ชายหนุ่มเดินเข้าใกล้ฮวาเหยียนพลางเอ่ยถามเสียงดัง
ฮวาเหยียนลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน นางลืมเสียสนิทว่าอีกฝ่ายยังอยู่ในจวนตระกูลมู่
ยามนี้จิตใจของนางขุ่นมัวเป็อย่างยิ่ง กำลังคิดเื่ข้อตกลงของตี้หลิงหาน เจียงจื่อเฮ่าก็โผล่เข้ามาพอดี
ช่างน่ารำคาญเสียจริง หากไม่ใช่เพราะเขา นางจะตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้หรือ?
“ทำไมหรือ เ้าจะตามไปสู้ด้วยหรืออย่างไร?”
ฮวาเหยียนเอ่ยอย่างเ็า เพียงเปิดปากก็เป็คำพูดไม่น่าฟัง และคำพูดนั้นก็กระตุ้นเจียงจื่อเฮ่าจนทำให้เขาหงุดหงิด เพลิงโทสะลุกท่วมศีรษะทันที
“หากขาของข้ามิได้หักเพราะเ้า ข้าย่อมต้องติดตามท่านพ่อไปยังชายแดนแน่ เ้าคิดว่าข้าใช้เวลาหลายปีในค่ายทหารอย่างเสียเปล่าหรือ?”
เจียงจื่อเฮ่ากล่าว
ตอนยังเด็กเขาเคยป่วยหนักจนเกือบตาย ภายหลังจึงโดนบิดาโยนเข้าค่ายทหารเพื่อฝึกซ้อม ทว่าสุดท้ายยังไม่ทันได้ย่างกรายเข้าสนามรบสักแห่งก็ต้องกลับเมืองหลวงเสียแล้ว ชายแดนเกิดาหรือ? ช่างเหมาะเจาะจะเป็่เวลาที่ความสามารถของเขาได้เปล่งประกาย ทว่าเขากลับทำพลาด ขาหักเสียได้!
เจียงจื่อเฮ่าโกรธจัด ทันทีที่ได้ยินข่าวก็วิ่งมาเอะอะโวยวายใส่ฮวาเหยียนทันที
เขาค้นพบแล้วว่ามู่อันเหยียนแห่งตระกูลมู่ผู้นี้เป็ศัตรูตัวฉกาจของเขา ดาวหายนะ! แค่เกี่ยวข้องกับนาง เขาก็รู้สึกได้ว่าจะต้องโชคร้ายเป็แน่
แม้เขาอยากรีบไปชายแดนตอนนี้ก็คงสายไปเสียแล้ว! ขาหักจนเป็เช่นนี้ จะไปที่ใดก็ไปมิได้
“เ้าน่ะหรือ? ก็แค่ไก่อ่อนคนหนึ่ง ปรารถนาจะเข้าสู่สนามรบหรือ? เฮอะ...”
ฮวาเหยียนกำลังโกรธเพราะข้อตกลงระหว่างนางกับตี้หลิงหาน เจียงจื่อเฮ่าที่เป็ผู้ร้ายตัวจริงยังกล้าโอ้อวดกำลังของตนต่อหน้านางในเวลานี้ นี่มิใช่การหาเื่ให้โดนด่าหรือ?
บรรยากาศรอบตัวนางพลันเ็าโดยไม่ลังเล
ไก่อ่อน?
เจียงจื่อเฮ่าเกือบบันดาลโทสะทันทีที่ได้ยินสองคำนี้!
ไก่อ่อนที่ว่าหมายถึงเขาหรือ?
อย่างน้อยเขาก็ยังเป็คุณชายสูงศักดิ์ที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวง มีภูมิหลังครอบครัวไม่ธรรมดา รูปโฉมหล่อเหลางดงาม ไม่รู้ว่ามีสตรีกี่มากน้อยพร้อมทอดสะพานให้เขา ชายหนุ่มรู้สึกภูมิใจในตนเองเสมอมา ทว่าเหตุใดในสายตาของมู่อันเหยียน เขาจึงกลายเป็ไก่อ่อนไปได้เล่า?
เจียงจื่อเฮ่ารู้สึกว่าเกียรติของตนถูกสบประมาท ศักดิ์ศรีความเป็มนุษย์ถูกท้าทาย!
