ในยุคสมัยนี้ยังไม่มีธรรมเนียมการจัดงานแต่งงานตามโรงแรมหรูหรา โดยทั่วไปก่อนวันงานสองสามวัน เ้าภาพจะก่อเตาดินขนาดใหญ่ ก่อด้วยดินเหนียวผสมฟางข้าว เพื่อตั้งกระทะเหล็กใบบัวเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าหนึ่งเมตร... ใช้สำหรับทำ ‘แกงกะทิรวมมิตร’ หม้อใหญ่เลี้ยงแเื่ พ่อครัวฝีมือดีที่เชี่ยวชาญงานมงคลและอวมงคลจะถูกเชิญมาปรุงรสชาติอันเลิศล้ำ ที่ยากจะหาใดเปรียบ
ถังหว่านจ้องมองเตาดินและกระทะใบบัวหลังบ้านพัก... ฝุ่นจับหนาเตอะบ่งบอกว่าไม่ได้ใช้งานมานานแรมปี
เธอนึกอยากจะใช้กระทะใบนี้สร้างรายได้ แต่ปัญหาคือเงินทุน... แม้จะรวมข้าวสารที่แลกมาได้วันนี้ ทรัพย์สินที่มีค่าในมือก็มีแค่แป้งข้าวเ้าขาวราว 20 กว่ากิโลกรัมเท่านั้น
เสียงเรียกชื่อจากพี่รองปลุกเธอจากภวังค์ เขาคงหิวแล้ว
ถังหว่านนำผัดเส้นหมูที่เหลือจากมื้อกลางวันไปลวกน้ำร้อนให้อุ่น ยื่นให้พี่ชายพร้อมกับขนมปังอบที่เหลือ เธอเฝ้ามองเขากินอย่างเอร็ดอร่อย ในขณะที่ตัวเองไม่ได้แตะต้องอะไรเลย เพราะต้องประหยัดเสบียง
เช้าวันรุ่งขึ้น... ถังหว่านไม่ได้เร่งรีบทำอะไร หลังมื้อเช้าแบบง่ายๆ เธอก็พาถังเสี่ยวจวินเดินเตร็ดเตร่สำรวจเมือง เพื่อรอจังหวะทอง
จากการสอบถามตายายเ้าของบ้าน เธอได้พิกัดของ ‘สถานีรับซื้อผลผลิต’
ลมหายใจแห่งการปฏิรูปเริ่มพัดพาเข้ามาในเมือง แม้ชาวบ้านทั่วไปจะยังใช้ชีวิตสมถะ แต่คนหัวไวบางกลุ่มเริ่มนำไก่ เป็ด ปลา และไข่ที่เลี้ยงไว้มาขายที่สถานีรับซื้อ สร้างรายได้เป็กอบเป็กำ
ในซอยเล็กๆ ข้างสถานีรับซื้อ... บรรยากาศคึกคักไปด้วยการซื้อขาย ถังหว่านกอดเงินทุนก้อนสุดท้ายแนบอก หย่อนตัวลงนั่งสังเกตการณ์
ที่นี่มีของขายมากมาย แต่ถ้าจะหาของดีราคาถูก หรือของฟรี... คงยากหน่อย
“ดูสิ” ถังเสี่ยวจวินสะกิดเรียก พร้อมกับโบก ‘เส้นหมี่แห้ง’ ชิ้นเล็กๆ ไปมาตรงหน้าเธอ
ถังหว่านตาเป็ประกายทันที สมองแล่นปราด... เธอไล่สายตามองตามรอยเส้นหมี่ที่หล่นเรี่ยราดตามพื้น จนไปเจอกับถุงกระสอบใบหนึ่งบนรถเข็นที่มีรูรั่ว
“เดี๋ยว พี่รองหยุดก่อน” เธอะโเรียกพร้อมวิ่งเหยาะๆ เข้าไปดักหน้า
ชายหนุ่มเ้าของรถเข็นสะดุ้งโหยง รีบกระชากบังเหียนลาจนตัวโก่ง พอเห็นว่าเป็แค่เด็กสาวก็ชักสีหน้าไม่พอใจ
“อะไรกัน อย่ามาทำเนียนเป็พวกมิจฉาชีพในเมืองนะเว้ย คนเห็นกันตั้งเยอะแยะ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด”
ถังหว่านชะเง้อมองไปด้านหลัง เห็นหญิงสาวผู้เป็ภรรยามองมาอย่างระแวง เธอจึงรีบปรับสีหน้าให้อ่อนโยนที่สุด
“พี่ชาย พี่สาว อย่าเพิ่งเข้าใจผิดค่ะ ฉันไม่ได้จะมาหาเื่เรียกค่าเสียหาย... แค่จะถามว่า ในกระสอบนั่นใช่เส้นหมี่หรือเปล่าคะ?”
