ขณะที่แเื่กำลังสนทนากันอย่างออกรส ภายหลังจากองค์หญิงใหญ่ได้เสด็จกลับจวนไปได้ไม่ถึงหนึ่งเค่อ ซึ่งยามนี้ในวงสนทนามีเหล่าฮูหยินหลายตระกูล ต่างกล่าวชื่นชมบุตรสาวของตนไปมาั้แ่เริ่มงานเลี้ยง เพื่อเป็การมองหาบุรุษให้กับบุตรสาวของตน
หนึ่งในนั้นยังมีซูอันที่นั่งอยู่ข้างกายพี่สาวโดยไม่พูดสิ่งใด พวกนางมิได้ตอบรับหรือถามอันใดเพิ่มเติม ทำเพียงแค่ยิ้มบางให้กับบางคำถามเท่านั้น เนื่องจากสองพี่น้องตระกูลจิน ไม่เคยคิดบังคับบุตรของตนในเื่ของการเลือกคู่ครอง
ส่วนเสี่ยวฮัวที่ตั้งหน้าตั้งหน้าวิ่งมาจากเรือนรับรอง นางย่อมรู้ว่าควรวิ่งไปหาผู้ใดเพื่อรายงานเื่ที่เกิดขึ้น แฮ่ก ๆ ๆ “ฮูหยินเ้าคะเกิดเื่ใหญ่แล้วเ้าค่ะ ทะ ทะ ที่เรือนรับรองมีคนทำเื่บัดสีอยู่ในนั้นเ้าค่ะ”
พรึบ! “เ้าว่ามีเื่อันใดเกิดขึ้นในจวนของข้านะ พูดมาให้ชัดว่ามันเป็เื่อะไรกันแน่!” เหอฮูหยินมารดาของฟงเฉิงฮ่าวแทบนั่งไม่ติด เมื่อได้ยินสาวใช้ของจวนวิ่งหน้าตาตื่น เข้ามารายงานเื่ที่ไม่ควรเกิดขึ้น
“เมื่อครู่บ่าวพาคุณหนูหยางไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เรือนรับรอง แต่บ่าวกับคุณหนูหยางกลับได้ยินเสียงบุรุษกับสตรี กำลังทำเื่บัดสีอยู่ในเรือนรับรองอีกหลังหนึ่ง จึงรีบวิ่งมารายงานให้ฮูหยินทราบเ้าค่ะ”
เยี่ยนหลิงที่ไม่ได้รับรู้ถึงแผนการของบุตรชายกับหลานสาว หลังจากได้ยินสาวใช้ของจวนรายงานสิ่งที่เกิดขึ้น จึงมีอาการใตามสถานการณ์ไปโดยปริยาย
“ตายจริง! เป็ผู้ใดกันถึงได้ใจกล้าทำเื่หน้าละอายเช่นนี้ได้ ท่านแม่เรารีบไปที่เรือนรับรองกันเถิดเ้าค่ะ เพราะควรรีบหยุดเื่นี้โดยเร็วที่สุด”
ซูอันก็เข้าผสมโรงไปกับพี่สาวเช่นกัน “ใช่เ้าค่ะท่านป้า แต่ข้าว่าควรกันพวกแขกบุรุษที่มาร่วมงานไว้ด้วยนะเ้าคะ หากสตรีที่อยู่ในเรือนรับรองเกิดเป็คุณหนูคนใดคนหนึ่งขึ้นมา จะได้ไม่ต้องรู้สึกอับอายจนเกินไปเ้าค่ะ”
ไฉฮูหยินที่เป็มิตรสหายกับตระกูลฟงมานาน สนับสนุนความคิดของซูอันเพราะไม่อยากให้บุรุษทั้งหลายมีส่วนร่วม “เหอฮูหยินข้าเองก็เห็นด้วยกับจินฮูหยินนะ หากมีบุรุษตามไปเป็พรวนแล้วเห็นเรือนร่างของหญิงสาว เกรงว่าจะทำให้พวกนางอับอายจนรับความอัปยศนี้ไม่ไหว”