สิ่งนี้ทำให้เขาโกรธจนใบหน้าแดงก่ำ ชายหนุ่มชี้นิ้วไปทางฮวาเหยียน มือของเขาสั่นเทาเพราะโทสะ
“มู่อันเหยียน เ้าด่าข้าหรือ?”
ดวงตาของเจียงจื่อเฮ่าเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ
“เ้ามิได้มาที่นี่เพื่อให้ข้าด่าหรอกหรือ?”
ฮวาเหยียนเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างเฉยชาพลางเอ่ยปาก
นางนั่งอยู่ที่นี่ดีๆ ด้วยอารมณ์ขุ่นมัว เขาก็จงใจบุกมาหานางเพื่อยั่วโทสะ ดังนั้นการที่เขาโดนด่าก็มิใช่เป็เพราะทำตนเองหรอกหรือ?
“ดีนัก มู่อันเหยียน เ้าช่างกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว! ด่าว่าข้าเป็ไก่อ่อนหรือ? เหอๆ เกรงว่าอีกไม่นานเ้าก็ต้องกลายเป็หญิงรับใช้ในจวนไท่จื่อแล้ว เ้าคอยดูเถิด ถึงเวลานั้นไม่ว่าอย่างไร ข้าจะสั่งให้เ้าเอาน้ำมาล้างเท้าข้าให้จงได้!”
เจียงจื่อเฮ่าส่งเสียงขู่ ราวกับเขาได้นึกภาพฉากนั้นเรียบร้อยแล้ว บนใบหน้าจึงมิอาจซ่อนความภาคภูมิใจเอาไว้ได้
คำพูดนี้นับเป็การแหย่รังแตนอย่างแท้จริง กาใดน้ำไม่เดือดหยิบกานั้น นางกำลังโมโหเื่นี้อยู่พอดี เจียงจื่อเฮ่ากล้าดีอย่างไรถึงพูดมันขึ้นมา? ความโกรธของฮวาเหยียนพุ่งตรงออกมาจากกลางอก นางสาวเท้าก้าวไปทางเจียงจื่อเฮ่าทันที
“เ้า เ้าจะทำอันใด?”
เจียงจื่อเฮ่าเห็นว่าจู่ๆ นางก็ลุกขึ้นและเดินมาทางเขา ชายหนุ่มพลันเปล่งเสียงถามโดยไม่รู้ตัว
เขาจ้องไปที่ฮวาเหยียน รู้สึกเพียงว่าความงดงามของนางเปล่งประกายเป็อย่างยิ่ง ทำให้เขามิกล้าสบตานางโดยตรง นางทั้งสดใสและงดงาม ยามดวงตาของนางกลอกกลิ้งไปมา กลับเปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์สุดพรรณนา ทำให้คนขาดสติจนติดบ่วงของนาง
อีกแล้ว เอาอีกแล้ว...
เจียงจื่อเฮ่าสะบัดหัวและกัดลิ้นตนเอง ดวงตาเบิกเขม็งจ้องไปที่ฮวาเหยียน ก่อนเอ่ยว่า “มู่อันเหยียน ข้าจะบอกเอาไว้ เ้าอย่าพยายามใช้ความงามของเ้ามาทำให้ข้าหลงใหล! เ้า้าให้ข้าหลงเสน่ห์เพื่อให้ข้าไปอ้อนวอนองค์รัชทายาทแทนเ้า ข้าจะบอกเอาไว้ว่าไม่มีทาง...”
เจียงจื่อเฮ่าะโโวยวาย
ฮวาเหยียนถูกเขาทำให้หัวเราะจนโง่งมแล้ว
“ดี ดีนัก...”
