หวังชียืนอยู่ท่ามกลางชาวบ้านหมู่บ้านหวัง เขาชี้ไปทางสตรีตั้งครรภ์ผู้นั้นก่อนเอ่ยเสียงดังว่า “พวกเราทุกคนมาช่วยกันเป็พยาน รับรองว่าภรรยาของหวังเฮ่ามิได้บังคับสตรีผู้นี้ให้ทานยาถอนพิษ หากภายภาคหน้าทารกในครรภ์ของนางคลอดออกมาเป็คนพิการ ก็ไม่ใช่เื่ที่เกี่ยวข้องกับภรรยาของหวังเฮ่า”
“ได้!”
“พวกเราเห็นด้วยตาของตนเอง”
มีคนในตระกูลหวังเอ่ยกับเ้าของเกวียนลาทั้งสามว่า “พี่ชายทั้งสาม เมื่อครู่ท่านเองก็เห็นแล้ว พวกเรามาช่วยเป็พยานให้หลี่ซื่อเถิด”
เ้าของเกวียนลาทั้งสามหันมาสบตากันและกัน ก่อนจะพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงโดยมิได้นัดกัน หนึ่งในนั้นเป็เ้าของเกวียนลาผู้มีใบหน้ากลมเกลี้ยง เขาเอ่ยว่า “ชาวบ้านจากหมู่บ้านหูมาขอความช่วยเหลือ หลี่ซื่อยื่นมือเข้าช่วยชาวบ้านหมู่บ้านหูถอนพิษ พวกเราทั้งสามล้วนเห็นเป็พยาน หลังจากนี้ชาวบ้านหมู่บ้านหูจะเป็หรือตายก็ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับหลี่ซื่อ”
เ้าของเกวียนรูปร่างสูงผอมเอ่ยว่า “ไม่ว่ายาถอนพิษที่หลี่ซื่อให้จะได้ผลหรือไม่ หลี่ซื่อก็ถือว่ามีเมตตาแล้ว”
เ้าของเกวียนที่ใบหน้าดำ มีนิสัยเก็บตัวไม่ค่อยพูด เขาเองก็เอ่ยปากเสียงดังออกมาว่า “ดี” คำหนึ่งเช่นกัน
“พวกเราจะไม่เนรคุณท่านหมอเทวดาหลี่แน่นอน” บุรุษผู้มีใบหน้าเหลี่ยมเกรงว่าทุกคนจะไม่เชื่อ เขาเอ่ยเสริมว่า “ข้าหูต้าไห่ขอสาบานต่อหน้าฟ้าดิน หากข้ามีใจคิดร้ายต่อท่านหมอเทวดาหลี่ ขอให้์ลงทัณฑ์ ให้ฟ้าผ่าไม่ตายดี”
ชาวบ้านในหมู่บ้านหูต่างทยอยสาบานตามทีละคน รวมทั้งสตรีตั้งครรภ์คนนั้นด้วย
หลี่ชิงชิงชี้ไปทางถังไม้ที่บรรจุน้ำร้อนๆ ต้มใหม่ๆ ที่หวังเยวี่ยยกเข้ามา นางเอ่ยกับชาวบ้านหมู่บ้านหูว่า “น้ำร้อนมาแล้ว พวกท่านมาดื่มน้ำก่อน เติมปริมาณน้ำให้ร่างกายสักหน่อย น้ำร้อนยิ่ง รอให้เย็นลงสักครู่ค่อยดื่มเ้าค่ะ”
ณ สวนในเรือนหลัง
หลังจากที่หม่าเซี่ยงหนานเล่าเื่ราวที่หลี่ชิงชิงช่วยเหลือชาวบ้านหมู่บ้านหูเรียบร้อยแล้ว เขาก็เอ่ยด้วยความประหลาดใจว่า “ข้าน้อยเห็นว่าชาวบ้านสกุลหูแต่ละคนถูกพิษไม่เบาเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีตั้งครรภ์ผู้นั้น ท่าทางของนางราวกับสามารถสิ้นใจกลายเป็หนึ่งศพสองชีวิตเพราะพิษได้ตลอดเวลา เฮ้อ ยาของแม่นางหลี่จะสามารถถอนพิษได้จริงหรือ?”