เยี่ยนหลิงยิ่งกว่าเห็นด้วยกับน้องสาว นางจึงเอ่ยกับแม่สามีว่าตนจะบอกให้สามีจัดการเื่นี้ให้ “ท่านแม่ข้าจะให้ซูอันไปเป็เพื่อนท่านนะเ้าคะ ประเดี๋ยวข้าจะไปบอกท่านพี่กับท่านพ่อ พวกเราจะช่วยกันรับหน้าแขกอยู่ทางนี้ ไม่ให้เข้าไปยุ่งที่เรือนรับรองเองเ้าค่ะ”
“พวกเราจะไปเป็เพื่อนเหอฮูหยินด้วยก็แล้วกัน เพื่อจะได้เป็พยานว่าตระกูลฟงเป็ผู้บริสุทธิ์” โหรวฮูหยินเสนอความคิดของตน แต่อันที่จริงนางแค่อยากรู้ว่า คนที่ก่อเื่เป็บุตรหลานตระกูลเสียมากกว่า
เมื่อเห็นว่าทุกคนล้วนมีความเห็นคล้ายกัน จึงหันไปทางลูกสะใภ้เพื่อฝากดูแลเรือนใหญ่ และเชิญเหล่าฮูหยินตามตนไปยังเรือนรับรอง “เช่นนั้นแม่ฝากทางนี้ให้เ้าช่วยดูแลด้วยนะ รบกวนฮูหยินทุกท่านช่วยตามไปเป็พยานให้ข้าแล้ว”
ซูอันช่วยพยุงเหอฮูหยินเดินตามเสี่ยวฮัวออกจากเรือนใหญ่ พร้อมกับฮูหยินอีกนับสิบคนที่เดินตามมาติด ๆ เยี่ยนหลิงที่ยืนส่งแม่สามีจนพ้นเรือนใหญ่ จึงสั่งให้เมิ่งฉีคนของตนไปตามสามีและน้องเขย มาพบนางที่มายืนรออยู่หน้าเรือนโดยเร็ว
“เมิ่งฉีเ้าไปบอกสามีของข้ากับน้องเขยที ว่าข้ารอพบพวกเขาอยู่ด้านหน้าเรือน มีเื่สำคัญเร่งด่วนให้รีบมา”
“รับทราบขอรับฮูหยิน”
ด้วยท่าทางอันเร่งรีบของเมิ่งฉี ย่อมเป็ที่สังเกตของอู๋ซวนกับไห่หยุน เพราะพวกเขาคอยติดตามเ้านายอยู่เสมอ เมื่อเห็นเช่นนั้นไห่หยุนจึงปลีกตัวออกมาพูดคุยทันที โดยอู๋ซวนคอยมองว่าไห่หยุนจะส่งสัญญาณอันใดกลับมาหรือไม่
“มีอันใดหรือเมิ่งฉี ข้าเห็นเ้าเดินเข้ามาท่าทางแปลก ๆ”
“ไห่หยุนเ้าช่วยเรียนคุณชายรองและคุณชายหยางให้ข้าที ยามนี้ฮูหยินมีเื่สำคัญ้าพบทั้งสองโดยเร็ว”
ได้ยินเมิ่งฉีพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตานิ่งสนิทไม่ใช่การกล่าวเล่น ๆ ไห่หยุนจึงหันไปทางอู๋ซวน เพื่อส่งสัญญาณผ่านสายตาที่มองเลยไปถึงเ้านายของตน ด้านอู๋ซวนพยักหน้ารับเป็อันรู้กัน
ฟงเฉิงฮ่าวกับหยางไท่ิที่กำลังฟังการสนทนา เมื่ออู๋ซวนเดินเข้ามาเรียกตนเองสั้น ๆ ก็พอเดาได้ไม่ยาก จึงเอ่ยขอตัวกับผู้าุโออกมาพบเมิ่งฉี
ฟงเฉิงฮ่าวเอ่ยถามคนของภรรยาที่ยืนรออย่างสงบ “เ้าพูดมาเถิดเมิ่งฉีหลิงเอ๋อร์ให้เ้ามาตามข้าใช่ไหม”
“เรียนคุณชายรองฮูหยิน้าพบท่านกับคุณชายหยาง เนื่องจากมีเื่บางอย่างเกิดขึ้นในจวนขอรับ”
“นางอยู่ที่ใด...”