รอยยิ้มบนใบหน้าของฮวาเหยียนพลันสว่างไสวขึ้น ทว่าหากมองอย่างละเอียดจะพบว่าภายในดวงตาของนางปรากฏแววเ็ากว่าเดิม
ได้ยินเพียงเสียงของนางที่กล่าวว่าดีนักสองคำติดกัน ในที่สุดนางก็อดทนต่อไปมิได้ ขาของนางพลันเตะเข้าที่หน้าอกของเจียงจื่อเฮ่าอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าฟาด เสียงโครมดังสนั่น ชายหนุ่มถูกเตะจนปลิวออกไปนอกศาลา
ไม่ว่าอย่างไรเจียงจื่อเฮ่าก็มินึกว่าฮวาเหยียนจะลงมือกับเขาโดยตรง! เขาถูกเตะจนล้มลงกับพื้นโดยไม่ได้ป้องกันตัวแม้แต่นิด ชายหนุ่มตกตะลึง ไม่รู้สึกตัวอยู่เป็นาน
รอจนกระทั่งเขาได้สติกลับคืนมา ทั้งร่างก็นอนอยู่บนพื้นนอกศาลาแล้ว
เจียงจื่อเฮ่ามีเหงื่อเย็นผุดซึมเพราะความเ็ป เขาโมโหจนแทบหายใจไม่ออก สตรีผู้นี้! มู่อันเหยียนแห่งตระกูลมู่ ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็ลงมือกับเขา! เหตุใดต้องเกิดเื่เช่นนี้ทุกครั้ง เพราะเหตุใด! คราก่อนตอนอยู่ที่จวนไท่จื่อเขาเองก็ถูกเตะจนปลิว...
อย่างน้อยพลังยุทธ์ของเขาก็อยู่ในระดับผู้บำเพ็ญเพียรขั้นเก้า อย่างดีเขาก็ยังเป็บุตรชายของท่านแม่ทัพ เหตุใดเมื่ออยู่ต่อหน้ามู่อันเหยียนจึงกลายเป็ลูกหนังที่ถูกเตะปลิวอย่างง่ายดายเช่นนี้เล่า?
โกรธ!
โมโห!
อ๊าก—
ท้ายที่สุดเจียงจื่อเฮ่าก็สรุปได้ว่ามู่อันเหยียนแห่งตระกูลมู่ผู้นี้น่ารังเกียจและไร้ยางอาย! ร้ายกาจและเ้าเล่ห์! ทำเป็แค่ลอบโจมตีเท่านั้น!
หลังฮวาเหยียนเตะลูกหนังนี้ออกไป หัวใจของนางก็รู้สึกสบายขึ้นเล็กน้อย ที่แท้แล้วนางก็ยังคงเหมาะกับการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาอยู่ดี
“คุณชายเจียง เกิดอันใดขึ้นกับท่าน? เหตุใดจึงนอนอยู่บนพื้นเล่าเ้าคะ?”
ทันใดนั้นเสียงอ่อนหวานและเป็กังวลของมู่ชิงอวิ้นพลันดังขึ้น นางเดินมาจากที่ไกลๆ ทันทีที่เห็นฉากนี้ก็รีบสาวเท้าเข้ามาทันที
“ขะ ข้าไม่เป็อันใด...”
เมื่อเห็นมู่ชิงอวิ้น ใบหน้าของเจียงจื่อเฮ่าก็พลันแดงก่ำ เขาไม่้าแสดงสภาพอันน่าอับอายของตนต่อหน้าสตรีผู้นี้ และมิอาจกล่าวได้ว่าเป็พี่หญิงของนางที่เตะเขาจนปลิว
“เพียงยืนไม่มั่นคงจึงล้มลงเท่านั้น”
เจียงจื่อเฮ่าทนความเ็ปที่หน้าอกและข้อเท้า ก่อนเอ่ยออกมา
“คุณชายเจียง เหตุใดไม่ระวังสักหน่อยเล่าเ้าคะ? เดิมทีขาของท่านก็าเ็อยู่แล้ว สารทฤดูเช่นนี้อาการาเ็จะไม่ยิ่งรุนแรงขึ้นหรือ? มาเถิด อวิ้นเอ๋อร์จะช่วยพยุงท่านลุกขึ้นเ้าค่ะ...”
มู่ชิงอวิ้นเอ่ยเสียงเบา คิ้วของนางแฝงความกังวล มือน้อยยื่นออกไปเพื่อช่วยพยุงเจียงจื่อเฮ่า
“ขอบคุณแม่นางชิงอวิ้น...”