สาวรับใช้ตัวใหญ่คนหนึ่งอดเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงชื่นชมมิได้ว่า “เื่ใหญ่ถึงเพียงนี้นางยังกล้ายื่นมือช่วยเหลือ นับว่าแม่นางหลี่เป็วีรชนในหมู่สตรีจริงๆ เ้าค่ะ”
เฟิ่งซื่อเองก็ถูกโน้มน้าวด้วยบรรยากาศซาบซึ้ง หลังจากที่นางคิดใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่ก็ตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือเช่นกัน
หม่าเซี่ยงหนานก้าวยาวๆ กลับไปที่เรือนด้านหน้าด้วยความรวดเร็ว เขาเอ่ยกับหลี่ชิงชิงที่กำลังเตรียมยาถอนพิษในห้องโถงใหญ่ว่า “แม่นางหลี่ ฮูหยินบ้านข้าเอ่ยว่านางสามารถช่วยจัดหาม้าสี่ตัวและผู้ช่วย เพื่อนำยาของท่านไปมอบให้ท่านหมอเติ้งที่ตำบลไท่ ให้ท่านหมอเติ้งเดินทางไปยังหมู่บ้านสกุลหูเพื่อรักษาชาวบ้านที่เหลือได้ขอรับ”
สิ้นเสียง หลี่ชิงชิงก็ลอบยินดีอยู่ภายใน นางไม่รู้แม้กระทั่งที่ตั้งของหมู่บ้านหูด้วยซ้ำ จะเดินทางไปอย่างไรก็สุดจะรู้ อีกประการที่หมู่บ้านหูมีคนตายไปแล้วสองศพ หากนางเดินทางไปยังหมู่บ้านหูเพื่อช่วยเหลือคน นางจะถูกทางการโยนความผิดให้เป็แพะรับบาป และถูกจับโยนเข้าคุกเพราะเื่นี้หรือไม่
ในสายตาของนาง ไม่มีผู้ใดที่ทราบสถานการณ์ในหมู่บ้านหูเท่าท่านหมอเติ้งอีกแล้ว และท่านหมอเติ้งเป็หมอที่เปิดร้านขายยาอย่างเป็ทางการ เขาเหมาะสมที่สุดแล้วที่จะไปเยือนหมู่บ้านหู
หลี่ชิงชิงรีบเขียนวิธีการใช้ยาถอนพิษ รวมถึงสถานการณ์ปัจจุบันของชาวบ้านหมู่บ้านหูที่ถูกพิษทั้งสิบสองคน หลังจากนั้นก็ส่งต่อให้เฟิ่งซื่อพร้อมกับยาถอนพิษ
หม่าเซี่ยงหนานเอ่ยกับเหล่าชาวบ้านว่า “ชาวบ้านหมู่บ้านหูทุกท่าน ข้าคือหม่าเซี่ยงหนาน หลงจู๊แห่งร้านเซียงเยวี่ยไจในอำเภอเหอ วันนี้แม่นางหลี่มีคุณธรรมอันสูงส่งมอบยาถอนพิษให้ และฮูหยินของจวนข้าจะส่งคนขี่ม้าไปยังตำบลไท่เพื่อมอบยาถอนพิษให้กับท่านหมอเติ้ง โดยจะรบกวนท่านหมอเติ้งเดินทางไปยังหมู่บ้านหูเพื่อถอนพิษให้ทุกคน ยามนี้พวกข้า้าคนติดตามไปด้วยหนึ่งคน ผู้ใดจะอาสาสมัคร?”
หูต้าไห่เพิ่งจะดื่มน้ำอุ่นเข้าไปสองอึก หลังจากฟังจบเขาก็ยกมือเอ่ยว่า “ข้าเอง”
นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านอีกสองสามคนที่ยกมือ รวมถึงสตรีตั้งครรภ์ผู้นั้นเองก็ขอไปด้วยเช่นกัน
ในใจของหม่าเซี่ยงหนานย่อมรู้ดีว่าสตรีตั้งครรภ์รีบร้อน้าช่วยครอบครัวที่อยู่ในหมู่บ้านหู เขาเอ่ยว่า “พวกเราต้องขี่ม้า ร่างกายเ้าในยามนี้ยังไม่สะดวก”
ข้ารับใช้ของตระกูลหม่าได้ปลดม้าออกจากตัวรถ และจูงม้าสองตัวเข้ามาเตรียมอย่างเรียบร้อย หม่าเซี่ยงหนานจะเป็คนที่ถือยาถอนพิษกับจดหมายเอาไว้และขี่ม้าหนึ่งตัว พร้อมทั้งมีข้ารับใช้รูปร่างสูงโปร่ง ดูแล้วเต็มไปด้วยพละกำลังของคนวัยหนุ่มขี่ม้าตามไปด้วยอีกหนึ่งคน
ชาวบ้านทั้งสิบสองคนของหมู่บ้านหูต่างพากันชะเง้อคอยืดคอยาว มองตามเงาร่างของทั้งสามจนกระทั่งหายลับไปจากสายตา
“ฮือ หากท่านพ่อท่านแม่ รวมถึงน้องชายของข้ารอดตายด้วยก็คงจะดีไม่น้อย”
“ยามที่ข้าออกจากหมู่บ้าน ท่านยายของข้าหมดสติไม่รับรู้สิ่งใดแล้ว ไม่รู้ว่าหากท่านหมอเติ้งรีบเดินทางไป จะสามารถช่วยชีวิตท่านยายเอาไว้ได้ทันหรือไม่?”