“ฮูหยินรอคุณชายรองอยู่หน้าเรือนใหญ่ขอรับ”
“อืม ขอบใจมาก อาิพวกเรารีบไปพบหลิงเอ๋อร์กันเถิด ข้าอยากรู้ว่าเกิดเื่อันใดในงานเลี้ยงฉลองของอาเหวินกันแน่”
หยางไท่ิแม้จะพอคาดเดาเื่บางอย่างได้ แต่เขายังไม่มั่นใจนักว่าจะเกี่ยวข้องกับบุตรสาวหรือไม่ มีเพียงตามสหายไปพบพี่สาวภรรยาเท่านั้น ถึงจะยืนยันเื่ที่อยู่ในหัวของเขาได้
ฟงเฉิงฮ่าวเดินมาเห็นว่าภรรยาของตน เดินไปเดินมาบนใบหน้ามีความกังวล ไม่รอช้าเขารีบเดินเข้าไปไถ่ถามเยี่ยนหลิงทันที “หลิงเอ๋อร์เ้าให้เมิ่งฉีไปตามพี่กับอาิมาพบ มีเื่อันใดเกิดขึ้นในจวนเช่นนั้นหรือ”
“ท่านพี่ น้องเขย มีเื่ไม่งามที่เรือนรับรองของจวน ยามนี้ข้าให้ซูอันไปกับท่านแม่และฮูหยินอีกหลายคน ส่วนข้าที่มาพบท่านเพราะอยากให้กันเหล่าบุรุษไว้ที่นี่ หากพวกเขาอยากรู้อยากเห็นพากันไปที่นั่น เกรงว่าจะยิ่งทำให้สตรีด้านในรับความอัปยศไม่ไหวเอาได้เ้าค่ะ”
“ฮึ่ย! บังอาจทำเื่เลวทรามในวันดี ๆ ของอาเหวินเชียวรึ ข้าอยากรู้นักว่าเป็บุตรหลานจากตระกูลใด ช่างอบรมสั่งสอนบุตรหลานได้ดีจริง ๆ”
หยางไท่ิมั่นใจเต็มสิบส่วนแล้วในยามนี้ ว่าเื่ดังกล่าวต้นตอย่อมมาจากบุตรสาวของตน “อาฮ่าวทำตามที่ฮูหยินเ้าบอกเถิด ให้คนมาเฝ้ารอบ ๆ เรือนใหญ่โดยเร็ว ป้องกันมิให้ใครเดินไปมาจนห้ามไม่ทัน ส่วนเื่ที่ว่าเป็บุตรหลานตระกูลใด หลังจากจบงานเลี้ยงพวกเราย่อมได้รู้อย่างแน่นอน”
“เฮ้อ ข้าเข้าใจแล้ว ไห่หยุนเ้ากับไห่หยวนช่วยจัดการเื่นี้โดยเร็ว กำชับพวกบ่าวไพร่อย่าปล่อยให้ใครออกไปจากเรือนใหญ่ได้”
“บ่าวทราบแล้วขอรับคุณชายรอง”
“พวกเราทำใจให้สบายเถิด ข้าว่าไปนั่งที่ศาลารอฟังข่าวอย่างเงียบ ๆ ดีกว่า คนด้านในเรือนใหญ่จะได้ไม่สงสัย”
ฟงเฉิงฮ่าวพยักหน้าให้กับสหายอย่างเห็นด้วย ก่อนจะจับจูงภรรยาเดินไปยังศาลาพร้อมกัน แม้อยากตามไปดูเื่ราวมากเพียงใด แต่พวกเขาก็เข้าใจอย่างที่เยี่ยนหลิงบอกเช่นกัน
ทางด้านคนกลุ่มใหญ่ที่มีเหอฮูหยินเดินนำอยู่ด้านหน้า โดยซูอันทำหน้าที่คอยประคองไม่ให้นางสะดุดล้ม ในที่สุดก็มาถึงหน้าเรือนรับรองที่เกิดเื่จนได้ แต่นอกจากพวกนางยังมีหยางหยางเฟิ่งเซียน ผู้แสร้งเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เสร็จแล้ว และบังเอิญเดินออกมาจากอีกด้านพอดี
“เซียนเอ๋อร์เหตุใดลูกถึงมาอยู่ที่นี่ได้เล่า แล้วเ้ายังเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เกิดอะไรขึ้นกับเ้ารึ!” ซูอันแสร้งทำทีใเมื่อเห็นบุตรสาวก็อยู่ที่นี่
เหอฮูหยินที่รักและเอ็นดูหยางเฟิ่งเซียนไม่ต่างจากหลานแท้ ๆ ก็เอ่ยถามนางด้วยความเป็ห่วงอีกคน “นั่นน่ะสิเซียนเอ๋อร์ มีใครทำอะไรเ้าเช่นนั้นหรือถึงต้องมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่นี่”
“เรียนท่านย่าเหอ ท่านแม่ เผอิญว่าสาวใช้นางนี้ไม่ทันระวัง จึงทำน้ำชาหกโดนเสื้อผ้าของลูก นางจึงอาสาพาลูกมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่นี่ แต่พอมาถึงแค่ครึ่งจิบชาก็มีเสียงแปลก ๆ อยู่ในเรือนหลังข้าง ๆ ลูกจึงให้นางไปรายงานพวกท่านเ้าค่ะ” หยางเฟิ่งเซียนตอบคำถามเหอฮูหยิน ด้วยกริยาท่าทางเรียบร้อยงดงามน่ามอง อีกทั้งยังแสร้งเขินอายเมื่อพูดถึงเรือนรับรองหลังข้าง ๆ
“เซียนเอ๋อร์ปลอดภัยก็ดีแล้วนะ เ้าอยู่กับมารดาไปก่อนย่าจะรีบจัดการเื่น่าอายนี้เสียก่อน ฟางซื่อไปเปิดประตูข้าไม่อยากได้ยินเสียงพวกนั้นอีก ส่วนเ้าไปตามบ่าวไพร่มาหลาย ๆ คน อ้อ ให้พวกเขาเอาน้ำเย็นใส่ถังมาด้วยล่ะ”
“เ้าค่ะฮูหยิน /เ้าค่ะฮูหยิน”
