หวังเถิงหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นฟังดูเรียบเฉย แต่มันแฝงความหยิ่งผยองเอาไว้เต็มเปี่ยม ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ข้าจะไปที่ไหน มันก็เื่ของข้าไม่ใช่หรือไง เ้ามายุ่งอะไรด้วยเล่า”
จางหลินยิ้มเล็กน้อย สีหน้าของเขายังคงไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ดวงตาของเขาจ้องมองหวังเถิงตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง ก่อนจะตอบกลับอย่างสบายอารมณ์
“เปล่า ข้าแค่ในิดหน่อย อยู่ ๆ ก็มีคนบ้ากามพาสตรีสองนางบุกเข้ามาในที่พักของผู้ชายอย่างข้า ใครจะไม่กลัวบ้างเล่า”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นลงในพริบตา ดวงตาของหวังเถิงกระตุกเล็กน้อย กลิ่นอายอาฆาตแผ่ออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่เขากลับหัวเราะออกมาอีกครั้ง ราวกับไม่อยากเสียเวลาเถียงกับคำยั่วยุไร้สาระ
“ช่างเถอะ เื่ไร้สาระพวกนี้ ข้าไม่ได้มาหาเ้าเพราะเื่นั้นหรอก”
หวังเถิงหยุดพูดไปชั่วครู่ สายตาคมกริบของเขาค่อย ๆ เลื่อนไปหยุดที่นิ้วมือของจางหลิน ก่อนจะจ้องเขม็งไปที่แหวนสีดำสนิทที่สวมอยู่บนนิ้วกลาง แหวนวงนั้นดูธรรมดาอย่างน่าประหลาด ไม่มีลวดลาย ไม่มีออร่าใดเล็ดลอดออกมา แต่หวังเถิงรู้ถึงคุณค่าของมันอย่างแท้จริง
“ท่านผู้าุโ ข้ารู้ว่าพวกท่านตื่นแล้ว พวกเราจะไม่ออกมาคุยกันหน่อยหรือไง”
คำพูดนั้นดังขึ้นช้า ๆ แต่ก็มีเพียงความเงียบที่เข้ามาครอบงำทั้งห้อง พลังิญญารอบตัวหยุดนิ่งราวกับถูกแช่แข็ง แม้แต่สตรีสองนางข้างกายหวังเถิงยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ
เวลาผ่านไปชั่วอึดใจ…
สองอึดใจ…
จางหลินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากของเขาจะสั่นเล็กน้อย แล้วเสียงหัวเราะก็หลุดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
“ฮ่า… ฮ่าฮ่า…”
เสียงหัวเราะนั้นฟังดูผ่อนคลาย แต่ในสายตาหวังเถิง มันกลับเหมือนการเยาะเย้ยเขาอย่างไม่อาจให้อภัยได้
ในวินาทีถัดมา รอยยิ้มบนใบหน้าหวังเถิงหายไปโดยสิ้นเชิง
“ช่างเป็ศิษย์น้องที่นิสัยไม่ดีเอาซะเลย!”
ร่างของหวังเถิงพุ่งเข้าไปหาจางหลินในทันที ความเร็วสูงสุดถูกะเิออกมาโดยไม่มีการยั้งมือ พลังการบ่มเพาะระดับที่ 9 ของการรวมร่างพุ่งทะยานออกมา หมัดขวาตรงถูกส่งออกไปพร้อมพลังอันรุนแรง อากาศด้านหน้าถูกฉีกขาดเกิดเสียงฉีกอากาศดังขึ้น เป้าหมายมีเพียงหนึ่งเดียว… ใบหน้าของจางหลิน
แต่ก่อนที่หมัดนั้นจะััเข้าที่ปลายผิวของจางหลิน
แหวนมิติที่จางเหวินมอบให้ ซึ่งจางหลินสวมอยู่บนนิ้วชี้ พลันส่องประกายวูบวาบ ฟองน้ำสีใสราวผลึกก่อตัวขึ้นในพริบตา ครอบคลุมร่างของจางหลินเอาไว้ทั้งหมด
ตูม!