“เงินของครอบครัวข้าเพียงพอให้ข้านั่งเกวียนลาเพียงคนเดียว ทั้งท่านพ่อท่านแม่และพี่สาวทั้งสองคนของข้าล้วนหลีกทางให้ข้าได้นั่งมา”
เหล่าชาวบ้านที่คิดถึงครอบครัวของตนในหมู่บ้าน ต่างพากันร่ำไห้ด้วยความเ็ปออกมา
หลี่ชิงชิงส่ายศีรษะ ก่อนเอ่ยว่า “หยุดร้องเถิดเ้าค่ะ รออีกสักประเดี๋ยวหลังจากที่พวกท่านถ่ายเบาแล้วค่อยดื่มน้ำแกงถั่วเขียว ทานอะไรสักเล็กน้อยก็สามารถนั่งเกวียนลากลับบ้านได้แล้ว ส่วนค่าเดินทางข้าได้จ่ายให้พวกท่านเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ”
“พวกเราสามารถกลับบ้านได้หรือ?”
“สามารถกลับหมู่บ้านวันนี้ได้เลยหรือ?”
เหล่าชาวบ้านแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
หลี่ชิงชิงค่อยๆ เอ่ยช้าๆ “พวกท่านได้ทานยาถอนพิษเข้าไปแล้ว รออีกสักประเดี๋ยวอาการก็จะดีขึ้นไม่น้อย หากพวกท่านไม่กลับแล้วคิดจะค้างที่บ้านของข้าหรือ?”
เป็ในตอนนั้นเอง จู่ๆ สตรีวัยกลางคนผมบาง หนึ่งในชาวบ้านสกุลหูก็ยกมือขึ้นกุมท้อง สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว นางกรีดร้องออกมาว่า “ไอหยา ท้องของข้าเจ็บอีกแล้ว เหตุใดข้าถึงรู้สึกอยากถ่ายหนักอีกแล้วเล่า?”
หลี่ชิงชิงอธิบายว่า “อย่าเพิ่งเป็กังวลไปเ้าค่ะ รอบนี้คือการล้างพิษ มิใช่อาการท้องเสีย รออีกสักประเดี๋ยวของเสียที่ท่านถ่ายออกมาจะเหม็นจนิญญาแทบออกจากร่าง ยามนั้นท่านเพียงอย่าเป็ลมไปเพราะกลิ่นเหม็นก็พอ”
หลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วยาม ชาวบ้านก็ทยอยกันไปถ่ายหนัก และเป็ดั่งที่หลี่ชิงชิงเอ่ย ของเสียที่พวกเขาถ่ายออกมามีกลิ่นเหม็นจนแทบอาเจียน
ทว่าหลังจากที่ผ่านการปลดทุกข์ครั้งนี้ พวกเขาก็ไม่มีอาการคลื่นไส้หรือเวียนศีรษะอีกต่อไป
ครอบครัวสกุลหวังต้มน้ำแกงถั่วเขียวออกมา รวมถึงนึ่งข้าวสวยให้นุ่ม พร้อมทั้งปรุงสังขยาไข่ที่ย่อยง่าย เพื่อให้ชาวบ้านหมู่บ้านหูได้ทาน
หลังจากที่ชาวบ้านทั้งสิบเอ็ดคนทานอาหารเสร็จเรียบร้อย จิตใจก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก แม้แต่คนที่อ่อนแอที่สุดสองคนก็ยังกลับมาเดินปร๋อไปมาได้
ส่วนสตรีตั้งครรภ์ผู้นั้น หลังจากได้รับคำปลอบโยนจากหลิวซื่อและจางซื่อแล้ว หัวใจของนางก็มิได้เ็ปเท่าก่อนหน้าแล้ว นางตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะไปหาท่านหมอเติ้งในอีกสองวัน และให้หมอตำแยช่วยนางทำคลอดออกมา