ที่นี่เป็แหล่งปลูกมันเทศ เมื่อมีมันเทศก็ย่อมมีแป้งมัน... และเมื่อมีแป้งมัน ก็ต้องมี ‘เส้นหมี่’
ภรรยาเ้าของรถก้มมองตาม... มิน่าล่ะ ถึงรู้ว่าข้างในเป็อะไร ที่แท้กระสอบมันรั่วจนเส้นหมี่ร่วงกราว
“บอกตามตรงนะน้องสาว พวกเราได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการหมู่บ้านให้เอาของมาส่งที่สถานีรับซื้อ มีใบอนุญาตถูกต้อง... แต่เส้นหมี่ถุงนี้มันโดนล้อเกวียนทับจนแตกละเอียดหมดแล้ว สภาพดูไม่ได้ ถ้าเธออยากได้... ก็ว่าราคามา”
หญิงสาวหัวไวคำนวณในใจ... เส้นหมี่แตกๆ แบบนี้เอากลับไปกินเองก็ไม่อร่อย สู้ขายแลกเงินติดไม้ติดมือกลับไปดีกว่า
“สามกิโล... แลกกับเงิน 5 เฟิน ไหวไหมคะ?” ถังหว่านชูสามนิ้วต่อรอง
หญิงสาวหันไปสบตาสามี ก่อนจะกัดฟันตอบ “ตกลง แลก”
“นอกจากเส้นหมี่แล้ว... พี่มีอย่างอื่นอีกไหมคะ?” ถังหว่านได้ใจ ลองเลียบเคียงถามต่อ
“ก็มีมันเทศ... แล้วก็ ‘เมล็ดทานตะวัน’ ถุงนึง แต่คิดว่าเอาไปแลกน้ำมันคงไม่คุ้ม เลยกะว่าจะขนกลับ”
เมล็ดทานตะวัน หูของถังหว่านผึ่งทันที... ถ้าเอามาคั่วเกลือขาย น่าจะกำไรดีไม่น้อย
“ขอดูของหน่อยได้ไหมคะ?”
“ได้สิ” หญิงสาวใจกว้าง เปิดปากกระสอบให้ดู
เมล็ดทานตะวันเม็ดเป้งๆ อัดแน่นเต็มถุง ถังหว่านหยิบมาบีบเปลือกชิมเม็ดใน... รสชาติหอมมัน เต็มคำ
“เมล็ดพวกนี้... พี่ขายไหมคะ?”
“ถุงนี้ 30 กิโล... ถ้าเธออยากได้ คิดราคาทุน กิโลละ 7 เฟิน”
หญิงสาวบอกราคาตามจริง ไม่คิดจะฟันกำไร
ตอนนี้ข้าวสารกิโลละ 1 เหมา 5 เฟิน ส่วนธัญพืชและถั่วต่างๆ เป็ของหายาก ราคา 7 เฟินถือว่าถูกเหมือนได้เปล่า... แต่ปัญหาคือ ถังหว่านมีทุนไม่พอจะเหมาหมด 30 กิโล
“พี่สาวคะ... คือหนูงบน้อย ขอแบ่งซื้อสัก 10 กิโลได้ไหมคะ?”
