“ขะ..ข้า” หลันฮวาที่อยู่ภายใต้อ้อมกอด มองสีหน้าของชายหนุ่มแล้ว ปากเล็กทำเหมือนจะขยับแก้ตัว แต่ในที่สุดต้องหุบลง พยายามไม่สบตาเขา เพื่อหลบซ่อนความผิดของตัวเอง
“นี่เ้า..” หวงซีเหรินถึงกับพูดไม่ออก เขาเลื่อนสายตามองใบหน้างดงามตรงหน้า มีคำถามมากมายที่ผุดขึ้นมา ก่อนจะนึกได้ว่า แท้จริงแล้วนางคือหัวขโมยที่เขายอมเสี่ยงรับเข้ามา
ชายหนุ่มค่อย ๆ ปล่อยร่างเล็กออกจากกาย แล้วย่อตัวลงเก็บเม็ดมุกและหยกสีเขียวพวกนั้น โดยไม่ต่อว่าหลันฮวาแม้เพียงคำเดียว หญิงสาวยืนมองการกระทำของหวงซีเหริน ก่อนจะขยับปากเรียวเล็กถามเขาด้วยน้ำเสียงสั่นไหว
“ทะ..ท่านจะส่งข้าให้กับทางการแล้วใช่ฤาไม่”
“ทำไมถึงคิดว่าข้าจะทำเช่นนั้น” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับเก็บเม็ดมุกทีละเม็ดช้า ๆ
“ก็ข้าขโมยของมีค่าในจวนท่าน” หลันฮวากลั้นใจพูดตามความรู้สึก
“ในเมื่อรู้ว่าผิด เหตุใดยังทำ” น้ำเสียงของชายหนุ่มแสนลึกล้ำไม่อาจคาดเดาอารมณ์เขาได้
“ข้า...” หลันฮวาอึกอักไม่สามารถตอบคำถามเขาได้ นับจากเด็กจนโต นางอยู่รอดได้ด้วยการขโมย
“โอกาสไม่มีให้เ้าบ่อยนักหรอก...หากยังไม่เปลี่ยนนิสัยเป็คนดีเหมือนผู้อื่น ข้าก็ไม่จำเป็ต้องเก็บเ้าไว้” เขาเก็บเม็ดมุกสุดท้ายเสร็จ จึงลุกขึ้นมาสบตาหญิงสาวอย่างแน่วแน่
“ข้า...” หลันฮวาก้มหน้าลงไม่สบตาเขา
“นับจากนี้ไป ท่านแม่และเฟ่ยกุ่ยจะเป็คนดูแลเ้า ข้าหวังว่านิสัยขโมย ที่ติดตัวเ้ามาจะหายไป ไม่เช่นนั้นข้อตกลงของเราจะสิ้นสุดลงในทันที” เมื่อชายหนุ่มพูดจบจึงหันหลังเดินจากไป ปล่อยให้หลันฮวานึกแปลกใจอย่างถึงที่สุด
นางคิดว่าจะถูกเขาต่อว่าแรง ๆ และอาจถูกจับส่งให้กับทางการลงโทษ กลับกันมีเพียงไม่กี่คำ ออกมาจากวาจาและท่าทางอ่อนโยนนั้น แววตาระริกยืนมองแผ่นหลังชายหนุ่มที่เดินจากไปด้วยความรู้สึกผิด ที่ก่อกำเนิดขึ้นเป็ครั้งแรกในชีวิต
“นี่ข้าทำอันใดลงไป...ข้าไม่น่ามือไวเลย” หลันฮวาทิ้งตัวลงนั่งยังเก้าอี้ไม้ แล้วนึกโทษตัวเอง ก่อนจะเขกไปที่ศีรษะตัวเองหนึ่งครั้ง
“เขาต้องผิดหวังกับข้าอย่างมาก เพียงแต่ไม่พูดออกมาเท่านั้น” หลันฮวานั่งขมวดคิ้ว แล้วทบทวนบางอย่างด้วยตัวคนเดียว
ไม่นานนักฝีเท้าของใครบางคนก็เดินเข้ามาให้หลันฮวารีบลุกขึ้นแล้วค้อมตัวลงเล็กน้อยด้วยกิริยาอ่อนน้อม
“นายหญิง” หลันฮวาเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจ
“นายหญิงอะไรกัน เรียกข้าว่าท่านแม่เหมือนกับซีเหรินเถิด อีกไม่นานเ้าก็ต้องมาเป็ลูกสาวของข้าอีกคน ไยต้องเรียกให้ห่างเหิน” เมื่อหลันฮวาได้ยินดังนั้นจึงยิ้มออกมาอย่างไม่มั่นใจนัก