เ้าของเกวียนลาทั้งสามเองก็มีจิตใจเมตตาเปี่ยมคุณธรรม พวกเขารอชาวบ้านจากหมู่บ้านหูอยู่หน้าบ้านครอบครัวสกุลหวังมาตลอด
หลิวซื่อขอบคุณเ้าของเกวียนลาทั้งสามที่ยินดีจะช่วยเป็พยานให้หลี่ชิงชิง นางขอให้ผู้เฒ่าหวังมอบข้าวและไข่ไก่ให้เ้าของเกวียนลาทั้งสามคนคนละหนึ่งชามใหญ่ พร้อมไข่สองฟอง
่เวลาต้นยามเซิน ชาวบ้านหมู่บ้านหูทั้งสิบเอ็ดคนก็ออกเดินทางด้วยเกวียนลาทั้งสาม ระหว่างทางที่กำลังกลับหมู่บ้าน พวกเขามิได้พบคนจากหมู่บ้านเดียวกัน ทว่ากลับได้พบหม่าเซี่ยงหนานที่เพิ่งกลับจากไปส่งยาพอดี
หม่าเซี่ยงหนานตั้งใจลงจากม้าเพื่อดูชาวบ้านจากหมู่บ้านหูบนเกวียนลาทั้งสาม
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของพวกเขาดีขึ้นกว่าก่อนหน้ามาก นี่หมายความว่าพิษได้รับการกำจัดแล้วเรียบร้อย ในใจก็ให้ตื่นตระหนกว่าวิชาแพทย์ของหลี่ชิงชิงสูงส่งถึงเพียงนี้ เขาเอ่ยว่า “ยามที่ข้าไปถึงตำบลไท่ ได้ยินท่านหมอเติ้งเอ่ยว่าทางการได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเื่นี้ และส่งท่านหมอจากในเมืองไปยังหมู่บ้านของพวกท่านแล้ว ทว่าข้ายังคงมอบยาถอนพิษนั่นให้ท่านหมอเติ้ง และท่านหมอเติ้งก็ได้ออกเดินทางไปยังหมู่บ้านหูด้วยตนเองแล้ว ยามนี้เขาคงจะถึงแล้ว”
ชาวบ้านหมู่บ้านหูซาบซึ้งอย่างหาที่เปรียบมิได้ “ในที่สุดทางการก็สนใจพวกเราแล้ว”
“มีคนมากมายในหมู่บ้านเราที่ถูกพิษ ทหารในเมืองกลับไม่ยอมให้พวกเราเข้าเมือง ท่านหมอในเมืองเองก็ไม่ยอมรักษาให้พวกเราเช่นกัน”
“หากมิใช่ท่านหมอเทวดาหลี่ยื่นมือเข้ามาช่วย วันนี้ข้าคงจะตายไปแล้ว”
“ท่านหมอเทวดาหลี่คือเทพโอสถ มีเพียงยาของนางเท่านั้นที่สามารถรักษาชีวิตของพวกเราเอาไว้ได้!”
“ถูกต้อง ท่านหมอเทวดาหลี่ใช้เวลาเพียงสั้นๆ ไม่ถึงหนึ่งชั่วยามด้วยซ้ำ ก็สามารถถอนพิษให้พวกเราได้สำเร็จ”
“พวกเราต้องรีบกลับหมู่บ้าน ให้คนที่บ้านรีบทานยาถอนพิษของท่านหมอเทวดาหลี่”
“หูต้าไห่จะบอกทางการหรือไม่ว่า ยาถอนพิษของท่านหมอเทวดาหลี่สามารถรักษาพิษของพวกเราได้?”
“ท่านยายของข้ายังอยู่หรือไม่ ยายแก่เช่นนางจะยังมีลมหายใจรอจนกระทั่งยาถอนพิษของท่านหมอเทวดาหลี่มาถึงหรือไม่?”
หม่าเซี่ยงหนานรีบร้อนอยากกลับไปยังบ้านสกุลหวังเพื่อรายงานให้เฟิ่งซื่อได้ทราบ วันนี้เฟิ่งซื่อยังตั้งใจจะเดินทางกลับเมืองเซียง ด้วยใจที่ร้อนรนดั่งไฟสุม เขาจึงทำเพียงพยักหน้าให้ชาวบ้านหูก่อนจะเผ่นแผล็วจากไปทันที