“ได้สิ แบ่งขายให้” หญิงสาวแบ่งใส่ถุงให้อย่างไม่อิดออด ถือเป็รายได้เสริมระหว่างทาง
ถังหว่านจ่ายเงินแล้วแบกถุงเดินออกมาด้วยรอยยิ้ม... ก้าวแรกอาจจะยาก แต่เมื่อเริ่มก้าวแล้ว ที่เหลือย่อมง่ายขึ้น
แผนการในหัวตอนนี้คือ... ขาย ‘แกงกะทิทรงเครื่อง’
่นี้เมืองกำลังขยายตัว มีโครงการก่อสร้างมากมาย ทั้งตึกที่ทำการ หอพักพนักงาน และยังมีเหมืองถ่านหินกับโรงงานเหล็กขนาดใหญ่ กรรมกรและพนักงานโรงงานเหล่านี้มีกำลังซื้อสูง เธอจะทำอาหารขายพวกเขา
กลับมาถึงบ้านเช่า ถังหว่านยืมกระทะใบบัวจากเ้าของบ้าน แล้วไปจ่ายตลาด
เธอใช้คูปองเนื้อที่แม่เลี้ยงให้มา ซื้อหมูสามชั้นติดมันอย่างดีหนัก 2 กิโล
โชคดี่นี้เป็หน้าผัก เธอมอบเงินค่าขนม 2 เฟินให้ยายเ้าของบ้าน ช่วยไปหาซื้อมันฝรั่ง มะเขือยาว ฟักทอง บวบ และผักสดจากสวนชาวบ้านมาให้กองโต
ถังเสี่ยวจวินรับหน้าที่ล้างผัก ส่วนถังหว่านรับบทเชฟใหญ่ ใช้มีดปังตอหั่นหมูสามชั้นเป็ชิ้นหนาๆ
เนื้อหมูยุคนี้เป็หมูเลี้ยงธรรมชาติ ไขมันแทรกสวยงาม หั่นทีน้ำมันเยิ้มติดมือ
เธอกั้นประตูครัว ปิดกั้นสายตาสอดรู้สอดเห็นของยายเ้าของบ้านที่แอบนินทาว่า ‘ใส่น้ำมันแค่นี้ ผักตั้งกองพะเนิน จะไปอร่อยได้ยังไง’
เมื่อกระทะเหล็กร้อนจนควันขึ้น... ถังหว่านโยนมันหมูแข็งลงไปเจียว
ฉ่า
เสียงน้ำมันปะทะความร้อนดังสนั่น ควันหอมฟุ้งกระจายไปทั่ว
เธอไม่รีบร้อนตักกากหมูออก แต่หรี่ไฟลง ค่อยๆ เจียวให้น้ำมันหมูไหลออกมาจนหมด... กลิ่นหอมยั่วน้ำลายลอยอบอวลราวกับครัวภัตตาคาร
เมื่อได้น้ำมันหมูใสแจ๋วเกือบเต็มก้นกระทะ ชิ้นมันหมูก็หดตัวกลายเป็ ‘กากหมู’ กรุบกรอบสีเหลืองทอง
เธอตักกากหมูใส่ชาม เป่าให้คลายร้อนแล้วป้อนใส่ปากพี่รอง
“อ้าปากสิ... อร่อยไหม?”
ถังเสี่ยวจวินเคี้ยวตุ้ยๆ ทั้งที่ยังร้อน แต่ไม่ยอมคายทิ้ง ทำหน้าฟินสุดขีด ถังหว่านยิ้มออกมาอย่างมีความสุข... นี่เป็ครั้งแรกที่เธอรู้สึกผ่อนคลายจริงๆ ั้แ่มาที่นี่
น้ำมันหมูในกระทะมีมากพอแล้ว เธอตักแบ่งออกครึ่งหนึ่งเก็บไว้ แล้วเทหมูสามชั้นที่หั่นไว้ลงไปผัดจนสุกหอม ตามด้วยกองทัพผักสารพัดชนิด
แม้ร่างกายจะผอมบาง แต่ท่วงท่าการสะบัดตะหลิวอันใหญ่ั์ของเธอนั้นคล่องแคล่วและทรงพลัง
พี่รองเห็นน้องสาวเหงื่อท่วมหน้าผาก ก็พยายามจะเข้ามาช่วย แต่ถูกห้ามไว้
“อย่าเลยพี่รอง... ของแบบนี้ต้องใช้เทคนิค เดี๋ยวพี่โดนน้ำมันกระเด็นใส่จะเจ็บตัวเปล่าๆ”
อีกอย่าง... สูตรเด็ดเคล็ดลับ ‘แกงกะทิทรงเครื่อง’ ของเธอ ไม่ใช่ใครก็จะทำเลียนแบบได้ รับรองว่ารสชาติต้องเหนือชั้นกว่าแกงหม้อแกงไหทั่วไปแน่นอน