“ข้าเอาผ้าห่ม หมอน และเสื้อผ้ามาให้เ้า แลขาดเหลือสิ่งใดให้บอก ข้าจะจัดการหาให้” น้ำเสียงอ่อนโยนกล่าวขึ้น พลางพินิจใบหน้าสวยหวานของหลันฮวา ไปด้วยในเวลาเดียวกัน พร้อมกับหญิงรับใช้หอบเอาสิ่งของเข้าไปวางไว้ในห้องรับรองตามคำสั่ง
“ไม่แปลกใจว่าทำไมซีเหริน ถึงหลงรักเ้ามากมายนัก เพราะเ้างามถึงเพียงนี้”
“ข้า...” หลันฮวาพูดไม่ออกได้แต่อ้ำอึ้ง ก่อนจะถูกไป๋เยี่ยน ดึงมือไปจับ รอยยิ้มแสนเมตตาปล่อยออกมาด้วยความจริงใจ พร้อมกับดวงตาเป็ประกายคู่นั้น ที่ทำให้หลันฮวารู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
“อยู่ที่นี่ ให้เหมือนกับเป็บ้านของเ้า ไม่ต้องคิดรอนแรมไปที่ใดอีก ข้าสัญญาว่าจะดูแลเ้า เหมือนกับที่ดูแลซีเหริน” หลันฮวาได้แต่นิ่งอึ้งในคำพูดแสนเมตตานั้น ก่อนที่ร่างของไป๋เยี่ยนจะหันเดินจากไป ทว่าในเสี้ยวความคิด หญิงสาวอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก เป็ความรู้สึกที่นางไม่เคยััมาทั้งชีวิต
“ท่านแม่” เสียงเรียกของนางทำให้หญิงกลางคนหันกลับมาด้วยความแปลกใจ พร้อมกับสองเท้าเล็กของหลันฮวาค่อย ๆ ก้าวมาหาช้า ๆ อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“ทะ...ท่านจะไปที่ใด” น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยถามอย่างนอบน้อม
“ข้าจะไปสวนผักหลังจวน”
“ที่นี่มีสวนผักด้วยฤาเ้าคะ” ไป๋เยี่ยนแย้มยิ้มเล็กน้อย
“เ้าอยากไปกับข้าด้วยฤาไม่” หลันฮวาพยักหน้าขึ้นลง พร้อมสบตาหญิงชราอย่างอ่อนน้อม แล้วเดินตามไป๋เยี่ยนไปยังสวนผักหลังจวน ที่ปลูกไว้เต็มสองแปลงใหญ่
หลันฮวาเดินตามหญิงกลางคนไปเรื่อย ๆ ระหว่างทางเดินมีดอกไม้ขนาดเล็กส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ จึงทำให้หญิงสาวหยุดมองดูครู่หนึ่ง ทว่าด้วยกลัวไม่ทันหญิงกลางคน หลันฮวาจึงละจากความสวยงามตรงหน้า แล้วเร่งฝีเท้าตามไป ไม่นานนักหญิงสาวก็เดินมายังแปลงผักขนาดใหญ่ที่กำลังให้ผลผลิตอย่างมากมาย
“เหตุใดตระกูลหวง จึงปลูกผักมากถึงเพียงนี้เ้าคะ” คำถามของหญิงสาวทำให้ ไป๋เยี่ยนหันใบหน้าเมตตากลับมา
“ด้วยเพราะบ่าวไพร่มากมายหลายสิบคน ผักพวกนี้จะนำมาเป็อาหารของคนในจวน หากยามใดผลผลิตมากเกิน ก็จะให้คนนำไปขายยังตลาด แต่นั่นก็ไม่บ่อยเท่าใดนัก”
“นายหญิง พวกข้าหว่านมูลสัตว์ไว้เรียบร้อยตามคำสั่งแล้ว” ชายหนุ่มที่เหงื่อชุ่มตัวเดินเข้ามารายงานด้วยความนอบน้อม
“เช่นนั้นพวกเ้าทุกคนก็ไปพักเถอะ” หลังจากไป๋เยี่ยน อนุญาตแล้ว พวกเขาเ่าั้ก็พากันทยอยแยกย้ายหายไป หลันฮวาเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปยังสวนผัก ย่อตัวลงแล้วก้มมองผักใบงามพวกนั้นด้วยสายตาชื่นชม
