินอย่างยอมแพ้
จ้าวซีเหอยังคงมีน้ำโหจึงบังคับม้าให้ควบไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว มือข้างที่ถือแส้ตีที่ก้นม้าเพื่อให้ม้าวิ่งเร็วขึ้นอยู่เกือบจะตลอดเวลา ม้าเงยหน้าขึ้นฟ้าร้องฮี้ ก่อนจะวิ่งเร็วขึ้น
หนิงมู่ฉือกำแขนเสื้อจ้าวซีเหอเอาไว้แน่นขณะพูดอย่างหวาดกลัว “ซื่อจื่อ ม้าวิ่งเร็วเกินไปแล้ว เยี่ยงนี้มันอันตราย รีบหยุดเถอะเ้าค่ะ”
จ้าวซีเหอกลับไม่สนใจ ทำเพียงแค่กระตุกยิ้มมุมปาก
เขามองไปข้างหน้า ครั้นเห็นสถานที่ข้างหน้ามีไอน้ำลอยขึ้นมา เขาถึงได้รู้สึกวางใจ ดูท่าเ้านักพรตผู้นั้นจะไม่ได้หลอกเขา
“หยุด...” เขาเอ่ยสั่งให้ม้าหยุด ก่อนจะลงจากม้า ตลอดทางหนิงมู่ฉือเอาแต่หลับตาอยู่ตลอด เมื่อรับรู้ได้ว่าไม่มีลมพัดผ่านใบหน้าจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา จากนั้นหันไปมองจ้าวซีเหอ
จ้าวซีเหอยืนอยู่ด้านข้างแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ไอน้ำที่ลอยขึ้นมาจากแอ่งน้ำปกคลุมไปทั่วทั้งตัวเขา ทำให้เขาดูเหมือนเทพเซียนที่เหาะลงมาจาก์
“หนิงมู่ฉือ...ลงมา ข้ามีเื่จะพูดกับเ้า”
จ้าวซีเหอกัดฟันกรอดขณะเอ่ย สตรีตรงหน้าทำให้เขาโมโหมากจริงๆ จากไปโดยไม่ลา พอเจอหน้ากันกลับต้องพบว่านางอยู่กับบุรุษผู้หนึ่งสองต่อสอง ทั้งยังเกือบต้องเอาชีวิตไปทิ้งในฝูงหมาป่าอีก!
หนิงมู่ฉือลงจากม้า เดินไปหาจ้าวซีเหออย่างเชื่องช้า ใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยความใ
“ซื่อจื่อ ท่านมีเื่ใดหรือเ้าคะ เชิญพูดมาเถิดเ้าค่ะ” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมทั้งหลุบตาต่ำอยู่ตลอดเวลา เงาของขนตาที่สะท้อนบนแก้มทำให้คนที่เห็นอดใจไม่ไหวอยากจะโน้มหน้าลงไปจุมพิต
จ้าวซีเหอยื่นมือไปดึงหนิงมู่ฉือเข้ามาในอ้อมกอด หนิงมู่ฉือพยายามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุม แต่ไม่ว่าจะดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุด
จ้าวซีเหอในตอนนี้ทำตัวราวกับเด็กน้อย ซบหน้าลงบนไหล่ของนาง “อย่าขยับ ขอข้ากอดเ้าสักครู่”
เสียงของจ้าวซีเหอดูหม่นเศร้า หนิงมู่ฉือได้ยินแล้วรู้สึกปวดใจยิ่งนัก จึงยืนนิ่งปล่อยให้เขากอดอยู่เช่นนั้น
จ้าวซีเหอเงยหน้าขึ้น ไม่ว่าอย่างไรโทสะที่อยู่ในใจก็ไม่ลดลงจึงดึงหนิงมู่ฉือเข้ามากอดให้แน่นยิ่งขึ้น “หนิงมู่ฉือ เ้าช่างใจกล้านัก เป็สาวใช้ที่มีความผิดติดตัวถูกส่งให้มาทำงานในตำหนักอ๋อง แต่กลับจากไปโดยไม่บอกไม่ลา!”
เอ่ยจบก็โยนนางลงไปในแอ่งน้ำขนาดใหญ่
เนื่องจากเป็ต้นฤดูใบไม้ผลิ อากาศจึงยังคงเย็นอยู่ ร่างกายของหนิงมู่ฉือไหนเลยจะทนกับอากาศเช่นนี้ไหว นางคิดในใจ จ้าวซีเหอยังคงโหดร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นางหลับตาอย่างจำยอม ปล่อยให้ความหนาวจากแอ่งน้ำแห่งนี้เสียดแทงเข้าไปถึงในกระดูกโดยไม่ดิ้นรน
ทว่าแอ่งน้ำแห่งนี้ไม่หนาวเลยแม้แต่น้อย ร่างกายนางค่อยๆ รู้สึกอบอุ่นขึ้นด้วยซ้ำ แอ่งน้ำแห่งนี้คือแอ่งน้ำร้อน!
