ณ ทะเลล่วนซิง เกิดเื่ใหญ่อึกทึกครึกโครม
สามเดือนผ่านไป ขั้วอำนาจที่มีนามว่า ‘สมาพันธ์เซียนซิงไห่’ ก็ได้ก่อตั้งขึ้นบนทะเลล่วนซิงอย่างเป็ทางการ ในนั้นมีทั้งเกาะสามเซียน เกาะเซวียนิ และเกาะชื่อหลงกับขั้วอำนาจน้อยใหญ่อีกมากกว่ายี่สิบแห่ง
เสียงคัดค้านทั้งหมดล้วนถูกปราบปราม แม้แต่หอการค้าต้าทงกับตำหนักเซวียนหนี่ว์ก็มิใช่ข้อยกเว้น
ท้ายที่สุดฐานที่มั่นของหอการค้าต้าทงก็ถูกกวาดล้างโดยสมบูรณ์ ส่วนซือเต้าหานจำต้องผนึกเกาะเอาไว้ ศิษย์ตำหนักเซวียนหนี่ว์มิอาจเข้าออกได้ ตัดขาดออกจากโลกภายนอก
หลังจากผ่านการจัดระเบียบแล้ว ‘สมาพันธ์เซียนซิงไห่’ ตั้งกฎไว้ว่า ขั้วอำนาจต่างๆ ต้องถูกควบคุม ทำให้บรรยากาศของทั้งทะเลล่วนซิงเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง ควบรวมขั้วอำนาจเป็หนึ่งเดียวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนตลอดหกพันปี
ส่วนเกาะสามเซียนได้กลายเป็ผู้นำของสมาพันธ์เพราะแผนการของจั๋วอวิ๋นเซียน มีอำนาจยิ่งใหญ่ในการควบคุมการตัดสินใจของสมาพันธ์
สำหรับสัตว์ร้ายเผ่าสมุทร พวกนี้สงบเสงี่ยมมาก ไม่ได้เป็ฝ่ายออกมาก่อเื่ ความขัดแย้งทั้งหมดถูกแก้ไขโดยการประชุมของ ‘สมาพันธ์เซียนซิงไห่’
เมื่อมองจากมุมนี้เมิ่งชิงชิงกับเผ่าราชันสมุทรดูเหมือนจะกังวลเื่ของสัตว์ั์หุบเหวไท่หยวนมาก
……
ณ หอตำราหลางฮ้วน บรรยากาศเงียบสงบสดชื่น
ในห้อง เฉียนโม่ใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าผากของจั๋วอวิ๋นเซียนเบาๆ พลังจิตน่ากลัวหลอมรวมเข้าไปในร่างกายของจั๋วอวิ๋นเซียนทีละชุด โดยไม่ได้เก็บงำแม้แต่น้อย
ผ่านไปเนิ่นนาน เฉียนโม่จึงวางมือลง นางขมวดคิ้วด้วยความหนักอึ้ง
“ผู้าุโ เป็อย่างไรบ้าง?”
จั๋วอวิ๋นเซียนเห็นเฉียนโม่มีสีหน้าหนักอึ้ง ก็รู้ว่าสถานการณ์ของเขาไม่ค่อยดีนัก
ดังคาด เฉียนโม่ขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า “มิได้ ข้ายังััถึงิญญามิได้ แปลกมากจริงๆ”
ความจริงแล้วตอนที่พบกับจั๋วอวิ๋นเซียนครั้งแรกเฉียนโม่ก็ััได้แล้วว่าในร่างของอีกฝ่ายมีปัญหา แต่ตอนนั้นจิตใจของนางเฉยชา ไม่สนใจเื่อะไรทั้งนั้น นางจึงี้เีเข้าไปยุ่ง
ตอนนี้ดูท่าิญญาที่หลับใหลของจั๋วอวิ๋นเซียนจะไม่ธรรมดา แม้แต่เฉียนโม่ก็ทำอะไรมิได้
“ไม่เป็ไร ตอนนี้ข้ารู้สึกไม่เลวนัก บางทีเ้านั่นอาจจะหายไปแล้วก็ได้”
จั๋วอวิ๋นเซียนนับว่าใจกว้างมาก เขาปลอบใจเฉียนโม่อยู่สองสามประโยค
ความจริงแล้ว่สามเดือนมานี้ กลับเป็่เวลาที่จั๋วอวิ๋นเซียนสบายใจและมีความสุขที่สุดในรอบสามปี ไม่ต้องคิดแผนการชั่วร้าย ไม่มีแรงกดดันในการใช้ชีวิต เพราะมีเฉียนโม่คอยอยู่ข้างกาย