ที่สุดเจียงจื่อเฮ่าก็ยืนขึ้นได้ด้วยความช่วยเหลือของมู่ชิงอวิ้น ในใจเขาลอบถอนหายใจนับครั้งไม่ถ้วน พวกนางทั้งสองล้วนเป็แม่นางตระกูลมู่ ทว่าเหตุใดคุณหนูรองจึงอ่อนโยนถึงเพียงนี้เล่า?
“มิต้องเกรงใจ ข้าได้ยินมาจากสาวใช้ว่าคุณชายเจียงยังไม่ได้ทานมื้อกลางวัน ดังนั้นข้าจึงมาหาท่านเ้าค่ะ แต่นึกไม่ถึงว่าท่านจะมาพบพี่หญิงของข้า”
มู่ชิงอวิ้นแย้มยิ้มมีเสน่ห์
น้ำเสียงของนางทั้งแ่เบาและอ่อนหวาน จนหูของเจียงจื่อเฮ่าชาไปชั่วขณะ แม้แต่หัวใจของเขาก็เต้นเร็วขึ้น พร้อมกันนั้นในใจของเขาก็ลอบพ่นคำด่า บุตรีที่ดีควรเป็เหมือนคุณหนูรองตระกูลมู่ ทั้งอ่อนหวานและนุ่มนวล ทว่ามู่อันเหยียนแห่งตระกูลมู่กลับหยาบคายยิ่ง เฮอะ!
“แม่นางชิงอวิ้นห่วงใยข้าเช่นนี้ ทำให้ข้าที่ถูกเป็ห่วงรู้สึกซาบซึ้งใจนัก”
แสงในดวงตาของเจียงจื่อเฮ่าสว่างขึ้นเล็กน้อย เขากำหมัดคารวะให้มู่ชิงอวิ้น
ฮวาเหยียนหรี่ตามอง เวลาเพียงไม่นานทั้งสองคนก็คุ้นเคยกันถึงขั้นนี้เชียวหรือ? จนถามไถ่นามซึ่งกันและกันแล้ว?
หลังจากดูการกระทำของคนทั้งสอง ฮวาเหยียนพลันรู้สึกเหมือนตนกำลังดูละครฉากหนึ่ง
ปลายหูของเจียงจื่อเฮ่าเปลี่ยนเป็สีแดง แววตาเปล่งประกายยิ่ง เป็เพราะเขาพึงใจมู่ชิงอวิ้นใช่หรือไม่?
เหอๆๆ...
นางก็บอกแล้วว่าเจียงจื่อเฮ่าคือของมือสอง [1] เป็ไก่อ่อน ทว่าตัวเขาเองกลับไม่ยอมรับ
น้องสาวคนรองของนางเพิ่งกล่าวกับนางเมื่อวานว่าปรารถนาจะแต่งเป็ชายารองแห่งจวนไท่จื่อ ทว่าตอนนี้กลับแสดงความห่วงใยต่อเขา เช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?
“เจียงจื่อเฮ่า เ้ามีใจให้น้องสาวของข้าหรือ?”
เจียงจื่อเฮ่ากำลังมองไปทางมู่ชิงอวิ้น หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ราวกับมีกวางวิ่งวนอยู่โดยรอบ [2] แม่นางที่อยู่ตรงหน้าเขาก็หลุบตาลงต่ำพลางอมยิ้ม ช่างสบายตาเหลือเกิน บรรยากาศพลันอบอุ่นยิ่ง
ทันใดนั้นจู่ๆ เจียงจื่อเฮ่าก็ได้ยินเสียงของมู่อันเหยียนดังขึ้นมา
น้ำเสียงแจ่มชัด แฝงด้วยความเสียดสีเ็า
ฟองอากาศสีชมพูในใจของเจียงจื่อเฮ่าแตกสลายทันที ใบหน้าของเขาแดงก่ำราวกับแมวที่ถูกเหยียบหาง “มู่อันเหยียน พูดเื่อันใดของเ้า? คิดจะทำลายชื่อเสียงของแม่นางชิงอวิ้นหรือ...”
เชิงอรรถ
[1] ของมือสอง 二货 (èr huò) เป็คำสแลง หมายถึง ไอ้โง่ คนติ๊งต๊อง
[2] กวางวิ่งวนอยู่โดยรอบ 小鹿乱撞 (xiǎo lù luàn zhuàng) หมายถึง กระสับกระส่าย กระวนกระวาย