นางลืมตา มองาแตามร่างกายที่ค่อยๆ สมานตัวและหายไป นางตาโตด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหันไปมองจ้าวซีเหอ
จ้าวซีเหอจ้องมองหนิงมู่ฉือนิ่ง ไม่มีท่าทีโหดร้ายมีน้ำโหเช่นก่อนหน้านี้อีก ยิ้มบางๆ พลางเอ่ยว่า “แช่พอหรือยัง แอ่งน้ำร้อนนี้มีสรรพคุณช่วยสมานแผล ข้าเห็นเ้าได้รับาเ็ที่แขนจึงได้พามา”
หนิงมู่ฉือเอ่ยอย่างตื่นตระหนก “แต่ข้าว่ายน้ำไม่เป็!” สิ้นเสียงนางจมลงไปในน้ำ ดื่มน้ำจากบ่อน้ำร้อนเข้าไปหลายอึก นางตะเกียกตะกายตัวขึ้นมาเหนือผิวน้ำ เห็นจ้าวซีเหอยังคงยืนอยู่้าไม่มีทีท่าว่าจะลงมาช่วยก็ตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม
“ข้าว่ายน้ำไม่เป็จริงๆ นะเ้าคะ ช่วยด้วย!” นางตีมือสะเปะสะปะไปมาอยู่ในน้ำขณะร้องขอความช่วยเหลือ
จ้าวซีเหอเห็นท่าทางตะเกียกตะกายของหนิงมู่ฉือขณะอยู่ในน้ำก็รู้สึกปวดศีรษะนัก เขายกมือนวดขมับก่อนจะะโออกมาอย่างอ่อนอกอ่อนใจ “หนิงมู่ฉือ น้ำลึกแค่ไม่เท่าไหร่เอง เ้ายืนถึงอยู่แล้ว”
หนิงมู่ฉือได้ยินเช่นนั้นค่อยๆ ยืดเท้าลงไปแตะพื้นใต้น้ำ ปรากฏว่าน้ำลึกแค่คางของนางเท่านั้น นางรู้สึกอับอายยิ่ง มองจ้าวซีเหอที่ส่งสายตามาให้นางประมาณว่า เ้านี้ช่างโง่เหลือเกิน
“ฉือเอ๋อร์… ข้ามีเื่จะพูดกับเ้า” จ้าวซีเหอจ้องมองหนิงมู่ฉือด้วยแววตาลึกล้ำ
หนิงมู่ฉือขึ้นมาจากแอ่งน้ำร้อน เสื้อผ้าที่แนบไปกับลำตัวทำให้ยิ่งเห็นทรวดทรงองค์เอวของนางมากยิ่งขึ้น และเมื่อลมหนาวพัดผ่าน นางก็ตัวหนาวสั่นฟันกระทบกัน “ซื่อจื่อมีเื่ใดจะพูดกับข้าหรือเ้าคะ”
จ้าวซีเหอถอดเสื้อคลุมออก ดึงหนิงมู่ฉือเข้ามาในอ้อมกอด แล้วะโลงไปในแอ่งน้ำร้อน
หนิงมู่ฉือเพิ่งขึ้นมาก็ต้องกลับลงไปในแอ่งน้ำร้อนอีกรอบ ตัวของนางจมลงไปในน้ำ ดื่มน้ำในแอ่งน้ำร้อนเข้าไปหลายอึก เมื่อตัวลอยขึ้นมานางสำลักน้ำจนไอออกมา
เส้นผมนุ่มลื่นเปียกแนบกับข้างแก้ม ท่าทางตอนนี้ของหนิงมู่ฉือช่างดูเย้ายวนตาเหลือเกิน จ้าวซีเหอมองหนิงมู่ฉือพร้อมกับลอบกลืนน้ำลาย จากนั้นก้มหน้าลงไปประทับริมฝีปากอย่างทนไม่ไหว
หนิงมู่ฉือที่ยังคงสำลักน้ำถูกบังคับจุมพิต นางพยายามเอามือดันตัวของจ้าวซีเหอออกไป ทว่าตัวเขากลับไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย
เป็จูบที่คุ้นเคยเหลือเกิน จ้าวซีเหอโลภมากดูดกลืนความหอมความหวานจากริมฝีปากของหนิงมู่ฉืออย่างตะกละตะกลาม เขาหลับตาอย่างหลงมัวเมาไปกับจุมพิตนี้
ครั้นหนิงมู่ฉือได้กลิ่นดอกบัวอันคุ้นเคย ตัวพลันอ่อนไร้เรี่ยวแรง นางหลับตาดื่มด่ำกับจุมพิตของจ้าวซีเหอ
แขนเสื้อสีขาวลอยขึ้นมาเหนือน้ำ ทั้งสองคนกอดรัดอยู่ในน้ำ ก่อเกิดเป็ภาพที่ดูคลุมเครือยิ่ง ท่ามกลางไอน้ำที่ลอยกรุ่น ใบหน้าของทั้งสองค่อยๆ ขึ้นสีแดงเข้ม