ทุกวันทั้งเช้าเย็น นอกจากการบำเพ็ญเซียนแล้ว ในเวลาอื่นล้วนอ่านหนังสือ เดินเล่นพูดคุยเป็เพื่อนเฉียนโม่
แน่นอนว่าส่วนใหญ่มีแต่จั๋วอวิ๋นเซียนพูดเื่ของตัวเอง แบ่งปันความสุขความทุกข์ เฉียนโม่กลับยืนฟังอยู่เงียบๆ มิได้แสดงท่าทางอะไร แต่ก็มิได้พูดขัดจังหวะ
ในด้านของการบำเพ็ญ เฉียนโม่มิอาจชี้แนะจั๋วอวิ๋นเซียนได้มากนัก กลับกันในด้านการโคจรพลังิญญาและการใช้วิชา เฉียนโม่เรียกได้ว่าเป็อันดับหนึ่งของยุคนี้แล้ว จั๋วอวิ๋นเซียนก้าวหน้าอย่างรวดเร็วภายใต้การชี้แนะของเฉียนโม่ เขาแทบจะเติมเต็มจุดอ่อนเื่ประสบการณ์อันน้อยนิดของเขาได้แล้ว
โดยเฉพาะหลังจากที่เขาหลอมรวมกระดูกิญญาักับแก่นอสูรเต่าทมิฬหมื่นปี ทั้งลมปราณและกำลังล้วนยกระดับขึ้นไปตามกัน อีกทั้งภายใต้การดูดซับศิลาเซียนจำนวนมาก เพิ่มดวงจิตลมปราณและกำลังทั้งสองจนสมบูรณ์แล้ว พลังิญญาจึงเพิ่มขึ้นเป็เจ็ดร้อยยี่สิบรอบอีกครั้ง ทำให้รากฐานของเขามั่นคงจนน่าหวาดกลัว!
จิตแห่งลมปราณคือศูนย์กลาง เป็ต้นกำเนิดแห่งลมหายใจ
จิตแห่งกำลังคือฝ่ามือ เป็ต้นกำเนิดแห่งพละกำลัง
เมื่อจิตแห่งลมปราณและกำลังยกระดับขึ้น ร่างกายของจั๋วอวิ๋นเซียนจึงค่อยๆ เปลี่ยนไป พละกำลังเพิ่มขึ้น ทั่วร่างกายราวกับมีพลังที่ใช้อย่างไรก็ไม่หมด
และในเวลาเดียวกัน หลังจากจั๋วอวิ๋นเซียนหลอมรวมกระดูกิญญาักับแก่นอสูรเต่าทมิฬแล้ว ก็ได้รู้แจ้งวิชามหัศจรรย์สองชนิด ‘วิชาัแปลงกาย’ กับ ‘วิชาเกราะทมิฬ’
‘วิชาัแปลงกาย’ ถือว่าเป็วิชาธาตุวารี ถึงแม้พลังทำลายล้างจะเทียบกับเพลิงอัสนีไม่ได้ แต่วิชานี้ใช้วารีแปลงเป็ัเชื่อมต่อผสานไม่ขาดสาย ไร้สิ้นสุด เหมาะสำหรับการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ
เมื่อเทียบกันแล้ว ‘เกราะทมิฬ’ ไม่มีพลังโจมตีแม้แต่น้อย แต่กลับมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งมาก สามารถสร้างเกราะป้องกันรอบกายจั๋วอวิ๋นเซียน รักษาชีวิตใน่เวลาสำคัญได้
ตอนนี้จั๋วอวิ๋นเซียนเปิดสี่จิตแล้ว เขากำลังทดลองการหลอมรวมวิชาธาตุต่างๆ ที่ไม่เหมือนกัน
เฉียนโม่สนใจแนวความคิดของจั๋วอวิ๋นเซียนมาก เมื่อนางไม่มีอะไรทำจึงช่วยชี้แนะเล็กน้อย เพียงแต่จากพลังของจั๋วอวิ๋นเซียนในตอนนี้ ความคิดด้านหลักการมากมายยังคงยากจะเป็จริงได้
……
ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากัน ก็มีเงาหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน เขาคือศิษย์ของหอเทียนปิน อาเจ๋อ
“คุณชายไป๋เฮ่อ ท่านอาจารย์บอกว่าของที่ท่าน้าเตรียมเสร็จแล้ว อาจารย์ถามว่าท่านจะไปรับเมื่อใด?”