หมัดของหวังเถิงกระแทกเข้าใส่ฟองน้ำนั้นอย่างจัง คลื่นกระแทกแผ่ออกไปโดยรอบ ก่อนจะทะลุเข้าไปในฟองน้ำนั้นได้เพียงครึ่งแขน และถูกแรงต้านมหาศาลหยุดไว้กลางคัน ดวงตาของเขาเบิกกว้างในฉับพลัน
ทว่า… สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น ทำให้สีหน้าของหวังเถิงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
มวลน้ำในฟองน้ำใสเริ่มหมุนวน คลื่นน้ำภายในแปรเปลี่ยนเป็วังวนคลื่นที่รุนแรง แขนขวาของหวังเถิงที่ยังจมอยู่ภายในฟองน้ำนั้นถูกดึงรั้งอย่างบ้าคลั่ง พลังฉีกกระชากจากคลื่นน้ำหมุนวนถาโถมเข้าใส่แขนของเขาทันที เสียงกระดูกเสียดสีกันดังกรอบแกรบ เืสีแดงสดไหลซึมออกมาจากแขนของเขาในทันที
“อะไร—!”
คลื่นน้ำเริ่มหมุนวนแรงขึ้นก่อนที่แขนขวาของเขาิัจะปริแตก แขนทั้งข้างแทบถูกดึงขาดออกจากบ่า หวังเถิงกัดฟันสุดแรง รีบดึงแขนกลับมาในเสี้ยววินาที แต่มันก็ยังคงไม่สามารถดึงออกมาได้
ทันใดนั้นเขาะเิพลังทั้งหมดที่มี ดึงแขนกลับมาอย่างสุดแรง พร้อมะโถอยหลังออกไปในทันที เขาถอยห่างออกไปหลายสิบก้าวก่อนจะหยุดลง
หวังเถิงดวงตาเบิกกว้าง ความใฉายชัดบนใบหน้า เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า หากช้ากว่านี้เพียงเสี้ยววินาที แขนข้างนั้นอาจถูกบดขยี้จนแหลกเป็เศษเนื้อ
เขาทรุดตัวลงกับพื้น มือซ้ายกุมแขนขวาที่สั่นเอาไว้ เืสีแดงสดหยดลงพื้นเป็สายยาว หัวใจของเขาเริ่มเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและหวาดระแวง ก่อนที่หญิงสาวทั้ง 2 จะพุ่งเข้าไปหาหวังเถิงด้วยความกังวลใจ
ภายในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง
จางหลินยังคงนั่งอยู่ในตำแหน่งเดิม สีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดวงตาของเขาจ้องมองหวังเถิงอย่างใจเย็น
รัศมีคลื่นน้ำยังคงจางหายไปไม่หมด ฟองน้ำที่คุ้มกันร่างจางหลินค่อย ๆ สลายตัวเป็ละอองแสง ก่อนจะหายไปทันที หวังเถิงยืนกุมแขนขวา สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธและความอับอาย ราวกับยังไม่อาจยอมรับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นได้
ในจังหวะนั้นเอง เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างเรียบสงบ
“ศิษย์พี่หวังเถิง ใจเย็น ๆ ก่อนสิ”
จางหลินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับไม่ได้อยู่ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด
“มีอะไรก็ค่อย ๆ คุยกัน ไม่ดีกว่าหรือไง?”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดคลายลงเล็กน้อย ทว่าก่อนที่หวังเถิงจะทันได้ตอบ เสียงฝีเท้าหลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านห้องโถงจนมันได้ดึงสายตาทุกคนให้หันไปมองพร้อมกัน
จางหลินเอียงคอเล็กน้อย สายตามองไปยังประตูทางเข้า และในไม่ช้า เงาร่างของเด็กสาวคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้น นางมีรูปร่างบอบบาง ใบหน้าน่ารักดุจหยกแกะสลัก ผมยาวสีดำทอดลงถึงเอว ดวงตาสีแดงเข้มสะท้อนแสงตะเกียงราวอัญมณี ภายใต้ท่าทางสงบเยือกเย็นนั้นกลับแฝงกลิ่นอายที่ไม่ธรรมดาเอาไว้
จางหลินถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“วันนี้มันวันอะไรกันนะ ทำไมถึงมีแต่ตัวปัญหามากมายมาหาข้าแบบนี้ พวกเ้าไม่เอาเวลาไปบ่มเพาะกันบ้างหรือไงกัน”
เด็กสาวที่ยืนหน้าประตูยิ้มเล็กน้อยอย่างสุภาพ