อาเจ๋อคำนับอย่างนอบน้อม เขาแอบมองเฉียนโม่ด้านข้างอย่างระมัดระวัง ในใจรู้สึกกระสับกระส่าย
“ดี พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้”
จั๋วอวิ๋นเซียนพยักหน้าให้เฉียนโม่เล็กน้อย จากนั้นทั้งสองคนก็เดินเคียงบ่ากันไปที่หอเทียนปิน อาเจ๋อเดินตามด้านหลังพวกเขาอย่างสำรวม
……
ผ่านไปไม่นานทั้งสามคนก็มีถึงหอเทียนปิน เหมาปู้เอ้อมารออยู่นานแล้ว
“ไป๋เฮ่อ เ้ามาพอดีเลย ข้าเตรียมของให้เ้าเสร็จหมดแล้ว!”
เมื่อเหมาปู้เอ้อเห็นจั๋วอวิ๋นเซียนเดินเข้ามา สายตาก็เป็ประกายพลางรีบเดินเข้าไปหา แต่เมื่อเขาเห็นเฉียนโม่อยู่ด้านหลังด้วย ก็มีท่าทางแข็งทื่อทันที
ผู้าุโท่านนี้เป็ถึงเทพสังหารดุร้าย แม้แต่เ้าเกาะทั้งสามเมื่ออยู่ต่อหน้านางยังต้องเคารพนอบน้อม เหมาปู้เอ้อจึงไม่กล้าก่อเื่
“ขอบคุณท่าเ้าหอเหมามาก พวกเราไปกันเถอะ!”
จั๋วอวิ๋นเซียนคำนับด้วยความเกรงใจ จากนั้นดึงเหมาปู้เอ้อที่ร่างกายแข็งทื่อเดินเข้าไปด้านในจวน
“โอ้ๆ”
เหมาปู้เอ้อสงบอารมณ์ ค่อยๆ ใจเย็นขึ้นมา จากนั้นเขานำชิ้นส่วนกลไกที่สร้างเสร็จแล้วมอบให้จั๋วอวิ๋นเซียนแล้วยืนรอนิ่งๆ อยู่ด้านข้าง
เขาเห็นนิ้วมือที่ว่องไวของจั๋วอวิ๋นเซียนประกอบชิ้นส่วนกลไกชิ้นแล้วชิ้นเล่าอย่างง่ายดาย จากนั้นใช้เพลิงจากเตาหลอมเพื่อหลอมรวมมันเข้าด้วยกัน
……
หนึ่งชั่วยามผ่านไป เพลิงเตาหลอมค่อยๆ ดับลง เซียนยุทธ์จึงขึ้นรูปสำเร็จ
เมื่อทุกคนหันไปมองก็เห็นในมือของจั๋วอวิ๋นเซียนปรากฏกระบอกสีเงินอันหนึ่ง มันมีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือและดูประณีตอย่างมาก โดยเฉพาะอักขระซับซ้อนที่สลักอยู่บนนั้นซึ่งเต็มไปด้วยความงดงามอย่างน่าอัศจรรย์
“ไป๋เฮ่อ สิ่งนี้คืออะไรกันแน่?”
เหมาปู้เอ้อทนไม่ไหวจึงเอ่ยถามออกไป เพราะสิ่งของในมือของจั๋วอวิ๋นเซียนมีขนาดเล็กถึงเพียงนี้จะสามารถแสดงพลังยิ่งใหญ่ได้หรือ? เขาไม่อยากให้สิ่งที่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากต้องสูญเปล่าในท้ายที่สุด โดยเฉพาะในวัตถุดิบเหล่านี้ยังผสม ‘ศิลาคงิ’ อันล้ำค่าอยู่ด้วย
จั๋วอวิ๋นเซียนหยิบกระบอกสีเงินขึ้นมาพลางกล่าวอธิบาย “สิ่งนี้เรียกว่า ‘พายุเข็มร้อยเล่ม’ เป็ผลลัพธ์จากจินตนาการของข้าผสมผสานกับศาสตร์วิชาของสำนักเทียนกง พายุเข็มร้อยเล่มหากใช้เพียงลำพังจะไม่มีพลังแต่อย่างใด แต่เมื่อใช้คู่กับเข็มเงิน เมื่อยิงออกไปจะทรงพลังจนน่ากลัว!”
เมื่อกล่าวจบจั๋วอวิ๋นเซียนจึงนำเข็มเงินที่เตรียมเอาไว้ใส่เข้าไปในกระบอก จากนั้นให้อาเจ๋อช่วยยกหินทดสอบที่แข็งที่สุดออกมา
จั๋วอวิ๋นเซียนเพียงสะบัดข้อมือเบาๆ เข็มเงินนับร้อยเล่มก็ถูกยิงออกไป!
“ซิ้ว! ซิ้ว! ซิ้ว!”
เข็มเงินนับร้อยพุ่งออกไปราวกับพายุฝน
ภายใต้การยิงราวกับสายฝน หินทดสอบก็ถูกยิงจนเต็มไปด้วยรูทันที น่าหวาดกลัวมาก