“ศิษย์พี่จางหลิน”
กู่หลานเยว่เอ่ยชื่อเขาเบา ๆ และเื้ัของนางนั้น กู่อี้เซิงก็ก้าวเข้ามาพร้อมหญิงสาวผมดำอีกคนหนึ่ง ทั้งสามยืนเรียงกันอย่างสงบนิ่ง แต่เพียงแค่ปรากฏตัว พลังิญญารอบห้องกลับสั่นไหวอย่างแ่เบา
กู่หลานเยว่เอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น
“ข้าคิดว่าศิษย์พี่น่าจะกำลังพบปัญหา เลยตั้งใจมาช่วยเสียหน่อย ถือว่าเป็การลบล้างความเข้าใจผิดในอดีตของพวกเราอย่างไงละ”
จางหลินหัวเราะในลำคอ พลางส่ายหน้าเล็กน้อย “พวกเ้านั่นแหละคือตัวปัญหา”
รอยยิ้มของกู่หลานเยว่ไม่ได้เลือนหาย นางยกมือขึ้นเปิดแหวนมิติ แสงสีเขียวอ่อนส่องวาบ ก่อนที่ดอกบัวสีเขียวมรกตจะลอยออกมาอย่างช้า ๆ กลิ่นอายบริสุทธิ์แผ่กระจายออกมาทั่วทั้งห้อง
“นี่คือของขวัญเล็กๆ น้อยๆ สำหรับศิษย์พี่จางหลิน” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ
จางหลินมองดอกบัวนั้นครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว เขารับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งนี้ไม่ใช่สมบัติธรรมดา
“ศิษย์น้อง เก็บไว้ใช้เองเถอะ ของล้ำค่าขนาดนี้ ข้าคงรับไม่ไหว”
กู่หลานเยว่ก้าวมาข้างหน้าเล็กน้อย
“ข้าเอามาให้ท่านโดยเฉพาะ เพื่อท่านคนเดียวเท่านั้นเลย”
จางหลินส่ายหน้าอีกครั้ง
“ข้าคงรองรับพลังของมันไม่ได้หรอก หากดูดซับเข้าไปตอนนี้ ร่างข้าอาจแตกสลายเสียก่อน เอาจริงๆ ข้าว่าพวกเ้าควรออกไปเถอะ ไม่เช่นนั้นข้าจะเรียกผู้าุโสูงสุดมาที่นี่จริง ๆ”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที
หวังเถิงหันไปมองกู่หลานเยว่ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
“น้องสาวกู่…”
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดจนจบ เสียงะเิพลันดังขึ้น
กู่อี้เซิงพุ่งตัวออกไปในทันที หมัดพลังิญญาชกใส่หวังเถิงอย่างไม่ลังเล
ตูมมม!
คลื่นพลังซัดกระหน่ำทั่วห้อง พื้นแตกเป็รอยลึก ผนังสั่นะเือย่างรุนแรง
จางหลินรีบยกเครื่องรางชิ้นหนึ่งขึ้นเหนือศีรษะ แผ่นแสงโปร่งใสกางออกคลุมพื้นที่เอาไว้
กู่หลานเยว่ถอนหายใจเบา ๆ
“ตายจริง… ข้าอุตส่าห์ตั้งใจมาคุยด้วยความจริงใจแท้ๆ”
นางไม่ลังเล เปิดเครื่องรางเคลื่อนย้ายในมือทันที แสงมิติห่อหุ้มร่างของนาง พร้อมกู่อี้เซิงและหญิงสาวผมดำอีกคน ก่อนจะหายไปในพริบตา
ฝั่งหวังเถิงค่อย ๆ ปัดฝุ่นบนแขนเสื้อ รอยยิ้มจางปรากฏบนมุมปาก
“แล้วเจอกันใหม่นะ ศิษย์น้องจาง”
จางหลินถอนหายใจยาว
“ข้าไม่อยากเจอท่านเลยจริง ๆ ศิษย์พี่หวัง”
หวังเถิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินจากไปพร้อมสตรีทั้งสองของเขา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ค่อย ๆ กลับคืน
ไม่นานนัก เสียงของหญิงสาวผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากความว่างเปล่า เสียงนั้นอ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจ
“เ้าเป็อะไรหรือไม่”
จางหลินประสานมือคำนับทันที
“ข้าไม่เป็ไรขอรับ ผู้าุโ แต่คนเฝ้าประตูด้านนอกพวกเขาเป็อะไรกันหรือเปล่า”
เสียงของหญิงสาวเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อตรวจสอบก่อนที่ เสียงนั้นจะตอบกลับอย่าง
“ไม่เป็ไร พวกเขาไม่ได้รับาเ็สาหัส หวังเถิงยังไม่ถึงขั้นสังหารผู้เฝ้าประตู”
จางหลินพยักหน้าอย่างโล่งใจ
“ขอบคุณท่านผู้าุโ”
ภายในห้อง กลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง
